หลังจากพายุแห่งเวทมนตร์สงบลงสรรพสิ่งกลับสู่สภาพเดิมจะมีแปลกปลอมก็แต่เพียงหมาดำที่ยังคงนอนสิ้นชีวิตอยู่กับพื้นเืออกจากทวารทั้งห้า ปู่โสมมองด้วยความเวทนา
“เกิดเป็หมาทุกข์ทรมานมากพอแล้ว เอ็งยังถูกคนชั่วบังคับให้มาต่อกรกับข้า สุดท้ายก็ตายอโหสิกรรมให้ข้าด้วยนะ เ้าหมาดำ”
“ปู่ ช่วยผมด้วย โอ๊ยผมไม่ไหวแล้ว”
“ปู่ช่วยพี่เข้มด้วยเถอะจ้ะ”
เข้มกับโฉมพากันร้องขอความช่วยเหลือจากปู่โสมทันทีใบหน้าเคร่งขรึมหันไปมองทันที เ้าลูกกลม ๆ ที่ยังคงฝังตัวอยู่ใต้ิัยังไม่หยุดที่จะเคลื่อนไหว ปู่โสมเพ่งดวงจิตอยู่ครู่หนึ่ง เสียงสวดคาถาดังขึ้นช่างเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึก ราวกับบีบแล้วบิดหัวใจให้เป็เกลียวพร้อมที่จะขาดออกจากขั้วทุกชั่วขณะ
“โอ๊ย โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ปู่ผมกำลังจะตาย”
“พี่เข้ม อดทนเอาไว้ ทำใจดีๆ เดี๋ยวก็หาย”
คมผู้เป็น้องชายให้กำลังใจเต็มที่ทำท่าจะเข้าไปจับ แต่พ่อกับแม่ร้องห้ามเสียงหลง กลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย
“คม อย่าเข้าไปเดี๋ยวของจะเข้ามาอยู่ในตัวเอ็งแทน”
“ครับ ครับผมจะตั้งจิตอธิษฐาน ช่วยให้พี่เข้มหายเ็ป”
ชายหนุ่มผู้มีดวงจิตแข็งหลับตานั่งสมาธิทันทีเริ่มต้นด้วยการกำหนดลมหายใจโดยสูดลมหายใจเข้าช้า ๆทำให้ท้องพอง หายใจออกช้า ๆ ให้ท้องแฟบ ทำสามครั้งให้สังเกตลมที่ผ่านเข้าออกทางจมูกว่ากระทบถูกอะไรบ้าง
จากนั้นหายใจให้สบายตามด้วยกำหนดจิตไปรับรู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องสนใจเสียงหรือสรรพสิ่งรอบข้างไม่วอกแวก ไม่ควรนึกถึงสิ่งใด ๆ ลบความกังวลออกไป สมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออก
พ่อ แม่ โฉมจะทำบ้างแต่จิตไม่สงบเพราะเป็ห่วงเข้มที่ยังคงส่งเสียงร้องโอดโอยเช่นเดิม ปู่โสมลืมตาเพ่งกระแสจิตไปยังลูกกลม ๆ ช่างน่าอัศจรรย์มันหยุดนิ่ง ไร้สิ้นการเคลื่อนไหว
“ในเมื่อไอ้คนใช้คาถาเจ็บตัวไปแล้วเอ็งยังมีฤทธิ์อีกหรือไอ้ลูกหนู
“หา ลูกหนูแม่จ๊ะ พ่อจ๊ะ ไอ้กลม ๆ ที่วิ่งขึ้นลงไปมาตรงแขนพี่เข้มมันเป็ลูกหนูหรือจ๊ะ ยี๊น่ากลัว ขยะแขยงจัง”
“ข้าจะรู้ได้ยังไงวะนังโฉม เอ็งอย่าเพิ่งสะดิ้งไปเลยน่า เงียบ ๆ เอาไว้เดี๋ยวผัวเอ็งเป็อะไรไปข้าไม่รู้ด้วยนะ”
“จ้ะ ๆ ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นคุณพระคุณเ้าเอ๋ย อย่าให้ผัวลูกเป็อะไรเลย เขาจะต้องปลอดภัยจากทุกสิ่งทุกอย่าง”
โฉมยกมือไหว้รอบ ๆ ตัวขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองสามีให้รอดพ้นจากความตาย จังหวะนั้นเองปู่โสมคำรามเสียงดังเหมือนเสือทุกคนใพากันหันไปมอง ยกเว้นคมที่ยังคงนิ่ง สภาวะจิตตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ
“โฮก ฮึ่ม”
“ปู่ร้องเป็เสือ ฉันกลัว”
“นังโฉมถ้าเอ็งกลัวก็ไปให้ไกล ๆ ถ้าอยากเป็สะใภ้บ้านนี้ จิตจะต้องแข็ง”
มวยรำคาญต่ออาการขี้ขลาดตาขาวของลูกสะใภ้อะไรนิดอะไรหน่อยเป็ต้องส่งเสียงวี๊ดว้าย จนต้องขู่ให้กลัวซึ่งก็ได้ผล โฉมนั่งนิ่งไม่กล้าปริปากแต่อย่างใดปู่โสมหันมามองคล้ายที่ยังคงจับจ้องสายตาไปที่เข้มลูกชายคนโตเวลานี้ชายวัยเลยกลางคนเป็ห่วงกลัวว่าลูกจะได้รับอันตรายจากมนตร์ดำ
“ไอ้คล้าย”
“จ้ะ พ่อ”
“เอ็งจับขาไอ้เข้มเอาไว้ข้าจะกรีดเอาไอ้ตัวลูกหนูที่อยู่ข้างในออกมา ตอนนี้สะกดเอาไว้แล้วมันหยุดวิ่งเอ็งเห็นไหมล่ะ”
“จ้ะ มันไม่วิ่งแล้วไอ้เข้มก็คงไม่ปวด”
“ปู่จะเอามีดกรีดเนื้อพี่เข้มหรือพี่เข้มจะไม่เจ็บหรือยังไง”
“นังโฉมไม่ต้องโวยเพราะเอ็งแท้ ๆ เชียว ทำให้หลานข้าเป็อย่างนี้”
คำพูดปู่โสมสร้างความงุนงงให้แก่คล้ายมวยและโฉมยิ่งนัก ไม่เข้าใจว่าโฉมเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไรยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากซักถามไขข้อข้องใจ ปู่โสมล้วงเข้าไปในย่ามสีขาวขุ่นดึงมีดหมอขนาดเหมาะมือ สลักอักขระเป็ภาษาที่ไม่มีใครอ่านออก
ใน่เวลานั้นทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกลั้นลมหายใจด้วยความตื่นเต้นอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ปู่โสมจะกรีดเนื้อบนแขนหลานชายให้แยกออกจากกันจริงหรือ!
ปู่โสมยกมีดหมอขึ้นพนมมือไหว้ท่องคาถาทำปากขมุบขมิบอีกครั้ง เสียงกรรโชกเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นราวกับจะกระชากหัวใจผู้ที่ได้ยินให้หลุดปลิวออกไปด้วย เสียงหมาหอนมาจากที่ไกล ๆโฉมถึงกับขนลุกซู่
“ไอ้พวกเดรัจฉานชอบใช้ของต่ำทำร้ายคน คิดจะลองดีกับกู งั้นก็ต้องเจอมีดหมออันเข้มขลังนี้ไอ้คล้ายจับขาลูกเอ็งเอาไว้ คมแรกที่มีดกดลงไปในเนื้อลูกชายเอ็งมันจะเรียกเือัปรีย์ของฝ่ายนั้นออกมา ทำให้ไอ้เข้มเจ็บบ้าง”
“จ้ะพ่อฉันจะจับขาไอ้เข้มเดี๋ยวนี้”
“นังมวย นังโฉมอยู่เฉย ๆเห็นอะไรก็อย่าส่งเสียง ข้าจะเสียสมาธิ”
“จ้ะพ่อ/จ้ะปู่”
หญิงต่างวัยทั้งสองรับคำพร้อมเพรียงกันสมาธิจดจ่ออยู่ที่ปลายมีดซึ่งปู่โสมกระชับเอาไว้ในอุ้งมือที่เขียวด้วยรอยสัก
ทันทีที่คมมีดจรดกดลงไปบนผิวเนื้อใกล้ๆ กับสิ่งที่นูนปูดขึ้นมา เืสีดำพุ่งทะลักออกมา เข้มสะดุ้งเฮือกร้องด้วยความเ็ป
“โอ๊ย โอ๊ย ผมเจ็บ”
“อย่าร้อง นิ่งไม่อย่างนั้นไอ้ตัวที่อยู่ในเนื้อเอ็งมันจะหลุดเข้าไปในปากคราวนี้ข้าคงช่วยเอ็งลำบาก”
ราวกับเป็คำศักดิ์สิทธิ์เข้มปิดปากเม้มสนิทแม้ว่าจะเ็ปต่อคมมีดที่กรีดลงไป แต่เขาไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาอีกรู้แต่เพียงว่าเนื้อตัวสั่นระริก
สิ่งไม่น่าเชื่อได้เกิดขึ้นเพียงแค่ปลายมีดกดลงไปให้ผิวเนื้อเกิดรอยแค่เพียงนิดเดียว ผิวแตกแยกออกจากกันเป็เส้นยาวแล้วแหวกไปยังก้อนนูน ๆ ใกล้ถึงมันทุกที ปู่โสมเอาผ้ายันต์สีแดงไปรองรับเมื่อเ้าสิ่งนั้นดีดเด้งตกลงมา
“หา โครงกระดูกตัวอะไรนี่”
“ลูกหนูโว้ยไอ้คล้ายเห็นไหมฝ่ายนั่นมันเล่นของต่ำ ปลุกลูกหนูที่ตายแล้ว เหลือแต่กระดูกส่งมาเล่นงานลูกชายเอ็ง”
“มันทำอย่างนี้ได้ยังไงพ่อ”
“มันคงแค้นไอ้เข้มกระมั้งรอให้มันหายเจ็บแล้วค่อยสอบถามเอาให้แน่ชัด พวกเอ็งดูแผลมันสิเมื่อครู่เป็เส้นทางยาวตอนนี้เนื้อสมานปิดเข้าหากันแล้ว”
ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเื่แบบนี้ให้เห็นจะๆ ตา ทุกคนขนลุกซู่ บนแขนเข้มไม่มีรอยยาวของเนื้อที่ปริแยกออกจากกันเหลือไว้แต่เพียงรอยจุดเล็ก ๆ มีเืซึมออกมาเท่านั้น ขณะที่คล้ายมวยและโฉมกรูเข้าหาเข้มด้วยความเป็ห่วง คมลืมขึ้นขึ้นหลังจากถอนจิตออกจากสมาธิ หันไปมองปู่โสมเห็นว่ากำลังห่อซากหนูเคราะห์ร้ายด้วยผ้ายันต์ก่อนจะรัดด้วยด้ายสายสิญจน์
“เมื่อครู่ผมเห็นอะไรบางอย่างครับปู่โสม”
“เอ็งเห็นอะไรไอ้คม”
“ผมเห็นเงาดำ ๆของใครบางคนยืนอยู่หน้าบ้านพี่เข้ม จากนั้นก็ไม่เห็นอะไร”
“สมาธิเอ็งดีว่ะต่อไปจะเป็ผู้สืบทอดวิชาจากข้าแต่ตอนนี้เห็นทีจะต้องสอบถามไอ้เข้มว่ามันไปทำอะไรกับใครเอาไว้ถ้าให้ข้าเดาคงเกี่ยวข้องกับเมียของมัน”
ปู่โสมคาดเดาตามเหตุการณ์ที่คิดว่าน่าจะเป็ไปได้กระทั่งเห็นว่าเข้มพร้อมที่จะพูดคุยด้วย เข้าไปนั่งประจันหน้า จ้องตาแทบไม่กะพริบหลานชายรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ หันไปมองโฉมเหมือนขอกำลังใจ
ชายหนุ่มคิดว่าปู่โสมคงพอจะรู้อะไรมาบ้างแล้วไม่เช่นนั้นคงไม่มองเขาในลักษณะแบบนี้ ยอมรับว่ากลัวมาก
“ไอ้เข้ม เอ็งเกือบตายถ้าข้าช่วยไม่ทัน ซากกระดูกหนูมันจะพุ่งเข้าสู่หัวใจแล้วกัดกินไม่เหลือ บอกข้ามาเอ็งไปมีเื่กับใคร”
“ปู่ ผมนี่นะจะมีเื่กับใคร ไม่ใช่หรอกครับ”
“ไม่จริงถ้าไม่มีเื่ทำให้ฝ่ายโน้นโกรธ มันจะกล้าใช้มนตร์ดำกับเอ็งหรือหรือว่าเหตุมาจากนังโฉม”
ดวงตาคมวาวจับจ้องไปที่หลานสะใภ้ร่างอวบบัดนี้ยืนตัวสั่นระริกด้วยความกลัว เริ่มรู้แล้วว่าปู่โสมสงสัยเธอเองก็พอจะคาดเดาว่าใครคือศัตรูของสามี
“คงเป็ไอ้เหิมจ้ะปู่”
“ไอ้เหิม ใครวะ”
เสียงของปู่โสมสร้างความหวาดหวั่นให้แก่หลานชายกับหลานสะใภ้ยิ่งนักโดยเฉพาะโฉมตัวสั่นระริก คิดไม่ถึงว่าไอ้เหิมมันจะสันดานชั่วเล่นงานเข้มด้วยวิธีสกปรกเพราะสู้ด้วยกำลังไม่ได้