จารึกที่ 464 : หอคริสตัลม่วง : การค้าเจตจำนงแห่งดารา
เสียงกระซิบกระซาบที่เคยดังระงมไปทั่วลานกว้างของตลาดมืด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่นและเลื่อมใส ไม่มีผู้ใดในนครหินอุกกาบาตแห่งนี้ที่ไม่รู้จักคุณค่าของอาวุธที่แฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ ทว่าผู้ที่สามารถ 'ประทับ' กฎเกณฑ์ลงบนเศษหินด้วยนิ้วเปล่าๆ ประหนึ่งกำลังปั้นดินเหนียวนั้น พวกเขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
อาเจียนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง ชุดคลุมสีครามที่ถูกพรางด้วยอักขระซ่อนเร้นดูซอมซ่อ ทว่าบารมีที่แผ่ซ่านออกมาจากนัยน์ตาสูญตากลับกดทับผู้คนรอบด้านมิให้กล้าก้าวล่วงเข้ามา ดาบหินสีดำที่บัดนี้ทอประกายสีเทาคมกริบ วางนิ่งอยู่บนพื้นศิลาประดุจสมบัติล้ำค่าที่รอคอยเจ้าของที่คู่ควร
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากฝูงชนที่แหวกทางออก ชายร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามา ผิวของเขาเป็นสีม่วงซีดประดุจศพ ทว่าสวมชุดคลุมไหมฟ้าที่หรูหรา นัยน์ตาไร้ตาดำมีเพียงแสงสีเหลืองอำพันที่ทอประกายวาววับ เบื้องหลังของเขามีทหารองครักษ์เผ่ายักษ์ศิลาเดินตามมาสี่นาย รัศมีที่แผ่ออกมาบ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือผู้มีอำนาจในนครหินอุกกาบาต
"ท่านผู้นี้คือ เถ้าแก่ 'กู่หยวน' แห่งหอคริสตัลม่วง..." เสียงกระซิบของพ่อค้าเผ่าครึ่งงูดังแว่วมาเข้าหูเฟิงอวี้หราน
เถ้าแก่กู่หยวนเดินมาหยุดยืนห่างจากอาเจียสามก้าว เขาก้มมองดาบหินบนพื้นด้วยสายตาละโมบที่ปิดไม่มิด ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองอาเจีย รอยยิ้มการค้าก็ถูกฉาบขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว
"ข้าน้อยกู่หยวน เป็นตัวแทนของหอคริสตัลม่วง... ไม่ทราบว่าท่านผู้เจริญ มีนามว่ากระไร? และดาบเล่มนี้... ท่านตั้งใจจะนำมาประมูลที่หอของเราหรือไม่?" กู่หยวนประสานมือคารวะด้วยท่าทีนอบน้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในเมืองเถื่อนแห่งนี้
"ข้ามีนามว่า อาเจีย" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ มิได้ลุกขึ้นยืนหรือประสานมือตอบ "ส่วนดาบเล่มนี้... ข้ามิได้ตั้งใจจะนำไปประมูล ทว่าข้าต้องการใช้มันเป็น 'บัตรเชิญ' เพื่อเข้าไปชมของล้ำค่าในหอของท่าน"
กู่หยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "ท่านอาเจียช่างมีอารมณ์ขัน... ดาบที่ผสานเจตจำนงแห่งการตัดมิติได้สมบูรณ์เช่นนี้ ย่อมมีค่ามากกว่าการเป็นเพียงบัตรเชิญ ทว่าหอคริสตัลม่วงของเราก็มีกฎเกณฑ์ หากท่านต้องการชม 'ของล้ำค่า' ท่านก็ต้องมีสิ่งของที่คู่ควรมาแลกเปลี่ยน"
"ดาบเล่มนี้ เป็นเพียงเศษหินที่ข้าเก็บได้จากข้างทาง แล้วใช้เวลาชั่วจิบชาในการขัดเกลา" อาเจียลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาแม้จะน้อยกว่ากู่หยวน ทว่ารังสีอำมหิตที่กดทับลงมา กลับทำให้เถ้าแก่ผิวม่วงต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "หากท่านคิดว่ามันมีค่าเพียงเท่านี้... ข้าก็คงประเมินหอคริสตัลม่วงสูงเกินไป"
สิ้นคำกล่าว อาเจียไม่ได้ก้มลงเก็บดาบหิน ทว่าเขาหันหลังเตรียมเดินจากไป หลินซิงเสวี่ยและเฟิงอวี้หรานขยับตัวตามทันทีอย่างรู้ใจ
"ช้าก่อน! ช้าก่อนท่านอาเจีย!" กู่หยวนรีบร้องห้าม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน หากปล่อยให้ปรมาจารย์ผู้สร้างศัสตราหลุดมือไปให้หอการค้าคู่แข่ง เขาคงต้องถูกเบื้องบนลงทัณฑ์เป็นแน่ "ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! ขอท่านผู้เจริญโปรดอภัย... เชิญ! เชิญท่านและสหายทั้งสอง เข้าไปพักผ่อนและจิบชาในหอคริสตัลม่วงของข้า ข้าน้อยรับรองว่าจะนำของล้ำค่าที่สุดมาให้ท่านชมด้วยตนเอง!"
อาเจียหยุดฝีเท้า หันกลับมามองกู่หยวนด้วยหางตา "เช่นนั้นก็นำทางไป"
ชายหนุ่มตวัดนิ้วเบาๆ ดาบหินบนพื้นก็ลอยขึ้นมาตกอยู่ในมือของเฟิงอวี้หราน ก่อนที่คณะของอาเจียจะเดินตามเถ้าแก่กู่หยวน แหวกฝูงชนมุ่งหน้าสู่อาคารคริสตัลสีม่วงหม่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล
เมื่อก้าวพ้นประตูศิลาบานยักษ์เข้าสู่ภายในหอคริสตัลม่วง บรรยากาศก็แปรเปลี่ยนจากตลาดสดที่แออัด กลายเป็นความหรูหราที่แฝงด้วยความลึกลับ ภายในตกแต่งด้วยไข่มุกเรืองแสงและพรมที่ทอจากขนสัตว์เทวะ กลิ่นกำยานที่ลอยอวลช่วยปรับลมปราณให้สงบลง
กู่หยวนนำคณะของอาเจียขึ้นบันไดศิลาวน ไปสู่ห้องรับรองพิเศษชั้นบนสุด ที่ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของนครหินอุกกาบาตได้ทั้งหมด
"เชิญท่านอาเจียนั่งพัก" กู่หยวนผายมือไปยังเก้าอี้หยก ทาสรับใช้เผ่าครึ่งนกรีบนำป้านชาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาถวาย "ชานี้ต้มจาก 'น้ำค้างดารา' มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูเจตจำนงที่เหนื่อยล้า... ไม่ทราบว่าท่านอาเจียและสหาย เดินทางมาจากโลกใดหรือ? ข้าน้อยท่องดาราจักรมานาน ทว่าไม่เคยเห็นวิถีแห่งการรังสรรค์ที่บริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อน"
"ข้ามาจากที่ใด ย่อมมิใช่เรื่องสำคัญ" อาเจียจิบชาอย่างเชื่องช้า "สิ่งที่สำคัญคือ หอของท่าน มีทรัพยากรระดับใดที่จะทำให้ข้าสนใจต่างหาก"
กู่หยวนยิ้มแห้งๆ รู้ตัวว่าไม่อาจหลอกถามข้อมูลจากชายหนุ่มผู้นี้ได้ เขาตบมือสองครั้ง ทหารยักษ์ศิลาสองนายก็แบกหีบศิลาสีดำสนิทเข้ามาวางไว้กลางห้อง
"เปิดออก"
เมื่อหีบศิลาถูกเปิดออก กลิ่นอายความตายและเจตจำนงที่เกรี้ยวกราดก็ปะทุขึ้นมาทันที ภายในหีบนั้น มี 'เกล็ด' สีดำมะเมื่อมขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ วางอยู่สามชิ้น เกล็ดเหล่านั้นแผ่รังสีแห่งการทำลายล้างที่คุ้นเคยออกมา
"นี่คือเกล็ดของ 'มังกรดาราจักร'" กู่หยวนอธิบายด้วยความภาคภูมิใจ "สัตว์ร้ายระดับตำนานที่อาศัยอยู่ในทะเลความว่างเปล่า เกล็ดของมันแข็งแกร่งจนแม้แต่พายุมิติยังไม่อาจสร้างรอยขีดข่วน หากนำไปหลอมรวมกับเรือรบ หรือทำเป็นชุดเกราะ ย่อมสามารถป้องกันการโจมตีระดับข้ามผ่านมหายานได้สบาย... ไม่ทราบว่า สิ่งนี้พอจะแลกกับ 'วิชา' ประทับเจตจำนงของท่านได้หรือไม่?"
เฟิงอวี้หรานเบิกตากว้าง เกล็ดมังกรดาราจักรคือสิ่งที่มหานาวาของพวกเขาต้องการอย่างยิ่ง เพื่อเสริมความทนทานในการเดินทาง
ทว่า อาเจียกลับส่ายหน้าเบาๆ วางจอกชาลงบนโต๊ะ
"เกล็ดของสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้ว ย่อมสูญเสียเจตจำนงแห่งการฟื้นฟู มันอาจจะแข็งแกร่ง ทว่าก็เป็นเพียงวัตถุที่ตายซาก" อาเจียทอดสายตามองกู่หยวน "ท่านเถ้าแก่ ท่านคิดว่าวิถีแห่งการสร้างสรรค์ของข้า มีค่าเพียงซากศพสามชิ้นนี้งั้นหรือ?"
กู่หยวนหน้าถอดสี "เอ่อ... ท่านอาเจีย หากท่านไม่พอใจ ข้าน้อยยังมีคัมภีร์ยุทธ์จากโลกเซียนอื่น หรือศิลาปราณระดับจักรวาล..."
"ข้าไม่ต้องการคัมภีร์ หรือศิลาปราณ" อาเจียตัดบท นัยน์ตาสูญตาทอประกายเด็ดขาด "ข้าสัมผัสได้... ลึกลงไปใต้หอคริสตัลแห่งนี้ มีบางสิ่งที่แผ่กลิ่นอายของ 'กฎเกณฑ์แห่งการก่อกำเนิด' ซ่อนอยู่... สิ่งที่แม้แต่ท่านเอง ก็ไม่อาจใช้งานมันได้"
กู่หยวนสะดุ้งสุดตัว แสงสีเหลืองอำพันในดวงตาเบิกกว้าง "ทะ... ท่านรู้ได้อย่างไร! สิ่งนั้นถูกผนึกด้วยค่ายกลระดับสูงสุดของนครหินอุกกาบาต ไม่มีผู้ใดเข้าใกล้ได้!"
"ไม่มีค่ายกลใด ซ่อนเร้นเจตจำนงแห่งฟ้าดินจากข้าได้" อาเจียลุกขึ้นยืน "นำข้าไปดูสิ่งนั้น หากมันเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ ข้าจะมอบ 'แก่นแท้' ของวิถีแห่งการรังสรรค์ให้ท่านหนึ่งบท... แต่หากท่านปฏิเสธ ข้าก็จะไปหาหอการค้าอื่น"
กู่หยวนลังเลอย่างหนัก สิ่งที่อยู่ใต้ดินนั้นคือสมบัติที่หอคริสตัลม่วงขุดค้นพบจากซากดวงดาวโบราณ ทว่ามันอันตรายและไม่อาจควบคุมได้ หากปล่อยให้ชายหนุ่มผู้นี้ลองดู อาจจะเป็นผลดี... แต่ถ้าเขาทำลายมันเล่า?
"ได้... ข้าน้อยจะนำทางไป" กู่หยวนตัดสินใจเด็ดขาด ความโลภในวิถีเต๋าของอาเจียเอาชนะความหวาดกลัว "เชิญตามข้าน้อยมา ทว่าข้าน้อยต้องเตือนท่านก่อน... สิ่งนั้น อันตรายเกินกว่าที่ผู้ใดจะประเมินได้"
กู่หยวนนำคณะของอาเจียเดินลงไปใต้ดิน ผ่านค่ายกลสกัดกั้นนับสิบชั้น ยิ่งลึกลงไป กลิ่นอายความอึดอัดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันมิใช่รังสีฆ่าฟัน ทว่ามันคือพลังชีวิตที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออก
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงโถงใต้ดินที่กว้างขวาง ใจกลางโถงนั้น มีก้อนคริสตัลใสขนาดเท่าสระน้ำขนาดย่อมตั้งอยู่ และภายในคริสตัลนั้น... มี 'ก้อนดิน' สีดำสนิทก้อนหนึ่ง ลอยนิ่งอยู่ตรงกลาง
ก้อนดินนั้นดูธรรมดาสามัญ ทว่ารอบๆ มันกลับมีการเกิดดับของพืชพรรณและสสารขนาดจิ๋วอยู่ตลอดเวลา ประหนึ่งว่ามันคือรากฐานของการก่อกำเนิดสรรพสิ่ง!
"นี่คือ 'ดินบรรพกาล'" กู่หยวนอธิบายเสียงสั่น "ดินหยิบมือแรกที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับจักรวาล มันแฝงไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการสร้างสรรค์อันบ้าคลั่ง หากนำมันออกจากคริสตัล มันจะดึงดูดและแปรสภาพทุกสิ่งที่สัมผัสให้กลายเป็นฝุ่นผง เพื่อนำไปสร้างสิ่งใหม่... เราสูญเสียยอดฝีมือไปนับร้อย เพียงเพื่อผนึกมันไว้ที่นี่"
หลินซิงเสวี่ยเบิกตากว้าง ปราณพฤกษาในตันเถียนของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง "ดินบรรพกาล... หากข้าได้มันมาผสานกับพฤกษาเซียนสูญตา... วิถีแห่งการก่อกำเนิดของข้า จะก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกเซียนได้อย่างสมบูรณ์!"
อาเจียทอดสายตามองก้อนดินในคริสตัล รอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรก
"ท่านเถ้าแก่... ท่านประเมินข้าต่ำไปจริงๆ" อาเจียก้าวเข้าไปใกล้คริสตัล "สิ่งที่ท่านมองว่าเป็นหายนะ ข้ากลับมองเห็นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น... ข้าจะรับก้อนดินนี้ไว้ ส่วนของตอบแทน..."
ชายหนุ่มไม่ได้หยิบพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลออกมา ทว่าเขายกมือขวาขึ้น ขีดเขียนอักขระ 'ก่อรูป' (形) และ 'สถิต' (存) ลงบนอากาศธาตุ ก่อนจะผลักมันให้ลอยไปประทับที่กลางหน้าผากของกู่หยวน!
วิ้งงงง!
อักขระสีเทาประกายทองซึมซาบเข้าสู่จิตวิญญาณของเถ้าแก่เผ่าผิวม่วง กู่หยวนเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความปีติสุดขีด เขาไม่ได้สูญเสียพลัง ทว่าความเข้าใจในวิถีแห่งการรังสรรค์ที่เขาไม่เคยเอื้อมถึง บัดนี้ถูก 'ประทับ' ลงในสมองโดยตรง!
"นี่มัน... นี่มันคือความลับของการสร้างศัสตรา!" กู่หยวนคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสั่นเทา "ขอบคุณท่านอาเจีย! ข้าน้อยกู่หยวน จะไม่ลืมพระคุณของท่านเลย!"
"เก็บความซาบซึ้งของท่านไว้เถิด ข้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว"
อาเจียหันกลับมาหาก้อนคริสตัล เขาไม่รอให้กู่หยวนปลดผนึก ทว่าเขาตวัดมือขวาใช้วิถีสูญญตา 'ละลาย' คริสตัลนั้นออกอย่างช้าๆ
ทันทีที่ดินบรรพกาลสัมผัสกับอากาศ กลิ่นอายแห่งการกลืนกินและสร้างสรรค์ก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หมายจะแปรสภาพทุกสิ่งในโถงใต้ดิน!
"ซิงเสวี่ย... รับไป!" อาเจียตวาดก้อง
หลินซิงเสวี่ยไม่ลังเล นางกางฝ่ามือออก ปลดปล่อยปราณพฤกษาเซียนสูญตาที่บริสุทธิ์ที่สุด เข้าโอบอุ้มก้อนดินบรรพกาล การปะทะกันของการก่อกำเนิดทั้งสองรูปแบบ เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ณ ใจกลางหอการค้าแห่งดาราจักร!
ราชันหมื่นอักขระไม่ได้มาเพียงเพื่อซื้อขาย ทว่าเขามากวาดต้อนทรัพยากรระดับจักรวาล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง!