ราชันย์ลมปราณอนันต์

    ตอนที่ 51: คำเชิญจากยอดเขาหมอกคราม

    ตอนที่ 51: คำเชิญจากยอดเขาหมอกคราม

    วันรุ่งขึ้น หลินเยว่ได้เดินทางมายังหอเมฆาคล้อยด้วยตนเองอีกครั้ง ท่าทีของนางในวันนี้ดูเคร่งขรึมและเป็นทางการกว่าทุกครั้ง

    "คุณชายเฟิง" นางกล่าวด้วยความสุภาพ "ท่านอาจารย์ของข้า...ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยว...เมื่อได้ทรงทราบว่าชาของท่านได้ช่วยให้ข้าทะลวงผ่านคอขวดไปได้ ก็มีความประสงค์อยากจะขอพบท่านเพื่อกล่าวขอบคุณด้วยตนเอง"

    แม้คำพูดจะดูเหมือนเป็นคำเชิญ แต่ความหมายที่แท้จริงของมันคือ "คำสั่ง" ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

    เฟิงหวงรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึง เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงแค่ยิ้มรับอย่างสงบ "เป็นเกียรติของข้าอย่างยิ่งที่ได้รับคำเชิญจากท่านผู้เฒ่า โปรดแม่นางนำทาง"

    เขาปิดร้านและเปลี่ยนเป็นชุดผ้าไหมสีขาวที่เรียบง่ายแต่ดูสะอาดสะอ้าน ทำให้เขาดูเหมือนบัณฑิตผู้สง่างามคนหนึ่ง ก่อนจะเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาหมอกครามพร้อมกับหลินเยว่

    นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิงหวงได้มาเยือนสำนักหมอกครามอย่างเป็นทางการ พลังปราณแห่งฟ้าดินบนยอดเขานั้นหนาแน่นกว่าในเมืองเบื้องล่างหลายเท่าตัว สถาปัตยกรรมต่างๆ งดงามราวกับภาพวาด มีเหล่าศิษย์ในชุดสีฟ้าอ่อนกำลังฝึกปรือเพลงกระบี่อยู่ตามลานกว้าง บางคนก็เหินไปมาบนกระบี่วิเศษอย่างคล่องแคล่ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของสำนักอันดับหนึ่งในแถบนี้

    หลินเยว่ลอบสังเกตปฏิกิริยาของเฟิงหวง นางคิดว่าจะได้เห็นความตื่นตะลึงในแววตาของ "คนธรรมดา" แต่สิ่งที่นางเห็นกลับเป็นเพียงความสงบนิ่ง...เขามองทุกอย่างด้วยสายตาที่ชื่นชมในความงาม ราวกับกำลังชมภาพวาด ไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรืออิจฉาริษยาเลยแม้แต่น้อย ความสงบนิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกว่าเขาช่างลึกลับยิ่งขึ้นไปอีก

    ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงที่พำนักของท่านผู้เฒ่าเหมี่ยว มันเป็นเพียงลานบ้านเล็กๆ ที่เงียบสงบและปลูกไว้ด้วยสมุนไพรวิญญาณหายากนานาชนิด

    ณ ศาลากลางสวน ปรากฏร่างของสตรีสูงวัยผมสีขาวโพลนในชุดสีเขียวอ่อนกำลังนั่งชงชาอย่างสบายอารมณ์ นางดูเหมือนคุณย่าผู้ใจดีคนหนึ่ง แต่ดวงตาของนางกลับแฝงไว้ด้วยปัญญาที่ล้ำลึกราวกับได้เห็นโลกมาแล้วนับร้อยนับพันปี

    "มาแล้วรึ...เชิญนั่งก่อน พ่อหนุ่ม" ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    เฟิงหวงโค้งคำนับอย่างนอบน้อมและนั่งลงตรงข้ามนาง

    "นี่คือ 'ชาหมอกพันปี' ที่ข้าปลูกเอง ลองชิมดู" นางรินชาให้นางด้วยตนเอง

    เฟิงหวงรับมาและจิบเข้าไปอย่างสุภาพ เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ในน้ำชาซึ่งสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปก้าวหน้าไปได้มาก แต่สำหรับเขา...มหาสมุทรลมปราณในร่างได้โอบล้อมและดูดกลืนพลังงานนั้นเข้าไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ "เป็นชาที่ยอดเยี่ยมมากขอรับท่านผู้เฒ่า"

    ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวจ้องมองเขาเขม็ง ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่อง "ข้าได้ยินเรื่องชาของเจ้ามา...น่าทึ่งมากที่สูตรของบรรพบุรุษจะมีผลต่อปีศาจในใจของผู้ฝึกยุทธ์ได้ถึงเพียงนี้"

    "เป็นเพียงโชคและความบังเอิญเท่านั้นขอรับ" เฟิงหวงยังคงยึดมั่นในเรื่องราวเดิม

    ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง...ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวก็ได้ปลดปล่อย "จิตเทวะ" ของนางออกมาอย่างเงียบเชียบ! มันคือสัมผัสแห่งจิตวิญญาณที่ทรงพลังของยอดฝีมือขั้นเซียน สามารถสอดส่องเข้าไปในร่างกายและทะเลจิตสำนึกของผู้อื่นได้ในพริบตา!

    สัมผัสแห่งจิตนั้นกวาดผ่านร่างของเฟิงหวง...
    แต่แล้ว...ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจอย่างสุดขีด!

    ผลการตรวจสอบของนางพบกับสองสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง!

    หนึ่ง...ร่างกายของเด็กหนุ่มคนนี้...เป็นของ "คนธรรมดา" อย่างแท้จริง! ไม่มีร่องรอยของลมปราณที่โคจรอยู่เลยแม้แต่น้อย!

    สอง...ทะเลจิตสำนึกของเขา...กลับเป็น "ห้วงมิติที่ว่างเปล่า" ที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง จิตเทวะของนางไม่สามารถมองเห็นหรือสอดส่องอะไรได้เลย ราวกับกำลังจ้องมองเข้าไปในหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง!

    เป็นไปได้อย่างไร! คนธรรมดาจะมีทะเลจิตสำนึกที่แข็งแกร่งและลึกลับถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!?

    ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวชักจิตเทวะของตนเองกลับมา ในดวงตาที่เคยดูใจดีของนาง บัดนี้ได้ฉายแววแห่งความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
    นางมองไปยังชายหนุ่มรูปงามที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสงบอยู่ตรงหน้า...บัดนี้นางไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้วว่าเขาเป็นใครกันแน่ เขาอาจจะเป็นคนธรรมดาที่โชคดีที่สุดในโลก...หรืออาจจะเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้ทั้งหมด

    ปริศนา...ไม่ได้ถูกคลี่คลาย แต่กลับยิ่งลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

    นางระงับความตกใจไว้ในใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรอีกครั้ง

    "พ่อหนุ่ม...ในเมื่อเจ้ามีความสามารถพิเศษเช่นนี้ ข้ามีข้อเสนออย่างหนึ่งให้เจ้า"

    คล้ายกับเรื่องราชันย์ลมปราณอนันต์ ที่คุณอ่าน