ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่34 หุ่นแบนเนอร์สี่คน

    แบนเนอร์เป็นหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41 เขาปราศจากซึ่งความกลัว ดังนั้นต่อให้ถูกวิญญาณลอบทำร้าย ก็คงจะงั้นๆ ไม่ได้รู้สึกแบบที่มนุษย์เป็นตามอารมณ์อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดถูกตั้งโปรแกรมไว้ อีกอย่างด้วยนิสัยส่วนตัวของทอย เกรงว่าเขาต่างหากที่เป็นตัวอันตรายสำหรับวิญญาณร้ายนามบัตรสีขาวถูกเขียนด้วยเลือดลงไป แน่นอนถึงจะเป็นหุ่นยนต์แต่ผิวหนังชั้นนอกไม่ต่างจากมนุษย์ มีเลือดมีเนื้อ มีอุณหภูมิอุ่นๆ ดูไปไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเขียนเสร็จ'คำลวง'เริ่มแสดงอิทธิพลเชิงคุณภาพนามบัตรที่เป็นสีขาวถูกฉาบด้วยเลือด ประหนึ่งวิญญาณร้ายสิงสู่ ครู่หนึ่งจึงกลายเป็นใบขับขี่ขับรถยนต์นี่คือพลังของ'คำลวง'มันไม่จำกัดแค่ใบขับขี่ แต่ยังรวมถึงบัตรผ่านอื่นๆ ที่สามารถเร้นกายเข้าไปในงานสำคัญได้จริงอยู่ที่ทอยไม่รู้จักใบขับขี่ปี 2010 แต่เจมส์รู้จักรวมถึงเคยเห็นผ่านอินเตอร์เน็ตดังนั้นคำลวงที่ว่าจึงเข้ามาทำปฏิกิริยากับดวงตาของผู้เห็น ถ้อยคำที่ถูกสลักลงไป มันไม่สำคัญว่าจะเขียนอะไรลงไป ตราบเท่าที่คนคนนั้นเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน มันก็จะสัมฤทธิ์ผล กลายเป็นความจริงไม่ใช่แค่คำลวง“เจ้านาย แล้วยังไงต่อครับ?” ทอยเกาศีรษะ ใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ มองนามบัตรสีขาวเปื้อนเลือดของตัวเองด้วยใบหน้าฉงน“เสร็จแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำต่อ” เจมส์อมยิ้มหน่อยหนึ่งเขาไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของทอย คนที่เห็นคำลวงเปลี่ยนไปคือผู้อื่นยกเว้นผู้ถือครอง ดังนั้นในมุมมองของทอยนามบัตรยังคงมีลักษณะเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยนจากเมื่อครู่“เก็บใส่กระเป๋าด้านในไว้ รอให้ได้รถเดี๋ยวผมจะให้ขับรถนะ” เจมส์ไม่อธิบายเพิ่ม ตบไหล่เจ้าโง่ทอยแล้วหันกลับไปสนใจหนังสือต่อถึงจะค่อนข้างงุนงงในสิ่งที่เจ้านายบอก แต่ทอยก็พยักหน้าหงึกหงักด้วยความยินดี พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า“เย้ เย้ เย้ จะได้มีรถขับกับเขาสักที” จากนั้นหยุดเคลื่อนไหว หันศีรษะไปถามเจ้านายที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ “เซลล์สาวคนนั้นที่ชื่อนัชชา ดูค่อนข้างชอบเจ้านายนะครับ ถ้ายังไงวันรับรถให้เธอนั่งมาด้วยไหม ผมละอยากเบิ้ลเครื่องต่อหน้าเธอจัง”เจมส์ไม่รู้ว่าเจ้าโง่ทอยแกล้งหรือบื้อกันแน่ เขาไม่รู้หรือไงว่าคนที่นัชชาชอบจริงๆ ก็คือเขาไม่ใช่เจมส์ ดังนั้นหากเธอตอบตกลงโดยไม่อิดออด ทั้งหมดก็เป็นเพราะนายนั่นแหละ“นี่ทอย ผมว่านายควรจะมีพี่น้องอีกสักสองสามคนนะ”“พี่น้อง...เจ้านายหมายความว่ายังไงครับ”เจมส์ไม่ตอบ หากแต่นำหน้าหนังสือเรื่องเจ้าหนูยอดนักตกปลาโฮยอนที่ถ่ายเอกสารไว้ออกมา โดยหน้าดังกล่าวมีเจ้าหุ่นแบนเนอร์ เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของจอร์ส ที่ถูกกล่าวถึงผ่านๆแสงสว่างจากตรีศูลบนหลังมือส่องสว่างแสงสีฟ้าเข้ม คล้ายกับกระแสไฟจำนวนมหาศาลถูกถ่ายเข้าไปในหน้ากระดาษ ก่อนจะดึงสิ่งที่อยู่ภายในออกมา ท่ามกลางแสงดังกล่าว ทอยเห็นสุภาพบุรุษชุดสูดสีดำ ใบหน้าคร่าตาเหมือนกับตนทุกอย่าง ยืนอยู่หลังเจ้านายวัย 20 ปีถึง 3 คนหลังจากดึงหุ่นแบนเนอร์ออกมาถึงสามคนในรวดเดียว ถุงมือฟ้าประทานค่อนข้างมัวหมอง สงสัยกระบวนการดังกล่าวคงเปลืองพลังงานใช่เล่น“เจ้านาย พวกเขาคือ...” ทอยผงะ ยืนนิ่งอยู่กับที่“ใช่...เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ พวกเขาคือตัวนาย” เจมส์ลุกขึ้นยืน ทำการยืนยันตัวตนเป็นเจ้าของหุ่นแบนเนอร์สามคน ขั้นตอนดังกล่าวค่อนข้างกินเวลา โดยเฉพาะการสอดนิ้วเข้าไปสแกนในปากไม่นานทั้งสามคนลืมตาตื่น เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า“สวัสดีครับเจ้านาย ยินดีที่ได้รู้จัก ผมคือหุ่นแบนเนอร์ ยินดีรับใช้ครับ ไม่ว่าจะให้ผมบุกน้ำลุยไฟที่ไหนขอแค่เป็นคำสั่งคำเดียว พวกผมพร้อมทำ!”หุ่นแบนเนอร์ทั้ง 3 พูดพร้อมกัน พวกเขาประสานเสียงได้เยี่ยม ดีกว่ากองเชียร์บนอัฒจันทร์โรงเรียนที่ฝึกซ้อมเป็นปีๆ เสียอีกกล่าวคำทักทายเจ้านายเสร็จ พวกเขาเริ่มหันไปมองหน้ากันและกันด้วยความสงสัยบรรยากาศดังกล่าวค่อนข้างเงียบสงบ แต่ไม่นานมันถูกทำลายด้วยเจ้าโง่ทอย“ฮ่าฮ่า พวกนาย นับแต่นี้ต่อไปเรียกผมว่าลูกพี่นะ เข้าใจไหม”“ทำไมเราถึงต้องทำแบบนั้น?” หนึ่งในเจ้าโง่แบนเนอร์ถาม“ทำไมน่ะเหรอ...ก็เพราะผมอยู่มาก่อนน่ะสิ พวกนายมาทีหลังก็ต้องเป็นลูกน้องผม ทีนี้เข้าใจหรือยัง” ทอยอวดเบ่งเต็มที่ สำหรับเขาถึงจะเป็นหุ่นรุ่นเดียวกัน แต่ยอมไม่ได้เด็ดขาดที่เจ้าพวกนี้ต้องอยู่ระดับเดียวกันกับเขา“เรื่องนี้ให้พวกเราตัดสินใจเองก็ยังไงอยู่นะ” หนึ่งในหุ่นแบนเนอร์พูด“งั้นเอางี้ ให้เจ้านายเป็นคนตัดสินว่าใครจะเป็นพี่ใหญ่ ดีไหมครับ” หนึ่งในนั้นเสนอ ก่อนจะหันไปฉีกยิ้มกว้างให้ทอยทอยกัดฟันกรอด จดจำใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ แล้วเดินไปหาเจมส์ เริ่มโพสต์ท่าทางประหลาด หมุนตัวทั้งยังพูดว่า“เจ้านายครับ เจ้านายก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าผมอยู่มาก่อนเจ้าสามคนนี้ มีประสบการณ์การทำงาน แถมยังเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดี รู้จักเมืองพัทยามากกว่าพวกเขา ดังนั้นคนที่ต้องเป็นผู้นำก็ควรจะเป็นผม”มองภาพดังกล่าวเจมส์ค่อนข้างหลอนมีหุ่นแบนเนอร์ด้วยกันถึง 4 คน แต่ละคนมีใบหน้าเหมือนกัน น้ำเสียงเหมือนกัน ท่าทางคล้ายกัน มองแล้วชวนปวดเศียรเวียนเกล้า“อ่า...มันก็ต้องเป็นนายนั่นแหล่ะ” เจมส์ไม่คัดค้าน เจ้าทอยมีประสบการณ์มากกว่าพวกที่เพิ่งเอาออกมา ควรได้เป็นพี่ใหญ่ เหนือสิ่งอื่นใดเขาแค่ไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อ ไม่งั้นโดยนิสัยของหุ่นแบนเนอร์มีหวังกัดกันไม่รู้จักจบสิ้น“ฮ่าฮ่า ได้ยินแล้วใช่ไหมพวกนาย รู้ยังว่าใครเป็นพี่ใหญ่ ทีนี้ก็หัดมีสัมมาคารวะกับพี่ใหญ่คนนี้บ้างนะน้องๆ” ทอยเริ่มอวดเบ่งอำนาจของตนถึงพวกเขาไม่อยากจะยอมรับ แต่นี่เป็นคำสั่งจากเจ้านายโดยตรง มีเพียงต้องปฏิบัติตามเท่านั้น“ว่าแต่เจ้านายครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับถึงได้นำพวกเราออกมาเยอะแยะ หรือว่าเกิดเรื่องใหญ่ มีคนคิดทำร้ายเจ้านาย เจ้านายจึงต้องมีพวกผมเป็นบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง?” ทอยถาม ท่าทางพร้อมจะชกคนเต็มแก่ส่วนหุ่นที่เหลือไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะพวกเขาเพิ่งถูกนำออกจากหน้ากระดาษเมื่อไม่กี่นาทีก่อน จึงยังไม่เข้าใจสถานการณ์โดยรวม แต่สีหน้าไม่ต่างจากทอย นั่นคือพร้อมมีเรื่องชกต่อยเจมส์รีบหยุดเจ้าโง่ทอย ไม่งั้นเขามีหวังได้ไปชกคนเข้าจริงๆ แน่ ดีไม่ดีอาจนึกถึงหน่อย ชาวประมงที่เข้ามาหาเรื่องไม่กี่วันก่อน“ผมไม่ได้ถูกใครทำร้ายหรอกน่า แต่ที่ต้องการพวกนายก็เพราะพวกนายไว้ใจได้ จึงอยากให้ไปเฝ้าร้าน ขายอาหารทะเลในตลาดสดแค่นั้นเอง”“ขายอาหารทะเลในตลาดสด?”“ใช่ ที่นี่เป็นเมืองพัทยา แหล่งอาหารสดๆ ของเมืองไทย มีนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนต่างจังหวัดเข้ามาเลือกชม เป็นเรื่องโง่หากผมจะไม่ขายอาหารทะเล ทั้งทีมีเรือยอร์ชดีๆ ลำนี้ และมันเป็นเรื่องโง่มากหากจะทำไม่กี่อย่าง”เจมส์หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าหุ่นแบนเนอร์ที่เพิ่งนำออกมาจากหน้ากระดาษ“ดังนั้นผมอยากให้พวกนายสามคน ไปขายอาหารทะเลที่ตลาดสดแทนผม รวมถึงออกเรือหาปลาในทะเล”นี่เป็นสิ่งที่เจมส์อยากจะทำมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้ทำ ส่วนหนึ่งก็เพราะรถยนต์ ทว่าตอนนี้มีเงินดาวน์แล้ว รวมถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนหาดจอมเทียน ทำให้เจมส์ต้องย่นระยะเวลา ขยายกิจการทางทะเลให้เร็วขึ้น“เข้าใจแล้วครับเจ้านาย แค่ขายอาหารทะเลในตลาดเองไม่ใช่เรื่องยากอะไร แถมพวกเรายังสามารถเชื่อมต่อกับเรือ'AMERIA'การหาปลาจึงเป็นเรื่องจุ๋มจิ๋ม ไม่ต่างจากการเดินในสวนหลังบ้านสำหรับพวกเรา” หนึ่งในหุ่นแบนเนอร์บอก แต่สีหน้าของทอยค่อนข้างไม่พอใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้“เรือลำนี้ผมคุม” เป็นคำสั้นๆ แต่ตรงลึกถึงใจ ทอยไม่มีวันให้ใครอื่นมาขับเรือลำนี้ ยกเว้นเจมส์“จริงอยู่พวกเรายอมรับนายให้เป็นพี่ใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราขับเรือไม่เป็น เรื่องที่นายทำได้พวกเราเองก็ทำได้เหมือนกัน ฮึ่ม!” ทั้ง 4 ถูกสร้างโดยคนคนเดียวกัน แถมยังเป็นหุ่นรุ่นเดียวกันจึงมีนิสัยเหมือนกันทุกอย่างเห็นฉากดังกล่าวเจมส์ค่อนข้างปวดหัว เลยบอกไปว่าจะให้เรืออีกลำใช้ ไม่งั้นมีหวังเถียงกันไม่จบสิ้น และคนที่ปวดหัวก็คือเขา“ว่าแต่เจ้านายจะไม่ตั้งชื่อให้พวกเขาหน่อยเหรอครับ พูดคุยกับหุ่นรุ่นเดียวกัน รหัสเดียวกันแบบนี้มันแปลกๆ ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากให้ตั้งชื่อให้ รวมถึงเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาไม่ให้เหมือนกันเกินไป เจ้านายคงไม่อยากให้คนสงสัยใช่ไหมครับว่าพวกเราเป็นหุ่นยนต์ ดังนั้นผมจึงคิดว่าเราควรจะดัดแปลงรูปลักษณ์ภายนอกสักหน่อย”ทอยร่ายยาวจนฟังแทบไม่ทัน แต่สิ่งที่เขาพูดมาก็ถูก หุ่นแบนเนอร์จำเป็นต้องมีชื่อ เหนือสิ่งอื่นใดคือรูปลักษณ์ที่เหมือนกันอย่างกับแกะ จำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยเร็วทว่าเจมส์กลับไม่รู้เลยว่าที่เจ้าโง่ทอยพูดมาเสียยืดยาว เป็นเพราะไม่อยากเห็นใบหน้าที่เหมือนกับของตัวเองเท่านั้น