เล่ม 2 - ตอนที่ 15 ไม่ยอมตาย
“เกิดอะไรขึ้น!” ยวิ๋นซูจินตื่นตกใจถึงกับถอยหลัง ดวงตาเบิกโตจ้องอยู่ที่ประตูทางเข้า ยามนั้นท้องฟ้าด้านนอกค่อยๆ แปรเปลี่ยนสีแล้วจางหานเฟิ่งมองไปทางประตูเช่นกัน ใจของนางเต้นเร็วขึ้น นางจะทำอย่างไรต่อไปดี ผู้ที่กำลังต่อสู้กับทหารของแคว้นเป่ยด้านนอกมาช่วยนางใช่หรือไม่อาวุธ!ดวงตาหงส์ของจางหานเฟิ่งมองไปทางกระบี่ที่อยู่ในมือขององค์หญิงแห่งแคว้นเป่ย ร่างที่ยังขาดเรี่ยวแรงพุ่งเข้าไปแย่งกระบี่“นี่เจ้า!” ยวิ๋นซูจินตกใจจนถอยหลังหนี“ปล่อยกระบี่ให้หม่อมฉันเถิด” นางต้องการกระบี่เล่มนั้นเพื่อปกป้องตัวเองและร่วมต่อสู้“ไม่!” องค์หญิงแห่งแคว้นเป่ยถอยหนีอย่างไม่เชื่อใจ“หม่อมฉันไม่ทำร้ายองค์หญิงหรอกเพคะ” ดวงตาหงส์ของจางหานเฟิ่งมองเห็นความหวาดกลัว ลังเล และไม่ไว้วางใจในดวงตางดงามของสตรีตรงหน้า“ไม่!”“ปล่อยกระบี่ให้หม่อมฉัน หม่อมฉันขอเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพันว่าองค์หญิงจะทรงปลอดภัย องค์หญิงตัดสินพระทัยว่าจะช่วยหม่อมฉันแล้วไม่ใช่หรือเพคะ” นางสบสายตาด้วยความเด็ดเดี่ยว จริงจัง และขอร้อง“เจ้า!” ยวิ๋นซูจินเถียงไม่ออก“หม่อมฉันใกล้ตายแล้วไม่ใช่หรือเพคะ ให้หม่อมฉันกลับไปหาครอบครัวและบุรุษที่หม่อมฉันรักด้วยเถิด”นางพยายามโน้มน้าวจิตใจสตรีตรงหน้าอีกครั้ง และแล้วผู้ที่อยู่ในเรือนทั้งหมดก็ต้องสะดุ้งตกใจ รวมถึงหมอหลวงที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ไม่ไกล เพราะต่างก็ได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของยวิ๋นเหวินหรง“ฆ่าอย่าให้เหลือซาก!”“เสด็จพี่...เสด็จพี่กลับมาแล้ว” ยวิ๋นซูจินถึงกับหน้าถอดสีเพราะเกรงกลัวในตัวของยวิ๋นเหวินหรงยิ่ง“ปล่อยกระบี่ให้หม่อมฉันเถิด...หม่อมฉันมีแผนการ!”จางหานเฟิ่งตื่นตระหนกและตื่นตัวขึ้นมากกว่าเดิม พอสบโอกาสอันเหมาะเจาะ มือก็ยื่นออกไปบิดข้อมือของผู้ที่กำลังถือกระบี่อยู่ ยวิ๋นซูจินถึงกับร้องเสียงหลงและใช้อีกมือหนึ่งกุมข้อมือที่ถูกบิด“โอ๊ย!”จางหานเฟิ่งรีบคว้ากระบี่ที่หลุดลงพื้นทันใด นางหยัดตัวขึ้นยืนอย่างโงนเงน เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก พอได้ยินเสียงคำรามของตงตี้เท่านั้น ใจของจางหานเฟิ่งพลันพองโตด้วยความดีใจ และตะโกนออกไปเสียงดัง“ท่านน้าตง...ท่านน้าตง...”ตงตี้กับจิ้นชิงแยกจากจินเยี่ยหยาง โอวหยางไป๋ และองครักษ์หนิง เพื่อมาดูลาดเลาที่ตำหนักบูรพาพร่างแห่งนี้ก่อน เมื่อมาถึงที่นี่ พวกเขาเห็นว่าเรือนพักนางกำนัลแห่งนี้ดูผิดปกติ มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และในเรือนยังสว่างไสวไปด้วยแสงไฟอดีตแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเหอได้ยินเสียงของจางหานเฟิ่งที่ตะโกนขึ้นมาเท่านั้นก็ดีใจ ในที่สุดก็เจอตัวนางทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ บ่าวอย่างเขาโล่งใจยิ่ง“คุณหนูใหญ่”“ข้าอยู่ในนี้!” คุณหนูใหญ่สกุลจางรีบพุ่งไปยังประตูทางออกทันใด นางรอดแล้ว นางอยากกลับบ้าน จึงพยายามกระแทกประตูให้เปิดออกแต่ก็ไม่เป็นผล “เปิดออกสิ...เปิด!”ยวิ๋นซูจินมองจางหานเฟิ่งใช้กระบี่ฟันประตูอย่างอ่อนระโหยโรยแรงอยู่มิน้อย แต่แล้วประตูที่ปิดสนิทก็เปิดออกพร้อมกับมีคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามา คนผู้นั้นก็คือยวิ๋นเหวินหรง องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยเห็นขนิษฐาในห้องเท่านั้นก็มีสีหน้าดุดันเพิ่มขึ้นสามส่วน และตวาดเสียงดัง“เจ้ามาทำอะไรที่นี่!”ยวิ๋นซูจินเกรงกลัวเชษฐาเพราะรู้ว่าเป็นบุรุษที่มีจิตใจเหี้ยมโหด ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งนางซึ่งเป็นขนิษฐาแท้ๆ มายังที่นี่ ทว่ายวิ๋นเหวินหรงไม่มีเวลามาสนใจยวิ๋นซูจิน เขาปราดเข้าไปหาจางหานเฟิ่ง คราแรกที่เห็นว่านางถือกระบี่ หัวคิ้วย่นเข้าหากันวูบหนึ่ง นางมีกระบี่ได้อย่างไร เมื่อคิดว่าน่าจะเป็นยวิ๋นซูจิน จึงปัดความสงสัยนั้นทิ้งไป“อย่าเข้ามานะ!” จางหานเฟิ่งถอยหลังกรูดพลางชี้ปลายกระบี่ไปยังด้านหน้า“ทิ้งมันลงซะ!”“ไม่!”ยวิ๋นเหวินหรงถือกระบี่อยู่เช่นกัน เขาถือมันเอาไว้ในมือทันทีที่เห็นว่าวรยุทธของตงตี้และจิ้นชิงดูไม่ธรรมดา ทว่าสองคนหรือจะสู้กับทหารองครักษ์นับสิบๆ ชีวิตของเขาได้ จึงปล่อยให้ทหารจัดการอยู่ด้านนอก“ปล่อยหม่อมฉันไปเดี๋ยวนี้ ทรงกระทำการอุกอาจเกินไปแล้ว ทรงลืมไปแล้วหรือไรว่าหม่อมฉันได้รับราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ให้สมรสกับจินอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่สตรีสามัญชนคนธรรมดา” นางกล่าวอย่างสงบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความข่มขู่และขู่เข็ญยวิ๋นเหวินหรงโต้กลับมาน้ำเสียงจริงจัง “มีแค่สองคนเท่านั้นที่บุกเข้ามา สังหารให้ตาย โยนร่างทิ้งในป่าที่ไหนสักแห่ง เท่านั้นก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แล้ว”“เขลาเกินไปแล้ว” นางบิดมุมปากยิ้มเย้ยทันใด ประกายตาสาดอารมณ์เยาะเย้ย พร้อมกันนั้นก็กระชับด้ามกระบี่ที่อยู่ในมือให้แน่นขึ้นอีกนิด มีอาวุธอยู่ในมือทำให้อุ่นใจไม่น้อย“เจ้ากล้าว่าข้า!” ยวิ๋นเหวินหรงบิดมุมปากด้วยความโกรธ“ผู้คนต่างรู้แล้วว่าหม่อมฉันถูกพระองค์จับตัวเอาไว้”“เจ้า!” องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยตระหนักขึ้นมาทันที เพราะมีคนตามมาจากหอสุรากุ้ยฮวา นางพูดถูก...มีคนรู้แล้วว่าเขาจับตัวนางเอาไว้“พี่ชายบุญธรรมของหม่อมฉันคงรู้เรื่องนี้แล้ว” จางหานเฟิ่งไม่กล้าเอ่ยถึงจินเยี่ยหยาง เพราะไม่มั่นใจว่าว่าที่สามีจะกลับมาถึงเมืองหลวงหรือยังยวิ๋นเหวินหรงคาดเดาความคิดเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการของโอวหยางไป๋ขึ้นมาโดยไว ถ้าบุรุษผู้นี้รู้เรื่อง ย่อมจะต้องพาคนมาช่วยนางอย่างแน่นอน ไม่ได้การแล้ว เขาจะต้องพานางไปซ่อนที่อื่น หรือไม่ก็ส่งไปยังแคว้นเป่ยเลย แต่ก่อนอื่น...นางต้องกลืนยาถอนพิษที่เขาเพิ่งจะได้มาจากหอสุรากุ้ยฮวาเข้าไป จึงดึงขวดยาถอนพิษเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ และยื่นออกไปข้างหน้า“ข้าได้ยาถอนพิษมาแล้ว”“หม่อมฉันไม่กิน!”“เจ้าต้องกินมัน!”“ไม่!”“เจ้าต้องกินมันเข้าไป!” ยวิ๋นเหวินหรงตวาดกลับเสียงกร้าว ประกายตาวาววับเอาเรื่อง อย่างไรก็ไม่ยอมให้สตรีตรงหน้าตายอย่างเด็ดขาด เพราะอยากทรมานนางให้หายแค้นใจ“หากยังคิดที่จะพาหม่อมฉันไปยังแคว้นเป่ยด้วย สู้ให้หม่อมฉันตายในแคว้นจ้าวจะดีกว่า”นางตั้งท่าเตรียมรับการจู่โจมอย่างตื่นตัว ทันทีที่บุรุษหนุ่มตรงหน้าพุ่งเข้าหาดุจธนูหลุดออกจากสาย เขาคิดกรอกยาถอนพิษใส่ปากสตรีตรงหน้า ทว่าจางหานเฟิ่งโต้ตอบกลับมาทันใด นางตวัดกระบี่ใส่ปะทะ แต่เรี่ยวแรงของสตรีหรือจะสู้บุรุษได้ ข้อมือของนางพลันเจ็บขึ้นมา แต่แล้วบุรุษผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาภายในห้อง ดวงหน้าคมคายเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมกริบประดุจกระบี่ของจินเยี่ยหยางมองมาทางจางหานเฟิ่ง แค่เห็นนางยังมีลมหายใจอยู่ เขาโล่งใจยิ่งเคล้ง!ยวิ๋นเหวินหรงตวัดกระบี่รับการจู่โจมของจินเยี่ยหยางอย่างว่องไว หนึ่งกระบวนท่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน ต่างไม่มีใครยอมใคร และแล้วโอวหยางไป๋ก็เข้ามาสมทบ จิ้งจอกเจ้าเล่ห์มองการต่อสู้ก่อนจะมองน้องสาวบุญธรรมที่มีสภาพไม่ค่อยจะดีนัก เห็นอาภรณ์ของนางเปรอะเปื้อนเลือดจึงถามออกไปด้วยความกังวลอยู่ไม่น้อย“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้ายังไม่ตาย!”“ปากคอของเจ้ายังคมเช่นเดิม” พี่ชายบุญธรรมยิ้มด้วยความโล่งใจขึ้นมาทันที พอยืนอยู่ใกล้ๆ สตรีตัวน้อยที่มือยังกุมกระบี่อยู่ จึงถามขึ้นอีกกระแสเสียงเคร่งเครียด “เจ้ากลืนยาพิษเข้าไป”“ถูกต้องแล้ว...ข้ากลืนยาพิษเข้าไป” จางหานเฟิ่งตอบขณะที่ดวงตาหงส์ยังคงจดจ้องอยู่กับการต่อสู้ระหว่างจินเยี่ยหยางและยวิ๋นเหวินหรง“เจ้ากำลังจะตายอย่างนั้นหรือ”“ข้าไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก”“ถูกต้องแล้ว เจ้าจะยอมตายง่ายๆ ได้อย่างไร ยังไม่ได้ลิ้มลองรสชาติของการเข้าหอเลย” พี่ชายบุญธรรมยิ้มพลางพยักหน้าเห็นด้วยว่าอย่าเพิ่งรีบตาย พร้อมกันนั้นก็สังเกตสีหน้าและท่าทางว่านางยังสบายดีอยู่จริงหรือไม่“เมื่อข้ากลืนยาพิษเข้าไปก็ต้องกลืนยาถอนพิษเข้าไปด้วยเช่นกัน” จางหานเฟิ่งกำลังมองการต่อสู้อย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา และเมื่อเห็นยวิ๋นเหวินหรงถอยออกจากเรือนไปสู่ลานกว้างด้านนอก สตรีตัวน้อยก็ขยับตัวตามทันใดโอวหยางไป๋พลันหัวเราะ สมแล้วที่เป็นจางหานเฟิ่ง ฉลาด รอบคอบ และเจ้าแผนการ นางไม่น่าจะทำให้ตัวเองถึงแก่ชีวิตอยู่แล้ว