“เธอเป็ลูกศิษย์ของผมฉะนั้น... ผมมีหน้าที่ปกป้องเธอจนกว่าเธอจะสามารถปกป้องตัวเองได้ เอฟ...”
ชายคนหนึ่งกล่าวเอาไว้ หลังจากที่ตบหน้าเธอที่บอกว่าอยากตาย ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้วความเ็ปที่แก้มแล่นผ่านไปทั่วร่าง แต่มันก็อบอุ่น.....
ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาดูแลเด็กไม่ได้เื่อย่างเธออยู่แล้วเขาไม่ได้้าคนที่จะเรียกกับเขา แต่้าให้มีชีวิตรอด...ให้ใช้ชีวิตอย่างงดงาม... และภาคภูมิไปกับอุดมการณ์ของตนเอง....
ฉัน... เอฟ...
ถึงภายนอกจากมีร่างเป็เด็ก10ขวบแต่ก็มีอายุมากพอสมควร มีเื่อะไรหลายๆอย่างกับร่างทำให้มีรูปลักษณ์แบบนี้ถ้าจะสรุปก็คงประมาณนั้น
เคยละทิ้งความหวังทั้งหมดกลายเป็ปลาตายไม่ทำอะไรสักอย่าง...
รู้สึกน่าอายชะมัดเลย... บ่นออกมาได้ว่าอยากตายๆ
นั่นมันเป็เื่สมัยก่อนแหละนะในตอนนั้นฉันเสียพ่อแม่ไปอย่างกระทันหันและรวมถึงคนที่รู้จักและจงรักภัคดีไปทั้งหมด ตัวฉันในตอนนั้นยังเด็กมาก...
เพราะถูกเลี้ยงแบบมีความสุขจากพ่อแม่พอได้เผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริงมันก็ทำให้ฉันใจแทบสลาย... และคนที่เอื้อมมือเข้ามาช่วยฉันที่กำลังหมดอาลัยตายอยากก็คือชายผมสีน้ำเงิน...
ความรู้สึกทื่อนั่นฉันจำมันได้ดี...
เขาพูดออกมา... ว่า ‘พ่อของเธอฝากเธอไว้กับฉัน ดั่งนั้น เธอคือลูกศิษย์ของฉัน......’
ถึงจะมีนิสัยเสียที่เป็คนไม่ถนอมน้ำใจ และยังเป็ทำคนหน้าเหนื่อยหน่ายออกมาได้อย่างน่ามั่นไสมาก...แต่ก็เป็คนที่พึ่งพาได้อย่างมากทำอะไรเกินตัวแล้วก็ฉลาดหลักแหลม ปรารถนาในสิ่งที่ดีงามแต่ก็ไม่ได้โลกสวยจนไม่รู้ความ...
บอกว่าถ้าเป็ลูกศิษย์แล้วก็ต้องปกป้อง เพราะนั้นเป็หน้าที่ของอาจารย์ เพื่อให้ศิษย์เติบโตขึ้นได้...เป็คนที่สุดยอดจริงๆนั้นแหละ...
แต่แน่นอนแหละ...
พูดมากขนาดนั้นแล้วก็เถอะ....
คิดว่าคงจะเป็ตัวละครที่มาใหม่อย่างเป็อาจารย์ที่จะมาเป็คู่แข่งกับอาจารย์สุดห่วยคนนั้นแล้วก็มีเื่วุ่นวายแบบนั้นใช่ไหม.... นั้นก็ฟังดูเป็เื่ราวที่ไม่เลวนะการแข่งของอาจารย์เหรอ.....
เปล่า...
ไม่ได้มีตัวละครใหม่อะไรอีกทั้งนั้นนั่นแหละ....มีก็แต่ อาจารย์สุดห่วยแตกนั้นแหละ
โลกของเรามันก็ช่างเล่นตลกได้จริงๆ....
“นายท่านเอาข้าวกลางวันมาให้แล้วค่ะ”
ใช่...ต่างจากเมื่อก่อน แต่ไม่เปลี่ยนไปเลย หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นหลังจากที่หนีออกมาจากแดนปีศาจ ก็ทำตัวซังกะตายอยู่ตลอด
ให้ตายสิ...
ให้ตายสิ.....
ไอ้เ้านายงี่เง่า!
“นั้นสินะ โทษทีนะ วางไว้ตรงนั่นนั้นแหละเดียวฉันจัดการเอง...”
ท่าทางแบบนั้นโคตรน่าหงุดหงิดเลยเว้ย! นี่ถ้าไม่ใช่เ้านายคงะโทีบมันไปแล้ว
ขณะที่ชายคนหนึ่ง ที่ดูโทรมๆแต่ชุดกลับมีความสะอาดสะอ้านอย่างขัดแย่ง ดวงตาเหนื่อยล้า เส้นผมหยิกๆและยุ่งไปหมด
ในมือก็หมุนลูกบาศก์ปริศนามันเป็เกมที่คนทั่วไปไม่ก่อยจะสามารถแก้ได้เท่าไรแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ใช่ของยากอะไร แค่หมุนให้หน้าทั้ง6มีสีเดียวกันสำหรับโมลต้า เคยเล่นมันตอนสมัยเด็กมามากกว่าพันครั้งแล้ว แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วก็ไม่ควรที่จับมันอีกเสียเท่าไร...
เป็สภาพที่น่าหงุดหงิด...
โคตรหงุดหงิดเลย
“วันหลังก่อนออกจากบ้านก็ช่วยตรวจสอบว่าลืมอะไรก่อนหรือเปล่าเถอะค่ะถึงร่างกายของนายท่านจะพิเศษ แต่การกินอาหารไม่ใช่สิ่งที่เติมเต็มร่างกายแต่มันยังเติมเต็มจิตใจด้วยนะคะ”
การกินไม่ใช่แค่เพื่อให้มีพลังกายแต่ช่วยเยียวยาจิตใจ และเติมเต็มความ้าของเรา
“ไร้สาระน่า น่ารำคราญชะมัดเอาแต่พูดแบบนั้นอยู่ได้”
โมลต้าบ่นอุบอิบในปากเพราะร่างกายที่พิเศษกว่าคนอื่นๆโมลต้าไม่จำเป็ที่จะต้องทานอาหารก็มีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์ที่จริงก่อนที่เขาจะมาเป็อย่างนี้เขาเคยเป็คนที่ให้ความสำคัญกับอาหารมากคนหนึ่ง...
ก็ไอ้คนที่สอนเอฟเกี่ยวกับคุณค่าของอาหารก็เขาเนี่ยแหละ
เมื่อก่อน... ใช่ เมื่อก่อนก่อนที่เขาจะผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้นและหนีออกมาจากแดนปีศาจ...
“แล้วเธอไปทำอะไรมาล่ะ?”
“ฉันลองดูคนที่ท่านฟอเรนบอกว่าน่าสนใจ มาค่ะเท่าที่ฉันดูแบบผ่านๆ ฉันว่าเธอมีคุณสมบัติมากพอ...”
เอฟเป็คนที่ติดต่อกับฟอเรนเป็การส่วนตัวโดยทั่วไปแล้วผู้กล้าจะมีผู้ติดตามคอยช่วยเหลือ แต่กรณีของฟอเรนคือยังไม่มีผู้ติดตามเลยสักคนที่จริงเอฟก็เคยถูกขอร้องไปช่วยฟอเรนเป็ครั้งคราวแต่เพราะมีหน้าที่ที่ต้องดูแลโมลต้าด้วย เลยไม่ได้ทำงานกับฟอเรนเป็ประจำ
แต่ถึงอย่างนั้น เด็กสาวในชุดเมดคนนี้ก็เป็เพื่อนกับฟอเรน และยังเป็ที่ยอมรับในเื่ของฝีมือการต่อสู้ว่าอยู่ในระดับเดียวกับฟอเรนอีกด้วย
ถ้าฟอเรนเสนอชื่อของเอฟไปทางอาณาจักรเอฟอาจจะได้เป็ผู้กล้าอีกคน แต่เอฟก็เลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้นเธอ้าดูแลอาจารย์ที่เธอเคารพนับถือ....
หรืออย่างน้อยก็เคยน่ะนะ
“ฉันว่านายท่าน น่าจะลองฝึกเธอดูนะคะ”
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคนไหน แต่ของปฏิเสธสอนไปก็ไม่มีความหมายหรอก... สุดท้ายก็แค่เื่ไร้สาระนั้นแหละ”
“เลิกพูดแบบนั้นเถอะค่ะ”
“ไม่มีประโยชน์หรอก...ถ้าช่วยได้หนึ่งก็จะมีคนตายอีกหนึ่ง... ผมทำอะไรไป ความจริงก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก...เพราะโลกนี้มันเป็เสียอย่างนี้.....”
เอฟรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...
ทำไมอาจารย์ที่เคยยึดมั่นในการสอนและอุดมคติถึงได้กลายเป็เสียแบบนี้...
เพราะเมื่อ3ปีก่อนนั่น....
เอฟเห็นสภาพอันน่าอดสู่ของโมลต้าได้ดี...ดวงตาแข็งกระด้างเหมือนปลาตาย พึมพำอะไรบ้างอย่างเหมือนคนไร้สติแม้จะพยายามข่มตาหลับก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
ถึงเอฟจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ก็มีคนที่เล่าเหตุการณ์อยู่............
“โซเฟเรีย รุมทาเรีย ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไรก็ลองหาเธอดูแล้วกันแล้วก็....”
เอฟเด็กสาวในชุดเมดกล่าวทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“ช่วยสอนเด็กนักเรียนเสียทีเถอะค่ะให้ได้เสี้ยวหนึ่งของเมื่อก่อนก็ได้ค่ะ”
เมื่อก่อน โมลต้าคือชายที่ได้รับการยอมรับแต่ตอนนี้ก็ได้แต่ทำตัวงี่เง่า มันก็เป็ธรรมดาที่เอฟจะไม่พอใจ
“ครับๆ จะพยายาม”
โมลต้าพูดส่งๆ โดยที่ในมือโยนของเล่นปริศนาไปมาด้วยท่าทีซังกะตาย
จะให้สอนเด็กนักเรียนอย่างนั้นเหรอ...
คิดอะไร... ไม่มีทางหรอกเื่แบบนั้นน่ะผมไม่คิดจะทำอยู่แล้ว.....
“ท่านฟอเรน นายท่านดูเหมือนว่าจะไม่มีทางที่เขาจะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้เลย”
“เฮอ... ในตอนนี้สถานการณ์ที่ชายแดนยังสงบอยู่แต่ถ้าเกิดปัญหาก็เป็ไปได้สูงที่ฉันจะถูกเรียกตัว...”
สถานการณ์ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่สู้ดีเสียเท่าไรเพราะถ้าเป็ไปได้ฟอเรนอยากจะให้มีความสงบมาแก่ทั้งสองฝ่ายเสียมากกว่าและผู้กล้าส่วนใหญ่ในยุคนี้ก็คิดอย่างนั้นเสียด้วยส่วนพวกจอมมารเองก็มีบ้างคนที่คิดแบบนั้น...
ถ้าทางราชวงศ์สามารถเห็นด้วยได้อีกสันติก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม
แต่ฟอเรนรู้จักราชวงศ์ส่วนใหญ่แล้วก็เป็พวกบ้าอำนาจที่ให้ปีศาจเป็เครื่องมือในการสร้างความนิยม พวกควบคุมอาณาจักรมนุษย์ให้อยู่ใต้อาณัติ...
“โมลต้าเป็กุญแจสำคัญ ถ้าหมอนั้นเองจริงมันก็มากพอที่จะโค่นราชวงศ์ได้..... เพราะหมอนั้น มีความชอบธรรมอยู่...”
ราชวงศ์สืบทอดโดยสายเื...แต่การผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ ก็สามารถเป็ไปได้ ด้วยการมอบความชอบธรรมโดยราชวงศ์เก่าซึ่งมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นมากหรอก....
“ก็รู้อยู่หรอกนะว่าการปฏิวัติน่ะมันจะง่ายแบบพลิกฝ่ามือ ถ้าเ้าโมลต้ามันจริงจังแล้วก็รวบพวกลูกศิษย์ฝั่งมนุษย์ของมันให้หมด เื่มันก็ง่ายไปแล้ว!”
ถ้ามีเหล้าสักหน่อยก็คงจะดี
บทสนธนาประมาณนั้น...
หากให้โมลต้าเอาจริงได้ก็ไม่ต่างอะไรจากมีอาวุธนับแสนแค่เื่ความสามารถการสร้างอาวุธก็ไม่มีใครสู้โมลต้าได้แล้วไม่ว่าจะเป็ทางมนุษย์หรือปีศาจ...
“นายท่านยังไม่พร้อมหรอก”
ก็สภาพเป็แบบนั้น...
ให้สร้างอาวุธอะไร ก็คงจะทำแต่ของง่ายออกมา คงไม่ใช่ของดีเหมือนกับดาบเทพมารคูฟอรอมได้
เื่ที่โมลต้าเป็คนสร้างดาบเทพมารได้นั้นเป็เื่จริงเขามอบมันให้กับฟอเรนในวัยเยาว์ เพื่อให้เธอสามารถเติบโตมาเป็ผู้กล้าได้
และเธอก็เดินตามคำสอนของผู้มอบดาบมาโดยตลอดจนถึงวันนี้น่ะนะ...
“ไม่สิ... ไม่ว่ายังไงนายท่านคงไม่เอาด้วยกับการปฏิวัติแน่ถ้าเป็เมื่อก่อนก็คงจะห้าม แต่ถ้าเป็ตอนนี้........”
“คงจะบอกว่าอยากอะไรก็เชิญแต่อย่ามายุ่งสินะ.....”
คิดแล้วก็ยิ่งลำบากใจ...
“เฮอ......”
“เฮอ......”
ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน...
การต่อต้านราชวงศ์ไม่ใช่เื่เล่นๆ ถ้าพูดคุยเื่อาจมีโทษปะาได้แต่ฟอเรนมั่นใจว่าพวกเขาไม่กล้าทำอะไรเธอแน่นอนเพราะพวกเขาจะเสียกำลังสำคัญเช่นเธอไป
ส่วนเอฟก็ไม่ได้มีความกลัวเสียเท่าไร
ราชวงศ์ปัจจุบัน ควอดซุด
ถึงจะมีคนที่พอใช้ได้แต่ก็ยังมีพวกคนที่เอาแต่ประโยชน์ใส่ตัวอยู่ ยังไงถ้าปฏิวัติก็ต้องก่อการใหญ่แล้วมันอาจจะทำให้อาณาจักรมนุษย์ สั่นคลอนได้เป็การเปิดโอกาสให้กับจักรวรรดิปีศาจมาก
การรับตำแห่งผู้กล้าต้องไปที่เมืองหลวงก่อนหนึ่งครั้ง... ฟอเรนเคยพบกับราชวงศ์แล้ว ส่วนใหญ่เป็พวกน่ารำคราญที่เอาแต่นอนๆกินๆเท่านั้นจนเธอก็ยังรู้สึกว่าอยากจะโค่นเ้าพวกบ้าให้หมดๆจริงๆ
บ้ากันทั้งสองฝั่งเลย....
ทั้งมนุษย์และปีศาจ...มีาที่ทำให้ศูนย์เสียกันมาไม่รู้จะเท่าไรแล้วตลอดกว่าพันปีนี่ไม่มีใครมีสมองพอที่จะสงบศึกที่ไร้สาระนี่เลยหรือไง
“เื่ของโมลต้าปล่อยไปก่อนเถอะ ยังไงซะถ้าจอมมารสักคนเคลื่อนไหว คงทำให้หมอนั้นเอาจริงเอาจังได้บ้าง...”
เพราะโมลต้ามีความสัมพันธ์กับพวกจอมมารจึงมียังมีความเป็ไปได้ที่มากโข
“โซเฟเรีย รุมทาเรีย.....คิดว่าเธอจะมีโอกาสเป็ผู้กล้าได้เท่าไร...”
นี่แหละฟอเรนให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนที่มีแววมาที่สุดที่จะเป็ผู้กล้า... แก่เอฟไว้เป็การส่วนตัว และคนที่มีแววโดดเด่นออกมาคือโซเฟเรีย....
“ถ้านายท่านสอนเธอแบบจริงจัง...เธอมีโอกาสได้เป็ผู้กล้าคนใหม่จริงๆ... แต่ประสบการณ์น่าจะยังไม่มากพอ...และสัญชาตญาณของเธอยังไม่เฉียบคม”
แค่พอเจอและพูดคุยกับครู่เดียว...เอฟก็วิเคราห์โซเฟเรียได้มากแล้ว...
โซเฟเรีย รุมทาเรียถึงจะมีฐานะทางตระกลูที่สูงพอตัว แต่เธอก็มุ่งเน้นในการฝึกมือการต่อสู้ยังไงก็นับเป็คนที่น่าจับตามอง เพราะเธอไม่ได้ต่อสู้เพราะไม่มีทางเลือกแต่สู้ด้วยเจตนาของตัวเอง...
“ฉันจะอยู่ที่โรงเรียนสักพักแล้วกัน...ส่วนเื่ของนายท่าน ก็คงต้องแก้ไปตามสถานะการณ์”
มีกุญแจ แต่ไม่อาจไขประตูทางออกไปตอนนี้สถานะการณ์ของอาณาจักรมนุษย์ มันเป็อย่างงั้นนั้นแหละ