จารึกที่ 114 : พัดเพลิงผลาญเมฆา : การโชว์พาวของพี่ชาย
ณ ใจกลางป่าหมอกลวงตา ทิศตะวันตก
แสงตะวันเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อต้องส่องผ่านม่านหมอกหนาทึบ บรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัว ราวกับสัญญาณเตือนว่ารัตติกาลกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า
เสียงร้องโหยหวนของกลุ่มศิษย์สายนอกผู้โชคร้ายเงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงเสียง กริ๊ง... กริ๊ง... ของเหรียญทองที่กระทบกันอย่างไพเราะเสนาะหู
"สิบ... ยี่สิบ... สามสิบ..."
อาเจียนั่งยองๆ อยู่บนก้อนหิน นับเหรียญทองที่ เฟิงหลิงเอ๋อร์ จำใจควักออกมาจ่ายให้ด้วยความปรีดิ์เปรม โดยมี เจ้าสัวยืนตระหง่านคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ร่างหยกทมิฬที่ผสานหัวใจศิลาแผ่แรงกดดันระดับ 'สร้างรากฐาน' ออกมาจางๆ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาแย่งเงิน
"ครบถ้วน! ขอบคุณที่ใช้บริการขอรับ คุณหนูเฟิง!" อาเจียยิ้มกว้างจนตาหยี รวบถุงเงินเก็บเข้าอกเสื้อ "บริการรวดเร็วทันใจ เก็บกวาดสะอาดหมดจด ไม่ทิ้งซากให้รกหูรกตา!"
เฟิงหลิงเอ๋อร์กอดอก เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ชุดสีแดงเพลิงของนางจะเปื้อนฝุ่นไปบ้าง แต่ความหยิ่งยโสในสายเลือดตระกูลเฟิงยังคงเต็มเปี่ยม
"ฮึ! ก็แค่หุ่นเชิดถึกๆ ตัวหนึ่ง... ถ้าข้าเอายันต์ระเบิดระดับสูงมามากกว่านี้ ข้าก็จัดการพวกมันได้เองย่ะ ไม่ต้องพึ่งหน้าเลือดอย่างเจ้าหรอก!"
"แน่นอนขอรับ แน่นอน..." อาเจียพยักหน้าหงึกหงัก (ในใจคิดว่า: ยันต์ระเบิดระดับสูงแผ่นละร้อยตำลึง เอามาปาใส่โจรกระจอกเนี่ยนะ? ตระกูลเจ้าผลิตเงินใช้เองรึไง?)
ทันใดนั้น เนตรอักขระ ของอาเจียก็ทำงานอัตโนมัติ เขาเห็นคลื่นความร้อนสีแดงฉานพุ่งแหวกหมอกขาวเข้ามาด้วยความเร็วสูงจากทิศทางที่พวกเขายืนอยู่
"มีคนมา!" อาเจียดีดตัวลุกขึ้น สั่งเจ้าสัวตั้งท่าเตรียมสู้
"หลิงเอ๋อร์!"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้น ก่อนที่ร่างชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมสีฟ้าครามจะร่อนลงมาจากยอดไม้ราวกับพญาอินทรี ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ (ต่างจากสภาพมอมแมมในเหมืองร้างลิบลับ)
เฟิงอี้หราน มาถึงแล้ว!
"ท่านพี่!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ร้องเรียกด้วยความดีใจ (ปนโล่งอก)
เฟิงอี้หรานสะบัดพัดจีบในมือ พรึ่บ เดินเข้ามาหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะปรายตามองอาเจียด้วยสายตาจับผิด
"อาเจีย... ข้าได้กลิ่นเงินจากตัวเจ้า... เจ้าคงไม่ได้กำลังขูดรีดน้องสาวข้าอยู่ใช่ไหม?"
"ใส่ร้าย!" อาเจียรีบปฏิเสธเสียงสูง "นี่คือค่าจ้างที่ตกลงกันด้วยความสมัครใจ! ข้าช่วยคุ้มกันคุณหนูจากการถูกปล้นนะขอรับ! นี่ถ้าข้ามาช้ากว่านี้ คุณหนูคง..."
โบร๋ววววว!
ยังไม่ทันที่อาเจียจะแก้ตัวจบ เสียงหอนอันเยือกเย็นก็ดังประสานกันก้องป่า ตามมาด้วยเสียงฝีเท้านับร้อยคู่ที่ย่ำลงบนใบไม้แห้ง
หมอกรอบตัวเริ่มหมุนวน เงาสีเทาขนาดใหญ่จำนวนมากค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบพวกเขา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงนับร้อยคู่จับจ้องมาที่เหยื่อทั้งสาม
"ฝูงหมาป่าเงาหมอก!" เฟิงหลิงเอ๋อร์หน้าซีดเผือด "จำนวนขนาดนี้... อย่างน้อยก็ห้าสิบตัว! แถมจ่าฝูงยังมีกลิ่นอายระดับสร้างรากฐาน!"
อาเจียขมวดคิ้ว เครียดหนัก
'หมาป่าเงาหมอกขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและการพรางตัว... เจ้าสัวถึกทนก็จริง แต่ถ้าโดนรุมทึ้งจากรอบทิศคงกันไม่หมดแน่ แถมเจ้าถุงเงินก็มีพิษจำกัด...'
"เจ้าสัว! รูปแบบวงกลม! คุ้มกันคุณหนูเฟิง!" อาเจียสั่งการ เตรียมพร้อมรับศึกหนัก
"ไม่ต้อง..."
เสียงเรียบๆ ของเฟิงอี้หรานดังขึ้นขัดจังหวะ เขาเดินก้าวออกมาข้างหน้าเพียงลำพัง ใช้พัดจีบดันไหล่เจ้าสัวให้ถอยไป
"อาเจีย... เก็บหุ่นเชิดของเจ้าไปซะ อย่าเอามาขวางทาง" เฟิงอี้หรานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและ... ความขี้เกียจเล็กน้อย "ข้าไม่อยากให้หุ่นเจ้าตัวถลอก เดี๋ยวเจ้าจะมาเรียกเก็บค่าซ่อมข้าอีก"
"แต่ว่า..."
"ดูให้ดี..." เฟิงอี้หรานแสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างท้าทาย "เดี๋ยวจะหาว่าพี่ชายคนนี้มีดีแค่เปย์สาว"
เฟิงอี้หรานรวบพัดจีบในมือแน่น กระแสปราณธาตุไฟอันรุนแรงถูกอัดฉีดเข้าไปในตัวพัดจนมันเปล่งแสงสีแดงจ้า ลวดลายเมฆาบนพัดเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
ฝูงหมาป่าสัมผัสได้ถึงอันตราย จ่าฝูงคำรามลั่น สั่งลูกสมุนกระโจนเข้าใส่พร้อมกันจากทุกทิศทาง!
"เข้ามา!"
เฟิงอี้หรานสะบัดพัดเพียงครั้งเดียว แผ่วเบาแต่งดงาม
"เคล็ดวิชาตระกูลเฟิง : พัดเพลิงผลาญเมฆา!"
ฟู่ววววว!
เปลวเพลิงสีแดงม่วง (เพลิงระดับสูงที่หลอมจากแก่นอสูรอัคคี) พวยพุ่งออกจากพัด ขยายตัวขึ้นเป็นกำแพงไฟวงแหวนหมุนวนรอบตัวพวกเขา รัศมีความร้อนแผดเผาจนหมอกในบริเวณนั้นระเหยกลายเป็นไอในพริบตา!
หมาป่าเงาหมอกที่กระโจนเข้ามากลางอากาศ ถูกคลื่นความร้อนปะทะจนขนลุกเป็นไฟ ร่างกายของพวกมันไหม้เกรียมและกระเด็นกลับไปคนละทิศละทาง เสียงร้องโหยหวนดังระงม
แต่เฟิงอี้หรานยังไม่หยุด เขาตวัดพัดอีกครั้ง ชี้ไปที่จ่าฝูง
"ศรวิหคเพลิง!"
เปลวไฟรวมตัวกันเป็นรูปร่างนกฟีนิกซ์ตัวเล็กๆ พุ่งทะลวงอากาศเข้าใส่จ่าฝูงหมาป่าด้วยความเร็วแสง
ตูม!
จ่าฝูงหมาป่าหลบไม่ทัน ถูกนกเพลิงระเบิดใส่กลางลำตัวจนร่างแหลกเป็นจุณ!
เพียงชั่วพริบตา... ฝูงหมาป่ากว่าครึ่งถูกเผา อีกครึ่งหนึ่งวิ่งหนีหางจุกตูด ป่ารอบข้างเงียบสงัดลงทันตาเห็น เหลือเพียงรอยไหม้และกลิ่นเนื้อย่างที่ลอยคลุ้ง
เฟิงอี้หรานสะบัดพัดเบาๆ เพื่อไล่ควัน แล้วเก็บเข้าที่เอวอย่างเท่ๆ ผมเผ้าไม่เสียทรงแม้แต่น้อย
"จบข่าว..." เขาหันมายักคิ้วให้อาเจีย "เห็นไหม? ประหยัดค่าซ่อมเจ้าสัวไปได้เยอะ"
อาเจียอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่ใช่เพราะทึ่งในความเก่งกาจ แต่เพราะ...
เนตรอักขระ ของเขามองเห็นว่า เมื่อครู่นี้ เฟิงอี้หรานได้เผาผลาญ "หินปราณระดับกลาง" ที่ฝังอยู่ในด้ามพัดไปถึงสามก้อน เพื่อเร่งพลังทำลายล้างขนาดนั้น!
"สะ... สามก้อน..." อาเจียยกมือกุมหน้าอก รู้สึกเจ็บปวดแทน "ท่าเมื่อกี้... ท่านผลาญเงินไปสามร้อยตำลึงทองในกระบวนท่าเดียว! เพื่อฆ่าหมาป่ากระจอกๆ เนี่ยนะ!?"
"เพื่อความงดงามและรวดเร็ว..." เฟิงอี้หรานตอบหน้าตาย "เงินซื้อเวลาได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า"
อาเจียทรุดลงนั่งกับพื้น อยากจะร้องไห้
'คนรวยนี่มันน่ากลัวจริงๆ... การต่อสู้ของหมอนี่ไม่ใช่การประลองยุทธ์ แต่มันคือการเอาเงินฟาดหน้าศัตรูชัดๆ!'
"เอาล่ะ..." เฟิงอี้หรานปรบมือเรียกสติ "ตอนนี้เรามีกันสามคน... ข้า (ตัวทำดาเมจ/นายทุน), หลิงเอ๋อร์ (สนับสนุนระยะไกล/ตัวป่วน), และเจ้า... อาเจีย (ตัวชน/เบ๊เก็บของ)"
เฟิงอี้หรานยิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น
"ไปล่าป้ายคำสั่งของผู้เข้าสอบคนอื่นกันเถอะ... ข้าอยากจบการสอบนี้ไวๆ จะได้กลับไปแช่น้ำนมที่จวน"
อาเจียเงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนจากความเสียดายเงินเป็นความโลภทันที
"ล่าป้ายคำสั่ง? ...งั้นเรามาตกลงเรื่อง 'ส่วนแบ่ง' กันก่อนดีไหมขอรับ คุณชาย?"