Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    145 ทักษะ

    ตุบ!


    เท้าทั้งสองเหยียบลงไปบนพื้นทรายสีขาว พื้นที่ใต้ดินแทนที่จะมีกลิ่นเหม็นอับ แอ็กเซลกลับพบว่าที่นี่มีอากาศที่แห้งราวกับด้านบน คงเป็นเพราะเม็ดทรายทรงกลมสีขาวด้านล่างดูดความชื้นออกไปทั้งหมด ทำให้กลิ่นอับหายไป


    ห้องที่เขาลงมาเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ หากให้เปรียบเทียบขนาดเขาและห้อง ตัวของเขาคงไม่ต่างจากมดตัวเล็กๆตัวหนึ่ง ส่วนห้องที่ลงมานั้นคือตู้คอนเทนเนอร์ ต่อให้จะมีแชมเปี้ยนลงมาพร้อมกันหมื่นคน ที่นี่สามารถรองรับได้สบาย


    เมื่อกวาดตามองไม่พบสิ่งใด แอ็กเซลจึงเดินทางไปยังประตูที่จะนำเขาลงสู่ชั้น 2 ที่มีลักษณะเป็นห้องกว้างใหญ่เช่นเดียวกัน  ภายในชั้นแห่งนี้ไม่มีใครปักหลักอยู่ก็เนื่องมาจากว่าพืชกลายพันธุ์และมอนสเตอร์ถูกเก็บไปหมดแล้ว จึงทำให้มันเป็นเพียงแค่ห้องเปล่ามีแค่ลวดลายวงจรเทคโนโลยีอีเธอร์เอลติดอยู่บนผนังเท่านั้น


    หลังจากเกาะนกบินลงมายังชั้นสอง แอ็กเซลพบว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่เช่นเดียวกัน เขาจึงเดินทางมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่สัมผัสได้ว่ามันเปลี่ยนไประหว่างที่ก้าวข้ามแต่ละชั้นคือแรงกดดัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับร่างของเขาในแต่ละครั้งที่เปลี่ยนชั้นราวกับว่าเขากำลังเปลี่ยนความลึกในการดำน้ำ


    หูทั้งสองข้างเริ่มรู้สึกอื้ออึงราวกับว่าอากาศกำลังจะบีบอัดแก้วหูของเขาให้แตก แอ็กเซลจึงร่ายเวทปิดรูหูเอาไว้ป้องกันไม่ให้หูได้รับบาดเจ็บ กระทั่งเขามาถึงชั้น 7 แอ็กเซลก็พบว่าที่นี่มีคนมากมายกำลังยืนออกันอยู่ทางฝั่งทิศเหนือของห้องเขาจึงเดินทางไปดู


    มู่มู่


    กระบองเพชรได้ยินเสียงบางอย่าง มันจึงชี้มือบอกทางแอ็กเซลให้รู้ว่ามีเสียงที่เหมือนการต่อสู้เกิดขึ้น แอ็กเซลจึงพยักหน้าให้มัน เสียงการต่อสู้ส่งมาจากด้านล่าง ในห้องที่พวกเขายืนอยู่ไม่มีมอนสเตอร์และไม่มีการต่อสู้กัน


    ทุกคนที่ยืนอยู่ทางทิศเหนือของห้องล้วนแล้วยืนเงียบกัน บางคนนั่งลงไปกับพื้นแล้วถือสมุดพกค้างเอาไว้ยังไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเติม แต่ละคนที่แอ็กเซลมองเห็นกำลังทำสีหน้าครุ่นคิดราวกับมีเรื่องมากมายภายในหัว


    เมื่อเห็นพื้นที่ว่างแอ็กเซลจึงมองจ้องไปยังผนังทางทิศเหนือที่มีไฟส่องเข้าไปเพื่อให้เห็นอักขระบางอย่าง เดิมทีผนังห้องควรจะเต็มไปด้วยวงจรเวท ชั้น 7 กลับมีตัวอักษรภาษาอีเธอร์เอลขีดเขียนเอาไว้ 


    แอ็กเซลจึงเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้งบันทึกข้อความพลางส่องดูพลังงานที่อาจจะซ่อนข้อความอีกมากมาย อย่างไรก็ตามบนผนังไม่มีลูกเล่นซ่อนตัวอักษรแต่อย่างใด ทุกตัวอักษรล้วนแล้วปรากฎตรงหน้าทุกคนครบถ้วนสมบูรณ์


    “ พี่ชาย พวกคุณมุงดูอะไรกัน ”


    แอ็กเซลสอบถามชายคนหนึ่งที่พึ่งถอนหายใจราวกับว่าเขาถอดใจจากการตีความบนผนัง อีกฝ่ายหันมองแอ็กเซลครู่หนึ่งแล้วหันกลับไปมองหนังสือตนเองเพราะเขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามใคร ข้อมูลทุกอย่างที่เขาหามาได้ยากเย็นมาก ดังนั้นทุกคนที่นี่จึงไม่มีใครยอมบอกข้อมูลที่ตนเองได้มา  แอ็กเซลกลับนำยาขวดหนึ่งออกมาถือเอาไว้ในมือ  มันได้ดึงดูดความสนใจฝ่ายตรงข้ามไม่น้อย ต่อให้ยาระดับ 5 ทุกคนที่นี่จะสามารถซื้อได้ ราคาของมันกลับแพงพอสมควร หากสามารถรับมันมาฟรีด้วยการบอกข้อมูลที่แอ็กเซลจะต้องรู้ในสักวัน เมื่อคำนวณแล้วมันกลับคุ้ม


    “ ผมมีคำถาม 3 ข้อ ด้านหน้าคืออะไร ตีความว่ายังไงบ้าง แล้วเสียงต่อสู้ด้านล่างเกิดขึ้นนานหรือยัง ”


    “ ยาขวดเดียวไม่น่าพอ ”


    แอ็กเซลยิ้มก่อนจะเก็บยาเข้าไปในแหวนเก็บของแล้วมองอักขระบนผนังจากนั้นเขาก็เริ่มอ่านออกเสียง 5 คำช้าๆ ชายที่ทำข้อตกลงกับแอ็กเซลเมื่อรู้ว่าเขาเข้าใจภาษาจึงรีบยิ้มให้เพราะยาขวดเดียวถือว่าเพียงพอแล้ว ต่อให้เขาจะไม่ยอมบอกข้อมูลอีกไม่นานแอ็กเซลคงจะรู้ทุกอย่าง ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บผลประโยชน์ในครั้งนี้เอาไว้ให้ได้ต่อให้จะเป็นยา 1 ขวดก็ตาม


    “ โอเคๆ ขวดเดียวก็ได้ ” แอ็กเซลยิ้มให้ชายที่เขาถามคำถามเมื่อครู่แล้วนำยาออกมาถือเอาไว้เช่นเดิม เขาจะมอบให้ก็ต่อเมื่อตนเองได้รับคำตอบที่พอใจ


    “ ด้านหน้าคือทักษะบางอย่างที่เราไม่รู้ชื่อ เราคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นทักษะหายใจที่จะช่วยยกระดับปอด แต่ยังไม่มีใครตีความ 2 ส่วนสุดท้ายได้ ”


    “ ทักษะหายใจสินะ แล้วเสียงด้านล่างนั่นล่ะ ”


    “ เป็นเสียงต่อสู้จากพวกที่พยายามจะลงไปชั้นใต้ดิน ตอนนี้น่าจะอยู่ชั้น 13 กันแล้ว ”


    “ มีกี่ชั้นอย่างนั้นเหรอ ”


    “ ไม่มีใครรู้ว่ามันมีกี่ชั้นเพราะตั้งแต่เจอซากโบราณนี้เราก็พยายามฆ่ามอนสเตอร์เพื่อลงไปด้านล่างตลอด ”


    “ นานแค่ไหนกัน ”


    “ ตั้งแต่เจอสนามรบปฐมภูมิ ”


    แอ็กเซลทำตาโตหมายความว่าซากโบราณสถานแห่งนี้อยู่มานานกว่าร้อยปี ดูท่ากลุ่มคนที่ลงมาสำรวจที่นี่จะมองว่ามันไม่คุ้มจึงทยอยหนีจากไปที่อื่น ปล่อยให้คนที่กลายเป็นระดับ 5 เข้ามาท้าทายเรื่อยๆ


    “ แล้วทุกคนเรียกซากโบราณสถานแห่งนี้ว่าอะไร ”  โบราณสถานคือบางสิ่งบางอย่างที่อีเธอร์เอลสร้างขึ้น บางอย่างถูกสันนิษฐานว่าเป็นบ้าน บางอย่างถูกสันนิษฐานว่าเป็นสำนักงาน บางแห่งราวกับว่าเป็นพื้นที่ต้องห้ามมีการป้องกันแน่นหนา 


    “ หลายคนบอกว่าที่นี่น่าจะเป็นคอกสำหรับเลี้ยงมอนสเตอร์ จากการจัดวางของห้องที่แบ่งเป็นชั้นๆ ราวกับว่าที่นี่เป็นรังของมด ”


    แอ็กเซลพยักหน้า เขาเห็นด้วยกับความคิดนี้ ที่นี่คล้ายกับบ้านมดเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เลี้ยงมดแต่เป็นการเลี้ยงมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่ามีผิวหนังสีขาว ราวกับทรายเม็ดกลมที่นี่ 


    “ นายสงสัยอะไรอีกหรือเปล่า ” ชายสวมผ้าคลุมสีดำมองตามมือของแอ็กเซลที่ส่ายไปมา เขากลัวว่าแอ็กเซลจะเบี้ยวค่าข้อมูล


    “ ไม่แล้วพี่ชาย ขอบคุณสำหรับข้อมูล ”


    แอ็กเซลยื่นยาให้ชายที่เขาสอบถาม การไม่สร้างปัญหาใหม่เป็นเรื่องที่ดีมากกว่า หลังจากที่เขาเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้งคัดลอกเนื้อความบนผนังออกมาทั้งหมด แอ็กเซลจึงใช้ความทรงจำที่มีแปลความมัน มีหลายคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ส่วนมากเขาสามารถอ่านและเข้าใจได้ โดยเนื้อหา 2 ส่วนสุดท้ายที่หลายคนไม่เข้าใจ เขาสามารถถอดความได้เพียงแค่ 40 % เท่านั้น คงต้องกลับออกไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเพราะเขารู้สึกสนใจทักษะนี้เช่นกัน


    เท่าที่เขาแปรความทักษะนี้เกี่ยวกับการหายใจ อย่างไรก็ตามเขากลับเกิดความสงสัยว่าเหตุใดทักษะของอีเธอร์เอลถึงนำมาเขียนเอาไว้บนผนังในสถานที่ที่เป็นเหมือนบ้านมด 


    การที่ทักษะถูกบันทึกเอาไว้ในที่แห่งนี้ สิ่งที่เรียนรู้ได้จึงมีแค่กิ้งก่าตัวสีขาว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจว่ามอนสเตอร์จะเข้าใจทักษะได้เช่นไร


    เมื่อเขาเดินทางลงมาถึงชั้นที่ 8 แอ็กเซลก็เริ่มพบผู้คนกำลังนั่งพักเหนื่อย ที่นี่ยังไม่มีมอนสเตอร์อีกเช่นเคยเขาจึงเดินลงไปให้ลึกขึ้น ยิ่งลงไปลึกเขาก็พบเห็นผู้คนสวมใส่หมวกพิเศษที่สามารถรักษาสภาพอากาศรอบๆศีรษะให้ปกติได้ต่อให้จะลอยคออยู่ในอวกาศ กระทั่งเขามาถึงชั้น 12 แอ็กเซลพบว่าที่นี่มีผู้คนหลายพันกำลังยืนล้อมวงกันอยู่ใกล้กับประตูทางลงไปยังชั้น 13


    แต่ละกลุ่มที่เขาพบเห็นมีทั้งคนที่เหน็ดเหนื่อยและมีคนที่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตามมีศพแชมเปี้ยนถูกทิ้งให้เขาเห็น สภาพศพที่ตายไม่ต่างจากถูกมอนสเตอร์ต้นไม้ของเขาใช้สกิลแทงรากดูดสารอาหาร ร่างของศพแห้งเหี่ยวไร้น้ำ ไม่มีการเน่าเปื่อยแต่อย่างใด เขาจึงรู้ได้ว่าสิ่งที่อาศัยอยู่ในชั้น 13 ทำให้คนที่เดินทางลงไปถูกเล่นงานจากนั้นพวกเขาก็ถูกเม็ดทรายสีขาวสัมผัสแผลดูดของเหลวออกจากร่างจนตายในสภาพนี้


    เปรี้ยง!


    เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นส่งมาจากพื้นด้านล่าง แอ็กเซลที่เดินผ่านกลุ่มต่างๆมาถึงประตูทางเข้าชั้น 13 จึงชะโงกหน้าลงไปดูว่าสิ่งที่รออยู่มีจำนวนมากเท่าที่เขาสัมผัสผ่านเกสรหรือเปล่า 


    เมื่อใบหน้าของเขาส่งลงไปแอ็กเซลถึงขั้นเบิกตาโต จำนวนมอนสเตอร์ระดับ 5 ที่อาศัยอยู่ภายในชั้นที่ 13 มีจำนวนเยอะเป็นอย่างมาก หากเขาบุกโจมตีสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับมอนสเตอร์ในพันธะได้ราว 50 - 60 ตัว โดยไม่จำเป็นต้องล่าที่อื่น  ถ้าหากที่นี่มีชื่อผู้ทำลายสถิติเขียนอยู่หน้าทางเข้า เขาคงจะทำลายสถิตินั้นแล้วไปรับของรางวัลจากสหพันธ์


    อย่างไรก็ตามพื้นที่ระดับ 5 ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสถิติ ทุกคนที่ล่าล้วนแล้วจะต้องรักษาชีวิตตนเองให้ดี 


    เมื่อกวาดตามองออกไปรอบๆ แอ็กเซลก็กลับมาโฟกัสยังจุดเล็กๆที่อยู่ใต้ประตู ในตำแหน่งนั้นมีแสงสีฟ้าปรากฎขึ้น มันเป็นแสงจากสกิลของแชมเปี้ยนมากมายที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่เต็มห้อง แต่ละคนที่อยู่ด้านใต้พยายามป้องกันหลังให้กันและกัน อย่างไรก็ตามการต่อสู้กลับไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น มอนสเตอร์จำนวนมากที่อยู่รอบๆสามารถผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาโจมตีแชมเปี้ยนจนหลายคนถูกลากร่างออกไปฉีกกระชากจนตาย บางกลุ่มที่ทนไม่ไหวรีบบินกลับออกมา


    แอ็กเซลจึงมองดูผู้คนที่บินเข้าและออกจากชั้น 13 แต่ละคนอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก


    “ พี่ชาย ล่าที่ชั้นนี้มานานหรือยัง ”


    “ ไม่รู้  ฉันมาที่นี่ได้ 1 ปีแล้ว ทุกคนก็ยังคงล่าที่ชั้นนี้อยู่โดยไม่ขยับไปไหนเลย ”


    คิ้วของแอ็กเซลเลิกขึ้นสูง เขารู้สึกตกใจกับคำตอบ การจะล่าย่ำอยู่ที่เดิมนานเกินไป อย่างไรก็ตามมันกลับสมเหตุสมผลเพราะถ้าหากที่นี่ล่าได้ง่าย สหพันธ์คงส่งคนมาสำรวจทั้งหมดแล้ว


    แอ็กเซลจึงชะโงกหน้ามองดูการต่อสู้ของผู้คนจำนวนมากที่พยายามจะเคลียร์ชั้น 13 ต่อไป เจ้าตัวน้อยต่างก็ชะโงกดูการต่อสู้ด้วยสีหน้าตื่นตกใจเพราะมอนสเตอร์มีจำนวนเยอะมาก ต่อให้เจ้านายพวกมันจะมีลิงมากกว่าสี่หมื่นตัว มันกลับเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ในชั้น 13 


    “ ทรายสีขาวพวกนั้นไม่ได้ผลกับมันสินะ ”


    บาดแผลที่เขาเห็นบนร่างของมอนสเตอร์ไม่ถูกทรายสีขาวเล่นงาน บาดแผลที่ถูกฟาดฟันเมื่อสัมผัสกับทรายราวกับว่ามันสัมผัสกับทรายปกติ ต่างจากแชมเปี้ยน เมื่อพวกเขาบาดเจ็บและสัมผัสเข้ากับทรายจะต้องรีบเทน้ำยาฟื้นฟูราดลงไปบนแผลเพื่อขจัดทรายทิ้ง ก่อนที่มันจะดูดของเหลวบริเวณนั้นออกจากร่างจนต้องตัดส่วนนั้นทิ้งไป


    แอ็กเซลที่สังเกตการต่อสู้ทุกอย่างจนรู้ว่ามอนสเตอร์เหล่านี้มีรูปแบบโจมตีแบบใดบ้าง เขาจึงเรียกนกน้อยออกมาแล้วเกาะมันบินลงไปในชั้น 13 เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ร่อนตัวลงเหยียบพื้นดิน ทำเพียงสั่งให้นกน้อยบินไปรอบๆ ปล่อยให้มอนสเตอร์ส่วนที่ไม่ได้ต่อสู้แหงนหน้ามองเขา


    สกิลติดตามเปิดใช้งานพร้อมกับสกิลสายลมพัดผ่าน เกสรเม็ดเล็กกว่าฝุ่นเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วชั้น 13 ก่อนที่พวกมันจะถูกพัดลงไปยังชั้นที่ต่ำกว่า แอ็กเซลต้องการตรวจสอบที่นี่เพื่อดูว่ามันมีกี่ชั้นให้ลงไป 


    ท่ามกลางเกสรที่กระจายไปสัมผัสเข้ากับสิ่งที่อยู่ในชั้นที่ 14 แอ็กเซลถึงขั้นขนลุก จำนวนมอนสเตอร์ภายในนั้นมีมากกว่าชั้น 13 เมื่อเกสรพัดไปยังชั้น 15 เขาก็ตกใจเช่นเดียวกันเพราะความหนาแน่นมอนสเตอร์ไม่ต่างจากชั้นที่ 14 เลย


    ภายใต้เกสรที่พัดลงไปเรื่อยๆ แอ็กเซลก็สัมผัสได้ถึงหลายสิ่งหลายอย่างตามชั้นต่างๆ จนสุดท้ายเกสรของเขาก็ร่วงหล่นลงไปในชั้นที่ 20 โดยที่มันไม่สามารถพัดปลิวไปที่ใดได้อีก.