ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 219 : ทะลวงม่านบรรพกาล

จารึกที่ 219 : ทะลวงม่านบรรพกาล : หักหนี้หน้าเลือดและรากบัวผสานกระดูก


สายลมหนาวเหน็บยามจื่อ พัดกรรโชกอยู่เหนือลานหินกว้างเบื้องหน้า 'แดนลับสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา' กลิ่นอายแห่งความตายและจิตสังหารจากยอดฝีมือที่รายล้อมอยู่เบื้องล่าง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ทว่าบนดาดฟ้าของ เรือพายเมฆาซ่อนเงา 隐云舟 (อิ่นอวิ๋นโจว) ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆ กลับมีการเจรจาต่อรองหนี้สินที่หน้าไม่อายที่สุดในโลกเซียนเกิดขึ้น!


"ห้าพันก้อน! เจ้าเด็กบัดซบ! เจ้ากล้าขูดรีดอาจารย์ผู้มีพระคุณกระนั้นรึ!"


นักพรตหมื่นอีแปะเบิกตากว้างจนแทบถลน หนวดเคราแพะสั่นระริกด้วยความโกรธ (และเสียดายเงิน) "ข้าเพิ่งช่วยรักษาชีวิตและสอนวิชาลับให้เจ้าหยกๆ เจ้ากลับมาเรียกเก็บเงินค่าบอกทางทะลวงค่ายกลเนี่ยนะ! สันดานพ่อค้าของเจ้ามันฝังรากลึกถึงกระดูกดำเลยเชียวรึ!"


"ผู้อาวุโส... ธุรกิจก็คือธุรกิจขอรับ" อาเจียยกมือขึ้นปาดรอยเลือดกำเดาที่ไหลซึมจากจมูก แม้ดวงตาจะถูกพันด้วยผ้าและบอดสนิทต่อโลกภายนอก แต่รอยยิ้มมุมปากของเขากลับเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอก เนตรของข้าต้องทำงานหนักหน่วงเพื่อเพ่งมองผ่านความซับซ้อนของอักขระนับล้านตัว หากข้าสมองไหลตายไปก่อน ใครจะจ่ายหนี้ที่เหลือให้ท่านเล่าขอรับ? หักหนี้ 5,000 ศิลาปราณระดับกลาง 中级灵石 (จงจี๋หลิงสือ) แลกกับสมบัติมหาศาลในสุสาน... ท่านนักพรตผู้ชาญฉลาดย่อมรู้ดีว่ากำไรเห็นๆ!"


(นายท่าน... ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างท่านกับตาเฒ่าฟันหลอนี่ ใครหน้าเลือดกว่ากันขอรับ) เสียงกวนประสาทของเจ้าสัวในร่าง พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี) ดังลอยมาตามกระแสจิต (แต่ข้าขอสนับสนุนให้ท่านขูดรีดตาเฒ่านี่ให้หมดตัว! แล้วเราจะได้นำศิลาปราณไปซื้อ ศัสตราประกอบใหม่ให้ข้าเสียที!)


"หุบปากไปไอ้หุ่นกระป๋อง!" อาเจียสวนกลับในใจ ก่อนจะหันหน้า(ที่ตาบอด)ไปทางนักพรตเฒ่า "ตกลงหรือไม่ขอรับ? ค่ายกลนี้หากปล่อยไว้นาน พวกสัตว์ประหลาดระดับวิญญาณแรกเริ่ม 元婴 (หยวนอิง) ด้านล่างคงหาทางพังเข้าไปได้ก่อนแน่"


นักพรตหมื่นอีแปะกัดฟันกรอด เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ "ตกลง! ข้าลดหนี้ให้เจ้า 5,000 ก้อน! ทีนี้บอกตำแหน่งมาได้แล้ว!"


"ยอดเยี่ยมมากขอรับ!" อาเจียยิ้มกริ่ม ก่อนจะเพ่ง เนตรสูญตา 空性眼 (คง-ซิ่ง-หยั่น) ไปยังม่านพลังงานขนาดยักษ์เบื้องล่างอีกครั้ง "ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากยอดสนพันปีไปสามสิบก้าว... ตรงนั้นมีอักขระสีเลือดตัวหนึ่งที่กระพริบช้ากว่าตัวอื่นเสี้ยวลมหายใจ มันคือ 'รอยรั่วแห่งสวรรค์' ท่านต้องใช้ปราณที่บีบอัดจนถึงขีดสุด กระแทกเข้าไปที่จุดนั้นด้วยความรุนแรงระดับเหมาะสม ห้ามใช้พลังกระจายเด็ดขาด!"


"หึ... เรื่องบีบอัดพลังทำลายล้าง ไม่มีใครในแคว้นนี้เทียบข้าได้!"


นักพรตหมื่นอีแปะประสานอินด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็น ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) สีเทาเข้มถูกสูบดึงมารวมกันที่ปลายนิ้วชี้ขวา มันถูกบีบอัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมิติรอบปลายนิ้วเกิดรอยร้าว ชายชราสะบัดมือบังคับเรือพายเมฆาซ่อนเงาให้พุ่งดิ่งลงจากชั้นเมฆดุจดาวตก!


ฟุ่บ!


เรือวิเศษที่พรางตัวอยู่อาศัยจังหวะที่ยอดฝีมือเบื้องล่างกำลังถกเถียงกัน พุ่งทะยานเข้าใกล้ม่านค่ายกลในมุมอับสายตา เมื่อได้ระยะ นักพรตเฒ่าก็แทงดัชนีที่อัดแน่นด้วยปราณเซียนแท้ทะลวงออกไป!


เปรี้ยง!!


ดัชนีปราณสีเทาพุ่งเข้าปะทะกับ 'จุดสีดำ' ที่อาเจียบอกไว้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ! ในมุมมองเนตรสูญตาของอาเจีย เขาเห็นปราณของนักพรตเฒ่าทะลวงเข้าไปแทรกแซงโครงสร้างของค่ายกลบรรพกาล อักขระสีเลือดและสีทองที่เรียงร้อยกันอย่างสมบูรณ์แบบ พลันเกิดความสับสนและปั่นป่วน


นี่คือหลักการเดียวกับการใช้ อักขระหลิง (零) เข้าแทรกแซงเพื่อกลืนกินและสลายโครงสร้าง! เมื่อจุดศูนย์กลางของรอยรั่วถูกกระแทกด้วยพลังที่ควบแน่น ม่านค่ายกลขนาดยักษ์ก็ไม่ทำปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ทว่ามันกลับ 'ละลาย' เปิดออกเป็นช่องว่างขนาดพอดีตัวเรือเพียงชั่วอึดใจเดียว!


"เข้าไปเลย!" อาเจียตะโกนลั่น


เรือพายเมฆาซ่อนเงาพุ่งทะลวงผ่านรอยแยกนั้นเข้าไปอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ม่านค่ายกลจะสมานตัวปิดลงอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เหล่าสัตว์ประหลาดระดับหยวนอิงด้านนอกต้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก โดยไม่รู้เลยว่ามีโจรเฒ่าและมหาเศรษฐีหน้าเงินลักลอบเข้าไปฉกสมบัติก่อนแล้ว!


...


เมื่อทะลุผ่านม่านค่ายกลเข้ามา สภาพแวดล้อมภายในแดนลับสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทราก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศภายในนี้หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าด้านนอก กลิ่นอายความเก่าแก่และปราณวิญญาณที่เข้มข้นจนแทบจะจับตัวเป็นหยดน้ำลอยล่องอยู่ทั่วไป ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีเลือดจางๆ ไร้ซึ่งดวงตะวันหรือจันทรา


เรือวิเศษร่อนลงจอดอย่างเงียบเชียบบนยอดเขาหัวโล้นแห่งหนึ่ง


"เอาล่ะ เราเข้ามาถึงด้านในแล้ว" นักพรตหมื่นอีแปะถอนหายใจยาว ปาดเหงื่อที่หน้าผาก "ปราณวิญญาณที่นี่เข้มข้นมาก แต่ก็แฝงไปด้วยไอสังหารของสัตว์อสูรบรรพกาล เจ้าหนู... รีบกินสมุนไพรของเจ้าเสีย ข้าจะกางค่ายกลคุ้มภัยให้ชั่วคราว หากเจ้ายังอยู่ในสภาพตันเถียนร้าวเช่นนี้ แค่เดินไปสิบก้าวก็คงโดนแรงกดดันของแดนลับบดขยี้จนกระอักเลือดตาย"


อาเจียพยักหน้ารับ เขาไม่รอช้า ล้วงมือเข้าไปในถุงวิเศษแล้วหยิบ รากบัวผสานกระดูก 续骨莲根 (ซวี่กู่เหลียนเกิน) สภาพทรุดโทรมที่เพิ่งปล้นมาจากพ่อค้าเถื่อนออกมา แม้มันจะถูกพิษตะขาบกัดกินไปบ้าง แต่พลังปราณระดับปฐพีที่แฝงอยู่ยังคงมหาศาล


เด็กหนุ่มนั่งขัดสมาธิ นำรากบัวยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวกลืนลงไปทันที!


ตูม!


ทันทีที่รากบัวตกลงสู่กระเพาะ พลังปราณอันบ้าคลั่งก็ระเบิดออกมาราวกับพายุคลั่งในร่างกาย! ความร้อนดุจลาวาไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร มุ่งตรงไปยัง จุดตันเถียน 丹田 (ตันเถียน) ที่แตกร้าว!


"อึก...!" อาเจียกัดฟันจนเลือดซึม ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง


หากเป็นเมื่อก่อน ตันเถียนของเขาคงระเบิดเป็นเศษเนื้อไปแล้ว ทว่าในยามนี้ 'เตาหลอมปราณจำลอง' ที่เขาสร้างขึ้นจาก เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า ได้แสดงอานุภาพ! มันทำหน้าที่ดุจตาข่ายที่ยืดหยุ่นและไร้ขอบเขต โอบรัดและกักเก็บพลังปราณอันเกรี้ยวกราดของรากบัวเอาไว้ไม่ให้รั่วไหลออกไปทำลายอวัยวะภายใน


(อาเจีย! เพ่งสมาธิ! ใช้เจตจำนงแห่งความว่างเปล่าชักนำพลังยา!) เสียงของอาจารย์มู่เฉินดังกังวาน (วิถีแห่งสูญญตา คือการเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลับคืนสู่ความสงบ จงใช้อักขระสูญตาเป็นแก่นกลางในการผสานรอยร้าว!)


"เข้าใจแล้วขอรับอาจารย์!"


อาเจียรวบรวมสมาธิขั้นสูงสุด เนตรสูญตาที่บอดสนิทต่อโลกภายนอก เพ่งมองเข้าไปในร่างกายของตนเอง เขามองเห็นพลังยาเป็นเส้นสายสีเขียวหยกที่กำลังพุ่งชนเตาหลอมจำลอง เขาเริ่มใช้จิตวิญญาณตวัดวาด อักขระสูญญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ขึ้นมากลางจุดตันเถียน!


ทันทีที่ อักขระสูญญตา ปรากฏขึ้น มันราวกับหลุมดำที่กลืนกินความบ้าคลั่งทั้งหมด พลังยาที่เคยเกรี้ยวกราด ถูกอักขระตัวนี้บดขยี้ สกัดเอาพิษตะขาบที่เจือปนอยู่ออกไปจนหมดสิ้น และแปรสภาพปราณที่เหลือให้กลายเป็นเส้นด้ายสีทองอันบริสุทธิ์


เส้นด้ายสีทองเหล่านั้นค่อยๆ ไหลซึมเข้าไปตามรอยร้าวของจุดตันเถียน ประสานและเชื่อมต่อเศษเสี้ยวที่แตกหักให้กลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง การผสานอักขระเข้ากับร่างกายในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การซ่อมแซม แต่มันคือการยกระดับโครงสร้างตันเถียนให้สอดคล้องกับวิถีแห่งความว่างเปล่ามากยิ่งขึ้น!


แสงสีทองจางๆ เปล่งประกายทะลุออกมาจากผิวหนังบริเวณหน้าท้องของอาเจีย นักพรตหมื่นอีแปะที่ยืนเฝ้าอยู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"ไอ้เด็กนี่... มันไม่ได้แค่บีบอัดปราณ แต่มันกำลังใช้สัจธรรมบางอย่างที่ข้าไม่รู้จัก หลอมรวมกับพลังยา... ช่างเป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อยที่น่ากลัวจริงๆ" ชายชราพึมพำพลางจิบสุราหมักรอดูผลลัพธ์


เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปไหม้ แสงสีทองก็ค่อยๆ หรี่ลงและเลือนหายไป ร่างของอาเจียหยุดสั่นเทา ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!


เด็กหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงถูกพันด้วยผ้าและมองไม่เห็นภาพมายาของโลก แต่จุดตันเถียนที่เคยร้าวราน บัดนี้ได้รับการประสานจนสมบูรณ์แล้ว ซ้ำยังกว้างใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว!

 

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน