ตอนที่ 1 โรคหัวใจขาดรัก
โรงพยาบาล
เสียงดังจ๊อกแจ๊ก ๆ ดังออกมาไม่ขาดสายจากบริเวณหน้าห้องตรวจผู้ป่วยนอก ทั้งผู้ป่วย ญาติคนไข้ เ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าของผู้ที่มานั่งรอตรวจเต็มไปด้วยร่องรอยของความทุกข์ทางใจ ความเ็ปทางกาย เสียงร้องเรียกชื่อของผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ในห้องตรวจที่มีเกือบ20 ห้อง ดังแข่งกัน รถเข็นคนไข้จอดเรียงรายจนแทบจะไม่มีที่เดิน คนไข้ที่อยู่บนรถเข็นมีอาการที่แตกต่างกัน ข้าง ๆ รถเข็นจะมีญาติคนไข้ยืนอยู่ใกล้ ๆ คอยดูแล ล้อรถเข็นดังเอี๊ยดอ๊าด ๆบ่งบอกถึงอายุของการใช้งานที่ใช้มายาวนาน
โรงพยาบาลใหญ่ริมแม่น้ำเ้าพระยาที่รองรับผู้ป่วยจากทั่วทุกสารทิศ และยังเป็โรงพยาบาลที่สอนบุคลากรการทางการแพทย์จากคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆของประเทศ ในห้องตรวจมีทั้งอาจารย์หมอ แพทย์ผู้ทำการตรวจรักษา แพทย์ที่เรียนต่อเฉพาะทางด้านต่าง ๆ นักศึกษาแพทย์ ปี 4-6 ที่รอรับความรู้จากอาจารย์หมอ
ห้องตรวจ นายแพทย์ภีมพล อัครกิจกุลชัย
นายแพทย์หนุ่มกำลังนั่งตรวจคนไข้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม รอยยิ้มที่ยิ้มทั้งตา ทั้งปาก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับคนไข้อย่างอ่อนโยน อบอุ่น หมอภีม นายแพทย์หนุ่ม เรียนจบแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเืจากประเทศอังกฤษตามรอยบิดาของเขาคืออาจารย์นายแพทย์ภูภูมิ ด้วยอายุเพียง21 ปี
รูปหน้าคมเข้ม ผิวขาวจัดออกไปทางยุโรป หล่อบาดตาบาดใจสาวๆ นัก ภีมพล...ได้รับยีนเด่นมาจากบิดา มารดาของเขามาแทบทั้งหมด ผมหยักศกสั้นสีน้ำตาลอ่อน คิ้วเข้ม ตาสีฟ้าน้ำทะเล ดวงตาคมกริบ แต่ซ่อนความหวาน วาววับในดวงตาคู่นั้น เจือด้วยความอ่อนโยนอยู่เป็นิจ ริมฝีปากที่ไม่ค่อยเปิดยิ้มเต็มที่นัก นอกจากกับคนไข้และคนสนิทเท่านั้น แต่ยามใดที่ยกมุมปากยิ้มออกมาแม้เพียงนิดเดียวก็ทำให้มีเสียงกรี๊ดกร๊าดจากนักศึกษาแพทย์สาว ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่ แต่หมอหนุ่มก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเข้ามาอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาก็มุ่งมั่นกับการเรียนอย่างหนัก เพราะอายุที่น้อยกว่ารุ่นเดียวกัน เขาต้องพัฒนาตัวเองในทุก ๆด้านให้ทันเพื่อน โชคดีที่เขามีสายเืทางตะวันตก จึงทำให้มีรูปร่างที่สูงใหญ่ ผึ่งผายเกินมาตรฐานชายไทยทั่ว ๆไป ทำให้อายุไม่ได้เป็จุดด้อยสำหรับหมอหนุ่ม ยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์ น่าหลงใหล
นายแพทย์หนุ่มกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้เพราะ้าทำงานรับใช้ประเทศชาติ เหมือนที่บิดาและมารดาของเขา จึงปฏิเสธโรงพยาบาลเอกชนหลาย ๆแห่ง ที่ยื่นข้อเสนอดี ๆมาให้ หลายคนบอกว่าไม่น่าปฏิเสธเลย น่าเสียดายโอกาส แต่เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่เวลานี้ เป็สิ่งสูงสุดของชีวิตนี้แล้ว ที่ได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน
“วันนี้คนไข้เยอะกว่าทุกวันนะครับพี่แก้ว”เสียงทุ้มเอ่ยออกมา พร้อมรอยยิ้มส่งให้พี่แก้ว พยาบาลประจำห้องตรวจของเขา ในมือยังถือปากกาเอาไว้
“ค่ะ ใกล้เที่ยงแล้วคนไข้ยังไม่ซาเลย”พี่แก้วเอ่ยขึ้น เธอเห็นหมอภีมอ้าปากหาวมาหลายครั้งแล้วแม้จะพยายามเบือนหน้าออกไป เธอจึงหยุดเรียกคนไข้เข้าห้องตรวจชั่วคราว
“หมอภีมรับกาแฟสักแก้วก่อนไหม ? พี่เห็นหน้าแล้วเป็ห่วง เมื่อคืนคงจะไม่ได้พักเลยสิ”พี่แก้วเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
เธอชอบการทำงานของหมอภีม เธออยู่ดูแลห้องตรวจนี้มานาน หมอภีมเป็หมอที่เก่ง การตัดสินใจเร็ว เฉียบคมแม่นยำ ดูแลใส่ใจคนไข้ พูดคุยอย่างเป็กันเอง ไม่ถือตัว ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของหมอ คนไข้ก็คงจะหายป่วยไปแล้วครึ่งหนึ่ง ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน หมอภีมก็ไม่เคยแสดงอาการหงุดหงิดออกมาขณะตรวจคนไข้ สาว ๆทั้งหลายน้อยคนนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มที่เสน่ห์เหลือล้นนี้ เพราะหมอภีมจะเงียบ ขรึม ไม่ช่างพูด ช่างคุย นาน ๆ จะยิ้มออก มีเพียงคนไข้เท่านั้นที่ได้รอยยิ้มจากหมอภีม
“ขอบคุณครับ”หมอหนุ่มยิ้มให้พี่แก้ว เอนหลังที่พนักเก้าอี้หลับตาลงช้า ๆ นิ้วมือที่ตัดเล็บสั้นสะอาดกดลงที่ขมับเบา ๆ ั้แ่เมื่อคืนที่เขาอยู่เวรก็แทบไม่ได้นั่งพัก มีคนไข้เข้ามาตลอด จนเกือบถึงตอนเช้า เสร็จจากห้องฉุกเฉินก็รีบขึ้นไปดูคนไข้ที่เขาส่งขึ้นไปนอนพักรักษาตัวที่ตึกยังไม่ทันได้พักก็ถึงเวลาออกตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกหมอหนุ่มจึงรีบกลับหอพักไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามารอตรวจคนไข้ วันนี้หวังว่า...จะได้หลับยาวสักวัน
“กาแฟร้อน ๆมาแล้วค่ะ”พี่แก้ววางถ้วยกาแฟ พร้อมขนมปังลงที่โต๊ะ
“อืมม์...แค่ได้กลิ่นกาแฟก็หายง่วงแล้วครับ พี่แก้วน่ารักที่สุดเลย รู้ใจหมอตลอด”หมอหนุ่มยิ้มกว้างออกมา
“โอ๊ย !หมอภีม...อย่ามายิ้มแบบนี้ให้พี่แก้ว...หัวใจคนแก่มันเต้นตุ๊บตับ ๆจนจะละลายหมดแล้ว”พี่แก้วจัดเรียงแฟ้มคนไข้ไปด้วยคุยไปด้วย
เขายกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพร้อมกัดขนมปังเข้าปาก เคี้ยวอย่างเร็ว เพราะมีคนไข้รอตรวจอีกหลายคน
พี่แก้ววางขวดน้ำเปล่าลงที่โต๊ะ “หมอสาว ๆ สวย ๆมีเยอะแยะ ไม่เห็นหมอภีมจะยิ้มให้คุณเธอทั้งหลายด้วยเลย เดินไปไหนสาวๆ แทบจะกรี๊ดกันทั้งโรงพยาบาล มายิ้มให้คนแก่อยู่ได้”พี่แก้วเอ่ยแซว เธอช่วยหมอภีมมานานเห็นหมอภีมไม่ค่อยจะสนใจๆสาวๆ สักคน ทั้ง ๆที่หล่อแทบจะกระชากใจสาว ๆออกมา
เขาหัวเราะในลำคอเลื่อนแก้วกาแฟคืนให้พี่แก้วอย่างเบามือ “หมอชอบสาวแก่ครับ แก่อย่างพี่แก้ว หมอยิ่งชอบ สาวแก่เอาใจหนุ่ม ๆเก่งจะตายครับ”หมอหนุ่มเดินไปล้างมือที่อ่างเพื่อเตรียมตรวจคนไข้ต่อ
“อื้อ...หมอภีมนี่น๊า...พูดหยอกคนแก่อย่างพี่อย่างนี้ก็เป็...เฮ้อ...สาวๆคงไม่มีโอกาสได้เห็นความมุ้งมิ้ง ฟุ้งฟิ้งของหมอภีมอย่างพี่แก้ว...”
“มุ้งมิ้ง ฟุ้งฟิ้ง...แปลว่าอะไร”เขาหยิบแฟ้มคนไข้มาเปิดดู
“ก็...น่ารัก..น่าหยิกน่าหยอก...อะไรประมาณนี้ค่ะ”
“เรียกคนไข้ได้เลยครับ”เสียงเข้าเอ่ยขึ้น
นายแพทย์หนุ่มนั่งตัวตรง รอยยิ้มเกลี่ยอยู่บนใบหน้า เตรียมรอรับคนไข้ที่จะเข้ามาตรวจ ตลอด2 ชั่วโมงเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรวจคนไข้ ไม่ได้ขยับไปไหนจนบ่ายโมงคนไข้จึงหมด
เสื้อกาวน์ถูกถอดแขวนเอาไว้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดพอดีตัวถูกพับลวก ๆ ขึ้นมาที่ข้อศอกกับกางเกงสแลคสีดำ ยิ่งทำให้เห็นรูปร่างที่สมส่วนบ่งบอกถึงความดูแลเอาใจใส่รูปร่างของตัวเอง หมอหนุ่มล้างมืออีกครั้งอย่างสะอาด
ก๊อก ๆๆๆ
“พี่แก้ว...ลืมอะไรอีกล่ะ”หมอหนุ่มเอ่ยออกไปโดยไม่หันหน้าไปมองที่ประตู
“แก้วใบไหนคะ พี่ภีม”
ใบหน้าสวยเก๋ แต่งแต้มแต่พองาม ผมสั้นระต้นคอที่ตัดแต่งออกมารับกับใบหน้าสวยได้อย่างลงตัว ชุดเดรสเข้ารูปสีครีมสั้นเหนือเข่าที่ตัดเย็บมาจากดีไซเนอร์ชื่อที่ดังมีเพียงไม่กี่ชุด รับกับรองเท้าสีครีมส้นแหลม เผยเรียวขาสวยออกมาให้เห็น รอยยิ้มส่งมาถึงหมอหนุ่มั้แ่หน้าประตูห้อง
หมอหนุ่มรีบเช็ดมือแล้วเดินมาที่โต๊ะเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เปิดประตูเข้ามา“คนไข้คนนี้จะมาตรวจโรคอะไรครับ”รอยยิ้มที่อบอุ่นฉายชัดบนใบหน้าคมเข้ม
ผิงผิงนั่งเท้าคางตรงหน้าหมอหนุ่มเอ่ยออกมาช้า ๆ
“โรคหัวใจขาดรัก..."
เธอยิ้มหวานออกมา"พี่ภีมทำให้ผิงผิงกลายเป็โรคหัวใจขาดรัก”
หล่อนเอ่ยออกมาอย่างหน้าตาเฉย หน้าสวยหวานอยู่ไม่ห่างจากเขามากนักดวงตากลมโต จ้องเป๋งที่เขา ตากระพริบปริบ ๆเหมือนเด็กน้อย
หมอหนุ่มขยี้ผมสั้น นุ่มอย่างแรง จนผมที่เซ็ตมาอย่างดียุ่งเหมือนรังนก“เด็กน้อยเอ๊ย ! พูดเล่นอีกแล้ว จะขาดรกขาดรักอะไรกัน พี่เห็นหนุ่ม ๆเข้าแถวรอคิวจีบเรายาวเป็ไมล์แล้ว...”
มือเล็กจับมือพี่ภีมออกจากผมสวยของตัวเองมาแนบที่แก้มใส “แต่...ไม่ใช่พี่ภีมนี่นา...หนูอยากได้หัวใจของพี่ภีมคนเดียว...”เ้าหล่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สดใส น่ารัก น่าหมั่นไส้
หมอหนุ่มดึงมือตัวเองออกมาอย่างสุภาพ“พอ ๆอย่ามาทำหวานกับพี่ภีม เลิกเล่นเป็เด็กได้แล้ว..เมื่อไรจะทำตัวให้เป็ผู้ใหญ่สักที หือ...พี่ไม่ชอบให้เราพูดแบบนี้อีก”เสียงที่เอ่ยออกมาเข้ม ใบหน้าคมเรียบเฉย ไม่มีรอยยิ้มทำให้เขาดูจริงจัง
ผิงผิงขยับตัวขึ้นมานั่งพิงที่พนักเก้าอี้เมื่อได้ยินเสียงดุของพี่ภีม มือเรียวยาวบีบเข้าหากัน ใบหน้าสวยก้มหน้านิ่งดวงตาหลุบต่ำลง “ผิงผิง...เป็เด็กเฉพาะเวลาที่อยู่กับพี่ภีมเท่านั้นแหล่ะ เวลาทำงานผิงผิง..ก็ไม่เคยได้ยิ้ม ได้หัวเราะแบบนี้ มีแต่งาน ๆๆๆ ผิงผิงเหนื่อย...”เสียงหญิงสาวสั่นพลิ้วออกมา ปากเล็กขบเม้มเข้าหากัน
ภีมพลเดินเข้าไปข้าง ๆเก้าอี้ของหญิงสาว วงแขนโอบกอดร่างบางอย่างอ่อนโยน “พี่ภีมขอโทษนะคะที่พูดแรงไป ผิงผิงไปทานข้าวกับพี่ภีมนะคะ พี่ภีมเลี้ยงเอง”เขาอ้อนเธออย่างน่ารัก เพราะรู้ตัวว่าพูดแรงไป
ผิงผิงเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแกร่งของเขา“ผิงผิงจะกลับไปทำงานแล้วค่ะ ผิงผิงไม่รบกวนพี่ภีม”หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ รีบเดินออกไปจากห้องตรวจอย่างเร็ว