บทที่ 10 ไข่ดำลึกลับ
“ฮ่า ๆ ๆ... ศิษย์พี่สี่ ท่านถึงกับกล้าเผยของลับต่อหน้าผู้อื่นเชียวหรือ!” เสียงหนึ่งดังมาแต่ไกล
ชายชุดขาวคนหนึ่งเหยียบยืนบนกระเรียนิญญา ร่อนลงมาบนยอดเขาเชียนเจวี๋ย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่เชียนเจวี๋ยไม่สนใจเพลิงที่ลุกไหม้ทั่วร่าง รีบพุ่งเข้าไปในถ้ำบนูเาทันที
ดวงตาสีดำสนิทของหลิ่วชางหลาน เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เขามองไปยังผู้มาเยือนและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหวินเยว่ เ้าออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?”
ไป๋หลี่เหวินเยว่ลงจากนภาอย่างสง่างาม ร่างกายของเขาดุจต้นไผ่อันงดงาม ท่วงท่าสูงศักดิ์ราวกับั ทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงความองอาจและความสง่างาม
“ใช่แล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าได้ยินว่าพวกเรามีศิษย์น้องคนที่เก้าแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่พาข้าไปเจอนางหน่อยได้หรือไม่?”
“ไม่จำเป็ต้องพาไป ศิษย์น้องมาแล้ว”
ทันทีที่หลิ่วชางหลานเอ่ยจบ ทุกคนต่างมองไปตามทิศทางที่เขาชี้ เห็นชายหนุ่มในชุดสีดำสง่างามประหนึ่งเทพเซียนกำลังเหยียบกระบี่บินมา ด้านหลังมีเด็กสาวขี่กระเรียนิญญาตามมา
เด็กสาวมีรูปโฉมงดงามสะดุดตา ใบหน้าเรียวเล็กละเอียดอ่อน ผิวขาวเนียนดั่งหยก แม้อายุยังน้อยก็งดงามถึงเพียงนี้แล้ว
“ผู้ที่ตามหลังศิษย์น้องเจ็ดคือศิษย์น้องเล็กใช่หรือไม่?” หนิงซือเยว่เอ่ยถาม ดวงตางามเปล่งประกายสดใสดั่งดอกไม้ผลิบาน
หลิ่วชางหลานพยักหน้า “น้องห้าฉลาดล้ำ นั่นก็คือศิษย์น้องเล็กของพวกเรา เฟิ่งชิงหร่าน”
เมื่อไป๋หลี่เหวินเยว่ได้ยินหลิ่วชางหลานกล่าวเช่นนั้น ก็เริ่มหยิบของออกมา
ภายในพริบตา ตรงหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยของมากมายกองอยู่
ไป๋หลี่เหวินเยว่เอามือจับคาง พึมพำกับตัวเอง “ไม่รู้ว่าศิษย์น้องเล็กจะรังเกียจของขวัญต้อนรับที่น้อยเกินไปหรือไม่”
หนิงซือเยว่ “...”
'การกระทำเช่นนี้ของศิษย์น้องหกเหมาะสมจริงหรือ?'
เมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ สิ่งของที่นางเตรียมมาช่างดูไม่มีค่าเอาเสียเลย
หนิงซือเยว่รู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่มาร่วมวงสนทนา นางไม่ควรปลีกวิเวก แต่ควรออกไปบำเพ็ญกับศิษย์พี่สาม จะได้เตรียมของมาได้มากกว่านี้
หนิงซือเยว่หันไปมองตู๋กูเจี้ยนอีที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ “ศิษย์พี่รอง ท่านเตรียมอะไรมาให้ศิษย์น้องเล็กบ้างหรือ?”
ตู๋กูเจี้ยนอีขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย
เขาไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าการพบศิษย์น้องเล็กต้องให้ของขวัญ ยามที่เขาพบศิษย์น้องสามและศิษย์น้องห้าก็มิได้ให้สิ่งใด
'หากต้องชดเชยทั้งหมดในคราวเดียว…'
เขามองดูแหวนมิติของตนเองแล้วพบว่ามีเพียงศิลาิญญาชั้นต่ำไม่กี่ก้อนและเสื้อผ้าเก่า ๆ ไม่กี่ชุด ทันใดนั้นเขาก็จมอยู่ในภวังค์ความคิด เขาไม่มีอะไรให้เลย!
สิ่งเดียวที่เขาพอจะหยิบยื่นให้ได้ก็คือตำรากระบี่โบราณเล่มหนึ่ง
ตู๋กูเจี้ยนอีมีสีหน้าจริงจังและกล่าวว่า “ศิษย์น้องห้า ข้าสอนวิชากระบี่ให้เ้าดีหรือไม่?”
“หา?” หนิงซือเยว่มีสีหน้างุนงง
'ไม่แน่ว่าศิษย์พี่รองอาจกำลังหาข้ออ้างเพื่อจะตีข้ากระมัง?'
…
เมื่อเฟิ่งชิงหร่านและโม่จิงหงลงสู่พื้น พวกเขาก็เห็นกองศิลาิญญาชั้นสูง สมบัติวิเศษชั้นสูงสิบกว่าชิ้น โอสถหลายสิบขวดและไข่สีดำขนาดครึ่งความสูงคน
ไป๋หลี่เหวินเยว่แทรกตัวเข้ามาระหว่างทั้งสอง มองหน้าเฟิ่งชิงหร่านด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาคมดุจหงส์ของเขาเพิ่มความเย้ายวนขึ้นมาหลายส่วน
“ศิษย์น้องเล็ก สิ่งเหล่านี้คือของขวัญต้อนรับที่ข้าเตรียมไว้ให้เ้า หากเ้า้าอะไรเพิ่มเติม บอกมาได้เลย!”
“นี่คือศิษย์พี่หกของเ้า ไป๋หลี่เหวินเยว่” เสียงไพเราะของโม่จิงหงดังขึ้น
“คารวะศิษย์พี่หก ของเหล่านี้มีค่าเกินไปแล้ว” เฟิ่งชิงหร่านโค้งตัวคำนับ ในใจนึกถึงจุดจบของไป๋หลี่เหวินเยว่
ไป๋หลี่เหวินเยว่ผู้สืบทอดพลังสายเืของจิ้งจอกเก้าหางโบราณ ผู้ที่จะเป็ประมุขของเผ่าปีศาจในภายหน้า และต้องตกตายใต้คมกระบี่ของซูเยียนหรานและถูกควักเอารากิญญาไป หนึ่งในสามดวงิญญาถูกลบความทรงจำกลายเป็ิญญาศาสตรา
“ขอเพียงศิษย์น้องเล็กชอบก็พอแล้ว” ไป๋หลี่เหวินเยว่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เฟิ่งชิงหร่านมองของขวัญที่กองสูงเป็ูเา ครุ่นคิดว่าจะปฏิเสธบางส่วนอย่างไรดี
ถึงอย่างไรหากนางรับทั้งหมดไว้ นางก็คงไม่สามารถตอบแทนได้อย่างเหมาะสม
ศิลาิญญาชั้นสูงอย่างน้อยห้าหมื่นก้อน เทียบเท่ากับศิลาิญญาชั้นต่ำห้าร้อยล้านก้อน มากพอที่จะซื้อสำนักเล็ก ๆ ได้หนึ่งสำนัก
ยังไม่รวมถึงศาสตราป้องกันชั้นสูงเหล่านี้ แค่ชิ้นเดียวก็มีค่ามหาศาล ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสิบกว่าชิ้น…
“รับไว้เถิด ศิษย์พี่หกของเ้านั้นร่ำรวยและใจกว้าง หากเ้าปฏิเสธ วันนี้เขาคงไม่ยอมเลิกราแน่” หลิ่วชางหลานเห็นความลังเลของเฟิ่งชิงหร่าน จึงเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เฟิ่งชิงหร่านรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาทันที นางพลิกข้อมือ ในมือก็ปรากฏฉินขึ้นมาเล่มหนึ่ง “ข้าเห็นว่าศิษย์พี่หกใช้ขลุ่ยหยก คงจะเชี่ยวชาญในดุริยางคศาสตร์ ฉินเล่มนี้ข้าขอมอบให้ท่าน”
นางคิดไปคิดมา ก็มีแต่ฉินฝูซีเล่มนี้เท่านั้นที่พอจะมีค่าเทียบเท่ากับสมบัติกองนี้ได้
ทุกคนมองไปที่ฉินในมือของเฟิงชิ่งหราน สายฉินสีเงินขาว ตัวฉินทำจากหยก แผ่รัศมีสีขาวอ่อน ๆ
ไม่มีการตกแต่งใด ๆ ที่เกินจำเป็ ทว่าแผ่กลิ่นอายของความเรียบง่ายโบราณ
ไป๋หลี่เหวินเยว่รับฉินฝูซีมา ดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดี นิ้วมือของเขาลูบไล้สายฉินเบา ๆ
ติ๋ง!
เสียงฉินอันไพเราะดังขึ้น ทำให้จิตใจรู้สึกสงบ แม้แต่ปราณิญญาในร่างกายก็เริ่มหมุนเวียนโดยไม่รู้ตัว
ไป๋หลี่เหวินเยว่รู้สึกได้ถึงพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในฉินนี้ เพียงแต่ยามนี้เขายังไม่สามารถควบคุมพลังนี้ได้ ฉินนี้ไม่ธรรมดาเลย
“ศิษย์น้องหก ฉินนี้ขายให้ข้าได้หรือไม่?” หนิงซือเยว่ถามด้วยดวงตาใสกระจ่าง
“ไม่ได้! นี่เป็ของขวัญที่ศิษย์น้องเล็กมอบให้ข้า” ไป๋หลี่เหวินเยว่รีบเก็บฉินเข้าไปทันที แล้วหยิบแหวนมิติออกมาให้หนิงซือเยว่ “ข้าให้ศิลาิญญาชั้นสูงหนึ่งหมื่นก้อน ท่านไปซื้อเองเถิด”
“ขอบคุณ ศิษย์น้องหกมาก” หนิงซือเยว่รับศิลาิญญามาความเบิกบาน
'อย่างที่คิด ศิษย์น้องหกนี่แหละที่หลอกเอาศิลาิญญาได้ง่ายที่สุด'
เฟิ่งชิงหร่านเห็นไป๋หลี่เหวินเยว่รับฉินฝูซีไว้ จึงเก็บของที่กองเป็ูเาเข้าไปในมิติอย่างสบายใจ
เพียงแต่ไข่ประหลาดฟองนั้น ทันทีที่เข้าไปในมิติก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย