รุ่งอรุณของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความสงบสุขในจิตใจของเสี่ยวเหลียนเลยแม้แต่น้อย ภาพของท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ดำคล้ำและแข็งแกร่งราวกับโลหะยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางตลอดคืนที่ผ่านมา
นางนอนอยู่ข้างอาเฟย แต่จิตวิญญาณของนางกลับล่องลอยไปอยู่กับบิดาสามีผู้สูญเสียความทรงจำ จางไท่
*ข้าต้องทำ... ข้าต้องดูดซับธาตุทองแห่งความมืดนั้นให้ได้* ความคิดนี้แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าที่ถูกหลอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปถูกบดบังด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยสามีอันเป็นที่รัก
เสี่ยวเหลียนเริ่มแผนการของนางอย่างชาญฉลาด นางรู้ว่าการเข้าใกล้จางไท่ด้วยเสื้อผ้าธรรมดาอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นปฏิกิริยาของธาตุทองแห่งความมืดที่หลับใหลอยู่
วันนี้ นางเลือกสวมใส่ชุดฮั่นฝูที่ทำจากผ้าไหมเนื้อบางเบาสีขาวนวล มันเป็นชุดที่ตั้งใจเลือกให้แนบเนื้อและโปร่งแสงเล็กน้อย เมื่อนางเคลื่อนไหว ผ้าไหมก็จะลู่ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกาย เผยให้เห็นร่องอกที่อวบอิ่มและเนินเนื้อที่นุ่มนวลของสะโพก
นางจงใจผูกสายรัดเอวให้หลวมเล็กน้อย และปล่อยให้คอเสื้อเปิดกว้างกว่าปกติ เผยให้เห็นไหปลาร้าที่งดงามและผิวเนื้อที่ขาวผ่อง ผ้าไหมบางเบาทำให้เห็นเงาของเนื้อหนังใต้เสื้อผ้าได้อย่างคลุมเครือ โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดส่องผ่าน
นางเลือกไม่สวมเสื้อชั้นในที่หนา ทำให้รูปทรงของหน้าอกที่เต่งตึงและหัวนมที่แข็งตัวเล็กน้อยจากอากาศเย็นยามเช้าปรากฏเป็นเงาๆ ผ่านผ้าไหมบาง เมื่อนางเดิน เต้านมทั้งสองจะเด้งเบาๆ อย่างเย้ายวน
นางใช้ความห่วงใยในฐานะลูกสะใภ้เป็นเกราะกำบัง นางเข้าไปดูแลจางไท่อย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม
"ท่านพ่อเพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก เสี่ยวเหลียนจะช่วยดูแลท่านเองเจ้าค่ะ" นางกล่าวกับอาเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้อาเฟยรู้สึกซาบซึ้งในความดีของภรรยาจนแทบจะกราบเท้า
เสี่ยวเหลียนถือถาดที่มียาบำรุงและเสื้อผ้าชุดใหม่เดินไปยังห้องพักของจางไท่ ทุกครั้งที่นางก้าวเข้าใกล้ห้องของจางไท่ กลิ่นอายบุรุษที่รุนแรงนั้นก็จะพุ่งเข้าปะทะจมูกของนางทันที กลิ่นอายของเหล็ก เลือด และความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของธาตุทองแห่งความมืดทำให้ช่องทางรักของนางเริ่มชื้นแฉะอย่างรวดเร็ว
จางไท่ผู้สูญเสียความทรงจำนั้นเงียบขรึมและไม่ค่อยพูดจา เขามักจะนั่งสมาธิหรือฝึกปราณอยู่เงียบๆ ในห้อง เสี่ยวเหลียนสังเกตเห็นว่าแม้ในยามที่เขานั่งนิ่งๆ พลังปราณธาตุทองแห่งความมืดก็ยังแผ่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ
"ท่านพ่อเจ้าคะ เสื้อผ้าของท่านเปียกเหงื่อจากการฝึกปราณแล้ว ให้เสี่ยวเหลียนช่วยเปลี่ยนให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกับยื่นกายเข้าไปใกล้จนกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางปะทะเข้ากับจมูกของจางไท่
จางไท่ลืมตาขึ้นมองนาง ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขาทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆ
นี่คือโอกาสที่เสี่ยวเหลียนรอคอย นางรู้ว่าการแต่งกายของนางได้ผลแล้ว เพราะนางเห็นแววตาของจางไท่ที่หยุดนิ่งอยู่ที่ร่องอกของนางเพียงชั่ววินาที ก่อนที่เขาจะควบคุมมันไว้ได้
นางค่อยๆ ปลดสายรัดเอวของจางไท่ออกอย่างช้าๆ มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับผิวหนังที่แข็งแกร่งราวกับหินผาของเขา นางจงใจให้ปลายนิ้วของนางลากผ่านบริเวณหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามของเขาอย่างแผ่วเบา
การสัมผัสครั้งแรกทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าผ่า ผิวหนังของจางไท่ร้อนผ่าวและแข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้ กล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือของนางตึงแน่นราวกับเหล็กกล้าที่ถูกหลอมจนแข็งตัว
เมื่อเสื้อคลุมชั้นนอกถูกปลดออก เผยให้เห็นแผงอกที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง เสี่ยวเหลียนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
แผงอกของจางไท่กว้างใหญ่ราวกับโล่เหล็ก กล้ามเนื้อเต่งตึงและมีรูปร่างสมส่วนอย่างสมบูรณ์แบบ หัวนมสีชมพูอ่อนๆ ของเขาแข็งตัวเล็กน้อยจากอากาศเย็น ทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกอยากจะเอาปลายลิ้นไปแตะต้อง
"ท่านพ่อ... ท่านช่างกำยำยิ่งนัก" นางกล่าวเบาๆ พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่เสียงของนางก็สั่นเครือเล็กน้อย
นางเริ่มปลดเสื้อชั้นในของเขาออกทีละน้อย ขณะที่ทำ นางจงใจก้มตัวลงให้มากขึ้น ทำให้คอเสื้อที่เปิดกว้างของนางเผยให้เห็นร่องอกลึกและเต้านมที่อวบอิ่มที่แกว่งไกวเบาๆ ตามการเคลื่อนไหว
เมื่อเสื้อผ้าหลุดพ้นจากร่างกายท่อนบนทั้งหมด ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ก็ปรากฏแก่สายตาของนาง
กลิ่นอายบุรุษที่ลอยออกมาจากร่างกายที่เปลือยเปล่าของจางไท่นั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันคือกลิ่นของความดิบและความเป็นชายที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กลิ่นอายที่ทำให้สตรีทุกคนต้องสยบยอม เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าร่างกายของนางอ่อนยวบยาบ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อเรียกสติกลับมา
นางก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่พื้น และนั่นคือช่วงเวลาที่นางใช้สายตาชำเลืองมองไปยังเป้าหมายหลักของนาง
จางไท่สวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวที่ทำจากผ้าฝ้ายหยาบๆ ซึ่งแทบจะปกปิดท่อนเนื้อต้องห้ามของเขาไว้ไม่มิด
มันใหญ่โตกว่าที่นางเห็นเมื่อวานนี้เสียอีก!
เมื่อวานนางเห็นเพียงแวบเดียวจากระยะไกล แต่วันนี้นางอยู่ห่างจากมันเพียงไม่กี่ก้าว และนางกำลังจ้องมองมันอย่างเปิดเผย
กางเกงชั้นในนั้นถูกยัดแน่นด้วยความหนาของท่อนเนื้อที่ยังอ่อนตัวอยู่ มันนูนออกมาอย่างชัดเจนจนแทบจะฉีกขาดผ้าฝ้ายนั้นออก เส้นเลือดที่ปูดโปนออกมาจากส่วนโคนนั้นดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง แม้ผ่านผ้าฝ้ายหยาบ นางก็ยังมองเห็นรูปร่างและขนาดที่น่าหวั่นไหวได้อย่างชัดเจน
เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าลิ้นของนางแห้งผาก นางเผลอเลียริมฝีปากอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ผสมผสานกับความปรารถนาที่เร่าร้อน นางจินตนาการถึงรสชาติของผิวหนังที่แข็งแกร่งนั้น ความเค็มของเหงื่อและกลิ่นอายบุรุษที่เข้มข้น
ขณะที่เสี่ยวเหลียนจ้องมองด้วยความปรารถนาที่รุนแรง และกลิ่นอายยั่วยวนจากร่างกายของนางแผ่ซ่านไปทั่ว จางไท่ก็เริ่มมีปฏิกิริยา
ท่อนเนื้อต้องห้ามที่เคยห้อยต่องแต่งอยู่ระหว่างขาของเขา เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง
เสี่ยวเหลียนเห็นมันพองตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่นเล็กน้อยเริ่มตึงและเรียบเนียน สีดำคล้ำของมันเริ่มเข้มขึ้นราวกับโลหะที่ถูกเผาด้วยความร้อนสูง เส้นเลือดที่ปูดโปนอยู่แล้วเริ่มบวมเป่งและเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต
มันไม่ได้แข็งตัวเต็มที่ แต่ขนาดของมันในยามที่กึ่งแข็งตัวนั้นก็ใหญ่เกินกว่าที่บุรุษทั่วไปจะมีได้ในยามที่แข็งตัวเต็มที่เสียอีก ความยาวของมันเริ่มดันกางเกงชั้นในให้ยื่นออกมาจนเกือบจะหลุดออกจากขอบเอว
ส่วนหัวที่บานใหญ่เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างที่ชัดเจนผ่านผ้าฝ้าย มันมีขนาดใหญ่โตราวกับลูกพลัม และมีสีเข้มกว่าส่วนลำตัว ผ้าฝ้ายที่เคยหลวมๆ ตอนนี้ตึงจนเกือบจะขาด เผยให้เห็นทุกรายละเอียดของท่อนเนื้อมหึมาที่กำลังตื่นขึ้น
ธาตุทองแห่งความมืด... มันกำลังตื่นขึ้น!
เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าเลือดในกายของนางพลุ่งพล่านไปหมด แรงดึงดูดของธาตุทองแห่งความมืดนั้นรุนแรงกว่าธาตุใดๆ ที่นางเคยเผชิญมา ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ช่องทางรักของนางพลันรู้สึกถึงความเปียกชื้นอย่างรุนแรง น้ำรักใสๆ ไหลทะลักออกมาจากกลีบกุหลาบของนางอย่างควบคุมไม่ได้ จนกางเกงชั้นในที่บางเบาของนางเปียกชุ่มและแนบติดกับเนื้อ
นางรู้สึกปากแห้งคอแห้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับผลท้อสุก ลมหายใจของนางถี่กระชั้นและตื้นเขิน เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มซึมออกมาตามไรผมและหน้าผาก
นางจ้องมองท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่กำลังขยายตัวนั้นอย่างไม่ละสายตา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เร่าร้อนและสับสน นางเผลอเลียริมฝีปากของตนเองอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังมองเหยื่ออันโอชะ
ปากของนางเปิดเล็กน้อย ลิ้นชมพูอ่อนๆ โผล่ออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก นางจินตนาการถึงความรู้สึกของท่อนเนื้อนั้นในปาก ความหนาและความยาวที่จะเติมเต็มช่องปากของนางจนแน่นหนา รสชาติของผิวหนังที่เค็มจากเหงื่อและกลิ่นอายบุรุษที่เข้มข้น
นางรู้สึกว่าลิ้นของนางแสบร้อนและอยากสัมผัสกับผิวหนังที่แข็งแกร่งนั้น อยากจะเลียไปตามเส้นเลือดที่ปูดโปน อยากจะรู้ว่าส่วนหัวที่บานใหญ่นั้นจะมีรสชาติอย่างไร
จางไท่เองก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเอง เขาก้มลงมองความนูนที่กำลังขยายตัวใต้กางเกงชั้นในของเขาอย่างสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเขาถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ต่อลูกสะใภ้ของตนเอง
ดวงตาว่างเปล่าของเขามองไปที่เสี่ยวเหลียนที่กำลังก้มตัวอยู่ เขาเห็นร่องอกลึกที่เปิดเผยผ่านคอเสื้อที่หลวม เห็นเต้านมที่อวบอิ่มและแกว่งไกวเบาๆ เห็นผิวหนังขาวผ่องที่เปล่งประกายใต้แสงแดดยามเช้า
แม้จะสูญเสียความทรงจำ แต่สัญชาตญาณดิบของบุรุษในตัวเขายังคงทำงานอยู่ ร่างกายของเขาตอบสนองต่อความงามและเสน่ห์ของสตรีอย่างธรรมชาติ
เสี่ยวเหลียนรู้ว่านางต้องหยุดก่อนที่จางไท่จะเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของตนเอง
"ท่านพ่อ... เสี่ยวเหลียนจะนำเสื้อผ้าที่เปียกไปซักให้เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ นางรีบคว้าเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อของเขาไว้ในอ้อมแขน
ขณะที่นางก้มลงเก็บเสื้อผ้า นางจงใจให้ร่องอกของนางเปิดเผยต่อสายตาของจางไท่เพียงชั่ววินาที ให้เขาเห็นเต้านมที่อวบอิ่มและหัวนมสีชมพูที่แข็งตัวเล็กน้อยผ่านผ้าไหมบาง ก่อนที่นางจะรีบหันหลังเดินออกไป
เมื่อกลับมาถึงห้องของตนเอง เสี่ยวเหลียนก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง นางต้องใช้เวลาสักพักเพื่อสงบสติอารมณ์
ขนาดนั้น... หากมันแข็งตัวเต็มที่ มันจะใหญ่ขนาดไหนกัน? ความคิดนี้ทำให้ช่องทางรักของนางบีบรัดตัวอย่างรุนแรง นางใช้มือลูบไล้ส่วนที่เปียกชื้นของตนเองอย่างแผ่วเบา
นางจินตนาการถึงท่อนเนื้อมหึมานั้นในยามที่แข็งตัวเต็มที่ มันคงจะยาวเกินกว่าหนึ่งคืบครึ่ง และหนาราวกับข้อมือของบุรุษที่แข็งแรง สีดำคล้ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน ส่วนหัวที่บานใหญ่และเปียกชื้นด้วยน้ำก่อนสุข
นางรู้ว่าการเข้าใกล้ในบ้านนั้นอันตรายเกินไป อาเฟยอาจจะกลับมาเห็นได้ทุกเมื่อ นางต้องสร้างสถานการณ์ที่เป็นส่วนตัวและเป็นธรรมชาติที่สุด
นางเริ่มแผนล่อลวงทันที
"อาเฟย... ท่านพ่อสูญเสียความทรงจำและพลังปราณของท่านก็ปั่นป่วนอยู่ภายใน" นางกล่าวกับสามีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "ข้าคิดว่าท่านพ่อควรจะไปฝึกปราณในที่ที่เงียบสงบและมีพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟู"
"เจ้าหมายถึงที่ไหนหรือเสี่ยวเหลียน" อาเฟยถาม
"ลำธารในป่าทางเหนือเจ้าค่ะ" นางตอบทันที "ที่นั่นมีพลังปราณธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุด และไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ข้าจะพาบิดาไปที่นั่นเพื่อช่วยท่านบำบัดและฟื้นฟูความทรงจำ"
อาเฟยเห็นด้วยทันที "เป็นความคิดที่ดีมากเสี่ยวเหลียน เจ้าช่างฉลาดหลักแหลมจริงๆ"
เสี่ยวเหลียนยิ้มอย่างอ่อนหวาน แต่ในใจของนางนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่มืดมิด
"ข้าจะเตรียมอาหารและยาบำรุงสำหรับท่านพ่อ ข้าจะไปกับท่านพ่อเพียงลำพัง เพื่อให้ท่านพ่อมีสมาธิในการฝึกปราณอย่างเต็มที่" นางกล่าวอย่างหนักแน่น
อาเฟยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย เขาเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของภรรยา
คืนนั้น เสี่ยวเหลียนใช้เวลาในการเตรียมตัวอย่างพิถีพิถัน นางเลือกชุดที่จะสวมใส่ในวันพรุ่งนี้อย่างรอบคอบ
นางเลือกชุดฮั่นฝูสีขาวนวลที่ทำจากผ้าไหมเนื้อบางที่สุดที่นางมี เมื่อแสงแดดส่องผ่าน ร่างกายใต้เสื้อผ้าจะปรากฏเป็นเงาๆ อย่างเย้ายวน นางตัดสินใจไม่สวมเสื้อชั้นในเลย เพื่อให้รูปทรงของเต้านมและหัวนมปรากฏชัดเจนผ่านผ้าไหมบาง
กางเกงชั้นในที่นางเลือกก็บางและโปร่งเช่นกัน ทำจากผ้าไหมสีขาวที่เกือบจะโปร่งใส เมื่อเปียกน้ำแล้วจะกลายเป็นโปร่งแสงจนมองเห็นผ่าน
นางเตรียมน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมหวานและเย้ายวน ทาไว้ที่จุดชีพจรบนข้อมือ หลังหู และระหว่างเต้านม เพื่อให้กลิ่นหอมแผ่ซ่านออกมาอย่างอ่อนๆ แต่ดึงดูดใจ
นางฝึกท่าทางและคำพูดที่จะใช้ล่อลวงจางไท่ นางต้องทำให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่ได้ตั้งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเร้าอารมณ์และกระตุ้นความปรารถนาของเขา
นางจินตนาการถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และวิธีที่นางจะจัดการกับมัน นางรู้ว่าจางไท่แข็งแกร่งกว่าบุรุษทุกคนที่นางเคยเผชิญมา หากเขาสูญเสียการควบคุมตนเอง นางอาจจะต้องเผชิญกับพลังที่รุนแรงเกินกว่าที่จะรับมือได้
แต่นางก็พร้อมแล้ว เพื่ออาเฟย นางจะยอมเสี่ยงทุกอย่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวเหลียนเตรียมตัวอย่างดี นางสวมชุดที่เรียบง่ายแต่เผยให้เห็นสัดส่วนที่เย้ายวนเล็กน้อย นางมัดผมขึ้นอย่างเรียบร้อย แต่ปล่อยปอยผมบางส่วนลงมาคลอเคลียใบหน้า
เมื่อนางเดินออกมาจากห้อง แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าไหมบางของนาง เผยให้เห็นเงาของร่างกายที่งดงามใต้เสื้อผ้า รูปทรงของเต้านมที่เต่งตึงและเส้นโค้งของสะโพกปรากฏอย่างเย้ายวน
นางนำจางไท่ออกจากบ้าน โดยบอกกับอาเฟยว่าพวกเขาจะใช้เวลาสองสามวันในการบำบัด
"ข้าจะดูแลท่านพ่อให้ดีเจ้าค่ะ อาเฟย เจ้าไม่ต้องห่วง" นางกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ขณะที่ในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน
การเดินทางไปยังลำธารในป่าทางเหนือใช้เวลาไม่นานนัก
ตลอดทาง เสี่ยวเหลียนพยายามพูดคุยกับจางไท่ แต่เขาก็ยังคงเงียบขรึมและตอบเพียงสั้นๆ อย่างไรก็ตาม นางสังเกตเห็นว่าสายตาของเขาแอบมองมาที่นางบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อนางเดินข้างหน้าและผ้าไหมบางปลิวไสวตามลม เผยให้เห็นรูปร่างของร่างกายใต้เสื้อผ้า
เมื่อพวกเขามาถึงลำธารในป่าที่เงียบสงบและงดงาม พลังปราณธรรมชาติก็พัดโชยมาปะทะใบหน้าของเสี่ยวเหลียน
ลำธารแห่งนี้ไหลเซาะผ่านโขดหินขาวที่เรียบเนียน น้ำใสใสไหลเซาะเป็นเสียงเบาๆ ที่ผ่อนคลาย ต้นไผ่และต้นหลิวโอบล้อมรอบๆ สร้างความร่มรื่นและเป็นส่วนตัว แสงแดดกรองผ่านใบไม้ส่องลงมาเป็นจุดๆ บนผิวน้ำ
"ท่านพ่อเจ้าค่ะ ที่นี่คือสถานที่ที่พลังปราณบริสุทธิ์ที่สุด ท่านควรจะนั่งสมาธิและฝึกปราณที่นี่" นางกล่าวพลางชี้ไปยังโขดหินใหญ่ที่อยู่ริมลำธาร
จางไท่พยักหน้าและเดินไปยังโขดหินนั้นทันที
เสี่ยวเหลียนจัดเตรียมเสื่อและอาหารไว้ให้เขา นางนั่งลงห่างๆ และมองดูจางไท่ที่เริ่มนั่งสมาธิ
ขณะที่เขานั่งสมาธิ พลังปราณธาตุทองแห่งความมืดเริ่มแผ่ออกมาอย่างเข้มข้นขึ้น กลิ่นอายบุรุษที่รุนแรงผสมผสานกับพลังงานที่มืดมิดและทรงพลัง ทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน
*นี่คือโอกาสของข้า*
นางรู้ว่าการดูดซับธาตุทองแห่งความมืดนั้นจะต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล และนางจะต้องใช้ทุกกลเม็ดที่นางมีเพื่อล่อลวงบุรุษผู้แข็งแกร่งผู้นี้ให้ตกหลุมพราง
เสี่ยวเหลียนค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้จางไท่ นางเริ่มเปล่งเสียงครางเบาๆ ราวกับกำลังเจ็บปวด
"โอ๊ย... ขาของเสี่ยวเหลียนเป็นตะคริวเจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ ขณะเดียวกันก็ยื่นขาออกมาในท่าทางที่เผยให้เห็นผิวหนังขาวผ่องและเส้นโค้งที่งดงาม