ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 90 : กับดักซ้อนกล

    จารึกที่ 90 : กับดักซ้อนกล : การเอาคืนของคนขี้งก



    ณ ปากทางเข้าเหมืองร้างหุบเขาหมอก

    บรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว


    'กุ่ยโส่ว' (หัตถ์ผี) ที่บัดนี้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับกุ้งต้มจากผลข้างเคียงของวิชามาร 'ระเบิดโลหิต' ยืนหอบหายใจพ่นไอร้อนออกมาทางจมูก ดวงตาของมันแดงฉานไร้แววของมนุษย์ เหลือเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กระหายเลือด


    "ตาย... พวกแกทุกคนต้องตาย!"


    เสียงคำรามของมันแหบพร่าแต่น่าขนลุก ร่างกายที่เคยบาดเจ็บถูกพลังมารกระตุ้นจนลืมความเจ็บปวด พละกำลังและความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

    ฟุ่บ!


    ร่างของกุ่ยโส่วหายวับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงรอยแตกบนพื้นดินที่มันเคยยืนอยู่


    "เร็วมาก!" เฟิงอี้หรานอุทานเสียงหลง รีบหดหัวกลับไปหลังก้อนหิน


    "อาเจีย! 9 นาฬิกา!" เสียงมู่เฉินเตือนลั่น


    ไม่ทันสิ้นเสียงเตือน กรงเล็บจักรกลที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีเลือดก็พุ่งเข้ามาทางด้านซ้ายของ เจ้าสัว ราวกับสายฟ้าฟาด


    เปรี้ยง!


    เจ้าสัวยกแขนขึ้นกันได้ทัน แต่แรงกระแทกครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมมหาศาล ร่างหุ่นเชิดหนักอึ้งไถลพรืดไปกับพื้นดินเกือบสิบก้าว ทิ้งรอยไถลเป็นทางยาว


    "อูย..." อาเจียซู้ดปากด้วยความเจ็บปวด (ใจ) เมื่อเห็นสะเก็ดหินกระเด็นใส่ผิวหยกทมิฬของเจ้าสัว


    "เบาๆ หน่อยโว้ย! นั่นหยกทมิฬเกรดเอ! ขีดข่วนนิดเดียวราคาตกนะเว้ย!" อาเจียตะโกนด่ากุ่ยโส่วหน้าดำหน้าแดง "เจ้ารู้ไหมว่าค่าขัดเงาครั้งละกี่ตำลึง!"


    แต่กุ่ยโส่วในโหมดคลุ้มคลั่งไม่ฟังเสียงนกเสียงกา มันพุ่งเข้าโจมตีต่อเนื่องราวกับพายุบ้าคลั่ง


    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


    เจ้าสัวทำได้เพียงตั้งรับและปัดป้อง อาเจียกัดฟันกรอด สมองดีดลูกคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว


    'ความเร็วของมันตอนนี้เหนือกว่าเจ้าสัวในโหมดต่อสู้ปกติ... ถ้าจะตามความเร็วให้ทัน ต้องปลดล็อกลิมิตเตอร์เป็นระดับ 2 .. แต่แบบนั้นจะกินพลังงาน 50 ส่วนในพริบตา! ค่าเติมพลังงานเท่ากับเงินเก็บข้าทั้งเดือน!'


    "ไม่ได้การ... ขืนสู้ด้วยกำลัง มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง!"


    อาเจียตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันที ดวงตาเจ้าเล่ห์หรี่ลง


    "เจ้าสัว! โหมดป้องกัน : ป้อมปราการหินผา!"


    สิ้นเสียงสั่ง เจ้าสัวกระทืบเท้าลงพื้น ตึง! อักขระสีทองไหลลงสู่เท้า เชื่อมต่อกับพื้นดิน สร้างม่านพลังธาตุดินขึ้นมาคลุมร่าง ยืนปักหลักแน่นราวกับภูเขา ไม่ขยับเขยื้อน ยอมเป็นกระสอบทรายให้กุ่ยโส่วทุบตี


    ปัง! ปัง! ปัง!


    กุ่ยโส่วระดมโจมตีใส่ไม่ยั้ง แต่ม่านพลังหินผาก็รับไว้ได้ แม้จะเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นเรื่อยๆ


    "ฮ่าฮ่าฮ่า! กันได้ก็กันไป! ข้าจะทุบจนกว่าแกจะแหลกเป็นผุยผง!" กุ่ยโส่วหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง


    หารู้ไม่ว่า... ในขณะที่สายตาของมันจับจ้องอยู่แต่เจ้าสัว อาเจียที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ได้ยืนเฉยๆ


    นิ้วมือทั้งสิบของอาเจียขยับไหวระริกราวกับกำลังดีดพิณที่มองไม่เห็น


    วิชา : เส้นด้ายวิญญาณ ถูกใช้งานอย่างเงียบเชียบที่สุด


    เส้นด้ายปราณที่โปร่งใสและบางเบายิ่งกว่าเส้นไหม ถูกถักทอออกมาจากปลายนิ้วของอาเจียอย่างต่อเนื่อง เขาอาศัยจังหวะที่ฝุ่นตลบจากการโจมตีของกุ่ยโส่ว ส่งเส้นด้ายพวกนี้เลื้อยไปตามพื้นดิน ลอดผ่านก้อนหิน พันรอบตอไม้แห้งตาย และโยงไปมาระหว่างเสาหินรอบๆ ตัวกุ่ยโส่ว


    หนึ่งเส้น... สองเส้น... สิบเส้น... ร้อยเส้น...


    อาเจียกำลังสร้าง 'ใยแมงมุมที่มองไม่เห็น' ล้อมรอบสนามรบเอาไว้!


    "เจ้าถุงเงิน..." อาเจียกระซิบเสียงเบาหวิว


    เจ้าแมงมุมทมิฬที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดบนยอดไม้เหนือศีรษะกุ่ยโส่ว สั่นหนวดรับคำสั่ง มันค่อยๆ หย่อนก้นลงมา ปล่อยใยเหนียวพิเศษผสมลงไปกับเส้นด้ายวิญญาณของอาเจีย เพื่อเพิ่มความเหนียวแน่นระดับที่ช้างสารยังดิ้นไม่หลุด


    ทางด้านกุ่ยโส่ว เมื่อเห็นว่าเจ้าสัวเอาแต่ตั้งรับ มันก็ยิ่งได้ใจ


    "หมดน้ำยาแล้วรึไง! งั้นก็ตายซะเถอะ!"


    มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย หวังจะใช้กรงเล็บแทงทะลุหัวใจของหุ่นเชิด


    "วิชามาร : กรงเล็บโลหิตสังหาร!"


    กุ่ยโส่วดีดตัวพุ่งเข้าใส่เจ้าสัวด้วยความเร็วสูงสุด ร่างกลายเป็นศรโลหิตพุ่งทะลวงอากาศ


    แต่ทว่า...


    กึก!


    จู่ๆ ร่างของกุ่ยโส่วก็กระตุกกลางอากาศ ราวกับแมลงวันที่บินไปติดใยแมงมุม


    เส้นด้ายวิญญาณนับร้อยเส้นที่อาเจียวางกลไกไว้รอบทิศทาง ถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันเมื่อกุ่ยโส่วก้าวล่วงล้ำเข้ามาใน 'โซนสังหาร'


    "อะไรกัน!"


    กุ่ยโส่วเบิกตากว้าง มองไม่เห็นสิ่งใด แต่รู้สึกได้ถึงแรงรัดมหาศาลที่ข้อมือ ข้อเท้า และลำคอ เส้นด้ายปราณที่คมกริบบาดลึกลงไปในเนื้อหนังที่อาบด้วยพลังมาร เลือดสีแดงคล้ำไหลซึมออกมา


    "ตอนนี้แหละ! ดึง!" อาเจียตะโกนลั่น กำมือกระชากเส้นด้ายเข้าหาตัว


    ร่างของนักฆ่าผู้บ้าคลั่งถูกตรึงค้างอยู่กลางอากาศ แขนขากางออกเป็นรูปตัวใหญ่ (大) ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้


    "แก! ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์! แกทำอะไรกับข้า!" กุ่ยโส่วดิ้นพล่าน แต่ยิ่งดิ้น เส้นด้ายวิญญาณที่ผสานกับใยแมงมุมทมิฬก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น


    "ข้าไม่ได้เจ้าเล่ห์..." อาเจียเดินยิ้มกริ่มออกมาจากหลังเจ้าสัว ควงมีดสั้นในมือเล่น "ข้าแค่... รู้จักบริหารต้นทุน"


    "การสู้กับคนบ้าพลังอย่างเจ้าตรงๆ มันเปลืองทรัพยากร... สู้ใช้สมองวางกับดัก ประหยัดกว่าเยอะ"


    อาเจียดีดนิ้วหนึ่งครั้ง


    "เจ้าถุงเงิน! บุฟเฟต์!"


    ฟุ่บ!


    เจ้าแมงมุมทมิฬทิ้งตัวลงมาจากด้านบน เกาะหมับเข้าที่ต้นคอของกุ่ยโส่วที่ไร้การป้องกัน เขี้ยวพิษสีม่วงคล้ำฝังจมลึกลงไปในเส้นเลือดใหญ่ทันที


    "อ๊ากกกกก!"


    กุ่ยโส่วกรีดร้องโหยหวน พิษประสาทของแมงมุมทมิฬแล่นเข้าสู่สมองและหัวใจอย่างรวดเร็ว ผสานกับผลข้างเคียงของวิชาระเบิดโลหิต ทำให้ร่างกายของมันกระตุกเกร็ง ตาเหลือกขึ้น


    พลังมารสีแดงค่อยๆ จางหายไป ร่างกายเริ่มชาหนึบจนขยับไม่ได้


    "จบเกม" อาเจียกล่าวเสียงเรียบ


    เขาหันไปพยักหน้าให้เจ้าสัว


    "เจ้าสัว... ปิดบัญชี แบบประหยัดพลังงานนะ เอาแค่หมัดเดียวพอ"


    เจ้าสัวพยักหน้ารับรู้ มันเดินเข้าไปหาร่างที่ห้อยต่องแต่งของกุ่ยโส่ว ง้างหมัดขวาขึ้นช้าๆ รวบรวมพลังปฐพีไว้ที่จุดเดียว


    เฟิงอี้หรานที่แอบมองอยู่หลังก้อนหิน กลืนน้ำลายเอือก


    "กับดักซ้อนกล... ใช้หุ่นเชิดล่อเป้า แล้วใช้เส้นด้ายที่มองไม่เห็นดักจับ... แถมยังใช้สัตว์อสูรปิดงาน..."


    เฟิงอี้หรานมองแผ่นหลังของอาเจียด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป


    "อาเจีย... เจ้านี่มันไม่ใช่แค่คนงก... แต่เป็นปีศาจวางแผนชัดๆ!"


    เปรี้ยง!


    หมัดของเจ้าสัวกระแทกเข้าที่กลางอกของกุ่ยโส่ว ส่งร่างนักฆ่าปลิวไปติดผนังถ้ำ ยุติการต่อสู้อันดุเดือดลงในที่สุด


    อาเจียยืนมองผลงานด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูเจ้าสัว


    "ไหนดูซิ... ถลอกตรงไหนบ้าง? โธ่... ตรงศอกนี่เป็นรอยแมวข่วนเลย! ต้องใช้ผงหยกกี่กรัมเนี่ย!"


    เสียงบ่นเรื่องเงินของอาเจีย ดังกลบเสียงครวญครางสุดท้ายของนักฆ่าไปจนหมดสิ้น...

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน