เทพสงครามมังกรเทวะ

    บัลลังก์ราชันแห่งวารีสำแดงพลัง

    เป่ยเฉินไม่อาจที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไปตอนนี้ ในตอนแรกเขายังคิดด้วยซ้ำว่าจะมาเกลี้ยกล่อมลูกสาวให้แต่งงานหากอีกฝ่ายไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป แต่พอมาให้การปิดผนึกตัวเองเช่นนี้เห้นได้ชัดเลยว่าเป่ยอิงอิงไม่ยินยอมไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆก็ตาม ครั้นเขาจะทำลายน้ำแข็งนี้เพื่อนำนางออกมาผลึกน้ำแข็งนี้กลับเกี่ยวพันถึงพลังชีวิตของนางดังนั้นจึงไม่อาจที่จะทำลายได้ แม้เขาจะเป็นถึงระดับจักรพรรดิเทวะก็จนปัญญากับเรื่องนี้อย่างแท้จริง

     

    "อิงอิงน้อยของข้า รอก่อนข้าจะทำให้คนที่มันกดดันลูกพินาศสิ้น!!"เป่ยเฉินกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะเดินออกไปแล้วพบเจอกับเป่ยหยางที่กำลังทำหน้าตาเหม่อลอยที่ได้เห็นร่างของน้องสาวของมันกำลังถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็ง แม้จะรู้สึกผิดอย่างสุดแสนแต่ก็ไม่อาจที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้แม้จะขอโทษแต่ไม่มีทางที่น้องสาวของเขาจะให้อภัยเขาได้อีกแล้ว

     

    "ไปสำนักผิดในหุบเหวนิรันทร์กาลซะ นี่ถือว่าเป็นโทษสถานเบาที่เจ้าควรได้รับ ส่วนเรื่องตระกูลไห่ข้าจะจัดการเอง"กล่าวจบเป่ยเฉินก็ไปรั้งอยู่อีกต่อไปมิติด้านหน้าฉีกขาดก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปและไปโผล่อีกทีที่คฤหาสน์ใหญ่โตในมหาสมทรทิศใต้

     

    "พวกตระกูลไห่ใสหัวออกมาให้หมด!!ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้มหาสมุทรทิศใต้กลายเป็นสีโลหิต"เมื่อกล่าวจบ เหล่าผุ้อาวุโสผู้นำตระกูลรวมไปถึงรุ่นเยาว์ทุกคนต่างพุ่งเข้ามาไปเหลืออาคารบ้านเรื่อนพร้อมกันก่อนที่ไห่ฟงผู้เป็นประมุขตระกูลจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม "เป่ยเฉินไม่เจอกันนานเจ้าดูแข็งแกร่งเช่นเดิม เจ้ามาในวันนี้เกรงว่าจะเป็นเรืองของตงเอ่อของนางเราและเป่ยอิงอิงใช่หรือไม่ ไม่ต้องกังวลไปข้าจะจัดการทุกอย่างให้สมเกียรติอย่างแน่นอน"

     

    "เหอะ ช่างกล้าหาญนักที่พูดเช่นนี้ทั้งๆที่เสียงของข้ากังวาลไปทั่วทั้งมหาสมุทร ข้ามาที่นี่แน่นอนว่าเป็นเรื่องของอิงอิงจริงแต่จะมาถอนหมั่นหมายที่ไร้สาระนี่ ข้าเป็นพ่อเป็นแม่ยังไม่รับรุ้ถึงการหมั้นนี้แต่พวกเจ้ากลับกล้าที่จะทางลูกชายของข้า เรื่องนี้สมควรหรือไม่"

     

    "นี่เจ้า!! เอาจริงงั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้นมหาสมุทรทั้งสองจะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันเนื่องจากเจ้าทำให้เกียรติของพวกเราต้องเสื่อมเสีย!"

     

    "ก็เข้ามา ข้าเองก็ไม่ได้หวั่นกลัวแต่อย่างใด แล้วก็นะคนของตำหนักรัตติกาลที่อยู่ด้านหลังพวกเจ้าน่ะ ไม่จำเป็นต้องหลบซ้อนแล้วละมั้งหรือจะให้ข้าดึงออกตัวเจ้าออกมาดีละ"เป่ยเฉินชำเลืองมองไปที่ในหมู่ของรุ่นเยาว์ที่ตอนนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดดำปกปิดใบหน้ากำลังหลบซ่อนอยู่ก่อนที่เขาจะใช้พลังดึงนางออกมาจนเหล่าตระกูลไห่ถึงกับตื่นตระหนกกันสุดขีด

     

    "เป่ยเฉิดหยุดมือเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน"พวกมันทุกคนต่างพากันทำสีหน้าจริงจังพร้อมชักอาวุธออกมากันอย่างไม่ขาดสาย เป่ยเฉินเห็นดังนั้นก็พลันยกยิ้มขึ้นมาในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมตระกูลไห่ถึงใช้ช่วงเวลาที่เขาปิดด่านเข้ามาหลอกล่อบุตรชายของเขาเช่นนี้

     

    "เหอะ ดูเหมือนพวกเจ้าจะยอมเป็นหมากให้ตำหนักรัตติการณ์เพื่อที่จะทำหน้าที่หลอมรวมทะเลทั้งเหนือใต้ให้เป็นปึกแผ่นแล้วจะได้ขึ้นตรงกับตำหนักรัตติกาลสินะ และเพื่อการนั้นเลยคิดจะใช้ลูกข้ามาเป็นเครื่องมือความคิดเช่นนี้ช่างดูแยบยลยิ่ง ข้าละนับถือคนที่คิดแผนการสกปรกนี่ซะจริง!"เป่ยเฉินกล่าวออกมาเช่นนั้น และไม่คิดจะไว้ชีวิตผุ้ใดตบะของเขาเพิ่มขึ้นไปจนถึงขีดสุดก่อนที่บัลลังก์ราชันแห่งวารีจะออกมาจากด้านหลังของเขา

     

    "บะ บัลลังก์ราชัน บัดซบ!เป่ยเฉิน เจ้าไม่กลัวตำหนักรัตติกาลบ้างหรือไรมันมีระดับมหาเทวะอยู่นะ!!"ไห่ฟงกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนก แต่เป่ยเฉินไม่คิดจะสนทนาต่อไปแล้วเมื่อบันใดสิบขั้นของบัลลังก์ปรากฏเป่ยเฉินเดินไปอย่างมาดมั่นทุกๆก้าวเปรียบดังจุดจบของตระกูลไห่ใกล้เข้ามาทุกที

     

    "อย่าให้มันนั่งลงที่บัลลังก์ได้"พวกมันกล่าวออกมาเช่นนั้น พร้อมกับลงมือโจมตีไปมากมายแต่แน่นอนเมื่อบัลลังก์ราชันแห่งวารีปรากฏมันก็ไม่มีทักษะใดที่จะไปถึงตัวของเป่ยเฉินได้ ในที่สุดก้าวสุดท้ายของเป่ยเฉินก็ได้มาถึงเขาหันกลับมามองเหล่าผู้คนมากมายที่กำลังระดมโจมตีเขาด้วยทักษะมากมายแต่กลับยังเมินเฉย ในตอนนี้ทุกคนได้แต่หวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดเนื่องจากไม่มีอะไรที่จะสามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว

     

    "มหาเทพแล้วอย่างไร หากมันคิดจะมาก็ให้มันมา!!"เป่ยเฉินกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่เขาจะนั่งลงยังบัลลังก์ราชันแห่งวารีในที่สุด และลอยขึ้นไปเหนือทุกคน

     

    "ร้อยมังกรวารีสังหารเทพ"ทักษะแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ถูกปล่อยออกมาพลังปราณในทะเลทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นมังกรวารีขนาดใหญ่นับร้อยตัวบินวน ทั้งมหาสมุทรทิศใต้จนพวกที่อยู่เบื้องล่างได้เห็นเป็นต้องเหม่อลอย ภาพเช่นนี้มันไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นในชีวิต นี่คือพลังของบัลลังก์ราชันที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริงและพวกมันก็ได้แต่สิ้นหวังเมื่อได้ประจักษ์แก่สายตา

     

    "ท่านพ่อ! ข้ายังไม่อยากตายๆ!!"คุณชายใหญ่ไห่ตงกล่าวออกมาอย่างกระวนกระวาย เป่ยเฉินได้ยินเช่นนั้นก็แทบหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นี่น่ะหรือคือคนที่ลูกชายน่าโง่ของเขาบอกว่าดีนักดีหนา นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้วเป่ยเฉินไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดีเลยแม้แต่น้อย เขาดึงไห่ตงเข้ามาหาเขาในทันทีก่อนที่จะจับหัวมันเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวและใช้วิชาสำรวจวิญญานของมัน

     

    "ตงเอ่อ เป่ยเฉินเจ้า!!ปล่อยลูกข้า"ไห่ฟงกล่าวออกมาอย่างเดือดดาลแต่ก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อยเนื่องจากเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลางเท่านั้นหากเทียบกับเป่ยเฉินแล้วไม่มีอะไรให้พูดถึงแถมเป่ยเฉินในตอนนี้ยังนั่งอยู่บนบัลลังก์ราชันอีกต่างหากในเวลานี้แม้แต่พูดพวกมันยังพูดลำบากมากเลยทีเดียว

     

    "เหอะ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ผุ้อาวุโสลำดับที่ห้าของข้าเป็นสายของคนในตำหนักรัตติกาลสินะ แถมมันก็ยั่วยุลูกชายของข้าให้คบหากับเจ้าขยะนี่และแสดงเป็นสหายที่ดีต่อกัน เหอะแผนการพวกเจ้าช่างล้ำเลิศนัก จริงอยู่หากข้าไปสู้กับเจ้าตำหนักของเจ้าข้าอาจจะแพ้แต่หากมันลงมาในมหาสมุทรเมื่อไรนั่นคือจุดจบของมัน"เป่ยเฉินกล่าวเช่นนั้น ทั้งคนของตระกูลไห่และคนของตำหนักรัตติการณ์ถึงกับหน้าซีดเผือดและตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ชายคนนี้ไม่หวาดกลัวตำหนักรัตติกาลจริงๆพวกมันยั่วยุผิดคนเสียแล้ว

     

    ตำหนักรัตติกาลคือขุมกำลังขนาดใหญ่ที่อยู่ในมิติซ้อนเร้นของดินแดนศักดิ์สิทธิ์และมีประมุขเป็นประดับมหาเทพขั้นสูงนั่นคือข้อมูลที่ทุกคนต่างรู้ดี และนอกจากขุมกำลังซ่อนเร้นนี้มันก็ยังมีขุมกำลังซ้อนเร้นอยุ่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอแตกต่างกันไป ส่วนมหาสมุทรนิรันทร์กาลแห่งนี้ในตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่พวกมันควรยั่วยุ เนื่องจากมีคนมีบัลลังก์แห่งวารีอยู่นั่นหมายความว่าหากอยู่ในมหาสมุทรแม้แต่มหาเทพก็ไม่ใช่คู่มือ

     

    "พอกันทีข้าหน่ายเต็มทน ลูกเปรียบดังดวงใจของข้าในเมื่อพวกเจ้ากล้าลงมือกับดวงใจของข้าพวกเจ้าก็สมควรที่จะหายไป"เป่ยเฉินกล่าวออกมาเช่นนั้น ก่อนที่สั่งให้มังกรวารีเข้าลงทันฑ์พวกมัน จนทุกคนในที่นี้ต่างโดนมังกรวารีนับร้อยฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดีท่ามกลางสายตาที่สิ้นหวังของตระกูลไห่และคนของตำหนักรัตติกาล

     

    "ทำไมกัน!! ทำไม!!"พวกมันกล่าวออกมาอย่างไม่ยินยอมแต่ก็สายไปเสียแล้ว มหาสมุทรทางทิศใต้บัดนนี้ไร้ซึ่งตระกูลไห่อีกต่อไปและถูกย้อมไปด้วยโลหิตจำนวนมหาศาล เป่ยเฉินเก็บสมบัติทั้งหมดของพวกมันก่อนที่จะหายไปจากตรงนั้น

     

    นี่คือบทลงโทษของคนที่คิดจะใช้ลูกเขาเป็นเครื่องมือและเป็นการคำเตือนให้กับตำหนักรัตติกาลว่าต่อไปอย่ามายุ่งกับมหาสุมทรนิรันดร์กาลอีกด้วยเช่นกัน แน่นอนเมื่อเขากลับมาถึงสิ่งแรกที่เขาทำคือกำจัดผู้อาวุโสลำดับที่ห้าทิ้งในทันทีจนทำให้ผู้อาวุโสคนอื่นได้แต่มองอย่างหวาดกลัว แต่เป่ยเฉินกลับมองพวกมันอย่างไม่สนใจใยดีนักและเดินไปเคลื่อนย้ายร่างของลูกสาวเขามาไว้ในห้องแบบพิเศษที่เขาสร้างขึ้นมาก่อนที่จะไปห้องตำราเพื่อหาวิธีคลายผนึกโดยไวที่สุด

     

    ในขณะที่เป่ยเฉินกำลังค้นหาวิธีในการปลดผนึกบุตรสาวของตนเองอยู่นั้นข่าวเรื่องการล่มสลายของตระกูลไห่ก็พลันถูกพูดขึ้นอย่างไม่ขาดสายจนในที่สุดเพียงไม่กี่วันข่าวนี้ก็แพร่กลายไปจนทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส้รางความตกตะลึงให้กับตระกูลน้อยใหญ่จำนวนมากแต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะกล่าวอันใดให้มากความเนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนทำและเขาคนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะยั่วยุอย่างยิ่ง

     

    ในขณะที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายอยู่นั้นในทวีประดับกลางในเวลานี้เฟยหรงได้หลบซ่อนตัวในถ้ำแห่งหนึ่งมาสักระยะแล้วตอนนี้พลังของเขากลับมาแล้วแต่ก็ไม่อาจที่จะประมาทได้เพราะเขาไม่รู้ว่าใครจะหมายแย่งชิงสมบัติกับเขาอีกหรือเปล่าดังนั้นในตอนนี้จึงได้แต่อยู่ในถ้ำนี้อย่างเงียบๆ

     

    "พลังลมปราณข้าอยู่ที่ราชันขั้นห้าแล้ว พลังวิญญานหลังจากที่ข้ากลั่นมาทั้งวันก็เข้าสู่แก่นแท้วิญญานขั้นที่เจ็ด ฮ่าๆๆๆใกล้จุดหมายไปทุกทีแล้วต่อไปข้าจะไปไหนดีนะ"เฟยหรงอารมณ์ดีอน่างยิ่ง เขากลั่นพลังปราณสายฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ตันเถียนและกลั่นพลังวิญญานของเขามาทั้งสามวันดังนั้นการพัฒนาจึงเร็วอย่างเห็นได้ชัด แถมลมปราณที่เขาจะใช้ออกในตอนนี้ก็ไม่ใช่ลมปราณธรรมดาๆอีกต่อไปเนื่องจากเขาโดนสายฟ้าฝ่าใส่มานานจนพวกมันเกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างแก่นอัสนีพลังธาตุอัสนีขึ้นมาอีกแก่นหนึ่งในตันเถียนหรืออาจจะเรียกได้ว่าปราณมังกรที่ทรงพลังอยู่แล้วของเฟยหรงในตอนนี้มันได้เสริมอำนาจการทำลายล้างและเจาะทะลวงที่เป็นลักษณะเด่นของธาตุอัสนีเข้าไปด้วย หากใช้โจมตีเมื่อได้ถ้าหากศัตรูมีตบะจักรพรรดิขั้นสามลงมาเฟยหรงสามารถเจาะทะลวงการป้องกันมันอย่างง่ายดาย

     

    "ปีศาจน้อยอย่ามัวหลงระเริง รีบกำหนดที่ถัดไปที่จะไปได้แล้วข้าเกรงว่าปานนี้ตระกูลน้อยใหญ่คงจะปิดล้อมทั่วเมืองเพื่อตามหาเจ้าและละนะ"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงยกยิ้มพลันและกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ

     

    "ข้าจะไปในที่ๆจุดพลังปราณผันผวนมากที่สุด เผื่อจะเจอบัลลังก์ราชันอีก!!"

     

    "พรวด!!"กู่เทียนหลงสำลักน้ำลายในทันทีพร้อมหันไปทางเฟยหรงอีกคราแววตาจ้องมองด้วยความแปลกประหลาด

     

    "เจ้าเด็กโลภเจ้าได้บัลลังก์อัสนีชิ้นเดียวยังไม่พออีกหรือ นี่เจ้ากะจะรวบบัลลังก์ทั้งหมดไว้คนเดียวเลยหรือไง"เขากล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงยิ้มแย้มและพยักหน้ากล่าวเพียงสั้น "ข้าจะเอามันมาให้ได้มากที่สุด"นี่ทำให้กู่เทียนหลงเทียบจะยกเท้าก่ายหน้าฝาก เขาเชื่อในโชคชะตาของลูกศิษย์บ้าคนนี้อย่างสุดซึ้ง หากเฟยหรงต้องการเขาจะต้องหามันมาได้อย่างแน่นอน แต่นั่นมันไม่ทำให้สมดุลของพลังเสียไปหรอกหรือ แม้จะคิดเช่นนั้นแต่กู่เทียนหลงก็ไม่ได้ห้ามเฟยหรงแต่อย่างใดเพราะมันเป็นความต้องการของเจ้าเด็กคนนี้นั่นเอง

     

    "เจ้าดูเจ้าเม่นน้อยของเจ้าหน่อยดีกว่านะ พอมันกลืนสายฟ้าไปแล้วดุเหมือนว่ามันกำลังจะกลายพันธุ์ด้วยสิ"เฟยหรงหันไปหาเจ้าเม่นน้อยเสี่ยวซีในทันที ตั้งแต่เฟยหรงได้รับบัลลังก์ราชันมาเจ้นเม่นน้อยตัวนี้ก็ดูดซับพลังของสายฟ้าสีทองมาเล็กน้อยจนทำให้ขนทั้งหมดของมันเป็นประกายสายฟ้าสีทองดูน่าพิศวง

     

    "อืม ข้าเพียงหวังว่าการกลายพันธุ์ในครานี้เสี่ยวซีจะเรียกสายเลือดบรรพบุรุษของตัวมันเองออกมาได้ เม่นมารม่วงกลืนกินมิติ ตัวตนที่อาศัยอยู่ในห้วงมิติและคอยกลืนกินพวกมันเป็นอสูรที่มีคนเคยบอกว่าเป็นภัยแม้แต่มิติกาลเวลา"เฟยหรงกล่าวเช่นนั้นก่อนที่เขาจะลูบเจ้าเม่นน้อยที่นอนอยู่ข้างๆอย่างแผ่วเบา

     

    "ข้าว่าการบ่มเพาะของเจ้านี่เป็นสัตว์ประหลาดแล้วแต่ดวงและโชคชะตาของเจ้านั้นกลับอยู่ในขั้นสัตว์ประหลาดเสียมากกว่าอยู่ที่เมืองระดับต่ำเช่นนั้นกลับเจอสัตว์อสูรระดับนี้ พอออกเดินทางมาแค่ทวีปแรกก็เจอบัลลังก์ราชัน เจ้าว่าโชคชะตาของเจ้ามันดีเกินไปหรือไม่"กู่เทียนหลงกล่าว

     

    "ข้าก็ว่าเช่นนั้น แต่หากมีโชคที่ดีแล้วไม่ใช่มันก็เสียเปล่านะสิ ข้าตัดสินใจแล้วข้าจะไปอาณาจักรเปลวเพลิงที่อยู่ข้างๆกัน"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น ผู้เป็นอาจารย์อย่างกู่เทียนหลงได้แต่เบะปากมองบน เจ้าหนูนี่คิดจะไปหาบัลลังก์แห่งอัคคีแน่ๆ นี่คือความคิดในหัวของเขา แม้จะรู้ว่าบัลลังก์ราชันมันหายากเพียงใดแต่ในใจของกู่เทียนหลงกลับมั่นใจว่าเจ้าศิษย์คนนี้จะต้องทำได้อย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430