มู่เฉินในฝูงชนมองร่างสูงใหญ่สง่างามด้วยความชื่นชมผู้นำตระกูลช่างสง่างามเหลือเกิน สามารถทำลายล้างถ้ำหลิงซูได้ด้วยตัวคนเดียวไม่เหมือนกับตนเองที่ต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเป็นเดือนๆกว่าจะทะลวงสู่ระดับแก่นปราณได้
"ศิษย์เอ๋ยดูเหมือนเป้าหมายที่เจ้าต้องไล่ตามจะยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ แล้วนะผู้นำตระกูลของเจ้าไม่ธรรมดาตอนนี้พลังฝึกตนของเขาไม่ต่ำกว่าระดับถ้ำสวรรค์ขั้นต้นเลย" เสียงของปรมาจารย์วิญญาณดังขึ้นในหัวของมู่เฉิน
มู่เฉินยิ้มบางๆดวงตาเปล่งประกายไม่ยอมแพ้
ไม่นานหลังจากมู่เสินฉวนประกาศเรื่องต่างๆเสร็จสิ้น เหล่าสมาชิกตระกูลนับหมื่นคนก็แยกย้ายกันกลับไปเก็บสัมภาระเตรียมตัวสำหรับการย้ายถิ่นฐานในวันรุ่งขึ้น
ส่วนมู่เสินฉวนก็ยังคงวุ่นวายอยู่กับการจัดการเรื่องต่างๆในโถงประจำตระกูล พวกเขาไม่อาจทิ้งฐานที่มั่นในเมืองชิงหยุนได้ง่ายๆ ทั้งเหมืองแร่ กิจการในเมืองไร่นา ตลาด และอื่นๆ อีกมากมายล้วนต้องการคนดูแล
หลังจากการปรึกษาหารือกันอย่างยาวนานเหล่าผู้อาวุโสก็ตัดสินใจที่จะให้สมาชิกตระกูลที่มีพลังฝึกตนธรรมดาและผู้สูงอายุบางส่วนอยู่ประจำการที่เมืองชิงหยุนต่อไปแน่นอนว่าจะมีค่าตอบแทนให้ทุกปี นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการย้ายโถงบรรพบุรุษและศาลเจ้าต่างๆ อีกด้วย...
จนดึกดื่นเหล่าผู้อาวุโสจึงได้กลับไปพัก
รุ่งเช้าวันต่อมา
สมาชิกตระกูลมู่ทั้งหมดก็เดินทางไปยังที่อยู่แห่งใหม่เมื่อมาถึง ทุกคนต่างตะลึงงันกับทิวทัศน์เบื้องหน้าที่แห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มีภูเขาสลับซับซ้อน แม่น้ำใสสะอาด และต้นไม้เก่าแก่สูงใหญ่ยืนต้นตระหง่านราวกับเป็นดินแดนแห่งเทพเซียนอย่างแท้จริง
บรรดาผู้อาวุโสต่างยุ่งอยู่กับการจัดการให้สมาชิกตระกูลแต่ละสายเข้าประจำตำแหน่งตามยอดเขาต่างๆและตรวจสอบจัดประเภทสมบัติที่เหลืออยู่ของถ้ำหลิงซู ซึ่งงานทุกอย่างนั้นล้วนซับซ้อนและยุ่งยาก
ในขณะนั้น
มู่เสินฉวนยืนกอดอกอยู่บนยอดเขาสูงสุดมองลงไปยังวิหารและตำหนักเบื้องล่าง
[ติ๊งภารกิจตระกูลสำเร็จแล้ว กำลังส่งรางวัล...]
[รางวัลชุดวงเวทรวบรวมปราณระดับ 7]
[รางวัลชุดวงเวทคุ้มครองตระกูลระดับ 5 (ผู้ฝึกตนที่ไม่ถึงระดับถ้ำสวรรค์ไม่อาจทำลายได้)]
[รางวัล สัตว์อสูรคุ้มครองตระกูล ราชันย์วิหคสวรรค์ 10 ตัวและแรดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ 10 ตัว]
[โชคตระกูลเพิ่มขึ้น20,000 คะแนน]
[คุณสมบัติการฝึกฝนและความเข้าใจของสมาชิกตระกูลทุกคนเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นต่อเนื่องในหัวของมู่เสินฉวน
มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยรางวัลสำหรับภารกิจย้ายตระกูลครั้งนี้ช่างมากมายเหลือเกิน ไม่เพียงแต่มีชุดวงเวทรวบรวมปราณและสัตว์อสูรคุ้มครองเท่านั้น คุณสมบัติของสมาชิกตระกูลยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย จากระดับต่ำเป็นระดับกลางจากระดับกลางเป็นระดับสูง สำหรับมู่เฉินที่มีคุณสมบัติระดับสูงอยู่แล้ว ก็ได้กลายเป็นระดับอัจฉริยะโดยสมบูรณ์สามารถเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง
มู่เสินฉวนคิดในใจ
สัตว์อสูรร้ายทั้ง 20 ตัวก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆเขา
ราชันย์วิหคสวรรค์ สัตว์อสูรระดับตำหนักม่วงขั้นต้น มีสายเลือดของวิหคบรรพกาลโบราณอยู่เล็กน้อยเคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายลม เหมาะที่จะเป็นสัตว์อสูรพาหนะ
แรดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ สัตว์อสูรระดับตำหนักม่วงขั้นกลาง มีนิสัยอ่อนโยน ไม่ชื่นชอบการต่อสู้ เหมาะที่จะเป็นสัตว์อสูรเฝ้าบ้าน
ในเวลานี้ดวงตาของพวกมันเปล่งประกาย มีท่าทีเป็นมิตรกับมู่เสินฉวนดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกฝึกฝนมาแล้ว และมีความสนิทสนมกับสายเลือดของตระกูลมู่
ไม่นานจากนั้น...
มู่เสินฉวนก็เรียกมู่ชิงหยุนผู้อาวุโสใหญ่มาพบ
มู่ชิงหยุนรู้สึกตกตะลึงกับสัตว์อสูรระดับตำหนักม่วงทั้ง 20 ตัว และได้รับคำสั่งให้พาพวกมันไปจัดการเรื่องที่อยู่ให้เรียบร้อย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นในวันข้างหน้า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ผู้นำตระกูลอย่างเขาจัดการด้วยตนเอง...
...
ข่าวการล่มสลายของถ้ำหลิงซูและการที่ตระกูลมู่เข้ายึดครองพื้นที่เดิมของถ้ำหลิงซูได้แพร่กระจายไปทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยนในเวลาอันรวดเร็วบรรดาผู้มีอำนาจระดับสูงต่างตกตะลึงกับข่าวนี้
บุคคลเพียงคนเดียวสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงได้ถึงหกคน อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังเป็นฉางชิวเต้าผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นที่เก้าอีกด้วย ฉางชิวเต้าเป็นผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียงมานานหลายปี มีพลังฝึกตนที่ลึกล้ำยากคาดเดา ไม่เพียงแต่มีอาวุธวิเศษเท่านั้นแต่ยังเข้าใจแก่นแท้ของพลังควบคุมน้ำแข็งอีก แม้เทียบกับบรรดาผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ในราชวงศ์ต้าเยี่ยนเขาก็ยังถือว่าเป็นระดับแนวหน้า แต่กลับถูกสังหารโดยผู้นำตระกูลที่ไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม
หรือว่า... เขาผู้นั้นจะก้าวเข้าสู่ระดับถ้ำสวรรค์แล้ว?
ตระกูลมู่ มู่เสินฉวน!
ชื่อนี้และตระกูลนี้
ได้กลายเป็นที่จดจำของเหล่าผู้ฝึกตนจำนวนมาก
ดูเหมือนว่าตระกูลที่รุ่งเรืองกำลังจะผงาดขึ้นมาแล้ว...
...
พระราชวังต้าเยี่ยน
"มู่เสินฉวน...น่าสนใจ ราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเราไม่ได้มีผู้ฝึกตนระดับถ้ำสวรรค์มานานหลายปีแล้ว เป็นเรื่องดีที่จะดึงเขามาเป็นพวกเดียวกับเรา"จักรพรรดิต้าเยี่ยนวางแผ่นหยกในมือลง ดวงตาเปล่งประกาย
"ฝ่าบาทจะส่งคนไปเยี่ยมเยียนเขาหรือไม่?" เงาดำปรากฏขึ้นที่มุมห้องโถงเอ่ยถามออกมา
จักรพรรดิต้าเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือ
"ไม่จำเป็นการทำเช่นนั้นจะทำให้ราชวงศ์ของเราดูจงใจเกินไป สำนักเรียนหลวงจะเปิดอีกครั้งในอีกหนึ่งปีข้างหน้าในเมื่อพวกเขายึดครองถ้ำหลิงซูได้แล้ว ก็ยกสิทธิพิเศษเหล่านั้นแก่พวกเขาไปถือเป็นการสร้างบุญกุศล"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!"