บทที่ 47 มีอีกสามคน
แอ่งน้ำนี้กว้างใหญ่มากในขณะที่ทิวทัศน์ก็ค่อนข้างแปลกตาเช่นกัน
“ข้ายังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีกี่คนและจุดแข็งของพวกเขาคืออะไร?” เย่อู๋เชวียถาม
โม่หงเหลียนยิ้มและกล่าวว่า“ไม่คิดว่าคุณชายเย่จะเป็นคนแรกที่ถามเรื่องนี้อีกฝ่ายมีหกคนโดยเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างเมืองฉีตูและเมืองเฟิงอวิ๋นผู้นำกลุ่มคือชายหนุ่มจากเมืองฉีตู ระดับการบ่มเพาะของเขาไม่แตกต่างจากข้าแต่คนผู้นี้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมราวกับสุนัขจิ้งจอกสองคนที่เหลือเรียกว่าซุนเจี้ยนและหลี่ชิงเฟิงความแข็งแกร่งของทั้งสองคนนั้นอยู่ในระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณสำหรับผู้คนจากเมืองเฟิงอวิ๋นมีผู้นำกลุ่มคือมังกรตาเดียวซูเปียว และความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับข้า”
โม่หงเหลียนบอกเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆเกี่ยวกับข้อมูลของคนทั้งหกที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจไว้
“ผู้บ่มเพาะระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณหกคน? หนึ่งในนั้นอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณแล้วแข็งแกร่งจริงๆ” ดวงตาของเย่อู๋เชวียเปล่งประกายอย่างเย็นชา
“ที่จริงหากมีเพียงผู้คนจากเมืองเฟิงอวิ๋น เราสามพี่น้องไม่มีอะไรต้องกลัวแต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งหกนั้นไม่ได้ด้อยกว่าพวกเรามากนักและด้วยจำนวนที่น้อยกว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาชนะคนเหล่านั้นสิ่งที่น่าแปลกคือซูเปียวและผู้เข้าแข่งขันจากเมืองเฟิงอวิ๋นยังคงไล่ตามเรามาถึงที่นี่บางทีอาจเป็นเพราะต่อให้ร่วมมือกันถึงหกคนพวกเขาก็ไม่มีปัญญาทำลายกับดักในชั้นที่สองได้”
หลังจากที่โม่หงเหลียนกล่าวคำเหล่านี้แววตาของโม่ชิงเย่ก็เกิดความสงสัย และโม่ไป๋โหยวซึ่งอยู่ใกล้ๆก็มีร่องรอยของความไม่พอใจปรากฏขึ้น
“ฮึ่ม! พี่ใหญ่ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะคิดอะไรอยู่แต่เมื่อพวกเราร่วมมือกับพี่อิงหลัวและพี่ซือหม่าแล้วเราจะชิงถ้ำฮั่วเซียงกลับมาได้อย่างแน่นอนและที่สำคัญที่สุดคือเราต้องสั่งสอนเจ้าคนชั่วมังกรตาเดียวนั่นให้ได้!”
คำพูดที่ไร้เดียงสาของหญิงสาวฟังดูเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นโม่ไป๋โหยวมีอายุไล่เลี่ยกับเย่อู๋เชวียเท่านั้นด้วยวัยเช่นนี้การที่ความแข็งแกร่งของนางมาถึงระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณได้ย่อมเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของนางเป็นอย่างดี
ในบรรดาหญิงสาวทั้งสามคนโม่ชิงเย่มีอายุไล่เลี่ยกับหลินอิงหลัว ใบหน้ารูปไข่ของนางดูนุ่มนวลและอ่อนแอโดยเฉพาะดวงตาที่สดใสราวกับน้ำนั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือหญิงสาวที่ไม่ชมชอบการกล่าววาจา และตลอดการเดินทางนางมักจะนิ่งเงียบและฟังคำพูดของผู้อื่นอยู่เสมอ
เย่อู๋เชวียส่ายหน้าอย่างลับๆโดยเข้าใจว่าการที่โม่ไป๋โหยวมีการแสดงออกเช่นนี้ก็เป็นเพราะนางยังอายุน้อยมากเกินไปจึงไม่เข้าใจความโหดร้ายของโลกดีพอ
ตอนนี้กำหนดการของรอบแรกได้ผ่านไปกว่าครึ่งแล้วหากไม่มีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นตราประทับของทุกคนก็แทบจะถูกยกระดับเป็นสีฟ้าทั้งหมดหลังจากนี้การไล่ล่าสัตว์อสูรและค้นหาสมบัติจะเป็นเพียงเรื่องรองลงไปสิ่งที่ทุกคนต่างมุ่งมั่นทำเป็นอย่างแรกย่อมเป็นการไล่ล่าผู้บ่มเพาะด้วยกันเอง!
“พี่สาวโม่ ในความเป็นจริงต่อให้พวกเจ้ายอมแพ้ต่อถ้ำฮั่วเซียงคนเหล่านั้นจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอนหลังจากที่พวกเขาครอบครองทุกอย่างในถ้ำฮั่วเซียงได้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะกลับมาจัดการเจ้าอีกครั้งเพราะพวกเจ้าทั้งสามมีบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาต้องการอยู่”
คำพูดที่แฝงไปด้วยนัยสำคัญของเย่อู๋เชวียทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อยโดยเฉพาะโม่หงเหลียน นางเป็นคนฉลาดย่อมเข้าใจความหมายของเย่อู๋เชวียดีในขณะเดียวกันดวงตาของนางก็มีร่องรอยของความดีใจปรากฏขึ้นอย่างลับๆหากเย่อู๋เชวียไม่ปรากฏตัวขึ้น ป่านนี้ไม่ทราบว่าพวกนางจะเป็นอย่างไรไปแล้ว
“ซู่”
แม้ว่าทั้งหกคนจะสื่อสารกันต่อไปแต่พวกเขาก็ไม่ได้หยุดความเคลื่อนไหว หลังจากที่เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปเย่อู๋เชวียก็มองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามปรากฏขึ้นในสายตา
พืชพันธุ์ที่อยู่รอบๆมีความอุดมสมบูรณ์ และดอกไม้มากมายก็ส่งกลิ่นหอมที่ไม่สิ้นสุดห่างจากพวกเขาประมาณหนึ่งร้อยวา มีน้ำตกเล็กๆ ดูงดงามเป็นอย่างมาก
ในขณะนี้ร่างของโม่หงเหลียนหยุดกะทันหันขณะเดียวกันใบหน้าของโม่ไป๋โหยวและโม่ชิงเย่ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเล็กน้อย
เย่อู๋เชวียซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวมองหน้ากันและตระหนักว่าถ้ำฮั่วเซียงอาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“เย่อู๋เชวีย ซือหม่าอ๋าว อิงหลัว ถ้ำฮั่วเซียงอยู่ในห้องหินเหนือน้ำตกตอนนี้ผู้คนจากเมืองฉีตูและเมืองเฟิงอวิ๋นคงกำลังทำลายกับดักที่ชั้นสองอยู่”
เย่อู๋เชวียมองไปรอบๆและพบว่าหากต้องการปีนน้ำตกจะมีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะนำพวกเขาขึ้นไปข้างบนได้ในขณะเดียวกันเส้นทางก็ค่อนข้างลาดชันและมีสถานที่ซุ่มโจมตีมากมาย
“ฝ่ายตรงข้ามน่าจะตระหนักถึงการดำรงอยู่ของพวกเราอยู่แล้วดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะดักซุ่มโจมตีเราอยู่ด้านใน”
เย่อู๋เชวียกล่าวในสิ่งที่เขาคาดเดาหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวคุ้นเคยกับการวิเคราะห์ของเขามานานแล้ว ในขณะที่โม่หงเหลียนยิ่งมีความประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
หากบอกว่าชายหนุ่มชุดดำที่อยู่ด้านหน้าเป็นผู้บ่มเพาะระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณนางก็จะไม่สงสัยแม้แต่น้อย
เขามีจิตใจที่สงบละเอียดอ่อน และมีความเป็นผู้ใหญ่แตกต่างจากคนวัยเดียวกันโดยสิ้นเชิง!
“มันเป็นเรื่องยากที่เราจะซ่อนตัวจากสายตาของพวกเขาได้ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องบุกเข้าไป”
เย่อู๋เชวียไม่รู้ว่าโม่หงเหลียนกำลังคิดอะไรอยู่ดังนั้นเขาจึงแสดงความเห็นตามวิจารณญาณของตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่คุณชายเย่เห็นควรเถอะหากครั้งนี้พวกเราทำได้สำเร็จ ข้ายินดีจะมอบส่วนแบ่งหกในสิบส่วนให้กับคุณชายเย่”
………..