" เกิดเื่อันใดขึ้น " เหลียงซานเดินมาใกล้ๆที่เกิดเหตุ
แต่สภาพของคุณหนูเฉินและคุณหนูเจียงในตอนนี้ดูมิได้เลย ส่วนคุณหนูสวีถูกรุ่ยอ๋องพาไปยังห้องเปลื่ยนเสื้อผ้า
" หม่อมฉัน ถูกคุณหนูเจียงทำร้ายร่างกายเพคะ "
" มิใช่นะเ้าค่ะ นางทำเองตั้งหากหม่อมฉันมิได้ทำ " อารมณ์ของคุณหนูเจียงดูหงุดหงิดอยู่มิน้อย สติของนางไม่เหลืออะไรแล้ว
เมื่อฮองเฮาทรงเห็นว่าเกิดความวุ่นวายจึงคิดว่าให้พวกนางทั้งสองเข้ามาด้านในจะดีกว่า
แต่กุ้ยเฟยเห็นว่าหนึ่งในนั้นมีหลานสาวของนางอยู่ด้วยก็ยิ่งพยายามบอกฝ่าาว่าวันนี้เป็งานของฝ่าาการตัดสินควรเป็วันอื่นแทน
" มิหยักจะรู้ว่ากุ้ยเฟยมีสิทธิ์ตัดสินเื่ที่เกิดขึ้นด้วย " รัชทายาทจากแคว้นิเอยออกมาเช่นนี้มิไว้หน้านางแม้แต่น้อยแถมยังเป็การตำหนิฮ่องเต้ด้วย หากเป็เื่ที่อันตรายหรืออาจถึงแก่ชีวิตควรต้องมีการสอบสวนมิใช้มาปัดเป็วันอื่นดังที่กุ้ยเฟยเสนอมา
" มิต้องเป็ห่วง ไปนำตัวพวกนางเข้ามา " ที่ฝ่าาทำเช่นนี้ก็เพื่อกอบกู้หน้าของตนที่ถูกรัชทายาทตำหนิ ถึงจะมิพอใจแต่ก็ทำอันใดมิได้อยู่ดี
องครักษ์ประจำการอยู่รอบๆสถานที่จัดงาน ได้พาตัวคุณหนูเจียงและคุณหนูเฉินมายังหน้าพระพักตร์
“ ไยสภาพพวกเ้าถึงเป็เช่นไรนั้นได้ “ กุ้ยเฟยทำท่าตกอกใแล้วกล่าวแล้วน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใยและทำหน้ารู้สึกผิดขึ้นมา จนฝ่าาอดที่จะไปลูบที่มือเป็การปลอบโยนกุ้ยเฟย
“ เอาล่ะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เปิ่นกง “ ฮองเฮาที่เห็นกุ้ยเฟยแก้หน้าตนเองอยู่จึงรีบเข้าประเด็นก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ หม่อมฉันออกมาเดินเล่นแถวริมสระเพคะ จนมีสาวใช้ของคุณหนูเฉินมาบอกว่า้าคุยด้วย หม่อมฉันตอบตกลง “ เป็คุณหนูเจียงที่เป็ฝ่ายเริ่มเล่าก่อน ระหว่างที่นางเล่าน้ำตาของนางก็ค่อยๆไหลลงมาหันหน้าไปอ้อนวอนทั้งฝ่าาและชินอ๋อง แต่น่าเสียดายที่มันใช้ไม่ได้ผล
ตนเองมีคู่หมั้นอย่างหนิงอ๋องอยู่แล้วแท้ๆยังจะส่งสายตาเช่นนี้ใส่ชินอ๋องอีก ช่างเป็สตรีหน้าไม่อายเสียจริง
“ คุณหนูเจียงแต่เปิ่นหวางเห็นว่าก่อนที่เปิ่นหวางออกมายังเห็นเ้าอยู่ในงานอยู่เลย “ เหลียงซ่านจุดชนวนขึ้นมา ทำเอาหลายๆคนหันมามองคุณหนูเจียงเป็การกดดันที่ว่านั้นเป็ความจริงหรือไม่
“ หม่อมฉันอยากออกไปสูดอากาศข้างนอก่เวลานั้นพอดีเพคะ “
“ แล้วไยถึงมีคุณหนูสวีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย “ ฝ่าาถามเมื่อเห็นว่าคุณหนูสวีก็เป็ถึงว่าที่พระชายาเอกของรุ่นอ๋องมิอาจมองข้ามได้
“ หลังจากที่หม่อมฉันตอบตกลงลงแล้ว คุณหนูเฉินก็เข้ามาแสดงความยินดีเพคะ หลังจากนั้นนางก็เอาแต่ด่าทออย่างเสียๆหายๆ มะหม่อมฉัน “ ยิ่งเล่าน้ำตาของนางก็ยิ่งไหลมากขึ้น สีหน้ามีแต่ความเ็ปที่ถูกด่าทอ
“ ไม่จริงเพคะ เป็สาวใช้ของคุณหนูเจียงตั้งหากที่มาบอกว่าคุณหนูเจียงรออยู่ที่สระบัว หม่อมฉันจึงไปหาเพคะ “ คุณหนูเฉินรีบแก้ต่างให้ตนเองอย่างรวดเร็ว
“ ไปนำตัวสาวใช้มา “ สาวใช้ของคุณหนูเจียงอยู่ข้างๆอยู่แล้ว แต่สาวใช้ของคุณหนูเฉินเนี่ยสิหายไปที่ไหนก็ไม่ทราบ ฝ่าาจึงให้องครักษ์ไปหาตัวมาอย่างรวดเร็ว
“ ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ “ มีองครักษ์ผู้หนึ่งที่รีบร้อนเข้ามา
“ เกิดอันใดขึ้น “
“ มีศพของสตรีลอยอยู่กลางสระบัวพ่ะย่ะค่ะ “ สิ้นเสียงขององครักษ์ผู้นั้นทำให้หลายคนหันไปสนใจตรงสระบัวเมื่อมองดูดีๆน้ำในสระเริ่มกลายเป็สีแดงเหมือนสีเื
กรี๊ดดดดดดด
สตรีในห้องหอบางคนมิเคยเจอเื่เช่นนี้มาก่อนก็ถึงกับสลบไป บางคนทำท่าเหมือนจะอาเจียนขึ้นมา ฝ่าาจึงสั่งให้นำศพขึ้นมา
“ นะนี่มัน ไม่ ไม่จริง “ คุณหนูเฉินตอนนี้เหมือนเข่าทรุดลงไปกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของสตรีที่ตายอยู่ในสระ
“ นางเป็สาวใช้ของคุณหนูเฉินเพคะ “ คุณหนูเจียงรีบกล่าวขึ้นมาพรางชี้ไปยังศพ
เมื่อเห็นสาวใช้ของคุณหนูเฉินดูจากรอยแผลแล้วถูกฆ่าตายแต่ผู้ใดช่างกล้ายิ่งนักที่บังอาจมาฆ่า แต่ที่น่าสนใจคงเป็่ที่คนร้ายเอาศพมาไว้่ที่ทุกคนหันมาสนใจการสอบสวนคุณหนูทั้งสองอยู่
ฝ่าาเห็นว่าเื่เริ่มบานปลายลงแล้วก็เกิดอารมณ์เสียเล็กน้อยทั้งๆที่วันนี้เป็วันงานของตนแท้ๆยังมีเื่อีก
จึงให้เหล่าขุนนางและคณะทูตไปพักผ่อนให้เรียบร้อยส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ก่อน
" คุณหนูสวีมาแล้ว " คุณหนูสวีนั้นมาพร้อมกันกับรุ่ยอ๋องที่พานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามา
" เ้าช่วยเล่าเื่มา "
" หม่อมฉันเองว่าจะไปทักทายรุ่ยอ๋องเพคะ แต่ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงของสตรีจึงถือวิสาสะเข้ามาเห็นว่าพวกนางเริ่มทะเลาะกันอย่างรุนแรง หม่อมฉันเองตั้งใจเข้าไปช่วยให้ทั้งสองใจเย็นๆลง แต่คุณหนูเจียงกลับด่าทอหม่อมฉันแล้วสกัดขาหม่อมฉันจนตกไปในน้ำเพคะ "
" คุณหนูเจียงว่าเช่นไร " ฮองเฮาส่งสายตากดดันไปยังคุณหนูเจียง ตัวนางรู้ดีว่าสตรีน่ารังเกียจเช่นนี้ชมชอบลูกชายของนางอยู่ ช่างคิดโดยมิดูตนเองเอาเสียเลย
" หม่อมฉันยอมรับเป็คนทำ ตะแต่หม่อมฉันมิได้ตั้งใจเพคะใครจะไปนึกเหล่าก็คุณหนูสวีเล่นมาห้ามกันเช่นนี้ "
" คุณหนูเจียงข้าเพียงแค่หวังดีเพียงเท่านั้น "
" คุณหนูสวีอาจใส่ร้ายหม่อมก็ได้นางอาจจะแค้นเคืองเื่ถอนหมั้นก่อนหน้านี้ "
" ข้ามิสนใจบุรุษที่ไปแอบนัดพบกับสตรีอื่นเพียงลำพังหรอก " คุณหนูสวีพูดเช่นนี้ก็มิต่างจากตบหน้านางอย่างจังเลย แถมนี้ยังเป็ต่อหน้าเชื้อพระวงค์กันทั้งนั้น
" หึ คงลำบากหนิงอ๋องกับกุ้ยเฟยเสียแล้ว " ในความหมายของฮองเฮาคงเป็ประมาณว่าซวยหน่อยนะที่ได้สตรีแบบนี้แต่งเข้ามา
" พี่หญิงก็พูดเกินไปแล้วเพคะ " กุ้ยเฟยรีบแก้ต่างให้กับตนเอง
“ กุ้ยเฟยเ้าก็รู้ว่าเปิ่นกงมิมีน้องสาว “ การที่ฮองเฮากล่าวเช่นนี้เป็การหักหน้ากุ้ยเฟยต่อหน้าฝ่าาอย่างมิเกรงกลัวเลย ฝ่าาเองก็ทำหน้ามิพอใจใส่ฮองเฮาพร้อมกับส่งสายตาตำหนิ กุ้ยเฟยเองที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มไปให้ฮองเฮาทีหนึ่ง
“ ฝ่าาเื่บางเื่ฝ่าาก็หน้าจะรู้ดี บางครั้งการที่ไม่พูดก็ไม่จำเป็ต้องแสดงออกก็ได้ “ ถึงคำพูดของอองเฮาจะดูงงๆไปบางแต่นั่นเป็การกล่าวใส่ฝ่าาอย่างตรงไปตรงมามิอ้อมเหมือนเมื่อก่อน ยามนี้ฮองเฮากลับมามีอำนาจในวังหลังอีกครั้ง แม้จะมีศัตรูตัวฉลากอย่างไทเฮาและกุ้ยเฟยก็ตาม แค่พวกที่มีแต่ใช้มารยาดูสิจะมีปัญญาทำได้มากแค่ไหนกัน อีกอย่างนางมิได้หลงรักฝ่าาเสียหน่อยบุรุษแบบนั้นใครอยากจะเอากัน
“ ฝ่าาเกรงว่าเื่นี้คงปล่อยไปมิได้เสียแล้ว คุณหนูสวีเป็ถึงว่าที่พระชายาเอกของรุ่ยอ๋องหากมิมีการลงโทษที่เหมาะสมเกรงว่าจะเป็ที่ครหาเอาได้แล้วยิ่งคณะทูตเองก็ได้รับรู้เื่นี้แล้วอีกด้วย “ เหลียงซานพูดกดดันฝ่าาที่มัวแต่ไปสนใจเื่ไร้สาระ ถ้ารู้ตัวว่าช่วยอันใดมิได้ก็เงียบๆไปยังจะดีซะกว่า
“ คุณหนูเจียงทำร้ายคุณหนูเฉิน แล้วยังมีการทำร้ายคุณหนูสวีอีก “
“ คุณหนูสวีมีแผลที่เล็บของคุณหนูเจียงทำเอาไว้ตอนที่เข้าไปห้ามคุณหนูเจียง “ รุ่ยอ๋องพูดขึ้นมาพร้อมกับจับที่ข้อมือของคุณหนูสวีขึ้นมาดู คงต้องใช้เวลาสักสองสามวันแผลถึงจะหายดีอีกอย่างทั้งๆที่คุณหนูสวีเป็ผู้หวังดีแท้ๆ
“ แล้วส่วนคุณหนูเฉินเองก็มิได้ห้ามคุณหนูเจียงที่ทำร้ายคุณหนูสวี แต่ยังใด จึงถือว่ามีโทษร่วมกัน “ ฮองเฮาเอยสรุปออกให้ฝ่าาได้ตัดสิน
ต่อให้อีกฝ่ายเป็หลานสาวของพระสนมคนโปรดก็ตามแต่มันจะส่งผลต่อหน้าตาของแคว้น แล้วยิ่งแคว้นิที่มองดูอย่างดูแคลนนี่อีก แค่นี้ก็มิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้แล้ว
“ โบยพวกนางยี่สิบไม้ ห้ามเข้าร่วมงานที่จัดโดยทางวังหลวงเป็เวลาหนึ่งปี “ บทลงโทษแรกไม่เท่าไหร่หรอกแต่บทอันโทษอันที่สองนี่สิ ตอนนี้พวกนางทั้งสองชื่อเสียงเริ่มหดหายไปเรื่อยๆแล้วแล้วยิ่งหากเข้าร่วมงานที่เกี่ยวกับวังหลวงเช่นนี้อีก
“ ฝ่าาเื่ของสาวใช้เองยังมิมีข้อสรุปที่ชัดเจน เกรงว่าต้องมีการสอบสวนเพิ่มอีก รวมถึงสาวใช้ที่ถูกฆ่าตายอีกด้วย “ ฝ่าาแค่เพียงพยายามหน้าเป็อันว่ารับรู้แล้ว เพราะฉะนั้นบทลงโทษของพวกนางยังมีอีกหากสืบสวนต่อไป ที่โดนก็แค่เื่ของคุณหนูสวีเพียงอย่างเดียวอยู่
เมื่อได้ข้อสรุปออกมาเช่นนี้จึงนำตัวคุณหนูทั้งสองไปโบย แต่เหลียงซานเห็นว่าคนที่มาโบยต้องออมแรงแน่จึงให้หน่วยลับของตนที่เป็สตรีมาปล่อยตัวเป็ข้ารับใช้มาโบย ห้ามออมแรง แบบนี้สิถือเป็การลงโทษ เพียงโบยไปแค่ห้าไม้พวกนางก็แทบจะเป็ลมแล้ว สุดท้ายพอโบยได้สิบไม้กุ้ยเฟยก็ร้องห่มร้องไห้ปานเจียนตายจนสลบไปลำบากถึงหมอหลวงต้องมารักษานางอีก
แต่ฝ่าาก็มิอาจกลับคำได้จึงต้องโบยให้ครบ เมื่อโบยจนครบฝ่าาก็ให้สมุนไพรและหมอหลวงติดตามไปรักษาด้วย แต่น่าเสียดายที่ตระกูลเฉินมีความผิดหลงเหลืออยู่ฝ่าาจึงส่งสมุนไพรมาให้ที่เหลือก็ไปหาหมอมารักษาเอง ตอนนี้สภาพคุณหนูเฉินสาหัสยิ่งกว่าคุณหนูเจียงเสียอีก
เพื่อทุกอย่างจบลงก็ต่างพากันแยกย้ายกันกลับจวน
“ แม่ทัพเลี่ยง “ เป็ฮองเฮาที่เรียกเลี่ยงหรงเอาไว้ก่อน ข้างๆพระนางยังมีชินอ๋องกับรุ่ยอ๋องอยู่ด้วย ส่วนคุณหนูสวีเองก็กลับไปแล้วรวมทั้งอู๋ซวนและลู่เฟินด้วย
“ ถวายพระพรฮองเฮา ทรงเจริญพันพันปี พันๆปี “
“ มิต้องมากความหรอก มาๆ “ เลี่ยงหรงที่ถูกเอยชวนไปยังสวนกลางอันเป็ที่ฮองเฮาทรงดูแลอยู่
เมื่อเห็นว่ามีชาและขนมจัดเตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว
“ ทานตามสบายเถิด พี่ทำมาเอง “ เหลียงซานพูดพร้อมกับตักขนมมาให้พร้อมกับรินชาให้อีกตั้งหาก ฮองเฮาได้แต่นึกในใจไม่ได้ว่าต้องให้ผู้เป็มารดาก่อนถึงค่อยให้ผู้อื่น
รุ่ยอ๋องเองก็เห็นว่าเสด็จพี่มัวแต่สนใจแม่ทัพเลี่ยงจนหลงลืมเสด็จแม่กับตนไปเสียแล้ว
“ แฮ่ม “
“ จิบชาสักหน่อย “ เลี่ยงหรงเมื่อเห็นว่าพี่เหลียงจงใจเมินน้องชายก็รินชาให้รุ่ยอ๋อง แต่ถูกเหลียงซานแย่งไปจิบเสียเอง
“ ซานเอ๋อร์เ้านี่ก็ช่างไปแย่งน้อง “ ฮองเฮาก็ทำท่าดุแต่ก็มิได้จริงจังมากนัก เพราะรู้อยู่ว่าเ้าลูกชายแย่งไปเพื่ออันใด ให้ตายสิให้มันน้อยๆ
เหลียงซานเมื่อเห็นว่าได้รับสายตาดุของเลี่ยงหรงก็ทำตัวปกติเสียบางรินน้ำชาให้ฮองเฮากับรุ่ยอ๋อง
“ ไม่ทราบว่าฮองเฮาเรียกกระหม่อมมาทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ “ นับว่าคราวนี้อยู่กันครบทีเดียวในฝั่งครอบครัวของพี่เหลียงที่สำคัญที่สุดในชีวิตนะน่ะ
“ เพียงแค่อยากพบว่าที่ - “
เพล้ง
เหลียงซานเผลอทำน้ำชาล้มตกแตกเสียยังงั้น
“ อะเออ ชินอ๋องเป็อันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ “ เลี่ยงหรงที่ตั้งใจฟังก็ได้ยินเสียงน้ำชาหล่นก็ถามพี่เหลียงด้วยความเป็ห่วง
“ โถ่ เสด็จพี่มือไม้อ่อนไปได้ “ เสด็จแม่เพียงเย้าแหย่พี่เล่นเท่านั้นแหละน่า
“ ใช้แล้ว ซานเอ๋อร์เนี่ยช่างไม่ระวังตัวเสียเลย “ ให้ตายทั้งเสด็จแม่ ทั้งน้องชายก็เอาไปอีกคน เหลียงซานยังมิทันได้เกี้ยวแบบจริงๆจังแบบเป็ทางการเลย ส่วนใหญ่ที่ทำอยู่ตอนนี้เป็ดูแลซึ่งกันและกันมากกว่า
“ ดูเหมือนน้ำชาจะหกใส่คงต้องไปเปลี่ยนชุดเสียแล้ว “ เหลียงซานบอกปัด คงรู้แหละว่าขืนอยู่นานกว่านี้เลี่ยงหรงได้รู้เข้าแน่ เื่นี้เหลียงซานยังมิได้เดินหน้าเสียที แต่เห็นทีหลังจากนี้ต้องจัดการเสียแล้ว
เหลียงซานมิได้ไปแค่คนเดียวแต่พาเลี่ยงหรงมาด้วย ทั้งคู่มายังตำหนักของเหลียงซาน
“ พี่เหลียงไยถึงรีบออกมานักเล่า “
“ เ้ามิต้องเป็ห่วงเสด็จแม่มิว่าอันใดเ้าหรอก “
“ … “
“ หรงเอ๋อร์เ้าคิดว่าตำหนักพี่ดีหรือไม่ “ เลี่ยงหรงที่นั่งอยู่ก็มีใบหน้าของพี่เหลียงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนจมูกชิดกันอย่างแ่เบา เหมือนพี่เหลียงจะอ้อนๆอยู่ด้วย
“ งาม “
“ แค่นี้หรือ “
“ เอ่อ “
“ แต่พี่ไม่ขาดอย่างหนึ่งไป “
“ ขาดสิ่งใดหรือ “
“ ขาดหรงเอ๋อร์อย่างไงล่ะ “
เช้าวันต่อมามีข่าวลือแผ่ไปทั่วเมืองหลวง เป็ข่าวลือของคุณหนูเจียงกับคุณหนูเฉินที่ถูกทำโทษเพราะก่อเื่ในงาน มิใช่แค่นั้นข่าวลือเื่พระราชสมรสของหลายคู่ทั้งคุณหนูสวี คุณหนูไป๋ และองค์หญิงใหญ่จากแคว้นจ้าวอีก เรียกได้ว่ามีงานมงคลกันถึงสามงานกันเลยทีเดียว
เพล้ง เพล้ง
ยิ่งข่าวลือมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้น ตระกูลเฉินคราวนี้สู่เหวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่นางอุตส่าห์ใช้งานนี้ในการเปิดตัวอย่างน้อยก็แค่ได้เข้าตาชินอ๋องก็เพียงพอ
บัดซบ
ทำไม ทำไม
ตอนนี้นางเจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทั้งท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ก็มิมีใครมาดูแลนางแม้แต่น้อย มารดาก็ห่วงแต่เื่ไม่เป็เื่
“ ลูกเป็เช่นไรบางล่ะ “ เมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาเป็มารดาของตนนางก็ปาแจกันใส่หน้ามารดาอย่างอารมณ์เสีย ั้แ่ตระกูลเฉินได้รับโทษคราวนั้นนางและมารดาของมิค่อยพูดกันสักเท่าไหร่ มีเพียงแค่ท่านย่าเท่าไหร่แหละที่เข้าใจนาง
“ เ้าลูกสารเลว “ ยังดีนะที่นางหลบทัน แล้วนางก็พอรู้มาว่า่นี้ฮูหยินผู้เฒ่าเสี้ยมสอนลูกของนาง เพราะ่หลังๆมานี้จวนขาดแคลนเงินเป็อย่างมากนางพยายามบริหารใช้เงินเพื่อจุนเจือตระกูลเฉินให้มากที่สุด จนเอาของมีค่าทั้งของฮูหยินผู้เฒ่า ของลูกนาง รวมถึงสมบัติที่ติดตัวมาของนางรวมอยู่เองด้วย
นั้นอาจจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่พอใจ ไม่มีปัญญาหาเงินแท้ๆ บัญชีก็ทำไม่เป็ อะไรก็ไม่เอา อะไรก็ไม่ทำ
หน่อย นางเฒ่านี่ หากนางมิอยู่แล้วละก็
ทุกอย่างที่เกิดในตระกูลเฉินได้อยู่สายตาของผู้หนึ่งก่อนจะไปรายงานให้นายเหนือหัวได้รับทราบเื่ที่เกิดขึ้น