บทที่ 15 เฟิ่งหวง
เมื่อเซียนเอ๋อตื่นขึ้นและเห็นเย่อู๋เชวียนั่งอยู่ข้างๆดวงตาของนางก็ปรากฏความสุขขึ้นทันทีจากนั้นเมื่อนึกถึงบางอย่างคิ้วของนางก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ราวกับรู้สึกถึงความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์เย่อู๋เชวียสั่นสะท้านไปทั้งตัวก่อนที่จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะค่อยๆลดลงและกลับสู่ร่างกายโดยสมบูรณ์จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นและมองเห็นดวงตาที่กระจ่างใสของเซียนเอ๋อกำลังจ้องมองมาด้วยรอยยิ้ม
เย่อู๋เชวียะโลงจากเก้าอี้และถามด้วยความเป็ห่วง“เซียนเอ๋อเ้าตื่นแล้ว ตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง…”
เมื่อเห็นความกังวลที่ฉายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของเย่อู๋เชวียเซียนเอ๋อก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจจากนั้นสายตาของนางก็กวาดมองไปที่มือขวาของเย่อู๋เชวียซึ่งปกคลุมไปด้วยาแตกสะเก็ดเซียนเอ๋อก็เข้าใจได้ทันทีว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น
ร่องรอยของความลังเลใจที่อธิบายไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าอันบอบบางของเซียนเอ๋อนางลุกจากเตียงและมองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“พี่อู๋เชวียถ้าเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของเ้าเซียนเอ๋อก็ไม่รู้ว่าจะกลายเป็อะไรไปแล้ว เมื่อพูดถึงเื่นี้นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่พี่อู๋เชวียช่วยชีวิตเซียนเอ๋อ”เสียงของเซียนเอ๋อชัดเจนและไพเราะ แต่ก็มีความสำนึกบุญคุณอย่างจริงใจ
เมื่อคำพูดเหล่านี้เข้าหูของเย่อู๋เชวียเขาก็แสร้งทำเป็โกรธและกล่าวว่า “เซียนเอ๋อถ้าเ้าพูดแบบนี้อีกข้าจะไปแล้วนะ!”
“ก็ได้ เซียนเอ๋อสำนึกผิดแล้ว”
ระหว่างเย่อู๋เชวียและเซียนเอ๋อมีความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ค่อนข้างลึกซึ้งอาจเป็เพราะในบรรดาผู้คนจากตระกูลมู่หรงทั้งหมดพวกเขาเป็เด็กกำพร้าที่ถูกฝากไว้ที่นี่เหมือนกันนั่นจึงเป็เหตุผลให้พวกเขาเกิดความสนิทสนมกันมากกว่าคนอื่นๆ
“เซียนเอ๋อในเมื่อเ้าสบายดีแล้วก็พักผ่อนเถอะพี่ใหญ่ยังมีธุระต้องทำ”
เย่อู๋เชวียรู้ว่าเซียนเอ๋อต้องมีความลับเป็ของตัวเองดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะขุดคุ้ยให้มากกว่านี้
สำหรับเย่อู๋เชวียแล้วเซียนเอ๋อเป็น้องสาวของเขาและถ้าน้องสาวของเขาไม่้าพูดถึงเื่นั้นเขาก็เคารพการตัดสินใจของนาง
ใบหน้าอันงดงามของเซียนเอ๋อบูดบึ้งด้วยความไม่เต็มใจและเมื่อเห็นว่าเย่อู๋เชวียกำลังจะจากไปจริงๆ นางก็ถอนหายใจเบาๆ “พี่อู๋เชวียเซียนเอ๋อ...กำลังจะไปแล้ว…”
คำพูดของเซียนเอ๋อทำให้เย่อู๋เชวียหยุดฝีเท้าลงทันทีในดวงตาของเขาปรากฏความลังเลเล็กน้อยบางทีในใจของเย่อู๋เชวียอาจรู้ั้แ่แรกว่าสักวันหนึ่งเซียนเอ๋อจะต้องไปจากที่นี่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดว่านางจะไปเร็วถึงขนาดนี้
“พี่อู๋เชวีย เซียนเอ๋อก็เป็เหมือนกับเ้าข้าได้รับการเลี้ยงดูในตระกูลของมู่หรงเป็เวลาสิบปีตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ามีความสุขมาก แม้ว่าตระกูลของมู่หรงจะมีขนาดเล็กแต่มันก็เงียบสงบและเต็มไปด้วยความรักเซียนเอ๋อดีใจที่มีพี่อู๋เชวียอยู่เคียงข้างเสมอทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดสิบปีที่ผ่านมาเซียนเอ๋อจะไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน…”
ดวงตาที่ชัดเจนของเซียนเอ๋อหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆมันเกิดจากความเศร้าโศกที่ต้องไปจากบ้านที่นางอาศัยมานานนับสิบปี
เย่อู๋เชวียหันกลับมากอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับลูบเส้นผมของนางอย่างแ่เบาแม้จะมีความไม่เต็มใจในดวงตาของเขาแต่เย่อู๋เชวียก็ยังปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“อย่าโง่ไปเลยเซียนเอ๋อการออกจากบ้านตระกูลมู่หรงไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกเห็นไหมข้าก็กำลังจะออกจากบ้านตระกูลมู่หรงเพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองโชคดีที่เ้าบอกลาข้าก่อน เพราะข้ามาที่นี่ก็เพื่อบอกลาเ้าเหมือนกัน”
เซียนเอ๋อซึ่งถูกกอดอยู่ในอ้อมแขนของเย่อู๋เชวียก็อดหัวเราะเบาๆไม่ได้ นางปัดมือเย่อู๋เชวียออกจากเส้นผมและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พี่อู๋เชวียเลิกทำแบบนี้ได้แล้ว!”
สายตาของเซียนเอ๋อมีความลังเลเล็กน้อยแต่เมื่อมองเห็นความอ่อนโยนในดวงตาของเย่อู๋เชวีย นางก็กัดฟันและกล่าวว่า“พี่อู๋เชวีย ในอนาคตเ้าต้องตามหาข้าให้เจอ เข้าใจไหม?”
เมื่อรู้สึกถึงความคาดหวังและความวิตกกังวลของเซียนเอ๋อเย่อู๋เชวียก็อดรู้สึกเ็ปไม่ได้เขาไม่มีบิดามารดาและต้องแยกจากลุงฝูั้แ่เด็กแม้ว่ามู่หรงฉางชิงจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนบุตรของตัวเองแต่ความผูกพันระหว่างพวกเขาก็ยังเทียบไม่ได้กับความอ่อนโยนของเซียนเอ๋อที่เป็คนรุ่นเดียวกัน
ตอนนี้การแยกทางได้มาถึงแล้ว ดังนั้นเย่อู๋เชวียจึงเต็มไปด้วยความเ็ป
“แน่นอน ไม่ว่ามันจะเป็หนทางที่ไกลแค่ไหนข้าก็จะตามหาเ้าจนพบ นี่คือคำสัญญาของพี่อู๋เชวีย”
เย่อู๋เชวียพยักหน้าอย่างหนักแน่นและกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
เมื่อได้ยินคำยืนยันของเย่อู๋เชวียเซียนเอ๋อก็ะเิเสียงหัวเราะอย่างอ่อนหวานและพยักหน้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
...
“กงเ้าคิดว่าหลังจากการอำลาครั้งนี้พวกเราจะได้พบกันอีกหรือไม่?”
“ฮ่าๆ ไม่มีงานเลี้ยงใดในโลกที่ไม่เลิกราแม้ว่าจะเป็ญาติสนิทที่สุด แต่สักวันหนึ่งพวกเ้าก็ต้องแยกจากกันไม่ต้องกังวลเด็กน้อย คนนี้เป็ทายาทของเฟิ่งหวง์ด้วยสภาวะผสานิญญาเมื่อคืนนี้นางจะต้องมีสถานะในเผ่าเฟิ่งหวงค่อนข้างสูงส่งอย่างแน่นอน แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าทำไมเทพธิดาเฟิ่งหวงถึงปล่อยให้ทายาทของตัวเองมาอาศัยอยู่ในตระกูลเล็กๆอย่างมู่หรง แต่ในอนาคตเ้าจะได้ยินชื่อเสียงของนางอีกครั้งอย่างแน่นอน”
“เฟิ่งหวง์ที่เ้าพูดถึงดูเหมือนจะเป็มหาอำนาจอันยิ่งใหญ่พวกเขาคืออะไรกันแน่?”
เย่อู๋เชวียไม่แปลกใจที่กงรู้จักเฟิ่งหวงกงเพียงสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองเท่านั้นแต่ความรู้ในอดีตของเขายังคงเต็มเปี่ยมไม่มีบกพร่อง
“ในความทรงจำที่เหลืออยู่ของข้ามีคำอธิบายบางอย่างเกี่ยวกับเื่นี้ ซึ่งเป็เหตุผลที่ข้าสามารถบอกได้ว่าสาวน้อยคนนั้นกำลังรวมจิติญญาที่แท้จริงเฟิ่งหวงไม่ได้เป็ตัวแทนของบุคคลแต่เป็ชื่อเรียกรวมของมหาอำนาจที่ดำรงมาอย่างยาวนาน ในกลุ่มของพวกนางสตรีทุกคนล้วนทรงพลังอย่างไม่อาจจินตนาการได้แม้จะเปรียบเทียบกับกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พวกนางก็ดูจะไม่เป็รองแม้แต่น้อย!”
“ทุกๆ ปีกลุ่มเฟิ่งหวงจะส่งศิษย์จำนวนนับไม่ถ้วนให้ออกค้นหาเด็กหญิงที่มีจิติญญาสูงส่งไม่ธรรมดาเพื่อฝึกให้เป็สมาชิกรุ่นใหม่ของกลุ่มอย่างไรก็ตามวิหคเพลิงเมื่อคืนนี้ดูค่อนข้างมีอารมณ์ร้อนแรงและนั่นเป็เหตุผลให้พวกนางทั้งสองไม่สามารถผสานิญญากันได้อย่างราบรื่น”
“โอ้? ช่างเป็กองกำลังที่แปลกประหลาดเหลือเกิน”
เย่อู๋เชวียก็แอบประหลาดใจกับคำอธิบายของกงแต่เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่น้อยที่ทราบว่าเซียนเอ๋อได้กลายเป็ทายาทของมหาอำนาจระดับนี้
“พูดกันตามตรง ด้วยพร์ในตัวเ้าหากเ้าไม่ฝืนที่จะฝึกฝนกฎศักดิ์สิทธิ์เป็เวลาสิบปีความสำเร็จในปัจจุบันของเ้าจะไม่มีทางด้อยกว่าจวินซานลี่อย่างแน่นอนแต่ในเมื่อเ้ายินยอมใช้เวลาสิบปีในการขัดเกลาต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ ในอนาคตเ้าจะได้รับโชคอันยิ่งใหญ่จากมันเป็การตอบแทนเชื่อข้าเถอะเมื่อถึงเวลานั้นเ้าจะค้นพบว่าการลงทุนครั้งนี้เป็สิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเ้า”
เย่อู๋เชวียรู้ดีว่ากงพยายามปลอบประโลมเขาดังนั้นเขาจึงยิ้มเล็กน้อยและรีบวิ่งไปยังที่พักของมู่หรงฉางชิง
“ท่านลุงฉางชิงอยู่หรือไม่”เย่อู๋เชวียยืนอยู่นอกห้องของมู่หรงฉางชิงและกล่าวด้วยความเคารพ
“เมื่อคืนเ้าไม่ได้มาหาข้าตามนัดเ้าไปที่ไหนมา!”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หรงฉางชิงเย่อู๋เชวียรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยดูเหมือนว่าอาการาเ็ของมู่หรงฉางชิงจะไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด
ในขณะนี้มู่หรงฉางชิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าแดงก่ำจากการฝึกฝนฝีมือ
“ท่านลุงฉางชิงอาการาเ็ของท่านเป็อย่างไรบ้าง?”
“ไม่เป็ไรจวินซานลี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายข้าอย่างหนัก แค่พักผ่อนไม่กี่วันก็หายแล้ว”
มู่หรงฉางชิงโบกมือเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาสบายดี
เมื่อได้ยินมู่หรงฉางชิงพูดถึงจวินซานลี่ดวงตาของเย่อู๋เชวียเป็ประกายด้วยไอสังหารทันที
เมื่อนึกถึงข้อตกลงสี่ปีที่เย่อู๋เชวียทำกับจวินซานลี่เมื่อวานนี้มู่หรงฉางชิงก็ถอนหายใจเช่นกัน
“ท่านลุงฉางชิงไม่ต้องกังวลเมื่อถึงกำหนดเวลา ข้าจะเอาชนะจวินซานลี่และล้างแค้นให้ท่านได้อย่างแน่นอน!”
น้ำเสียงของเย่อู๋เชวียแน่วแน่เห็นได้ชัดว่าเย่อู๋เชวียมีเจตนาสังหารจวินซานลี่อยู่แล้ว!
เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่แบกรับภาระทั้งหมดไว้เพียงลำพังจิตใจของมู่หรงฉางชิงก็รู้สึกหวั่นไหว แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างแต่เขาก็เกิดความภาคภูมิใจในตัวของเย่อู๋เชวียเป็อย่างมาก!
เขาเชื่อมั่นว่าในอนาคตเย่อู๋เชวียจะเปล่งประกายยิ่งกว่านี้ใครจะรู้ว่าหลังจากผ่านไปสี่ปีบางทีจวินซานลี่อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่อู๋เชวียจริงๆ ก็ได้?
“อู๋เชวียเ้ามาหาข้าเพราะมีเื่จะถามใช่ไหม?”
ราวกับรู้ว่าเย่อู๋เชวียกำลังคิดอะไรอยู่มู่หรงฉางชิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อู๋เชวียมาที่นี่เพื่อบอกลาท่านเพราะข้าสัญญาว่าจะเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงในสมรภูมิร้อยเมืองข้าไม่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะยาวนานมากแค่ไหน บางทีก่อนการประลองครั้งต่อไปข้าอาจไม่มีโอกาสได้พบท่านลุงอีก”
เมื่อเย่อู๋เชวียตอบคำถามอย่างซื่อตรงใบหน้าของมู่หรงฉางชิงก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ฮ่าฮ่า...เ้าเมืองฉีเชื้อเชิญให้เ้าเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงเพื่อเข้าร่วมในการต่อสู้เขาต้องเห็นความแข็งแกร่งและศักยภาพในตัวของเ้าเป็อย่างดีเื่นี้แม้แต่ตระกูลมู่หรงของเราก็ยังพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย!”
การเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงเพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองคือเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
จากนั้นเย่อู๋เชวียก็หายใจเข้าลึกๆเขามองไปยังมู่หรงฉางชิงด้วยดวงตาที่ลุกโชนและกล่าวอย่างจริงจังว่า
“เื่ที่สอง อู๋เชวียมาที่นี่เพื่อสอบถามเกี่ยวกับลุงฝู”
เมื่อมองไปยังสายตาที่จริงจังและไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะได้รับคำตอบมู่หรงฉางชิงก็ถอนหายใจเบาๆ และกล่าวด้วยแววตาหวนลำลึก
“อู๋เชวียข้ารู้ว่าสักวันเ้าต้องถามคำถามนี้ และตอนนี้เ้าก็มีคุณสมบัติที่จะรู้เกี่ยวกับลุงฝูของเ้าแล้ว”
ลมหายใจของเย่อู๋เชวียเร่งเร็วขึ้นเล็กน้อยภายใต้คำพูดของมู่หรงฉางชิงแต่เขาก็ยังตั้งใจฟังโดยไม่้าพลาดอะไรแม้สักคำเดียว
“นั่นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนข้าได้พบเจอกับผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งสามคนพวกเขาลงมือปล้นชิงนักเดินทางและสังหารผู้คนอย่างโเี้ที่ด้านนอกของเมืองหลงกวงข้า้ากำจัดคนเ่าั้เพื่อผดุงคุณธรรมแทนฟ้าแต่สุดท้ายข้ากลับตกลงไปในหลุมพรางของพวกเขาซะเอง
แม้ว่าการบ่มเพาะของคนเ่าั้จะไม่ดีเท่าข้าแต่ก็ไม่เป็รองสักเท่าไรเมื่อเผชิญหน้ากับการซุ่มโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวมันจึงเป็เื่ยากที่ข้าจะเอาตัวรอดได้และเมื่อข้ากำลังจะตายคนคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น!”
ดวงตาของมู่หรงฉางชิงมีประกายของความเคารพปรากฏออกมา!
“ข้าไม่เคยลืมเหตุการณ์นี้เพียงเขาชี้นิ้วไปข้างหน้าเบาๆยอดฝีมือระดับหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบสามคนก็ถูกเผาผลาญกลายเป็เถ้าถ่านอย่างง่ายดายความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมานั้นแม้จะผ่านมาหลายปีแต่มันก็ยังสดใสอยู่ในความทรงจำของข้าเสมอ”
น้ำเสียงของมู่หรงฉางชิงสั่นะเืเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าวิธีการที่น่ากลัวของลุงฝูยังคงหลอกหลอนเขามาจนถึงปัจจุบัน
เย่อู๋เชวียรู้สึกตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ได้แม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าลุงฝูเป็ผู้บ่มเพาะที่ทรงพลังแต่เขาก็ไม่คิดว่าลุงฝูจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้!
“แม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในวัยกลางคนแต่รัศมีพลังของเขากลับลึกล้ำราวกับทะเลไร้ขอบเขตและในขณะนั้นก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนหลังของเขา”
มู่หรงฉางชิงมองไปยังเย่อู๋เชวียเด็กน้อยตัวเล็กๆ คนนั้นคือเย่อู๋เชวียนั่นเอง
“อย่างไรก็ตามคนคนนั้นได้ส่งเสียงไอเป็ครั้งคราว ข้ายังเห็นรอยเืสีแดงเข้มบนแขนเสื้อของเขาแม้ว่าข้าจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษา แต่ข้าก็ยังบอกได้ว่าอาการาเ็ของเขารุนแรงอย่างยิ่งและดูเหมือนว่าเขาจะทนทุกข์ทรมานกับอาการาเ็นี้มาระยะหนึ่งแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้เย่อู๋เชวียก็ใจนหน้าซีดเผือด!