โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 65 ความขัดแย้ง

    บทที่ 65 ความขัดแย้ง

     

     

     

    ผมนิ่งมองซากศพของเจ้าหมีเถ้าถ่านอยู่นานภาพเหตุการณ์ในชั้นที่ 1ตั้งแต่วันแรกที่ถูกโยนลงมาในขุมนรกแห่งนี้ไหลย้อนกลับมาไม่หยุด

     

    การรอดชีวิตที่เคยเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันกลับกลายเป็นความจริงที่ให้ความรู้สึกเหมือนฝันตื่นหนึ่ง

     

    ทว่าราคาที่ต้องจ่ายไปเพื่อลมหายใจนี้ก็มากมายน่าใจหายเหลือเกิน

     

    ผมสลัดความคิดอ่อนไหวเหล่านั้นทิ้งไปก่อนจะสั่งการระบบลงแต้มสถานะทั้งหมดไปที่ความทนทานทันที

     

    ถึงจะเกลียดชังระบบเฮงซวยนี้แค่ไหนแต่ผมก็ต้องยอมรับว่าหากไม่มีมัน ผมคงไม่มีวิธีโกงความตายแบบนี้แน่ๆ

     

    หลังจากลงค่าสถานะร่างกายที่แตกสลายก็ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย

     

    แม้วิกฤตจะผ่านไปแต่ผมยังไม่กล้าคลายสมาธิ เลเวล 10 เพราะรู้ดีว่าหากสลัดสภาวะนี้ทิ้งความเจ็บปวดที่ถูกกดไว้จะถาโถมกลับมาจนผมอาจช็อกตายในทันที

     

    ถ้าไม่มีสมาธิระดับนี้ต่อให้เอาชนะเจ้าหมีได้ ผมก็คงไม่มีชีวิตรอดอยู่ดีทักษะทั้งสองจึงไม่ต่างจากแคปซูลช่วยชีวิตที่ประคับประคองลมหายใจสุดท้ายของผมไว้

     

    ผ่านไปห้านาทีการรับรู้ทางร่างกายเริ่มดีขึ้น ทว่าแขนขากลับยังอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับได้ตามใจนึกดูเหมือนผมต้องรอให้ค่าสถานะเยียวยาส่วนที่เสียหายหนักมากกว่านี้อีกสักหน่อย

     

    ผมละสายตาจากซากมหึมาของเจ้าหมีเถ้าถ่านมองไปยังประตูสู่ชั้นที่สอง เทสดูเหมือนจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เธอยังคงยืนตะโกน และทุบกำแพงล่องหนอยู่หน้ารอยแยกอย่างเอาเป็นเอาตาย

     

    ในขณะที่รอให้ค่าความทนทานเยียวยาร่างกายจู่ๆ เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์รอบชายป่าก็ดังขึ้น

     

    มันเริ่มจากเสียงหมาป่าก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระทืบเท้าหนักๆ ของพวกไจแอนท์โทรลล์ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    บ้าเอ้ย... มันควรจะจบลงแล้วไม่ใช่เหรอ!

     

    ผมสบถในใจพลางจ้องมองซากหมีเถ้าถ่าน

     

    ภาพเหตุการณ์ตอนที่มันปรากฏตัวท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์ผุดขึ้นมาในหัวภายใต้สภาวะสมาธิที่ทำให้ความคิดเฉียบคมขึ้นผมเริ่มเอะใจว่าทำไมมอนสเตอร์เหล่านั้นถึงรุมโจมตีมัน

     

    หรือว่ามันจะไม่ใช่บอสตัวจริงของชั้นนี้?

     

    เวรแล้วไง!

     

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป แม้ร่างกายปกติจะขยับไม่ได้ แต่ด้วยการควบคุมมานาเลเวล 10 มันทำให้ผมสามารถใช้มานากระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานแทนได้

     

    แม้ราคาที่ต้องจ่ายอาจจะเป็นความเจ็บปวดเจียนตายหรือความพิการหลังจากนี้แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

     

    ผมควบคุมมานาอย่างละเอียดอ่อนเสริมเข้าไปในเนื้อเยื่อ และเส้นประสาทสำคัญก่อนจะเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆทว่าแม้จะใช้มานาช่วยประคอง ผมกลับทำได้เพียงคืบคลานไปกับพื้นราวกับไส้เดือน

     

    แต่แล้วไงล่ะ?

     

    ผมไม่ได้โค่นอสูรกายระดับบอสมาเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นอาหารบุฟเฟต์ของพวกสวะพวกนี้หรอกนะ!

     

    ผมกัดฟันดันร่างไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละเลือดกำเดาไหลทะลักบาดแผลที่หน้าอกปริแตกจนเลือดซึมผ่านรอยไหม้ที่เจ้าหมีเคยจี้ปิดไว้ให้

     

    เสียงเห่าหอนของพวกหมาป่าดังไล่หลังมาติดๆตามด้วยแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินที่สั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

     

    อีกสามเมตร...เสียงกรีดร้องของฝูงกอบลินนับร้อยดังระงม

     

    อีกหนึ่งเมตร...หมาป่าสองหัวโผล่พ้นชายป่าออกมาคำรามขู่

     

    อีกห้าสิบเซนติเมตร...เงาทมิฬของไจแอนท์โทรลล์ทาบทับลงมามันคำรามกึกก้องก่อนจะพุ่งเข้าใส่ซากหมีเถ้าถ่านที่กำลังถูกรุมทึ้ง

     

    ผมกัดฟันเฮือกสุดท้ายจิกนิ้วมือขวาลงกับพื้นดิน แล้วกระชากร่างตัวเองพุ่งเข้าหาประตูรอยแยกเบื้องหน้าสุดแรง!

     

    ชั่วพริบตาที่ผ่านพ้นประตูกลไกบางอย่างก็เข้ามาระงับมานาในร่างกายจนสภาวะสมาธิหายวับไป

     

    ความเจ็บปวดมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ถาโถมเข้าใส่รุนแรงจนตั้งตัวไม่ติดมันรุนแรงเสียจนผมไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะส่งเสียงร้องคราง และเพียงไม่กี่อึดใจสติสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิดก็ดับวูบลงไปในที่สุด

     

    ผมตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นของมานาที่คุ้นเคยกำลังไหลเวียนไปทั่วร่างผมจำได้ทันทีว่าเป็นทักษะของลิลลี่ทว่าในตอนนี้มันกลับทรงพลังและนุ่มนวลกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

     

    ผมไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหนหรือลิลลี่ใช้มานาไปเท่าไหร่ในการยื้อชีวิตผมไว้แต่ที่แน่ใจคือความรู้สึกเหมือนร่างกายแหลกเหลวในตอนแรกเบาบางลงไปมาก

     

    และดูเหมือนมานาในกายของผมเองก็เริ่มฟื้นฟูกลับมาใช้งานได้อีกครั้งแล้ว

     

    ผมใช้ทักษะการควบคุมมานา เลเวล 10จัดสรรมานาอย่างละเอียดอ่อนเพื่อพยุงร่างกายส่วนที่ยังบอบช้ำพร้อมกับแบ่งพลังบางส่วนเข้าสู่สมาธิขั้นบางเบา เพื่อระงับความเจ็บปวดโดยระวังไม่ให้ไปรบกวนการเยียวยาของลิลลี่

     

    เมื่อรวบรวมสติสัมปชัญญะได้ครบถ้วนผมจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น

     

    เบื้องหน้าของผมเทสยืนหันหลังให้พลางควบคุมหินยักษ์หลายก้อนให้ลอยรอบตัว มีกระแสไฟฟ้าสีแดง และขาวประทุ ออกมาจากหินเหล่านั้นอย่างน่าเกรงขาม

     

    ห่างออกไปไม่ไกลคือ คิมที่มีหินก้อนเล็กรายล้อมทว่าใบหน้าของเขากลับฉายแววสับสนจนยากจะหยั่งถึง

     

    ฝั่งตรงข้ามของทั้งคู่คือ มายาในชุดเกราะมานาเต็มยศในมือถือหอกโปร่งแสงที่ดูประณีต และทรงพลังกว่าลิ่มมานาของผมหลายเท่า

     

    ถัดจากเธอคือแฮดวินที่ยืนคุมเชิงด้วยมานาอันบ้าคลั่งที่พร้อมเข้าปะทะทุกเมื่อ

     

    นอกจากนี้ผมยังสัมผัสได้ถึงมานาของโชอี้ที่กำลังเอื้อมมาแตะตัวผมจากด้านหลัง

     

    เหอะ!

     

    พวกหมาลอบกัดเผยธาตุแท้ออกมาจนหมดเลยสินะสงสัยผมจะไม่มีเวลาพักแล้ว

     

    ผมยันตัวลุกขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่ร่างกายโอนเอนเสียหลักจนลิลลี่ต้องรีบเข้ามาช่วยพยุง

     

    "จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?"

     

    ผมเค้นเสียงที่แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยินออกมา

     

    พวกเขาชะงัก และหันมามองผมเป็นตาเดียวแววตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง หวาดกลัว และคอยจ้องจะหาโอกาสซ้ำเติม

     

    "ฉันจะซัดพวกแกให้เละจนจำหน้าตัวเองไม่ได้เลย!"

     

    คราวนี้เสียงของผมหนักแน่นขึ้นพร้อมมานาที่เริ่มระเบิดตัวออกมา

     

    "มายา...อย่าบอกนะว่าเธอยังเจ็บใจเรื่องที่โดนกระทืบคราวก่อน?"

     

    คำยั่วยุของผมดูจะไม่ได้ผลมายายังคงสงบนิ่งขณะก้าวเท้าเข้าหาผมทีละก้าว

     

    ทว่าก่อนที่เธอจะถึงตัวหินยักษ์ขนาดเท่าหัวคนก็พุ่งเข้าใส่เธออย่างจัง!

     

    แรงปะทะมหาศาลอัดเข้าที่กลางอกจนเกราะมานาแตกร้าวร่างของเธอกระเด็นลอยละลิ่วไถลไปกับพื้นหลายตลบ

     

    สายฟ้าอันเข้มข้นแล่นพล่านไปตามร่างของเธอช็อตทะลวงผ่านเกราะมานาจนแตกกระจายอย่างไม่ใยดี

     

    ความเจ็บปวดจากการถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงอัดกระแทกทำลายระบบประสาททำให้มายาหลุดจากสภาวะสมาธิและกรีดร้องออกมาสุดเสียงในทันที!

     

    "ถ้าใครกล้าก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียวฉันสาบานเลยว่าจะไม่ยั้งมืออีกต่อไป!"

     

    เทสคำรามลั่นจนเกือบจะเป็นเสียงกรีดร้องพื้นดินรอบกายสั่นสะเทือนราวกับตอบรับโทสะของเธอ

     

    หินยักษ์หมุนวนเร็วขึ้นจนเห็นเป็นเงาเลือนลางปรากฏประกายไฟฟ้าแตกกระจายประดุจท้องฟ้ากำลังพิโรธ

     

    เธอหรี่ตาลงก่อนจะตวัดสายตาไปทางโชอี้

     

    "โชอี้... ถ้าเธอยังริอ่านลองดีเธอจะเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มรสมัน!"

     

    โชอี้หน้าถอดสีรีบคว้าตัวน้องสาวดึงหลบไปยืนหลังลีออนทันทีพร้อมกับชูมือขึ้นเหนือศีรษะเพื่อส่งสัญญาณยอมแพ้

     

    "เทส เธอไม่เข้าใจเหรอ!ไอหมอนั่นมันบ้าไปแล้วนะ ถ้าปล่อยมันไว้พวกเรานี่แหละจะแย่กันหมด!"

     

    แฮดวินพยายามก้าวเข้ามาใกล้ผมสัมผัสได้ถึงมานาที่เริ่มปั่นป่วนในตัวเขาดูเหมือนเขากำลังมองหาจังหวะรบกวนทักษะของเทส

     

    ทว่าทันทีที่เขาขยับเท้าหินสองก้อนก็พุ่งเข้าใส่ติดต่อกันด้วยความเร็วสูงแรงปะทะส่งร่างเขากระเด็นไปไกลยิ่งกว่ามายาเสียอีกแถมกระแสไฟฟ้าที่รุมเร้ายังรุนแรงจนน่าขนลุก

     

    แต่เขาก็ยังกัดฟันลุกขึ้นยืนได้แม้จะโดนไฟฟ้าช็อตเข้าร่าง แต่เขากลับทำเพียงแค่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่แยแส

     

    "บ้ายิ่งกว่าพวกคุณงั้นเหรอ?อย่ามาพูดจาไร้สาระนะแฮดวิน!บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับโดมินิกและเจคอบ!"

     

    หินอีกก้อนพุ่งกระแทกซ้ำเข้ากลางลำตัวส่งร่างแฮดวินลอยละลิ่วไปกลิ้งจมยอดหญ้าไกลออกไปกว่าเดิมเขาส่งเสียงครางแผ่วเบาก่อนจะฝืนลุกขึ้นนั่ง

     

    "ถ้ายังกล้าลุกขึ้นมาอีกฉันสาบานเลยว่าจะทุ่มใส่ด้วยทุกอย่างที่มี!"

     

    เทสขู่เสียงเขียวจนแฮดวินถึงกับชะงักไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน

     

    ผมแอบยิ้มออกมา... ให้ตายสิเทสเธอมันเท่ชะมัดเลย

     

    "เทส...ผมว่าโชอี้กำลังแอบใช้ทักษะอยู่นะ"

     

    ผมแกล้งโพล่งขึ้นมาลอยๆทำให้โชอี้ตะโกนสวนกลับมาด้วยท่าทีร้อนรน

     

    "นายโกหก!ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!"

     

    การได้เห็นพวกเขาสติแตกจนทำตัวไม่ถูกแบบนี้มันเกือบจะทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมา แม้อยู่ในสภาวะสมาธิขั้นต่ำผมก็ยังแทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว

     

    "พอเถอะแนทฉันรู้ว่านายอยากกำจัดคนพวกนี้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...พวกเรายังต้องพึ่งพาพวกเขาอยู่"

     

    ก็คงตามนั้นการเอาชีวิตรอดสำคัญกว่าการล้างแค้นเสมอและเอาเข้าจริงผมก็ไม่ได้กะจะฆ่าพวกเขาให้ตายในตอนนี้หรอก

     

    สำหรับผม พวกเขาคือเครื่องมือชั้นดีและผมไม่โง่พอที่จะทำลายทิ้งเพียงเพราะมันใช้งานยาก หรือน่ารำคาญไปหน่อยหรอก

     

    ใครจะไปรู้ว่าชั้นนี้จะมีบททดสอบแบบไหนรออยู่บางทีอาจเป็นภารกิจบังคับสู้เป็นทีมเหมือนเกมออนไลน์เกลื่อนตลาดก็ได้

     

    ผมจึงต้องเก็บหมากเหล่านี้ไว้ใช้งานก่อน...อย่างน้อยก็ในตอนนี้

     

    แต่หากวันไหนที่พวกมันหมดประโยชน์ และยังขยันสร้างความรำคาญไม่เลิกผมนี่แหละจะเป็นคนเขี่ยทิ้งด้วยมือตัวเอง ซึ่งผมมั่นใจว่านอกจากโชอี้แล้วผมสามารถเด็ดหัวทุกคนที่เหลือได้ไม่ยากแน่นอน

     

    เอาจริงๆ มายาก็แค่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้นที่อยากเอาคืนเรื่องที่ผมเคยอัดจนน่วมส่วนโชอี้ก็คงอยากควบคุมผมเพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้ตัวเอง และน้องสาว

     

    แต่ปัญหาที่แท้จริงคือแฮดวินผมสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบังดวงตาคู่คนั้นประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการชีวิตผมเป็นเพราะผมล่อเจ้าหมีไปทางเขาหรือเปล่าเลยแค้นกันขนาดนี้

     

    แต่ผมก็ไม่สนหรอกนะ หากผมต้องการ ผมจะจัดการตาลุงนี้เมื่อไรก็ได้

     

    ตอนนี้ดูเหมือนคำขู่ของเทสบวกกับการปลดปล่อยแรงดันมานาของผมจะทำให้คนพวกนี้ขยาดจนไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาอีก

     

    ผมรู้ดีว่าพวกเขาแค่ถอยไปตั้งหลักเพื่อหาจังหวะลอบกัดแต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

     

    ขอแค่มีเวลาให้ผมได้พักหายใจและรอให้ลิลลี่ซ่อมแซมร่างกายที่ปวกเปียกนี้อีกสักนิดขอเพียงแค่เรี่ยวแรงกลับคืนมาสักส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก

     

    เอาละ ช่างหัวพวกหมาลอบกัดไปก่อนตอนนี้ผมอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้ระบบเฮงซวยนั่นเตรียมอะไรไว้ต้อนรับเราในชั้นนี้กันแน่

     

    “สถานะ!”

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน