cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

เหตุเกิดที่ร้านอาหาร

ไป๋ฉีเดินเที่ยวเล่นตามเมืองราวกับเด็กหนุ่มทั่วไป สิ่งที่เขาพบเห็นตลอดทางคือตึกและสิ่งปลูกสร้างที่ดูคล้ายคลึงกับโลกยูโทรเปียร์เป็นอย่างมาก

 

หลังจากที่เดินมาสักพัก ไป๋ฉีก็พบเข้ากับร้านอาหารเล็กๆและเรียบง่าย ชายหนุ่มยิ้มจากนั้นตัดสินใจเดินเข้าไป ภาพที่เขาเห็นคือชายหญิงสองที่กำลังทำอาหาร ส่วนอีกฝั่งของร้านมีเด็กน้อยฝาแฝดสองคนกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

 

"อ๊ะ........ยินดีต้อนรับจ๊ะ" สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่หน้าประตู หญิงสาวที่กำลังทำอาหารก็กล่าวทักทาย ไป๋ฉีก้มหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งยังโต๊ะที่มีลักษณะคล้ายกับบาร์เครื่องดื่ม หญิงสาวจึงได้นำเมนูอาหารมาให้เขาเลือกในทันที

 

"เอ่อ...ข้าขอเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ทั้งหมดเลยก็แล้วกันขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวออกไป หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มรับแล้วหันไปบอกเมนูชายหนุ่มที่กำลังควงกระทะผัดอะไรสักอย่าง

 

ในขณะเดียวกันนั้นเด็กน้อยสองคนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินไปหยิบน้ำมาเสริฟให้ "นี่ขอรับพี่ชาย"

 

"ขอบใจนะ เจ้าหนู" ไป๋ฉีมองอย่างเอ็นดู ยกมือยื่นไปรับแก้วน้ำจากเด็กชายแล้วดื่มมัน ต่อมาไม่นานชายหญิงทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของร้านก็นำอาหารชุดใหญ่มาเสริฟให้

 

"มาแล้วๆ ทานให้อร่อยนะจ๊ะ" หญิงสาวกล่าวอย่างเป็นกันเอง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนอยู่ตลอดเวลา ด้านข้างของเธอชายหนุ่มผู้หล่อเหลาผมสีฟ้าก็ยิ้มให้กับไป๋ฉีเช่นเดียวกัน

 

ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นเขาก็หยิบช้อนตักอาหารทานโดยไม่รอช้า

 

"อร่อยมาก!" ไป๋ฉีอุทาน หลังจากที่ตักอาหารคำแรกเข้าปากไป

 

ได้ยินคำชมของเด็กหนุ่มที่ดังขึ้นมา ชายหญิงสองคนก็พลันยิ้มด้วยความโล่งใจ พวกเขาพึ่งจะเปิดร้านได้ไม่นาน จึงไม่ค่อยมั่นใจมากนักว่าอาหารที่พวกเขาทำจะถูกใจผู้คนแถวนี้หรือเปล่า

 

"ฮ่าๆๆถ้าอร่อยก็ทานให้หมดเลยนะน้องชาย" ชายหนุ่มผมสีฟ้ากล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะยกอาหารอีกถาดไปให้กับเด็กน้อยฝาแฝดที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆกัน บรรยากาศทั่วทั้งร้านเต็มไปด้วยความสุขสันต์ราวกับมันคือบ้านเสียมากกว่า แต่ก็ดูเหมือนว่าความสุขนั้นจะอยู่ได้ไม่ยืนยาว

 

"ปั้ง!"

 

ประตูร้านที่สภาพเก่าถูกถีบปลิวกระเด็นพร้อมกับร่างของชายสามคนในชุดสีทองอร่าม ไป๋ฉีที่นั่งทานอาหารอยู่พลันหันมองด้วยความสงสัย

 

"เห้ยๆ ใครคือเจ้าของร้านนี้ จงรีบไสหัวออกมา"ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์

 

ชายเจ้าของร้านรีบบอกให้ลูกๆวิ่งไปหาหญิงสาว จากนั้นเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทั้งสามคนนั้น "ข้าเป็นเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใครกัน ทำไมถึงได้ทำลายข้าวของๆข้าเช่นนี้"

 

ได้ยินคำถามของชายหนุ่ม ทั้งสามคนก็ยิ้มอย่างเย้ยหยันในทันที "หึ! เจ้าเข้ามาทำธุรกิจในถิ่นของตำหนักสวรรค์โดยไม่ได้รับอนุญาติ พวกข้าก็ต้องมาทำลายทิ้งเป็นธรรมดา"

 

"ว่าไงนะ! ที่นี่เขตของตำหนักสวรรค์!!" ใบหน้าของชายหนุ่มผมสีฟ้ากลายเป็นซีดเผือดโดยพลัน ส่วนทางด้านหญิงสาวตอนนี้ก็กำลังกอดลูกๆทั้งสองคนเพื่อปลอบประโลมใจ

 

"เอ่อ....พี่ชาย พวกข้าพึ่งมาจากบ้านนอก ไม่รู้จริงๆว่าที่นี่เป็นเขตของตำหนักสวรรค์"ชายหนุ่มผมสีฟ้าตัดสินใจกล่าวออกไปเช่นนั้น เผื่ออีกฝ่ายจะยอมประนีประนอมให้เขาบ้าง

 

"เห้ยๆจะมาอ้างว่าไม่รู้ได้อย่างไร ทุกคนต่างก็รู้กันทั้งนั้นว่าตำหนักสวรรค์ปกครองเมืองเขตเหนือแห่งนี้"

 

"หากพวกเจ้าอยากอยู่ที่นี่ก็จ่ายมาหนึ่งหมื่นผลึกพลังงาน ถ้าไม่จ่ายก็ไสหัวออกไป!"

 

"หนึ่งหมื่นผลึกพลังงาน!! พวกเราจะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากที่ไหนกัน"ชายเจ้าของร้านกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ เขานำเงินเก็บลงทุนไปกับร้านอาหารแห่งนี้หมดแล้ว จะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายให้อีกฝ่ายกัน

 

"หึ! ถ้าอย่างนั้นก็ไสหัวออกไป!!"ชายคนหนึ่งตวาดเสียงดัง

 

"ท่านพี่ ระวัง!!" หญิงสาวร้องเตือน ทว่าดูเหมือนจะไม่ทันการณ์ ชายหนุ่มผู้อ้างตัวว่าเป็นคนของตำหนักสวรรค์พากันระเบิดพลังระดับห้ากระแทกเข้าใส่ชายเจ้าของร้าน

 

ไป๋ฉีที่เฝ้าดูสถานการณ์เองก็ไม่รอช้า เขาสบัดมือออกไปหนึ่งคราทำให้กระแสพลังสายหนึ่งดีดพลังเหล่านั้นกลับไป ชายจากตำหนักสวรรค์ทั้งสามคนจึงกระเด็นออกจากร้านแล้วกระอักเลือดไปตามๆกัน ส่วนทางด้านเจ้าของร้านและภรรยาสาวนั้นตอนนี้พวกเขานิ่งอึ้งจนแทบลืมหายใจ

 

"อั๊ก! บัดซบ ใครกันกล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับตำหนักสวรรค์"ชายที่ดูจะเป็นหัวหน้าแผดเสียงคำรามลั่น

 

ทันใดนั้นก็มีเสียงที่เรียบนิ่งดังขึ้นมา "ตำหนักสวรรค์? ในตอนแรกข้าก็นึกว่าจะเป็นกองกำลังอันทรงเกียรติอะไรทำนองนั้น ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแค่นักเลงกระจอกที่รีดไถชาวบ้านไปวันๆเช่นนี้"

 

ว่าแล้วร่างของไป๋ฉีก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกมัน พร้อมกับแรงกดดันที่พุ่งเข้าไปกดทับร่างจนทำให้กระดูกหักไปหลายซี่

 

"อ๊ากก!!"

 

ชายทั้งสามพากันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในทันที เพียงไม่นานนักพวกมันทั้งหมดก็สลบไปตามๆกัน เหล่าชาวบ้านทั่วทั้งบริเวณที่เห็นภาพนี้ต่างมองไป๋ฉีด้วยความสงสาร จากที่พวกเขารู้คนที่กล้ามีเรื่องกับตำหนักสวรรค์ล้วนแต่จบไม่สวยทุกราย

 

"อ้าว! สลบกันไปซะแล้ว งั้นก็ช่วยไม่ได้" ไป๋ฉีดึงแหวนมิติของพวกมันออกมาเก็บเอาไว้ จากนั้นเดินกลับเข้าร้านอาหารไป สิ่งเขาชายหนุ่มเห็นคือชายเจ้าของร้านและภรรยาที่ตอนนี้กำลังก้มหัวให้กับเขา

 

"นี่พวกท่านทำอะไร รีบเงยหน้าขึ้นเร็วเข้า?"ไป๋ฉีกล่าว เขารีบเดินไปพยุงทั้งสองคนขึ้นมาในทันที

 

"น้องชายท่านนี้ ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าจริงๆที่ให้การช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นข้าไม่รู้จริงๆว่าจะหลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ไม่ได้อย่างไร"ชายเจ้าของร้านกล่าว

 

"พวกท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แล้วก็รับนี่ไป"ไป๋ฉีตอบกลับราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ จากนั้นยื่นแหวนมิติให้สองสามีภรรยา ถึงแม้ว่าทั้งสองจะปฏิเสธแต่ไป๋ฉีก็ยังยัดใส่มือของพวกเขาจนได้

 

"พวกท่านรีบเก็บของเถอะ เดี๋ยวข้าจะพาไปอยู่ในที่ปลอดภัย"ไป๋ฉีกล่าวออกไป สองสามีภรรยาก็ทำตามที่ชายหนุ่มว่ามาในทันที

 

เพราะพวกเขารู้ดี การไปมีเรื่องกับตำหนักสวรรค์เช่นนี้อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อยพวกเขาไว้ การหนีจึงเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วเท่าที่ชาวบ้านอย่างพวกเขาจะทำได้