ถูกอัญเชิญไปเป็นผู้กล้าขยี้สวาทที่ต่างโลก

    38 | ผู้กล้าวารี.

            "คมเขี้ยววารี"

            เสียงใสๆ ของร่างบางเปล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดุดัน วงแหวนเวทย์สีฟ้าอ่อนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ตามด้วยกระแสน้ำที่รวมตัวกันเป็นคมหอกอันแหลมคมนับสิบอัน จากนั้นมันก็พุ่งตรงเข้าหามิโนทอร์ตัวนั้น และฉีกกระชากทะลุผ่านผิวหนังหนาๆ ของมันได้อย่างง่ายดาย

            "ช่างอ่อนแอยิ่งนัก มีพลังเพียงแค่นี้แต่กลับกล้าท้าทายบอสด้วยตัวคนเดียว" เสียงของเธอดังขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้หันหน้ามา แต่ผมก็รู้ว่าเธอนั้นกำลังพูดกับผมอยู่

            "วารีไหลหลาก" เวทย์น้ำของเธอถูกใช้อีกครั้ง พัดเอาร่างสูงใหญ่ของมิโนทอร์ตัวนั้นไหลไปตามทางน้ำอย่างง่ายดาย

            จากนั้นเธอใช้การโจมตีแบบในตอนแรก 'คมเขี้ยววารี' โจมตีใส่มิโนทอร์ตัวนั้นเรื่อยๆ ราวกับว่ากำลังเล่นสนุกอยู่กับมัน

            "มีพลังเพียงแค่น้อยนิด" สวบ "กล้าดียังไงถึงมาทำให้เกียรติของผู้กล้าต้องเสื่อมเสีย" สวบ สวบ

            "อร๊าก!!!!!" เพียงแค่ได้ฟังเสียงร้องก็รู้ได้เลยว่ามิโนทอร์ตัวนั้นกำลังเจ็บปวดขนาดไหน

            "ฮ้ะ เจ้าผู้กล้าขยะ!!" สวบ!!!! ก่อนที่คมเขี้ยววารีเขี้ยวสุดท้ายจะผ่ามิโนทอร์ตัวนั้นออกเป็นสองท่อน พร้อมกับเสียงของเธอที่ดังลั่น และร่างบางของเธอที่พลิกตัวกลับมาหาผม

            "อั่ก!!!" แต่ทว่าผมที่สะบักสะบอมเต็มทนนั้น ไม่อาจที่จะเปล่งเสียงอะไรตอบกลับเธอไปได้เลย ถ้าให้พูดตามตรงแค่หายใจมันยากเต็มกลืนเลยด้วยซ้ำ

            แต่ว่าประโยคที่เธอพูดออกมาทั้งหมดนั้น มันหมายความว่าเธอรู้ว่าตัวจริงของผมนั้นเป็นใคร ถึงตาจะพร่ามัวเต็มทน แต่ก็ยังพอมองเห็นรูปร่างของเธอรางๆ ผมยาวสลวยสีฟ้าอ่อน ใบหน้าเรียวสวย ผิวกายขาวใส ใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำ มีอาวุธประจำกายเป็นหอกปลายแหลมด้ามยาวสีดำ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเคยได้ยินรีฟาร์พูดถึงใครบางคนที่มีรูปลักษณ์แบบนี้มาก่อน

            ใช่แล้ว........คมหอกสายน้ำ ผู้กล้าแห่งวารี หนึ่งในผู้กล้าทั้งสี่ที่ถูกอัญเชิญมาโดยยัยเทพธิดาเฮงซวยนั่นแบบเดียวกันกับผม แบบนี้หมายความว่าเธอนั้นเป็นศัตรูหรือเปล่า เพราะว่าเธอรับใช้ยัยเทพธิดาเฮงซวยนั่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเตรียมต่อสู้ แต่ว่าร่างกายมันขยับไม่ได้เลย เวรเอ๊ย!!

            ผู้กล้าแห่งวารีคนนั้นได้เดินตรงเข้ามาหาผม ก่อนที่จะย่อตัวพาร่างบางลงมาหา ด้วยความที่เธอสวมกระโปรงสั้นเป็นอย่างมาก ผมก็เลยได้เห็นเรียวขาอ่อนอันขาวเนียนของเธออย่างเต็มตา รวมไปถึงหว่างขาอันขาวใสที่มีกางเกงในลายลูกไม้สีฟ้าอ่อนตัวน้อยบดบังอยู่

            "ทีนี้จะเอายังไงกับนายดีนะ คุณผู้กล้าแห่งกามอารมณ์"

            "......" และนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายที่ผมได้เห็น และเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน

            ครืด

            ครืด

            ครืดดด

            "....." ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากนั้นในอีกสักพัก ผมสัมผัสได้ถึงร่างกายตัวเองที่กำลังถูกลากไปตามพื้น และเสียงจากการลากที่ดังขึ้นมาเบาๆ เป็นทางยาว

            "ตื่นแล้วเหรอนายผู้กล้าขยะ" กับเสียงของเธอคนนั้นที่ดังขึ้นมา พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าเธอนั้นกำลังเดินลากผมไปตามทางออกของหอคอย และก็ดูเหมือนว่าตอนนี้จะอยู่ในชั้นที่หนึ่งแล้ว หมายความว่าผมถูกลากออกมาแบบนี้ตั้งแต่ชั้นที่สิบเลยอย่างงั้นสินะ

            "อั่ก!!" และก็ดูเหมือนว่าเธอจะใช้โพชั่นรักษาให้แก่ผมด้วย ความรู้สึกเจ็บปวดมันก็เลยเริ่มทุเลาลงแล้ว รวมไปถึงค่าHP ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

            "ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้"

            "...." ในตอนที่ผมพูดจบนั้นเธอก็ได้หยุดเดินลง ก่อนที่จะเอี้ยวใบหน้าสวยหันกลับมามองผมอย่างไม่สบอารมณ์ "ใครบอกว่าฉันมาช่วยนาย" หมับ!!! จากนั้นเธอก็กระชับปลายนิ้วมือที่จับขาผมอยู่นั้นจนแน่น ก่อนที่จะเหวี่ยงผมเข้าใส่ผนังของหอคอย ตับ!!!

            "โอ้ย!!" ทำเอาผมที่ยังเจ็บบาดแผลอยู่ร้องออกมาเสียงหลง

            "ที่จริงฉันควรจะฆ่านายทิ้ง เพราะผู้กล้าแห่งกามอารมณ์อย่างนายมันเป็นแค่ขยะเดินได้ แต่สภาพแบบนี้อีกไม่นานก็คงจะตายเพราะถูกมอนสเตอร์ฆ่าอยู่ดี ขนาดแค่มิโนทอร์ตัวเดียวยังจัดการไม่ได้" พอพูดจบเธอก็เดินหนีผมไป

            "ยังไงก็เถอะ ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณเธออยู่ดี เพราะเธอช่วยฉันเอาไว้ ขอบคุณนะ"

            "...." แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะพูดประโยคเดิม เธอที่ได้ฟังแบบนั้นก็หยุดก้าวเท้าลง "ดาบนั่น..." ก่อนที่จะเปล่งเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง "ดาบแบบนั้นมันรับพลังของนายไม่ไหวหรอก รีบๆ เลเวลสามสิบซะ จะได้ปลดล็อกอาวุธของผู้กล้า" รอบนี้พอพูดจบเธอก็เดินหายไปจากตรงนั้น

            "อาวุธของผู้กล้างั้นสินะ......." ในตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกตกใจที่ได้รู้ว่าผู้กล้ามีอาวุธประจำตัวเลย แต่รู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่า ที่นอกจากจะพ่ายแพ้อย่างย่อยยับขนาดนั้น ยังแสดงความอ่อนแอของตัวเองให้ผู้หญิงที่ไม่รู้จักได้เห็นอีก ซึ่งมันก็ตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่าตัวผมในตอนนี้นั้นอ่อนแอขนาดไหน

            จากจุดที่ผมอยู่ไปจนถึงทางออกของหอคอยนั้นมันไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าด้วยขาที่หักนั้นมันทำให้ผมเดินได้ช้าลง พอใกล้จะถึงปลายทางก็รับรู้ได้ว่ามันเช้าแล้ว เพราะว่าที่ปากทางนั้นสว่างเป็นอย่างมาก และก็เริ่มมีนักผจญภัยเดินทางผ่านประตูเคลื่อนย้ายเข้าสู่หอคอยแห่งนี้แล้วด้วย

            "ท่านเซย์จิ!!!" พอออกจากหอคอยมาได้แล้ว รีฟาร์ที่อยู่ในชุดนอนสีขาว พร้อมกับถือไม้คทาไว้ในมือนั้น ก็ตะโกนเรียกชื่อผมเสียงดัง ก่อนที่จะวิ่งเข้ามากอดผมเอาไว้อย่างแนบแน่น ทำเอานักผจญภัยที่อยู่แถวๆ นั้นพากันมองเป็นสายตาเดียวกัน เธอคงจะรีบมาที่หอคอยทันทีที่เห็นจดหมายนั้น ถึงได้มาทั้งชุดนอนแบบนี้

            "ฉันเจ็บนะรีฟาร์......ขอโทษนะ" กลับไปคงต้องขอโทษเธออย่างยกใหญ่ยิ่งกว่านี้ ที่ทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำ แถมยังทำให้เธอต้องเป็นห่วงขนาดนี้ด้วย

            การฟื้นฟูร่างกายใช้เวลาราวๆ สองวัน ซี่โครงหักทั้งหมดสี่ซี่ ขาหักหนึ่งข้าง นั่นคือบาดแผลที่ผมได้รับทั้งหมดจากการถูกโจมตีโดนมิโนทอร์ ผมไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองได้เจอเข้ากับผู้กล้าแห่งวารีกับรีฟาร์ เพราะเท่าที่ดูผู้กล้าคนนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ไม่อย่างนั้นเธอคงจัดการผมไปแล้ว ส่วนเรื่องอาวุธประจำตัวของผู้กล้า ผมก็ไม่ได้พูดไปเช่นเดียวกัน เพราะรีฟาร์เองก็น่าจะไม่รู้เรื่องนี้ ถ้ารู้เธอคงบอกผมไปตั้งนานแล้ว และตอนนี้ผมก็เลเวล23 แล้วด้วย อีกเพียงไม่นานก็จะเลเวลครบตามที่เธอคนนั้นพูด ทีนี้ก็จะได้รู้แล้วว่าอาวุธประจำตัวของผู้กล้านั้นมีจริงอย่างที่เธอว่าไหม และที่สำคัญเลยก็คือมันจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน

            .

            .

            "เอาเลยมาริ"

            เสียงตะโกนของผมที่ดังขึ้น มันดังขึ้นมาพร้อมกับตัวของผมที่ลดดาบและกระโดดถอยหลังออกมาจากตัวมอนสเตอร์โครงกระดูกนักรบตรงหน้า

            "ย๊า!!" ส่วนมาริที่ง้างคันธนูสุดแรงนั้น ก็ปล่อยการโจมตีศรเวทมนตร์พุ่งเข้าใส่มันเข้าที่หัวเต็มๆ จนมอนสเตอร์ตัวนั้นเซไปข้างหลัง

            "อีกรอบมาริ!!!"

            "คันศรสายลม!!"

            พลั่บ พลั่บ พลั่บ รอบนี้เธอรัวการโจมตีใส่มันสามครั้บ สวบ สวบ สวบ ซึ่งศรเวทย์ของเธอก็เข้าเป้าทั้งสามครั้ง จนสุดท้ายโครงกระดูกตัวนั้นก็สูญสลายไป

            "จัดการเลยโมนา" อีกคู่หนึ่งก็จับคู่ต่อสู้เหมือนกันกับผม

            "ย๊า!!!!"

            รีฟาร์ได้ใช้เวทย์ลมทำให้พวกมันลอยตัวขึ้นมา ส่วนโมนาที่มีพลังทางกายภาพสูงมากนั้น ก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปจัดการพวกมันที่ลองค้างอยู่กลางอากาศ ทั้งเตะ ทั้งต่อย จนเหล่าโครงกระดูกพวกนั้นสูญสลายเหลือเพียงแค่แก่นพลังชีวิตที่ร่วงหล่นตกกลับลงมาที่พื้น ราวกับหยดฝนที่ร่วงหล่อนลงมาจากท้องฟ้า พอมองดูแล้วก็ดุเดือดเลือดพล่านต่างกับคู่ของผมกับมาริเป็นอย่างมาก

            "อีกรอบหนึ่งมาริ!!"

            "ได้เลยเจ้าค่ะ!!!!"

            ตั้งแต่วันที่ผมแอบเข้าไปในหอคอยตัวคนเดียวก็ผ่านมาได้เกือบจะหนึ่งสัปดาห์แล้ว พอพักฟื้นจนหายดี พวกเราก็ตั้งกลุ่มบุกตะลุยหอคอยกัน ชั้นสูงสุดที่รีฟาร์เคยขึ้นไปถึงก็คือชั้นที่ 16 เธอในตอนนั้นไต่มันขึ้นไปกันพรรคพวกเก่า ที่ตอนนี้ทุกคนล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย เพราะการปีนหอคอยนั้นมันมีอะไรที่ต้องเสียมากมาย บางคนก็ตาย บางคนก็ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเป็นนักผจญภัยต่อได้ พอได้ฟังแบบนั้นแล้วก็น่าเห็นใจพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่น้อย

             

    [เซย์จิ LV.23]

    [โมนา LV. 28]

    [รีฟาร์ LV. 25]

    [มาริ LV. 23]

             

            ในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้ เราไต่หอคอยกันจนขึ้นมาถึงชั้นสิบได้อย่างสบายกันทุกคน และเลเวลของพวกเราแต่ละคนได้เพิ่มขึ้นมากันคนละนิดคนละหน่อย จะมีก็แต่ผมที่เลเวลไม่เพิ่มขึ้นเลย ก็นั่นแหละผมไม่สามารถเก็บเลเวลจากพวกมอนสเตอร์นี่ได้สักหน่อย แต่ก็ยังดีที่ต่อสู้แล้วค่าสเตตัสต่างๆ เพิ่มขึ้นบ้าง อีกอย่างก็เพื่อฝึกทักษะการต่อสู้ และลับคมดาบให้เฉียบแหลมขึ้นด้วย

            "พรุ่งนี้พวกเราคงพร้อมแล้วสำหรับห้องนั้น" สายตาของรีฟาร์มองไปยังประตูบานใหญ่นั่นในตอนที่พูด ประตูบานใหญ่ที่ผมเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้

            "เราจะไหวกันใช่ไหมคะ" เสียงของมาริฟังดูกังวลเล็กน้อย ซึ่งเธอก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ด้วยนิสัยที่ขี้กลัวของเธอ แต่ถึงแบบนั้นเวลาที่จับคันศรต่อสู้ เธอไม่เคยลังเลในตอนที่ลั่นไกคันธนูเลยสักครั้ง

            "ไหวสิ ต้องไหวแน่นอน" ต่างกับโมนาที่ไม่เคยกลัวอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว

            "รอฉันก่อนนะเจ้าวัวยักษ์ รอบนี้ฉันไม้แพ้แกแน่ๆ"

            "กลับไปหาอะไรกินแล้วก็นอนพักกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงมาปราบบอสกัน"

            "อย่างที่รีฟาร์ว่า เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า"

            "ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปกินท่านเซย์จิที่บ้านกันได้ไหมเจ้าค่ะ"

            "นั่นสิ ฉันเองก็อยากกินนายท่านเหมือนกัน"

            "ไม่ต้องเลยนะพวกเธอ" ไปๆ มาๆ ยัยพวกนี้ทำท่าจ้องจะรีดน้ำผมกันอีกแล้ว ช่างหื่นกันจริงๆ

             

             

    #ผู้กล้าขยี้สวาท

             

    คล้ายกับเรื่องถูกอัญเชิญไปเป็นผู้กล้าขยี้สวาทที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน