“นั่นใครน่ะ ใครมาหลบอยู่ตรงนั้น ออกมานะ” ดารันพูดเสียงสั่น ๆ เพราะเธอได้ยินเสียงคนที่อยู่หลังต้นไม้ชัดเจนขึ้น ‘ต้องเป็คนแน่ ๆ แต่ทำไมมาอยู่ตรงนี้ หรือว่าจะเป็คนร้าย’ ดารันเดินเข้าไปใกล้อีกนิด และอีกนิด เธอก็ยิ่งได้ยินเสียงหอบหายใจชัดเจนมากขึ้น ด้วยความกลัวเธอกำกระบอกไฟฉายที่อยู่ในมือให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก
“ฉันถามว่าใคร ...ถ้าคุณไม่บอกฉันจะะโให้คนอื่นมานะ” ดารันขู่ เธอเห็นขาของคนที่หลบอยู่หลังต้นไม้แล้ว แต่เธอไม่แน่ใจว่าเขาเป็อะไร ทำไมถึงมาหลบอยู่ตรงนี้ เธอขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ในขณะที่ใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น และแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“อย่า.... ผมแค่ผ่านมา ....ผม....ขอพักหน่อย...อีกเดี๋ยวก็จะไป” เสียงที่ดังมาจากหลังต้นไม้ขาดเป็ห้วง ๆ เนื่องจากความเหนื่อย ความเ็ปที่เขาได้รับจากาแที่ขาซ้ายของเขา
“คุณเป็ใคร แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ ไม่รู้รึว่าที่นี่เป็ฐานปฏิบัติการตำรวจ ตชด.” ดารันสอบถามในสิ่งที่เธอสงสัย แล้วเมื่อสำรวจดูท่าทางของคนที่หลบอยู่แล้วดูเหมือนเขา จะไม่สามารถทำอันตรายอะไรเธอได้เพราะตัวเขาเองยังแทบเอาตัวไม่รอดเลย
“ผมาเ็.... ผมรู้ว่าที่นี่ที่ไหน.... ผมถึงเข้ามาหลบ....จากพวกคนร้าย.... อีกเดี๋ยวจะมีคนมารับผม” ชายหนุ่มกัดฟันพูด ความเ็ปตอนนี้ที่เขาได้รับ มันมากมายจนเขาแทบจะทนไม่ไหว แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามี เขาจะต้องเอาชีวิตรอดจากพวกที่คิดร้ายกับเขาไปให้ได้
“คุณาเ็มากถ้างั้นฉันไปเรียกหมอที่อนามัยให้คุณนะ คุณรออยู่นี่หละ” ดารันหมุนตัวกำลังจะวิ่งออกไปแต่ก็ต้องชะงัก
“ไม่ ....ผมไม่้า....คุณกลับไป...แล้วไม่ต้องมายุ่ง...กับผมอีก” เขาร้องห้ามเธอ หากเธอไปเรียกหมอ มันจะต้องเป็เื่ใหญ่แน่ เขาไม่อยากจะให้ตำรวจรู้เื่นี้ เพราะถึงยังไงตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ เื่นี้เขาต้องจัดการมันด้วยตัวเอง
“อ่าวทำไมล่ะ ฟังจากน้ำเสียงของคุณ คงเจ็บมาก ถ้าไม่เรียกหมอ คุณจะแย่เอานะ” ดารันสงสัยทำไมเขาไม่ยอมให้เรียกหมอมาดูอาการ ในเมื่อเขาาเ็ และคงเจ็บมาก ๆ ด้วย เอาละไหน ๆ เธอก็ตัดสินใจจะช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
“ขอร้อง ....ได้โปรดทำตาม....ที่ผมบอก” ชายหนุ่มที่หลบอยู่หลังต้นไม่ยังคงยืนยันคำเดิม
“งั้น ....ให้ฉันดูคุณหน่อยนะคะ รับรองฉันจะไม่บอกใคร ฉันแค่อยากจะช่วยคุณเท่านั้นเอง” ดารันรอฟังคำตอบจากเขา
“ก็ได้ ...เขามาสิ” ชายหนุ่มคิดว่าหากได้เธอช่วยระหว่างที่กำลังรอคนของเขามารับก็น่าจะดี ดูจากการกระทำและนำเสียงของเธอแล้วเธอคงแค่อยากจะช่วยเขาจริง ๆ จึงยอมให้เธอเขามา
“นี่......ขาของคุณไปโดนอะไรมาคะ เืไหลเต็มเลย” ดารันเดินอ้อมมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนเจ็บแล้วเอาไฟฉายส่องสำรวจไปทั่วทั้งตัวของเขา แล้วพบว่าที่ขาของเขามีเืออกค่อนข้างมาก เขาสวมกางเกงยืนส์ขายาว สวมเสื้อเชิ้ตยืนส์สีกรม ดูจากการแต่งตัวและรูปร่างหน้าตาของเขาดูเหมือนไม่ใช่ชาวบ้านแถวนี้แน่ แล้วเขาเป็ใครกัน ทำไมถึงได้รับาเ็จนต้องมาหลบอยู่ที่นี่ได้ ในเวลาดึกดื่นแบบนี้ด้วย
“ผมถูก ...ลอบทำร้าย ... ตอนนี้ผมเรียกคนมารับแล้ว....คุณช่วยหาผ้ามา....พันห้ามเืให้ผม...หน่อยได้ไหม” เสียงพูดขาดเป็ห้วง ๆ เนื่องจากความเ็ปที่ทำให้คนพูดหอบหายใจแรง
“อ้อ ...ได้ค่ะ เอ่อ... เอาผ้านี่ก็ได้ค่ะ มาเดี๋ยวฉันช่วยพันแผลให้คุณเอง” โชคดีที่เธอหยิบผาคลุมไหลติดมาด้วยก่อนออกจากห้อง เพราะอากาศข้างนอกตอนดึกค่อนข้างหนาว เธอรีบเอาผ้าไปพันแผลเพื่อช่วยห้ามเืให้เขาก่อน ส่วนคนเจ็บก็มองดูการกระทำของเธออย่างงง ๆ ทีแรกเขาไม่คิดเลยว่าเธอจะยอมช่วยทำตามที่เขาบอก ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงช่วยเขาทั้งที่ไม่รู้จักกัน แถมยังเอาผ้าพันคอของเธอที่ดูมีราคามาพันแผลห้ามเืให้อีก นี่เธอทำดีแบบนี้กับคนแปลกหน้าทุกคนเลยหรือเปล่านะ
“เสร็จแล้วค่ะ คุณ...ถูกยิงเหรอคะ ขอโทษที่ฉันต้องถาม คุณเป็ใครแล้วทำไมถึงได้ถูกคนทำร้ายล่ะคะ” ดารันถามออกไปด้วยความอยากรู้ แต่ก็ได้รับคำตอบแค่เพียงความเงียบกับสายตาที่จองมองเธออย่างไม่วางตาเป็คำตอบแทน แสงไฟจากไฟฉายที่เธอวางไว้ข้างตัวกับแสงไฟจากตัวอาคารที่ลอดออกมาไม่ได้สว่างมากนัก แถมยังมีต้นไม้บังอยู่ จึงทำให้เธอเห็นหน้าเขาไม่ชัดเท่าไร แต่ด้วยสัญชาตญาณของเธอ ก็รู้ว่าเขากำลังจ้องเธออยู่
“เอาเป็ว่า ฉันไม่ถามคุณละกัน เพราะถึงถามไปคุณก็คงไม่ตอบใช่ปะ แต่ถ้าคุณยังไม่รีบไปอีกนะ มีหวังเืไหลออกหมดตัวแน่ ...คุณ ...” ดารันหยุดคำพูดเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซึ่งไม่ใช่ของเธอแน่เพราะเธอไม่ได้พกมันมาด้วย
“อัลโหล ...อืม...เข้ามาเลย...ฉันอยู่ข้างใน....ตรงม้านั่ง” เขาพูดจบก็เก็บโทรศัพท์และ พยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน
“นี่คุณ.... เดี๋ยวก็ล้มหรอก มาฉันช่วย ....” ดารันขยับเข้าไปช่วยพยุงตัวชายหนุ่มมานั่งที่ม้านั่ง เมื่อเขาลุกขึ้นแบบนี้ เขาตัวสูงมาก หัวของเธออยู่แค่ไหล่ของเขาเท่านั้นเอง เธอเลยดูตัวเล็กไปถนัดตา
“อึบ.....เอ้า นั่งลง เฮ้อ....คุณไปกินอะไรมาเนี่ย ตัวหนักเป็บ้าเลย” เธอเผลอบ่นออกมาตามนิสัยช่างพูดของเธอ
“ขอบคุณนะ ที่ช่วย... เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว... เอ่อ ....คุณชื่ออะไร” เขาถามเธอเผื่อว่าหากมีโอกาสเขาอาจจะได้ตอบแทนเธอบ้าง กับน้ำใจที่เธอมีให้เขาครั้งนี้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กับความกล้า ความน่ารักของเธอ หากมีโอกาสเขาต้องกลับมาตอบแทนเธอแน่
“เอ่อ....ฉันชื่อดารันค่ะ เป็ครูสอนอยู่ที่นี่ เอ๊ะ นั่นคนของคุณปะคะ คุณคงเขามาทางประตูหลังสินะ” ดารันเห็นผู้ชายสองคนกำลังวิ่งมาจากทางประตูหลังของโรงเรียน สงสัยว่าแม่ครัวคงลืมล๊อกกุญแจ หลังจากกลับบ้านไปเป็แน่ ด้านหลังโรงเรียนจะเป็ซอยเล็ก ๆ ตัดผ่าน ฝั่งตรงข้ามจะเป็บ้านของป้าแม่ครัวที่แกมักจะเข้าออกทางประตูหลังนี้ตลอด
“ดารัน” ชายหนุ่มพึมพำ “ขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับความช่วยเหลือ” หลังจากนั้นผู้ชายที่มาใหม่ทั้งสองคนก็ช่วยกันพยุงตัวเขากลับออกไป ดารันยืนมองดูคนพวกนั้นจนลับตาไป ในใจของเธอพลันคิดว่าั้แ่มาอยู่ที่นี่เธอมักจะเจอกับเื่ตื่นเต้นตลอด จะว่าไปชีวิตของเธอตอนนี้ก็ดูมีสีสันดีนะ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นระทึกหรือให้ตื่นเต้นเลย
“คุณ ....ครูรัน คุณมายืนทำอะไรที่นี่คนเดียว ดึก ๆ ดื่น ๆ” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สะดุ้งสุดตัว แล้วหันกลับมาตามเสียงเรียกนั่น
“อุ้ย!! ผู้กองนะเอง ใหมด นึกว่าเจอดีอีกละ เฮ้อ.....” เธอยกมือขึ้นทาบหน้าอก พร้อมกับถอนหายใจใหญ่
“เจออะไร แล้วทำไมต้องใขนาดนี้ด้วย เอ๊ะ ....นี่มันรอยเืหนิ เกิดอะไรขึ้น คุณเป็อะไรรึเปล่า” รฐนนท์เริ่มเป็กังวลเมื่อเขาเห็นว่ามีรอยเืติดอยู่ตรงม้านั่ง และตรงพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ เขาจึงเดินเข้าไปจับแขนดารันแล้วหมุนตัวเธอดูรอบ ๆ ว่าาเ็ตรงไหนหรือไม่
“ฉันไม่เป็ไรค่ะ เอ่อ....คือ...เมื่อกี้มีคนได้รับาเ็ เค้าบอกว่าเค้าหนีคนร้ายมา แล้วก็มีคนมารับตัวเขาไปแล้วค่ะ ก่อนหน้าที่คุณจะมานี่เอง” ดารันเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ผู้กองหนุ่มฟังและเริ่มเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไป
“แล้วทำไมคุณไม่เรียกผม หรือคนอื่นก็ได้ ทำไมคุณอยู่กับเค้าสองคน ถ้าเกิดเขาเป็คนร้ายคุณจะทำยังไงฮะ!” รฐนนท์พูดอย่างหัวเสีย นี่เธอไม่รู้จักระวังตัวเลยหรือไง ทำอะไรไม่รอบคอบเลยจริง ๆ แถมยังทำให้เขาเป็ห่วงเธออีกจนได้
“ก็....เค้าาเ็นะคุณ แค่ตัวเค้าก็จะไม่รอดละ เค้าจะเอาแรงที่ไหนมาทำร้ายฉัน คุณก็ ...คิดมากไปได้น่า” ดารันพยายามอธิบายเพื่อให้เขาคล้อยตามเธอ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไร
“ถึงเค้าจะทำอะไรคุณไม่ได้ก็เถอะ แต่พวกที่ตามมาล่ะ อาจจะทำร้ายคุณก็ได้ ยังไงก็ตามถ้าเราไม่รู้ว่าเค้าเป็ใครไปทำอะไรมา คุณไม่ควรไว้ใจใครทั้งนั้นเข้าใจไหม” ผู้กองหนุ่มพูดเสียยืดยาว ส่วนคนฟังก็ยังคงไม่ยอมแพ้อยู่ดี
“อ่าว ....ถ้ามีคนเจ็บมาขอความช่วยเหลือ คุณจะไม่ช่วยเค้า จะปล่อยให้เค้าตายงั้นสิคะ คุณตำรวจ” ดารันพูดแกมประชด ก็เขาเป็ถึงตำรวจ กลับไม่พอใจที่เธอช่วยเหลือคนงั้นหรือ ‘เหอะ ตลกละ’
“ผมไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คุณช่วยเค้า เพียงแต่วิธีการช่วยของคุณมันอาจทำให้คุณเสี่ยงอันตราย สิ่งที่คุณควรทำก็คือไปตามคนมาช่วย ไม่ควรจะอยู่ตามลำพังกับเค้าคุณเข้าใจไหม” คนตัวโตพยายามอธิบายให้คนตัวเล็กที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขาฟัง แต่เธอก็ยังมีท่าทีไม่ยอมเชื่อเขาอยู่ดี แถมยังเถียงคำไม่ตกฟาก
“แต่ฉันรู้ว่าเขาทำอะไรฉันไม่ไหวแน่ฉันถึงได้ช่วยเขาไงคะ” ดารันยังไม่ยอมแพ้
“คุณอย่าคิดว่าผู้ชายทุกคนจะเหมือนผมนะ ตอนที่คุณขอให้ผมช่วยในห้องน้ำก็ทีหนึ่งล่ะ ถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นคุณอาจถูกลวนลามไปแล้วก็ได้ คราวหลังคุณไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้าแบบนี้อีก คุณเข้าใจไหม” รฐนนท์ ใช้สองมือจับที่ต้นแขนของดารันและโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าเธอ และพยายามอธิบายให้ชัดเจนจึงยกตัวอย่างเื่เมื่อครั้งแรกที่เจอกันขึ้นมา
“ฉันไม่ได้จะไว้ใจใครสุ่มสี่สุ่มห้าซักหน่อย ตอนนั้นฉันเห็นว่าคุณเป็ทหารคงไม่น่าจะทำอะไรไม่ดีกับฉัน ก็เลยขอให้ช่วย คราวนี้ ผู้ชายคนนั้นาเ็ไม่มีทางทำร้ายฉันได้ฉันก็เลยช่วยเค้า ก็แค่นั้น” ดารันหลุบตาลงต่ำเพราะไม่อยากสบสายตาคบกริบที่กำลังจ้องเธออยู่
“ที่ผมพูดนี่แค่อยากให้คุณระวังตัวให้มากกว่านี้ ก็เท่านั้น” รฐนนท์ปล่อยมือจากดารันแล้วหันไปยืนเท้าสะเอวมองหญิงสาวแทน พลางคิดว่าเธอนี่ดื้อจริง ๆ
“นี่ ...คุณเป็ห่วงฉัน งั้นเหรอคะ” ดารันเงยหน้าจ้องตากับคนตัวโตที่ยืนเท้าสะเอว มองหน้าเธออยู่
“ใช่...ผมเป็ห่วงคุณ!”