ภายในหอคอยเทพสงคราม
เย่เทียนผ่านชั้นที่ 20 และออกจากโลกเสมือนจริง ทันใดนั้นจิตอาร์ติแฟกต์ก็ปรากฏตัวขึ้น
“เย่เทียน ยินดีด้วยที่เจ้าผ่านชั้น20 ของหอคอยเทพสงครามได้ เจ้าจะได้รับสิทธิพิเศษหลักของหอคอยเทพสงคราม!”
จิตอาร์ติแฟกต์กล่าวแสดงความยินดี
“มันคืออะไร?”
เย่เทียนกล่าวถาม
จิตอาร์ติแฟกต์เอ่ยตอบในทันที“เจ้าสามารถใช้พลังของหอคอยเทพสงครามเพื่อโจมตีได้ 1 ครั้ง แต่มีข้อห้ามว่าห้ามโจมตีสมาชิกอย่างเป็นทางการของหอคอยเทพสงครามนอกจากนั้นเจ้าสามารถโจมตีสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ การโจมตี 1 ครั้งมีคูลดาวน์เป็นเวลาสิบปีและเจ้าก็ยังได้รับสิทธิพิเศษที่สามารถใช้พลังป้องกันจากหอคอยเทพสงครามได้ 1 ครั้งและมีเวลาคูลดาวน์ก็สิบปีเหมือนกัน!”
“มีสิทธิพิเศษเพิ่มมาอีกหนึ่งสิทธิ์!”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไป
จักรพรรดิขวานสงครามและคนอื่นๆไม่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้ พวกเขาได้รับเพียงการโจมตีของหอคอยเทพสงครามหนึ่งครั้งเท่านั้นแต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ใช้พลังป้องกันของหอคอยเทพสงคราม
เห็นได้ชัดว่าการผ่านชั้นที่20 ของหอคอยเทพสงครามจะได้รับสิทธิ์มากขึ้น
“ไม่รู้ว่าหอคอยเทพสงครามเป็นสมบัติระดับไหนกันแน่แต่พลังป้องกันของมันก็น่าเหลือเชื่อมาก การป้องกันจากหอคอยเทพสงครามเพียงหนึ่งครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะปกป้องชีวิตของเราได้!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แน่นอน
สิ่งที่เขาพึ่งพาได้จริงๆคือความแข็งแกร่งของเขาเอง หากพลังของเขายังมีไม่มากพอ ถึงหอคอยเทพสงครามจะมอบอำนาจให้กับเขามากน้อยเพียงใดมันก็ไร้ประโยชน์
เมื่อกลับไปที่ห้องโถงของหอคอยเทพสงคราม
“เย่เทียน เราไปยังมิติศิลาเทพสงครามกันเถอะ!”
จักรพรรดิจันทราจับมือของเย่เทียนก่อนจะกล่าว
“ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้า
การมายังหอคอยเทพสงครามในครั้งนี้เป้าหมายของพวกเขาคือศิลาเทพสงคราม สำหรับการท้าทายหอคอยเทพสงคราม มันเป็นเพียงเป้าหมายรอง
จากนั้นทั้งสองก็เข้าสู่มิติของศิลาสงครามเทพสงคราม
แผ่นหินลอยอยู่ในมิติของศิลาเทพสงครามนั้นไม่เล็กเลยมันเพียงพอสำหรับทั้งสองคนที่จะนั่งด้วยกันเพื่อทำความเข้าใจศิลาสงครามเทพสงคราม ดังนั้นเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราจึงนั่งบนแผ่นหินแผ่นเดียวกัน
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆที่เห็นจักรพรรดิจันทราและเย่เทียนนั่งด้วยกัน พวกเขาต่างคิดว่าสองคนนี้คงรักกันมากแต่ในความเป็นจริงสาเหตุที่พวกเขาทั้งสองต้องนั่งด้วยกันก็เป็นเพราะว่าเย่เทียนต้องการเปิดพรสวรรค์ด้านเวลาเร่งเวลาขึ้น3 เท่าให้แก่จักรพรรดิจันทรา
ระยะห่างของแต่ละแผ่นหินที่ลอยอยู่ค่อนข้างไกลหากเย่เทียนเปิดทักษะเร่งเวลาขึ้น 3 เท่าครอบคลุมระยะแผ่นหินทั้ง 2 แผ่น หากมีคนเดินผ่าน แน่นอนว่าคนผู้นั้นจะต้องค้นพบความลับของเขา
และถ้าทั้งสองคนนั่งด้วยกันต่อให้เปิดการเร่งความเร็วของเวลาก็ไม่มีใครรู้
ด้วยการเร่งเวลาเช่นนี้จะทำให้การเข้ามาในมิติศิลาเทพสงคราม1 วันจะเทียบเท่ากับคนอื่นที่ใช้เวลา3 วัน
คะแนนที่ได้รับจากหอคอยเทพสงครามนั้นมีจำกัดการกระทำของเย่เทียนเหมือนเขาได้รับคะแนนจากหอคอยเทพสงครามถึง 3 เท่า ใครกันที่จะไม่พอใจกับกำไรเช่นนี้?
นอกจากนี้คะแนนของเย่เทียนก็ไม่ได้มากมายนัก
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถผ่านชั้น20 มาได้ เขาก็ได้รับคะแนนทั้งหมดมาเพียง2,550 คะแนน
2,550 คะแนนดูเหมือนจะมากมายแต่ในความเป็นจริงเขาสามารถฝึกฝนในหอคอยเทพสงครามได้เพียง 7 ปีและจักรพรรดิจันทราก็ไม่ได้มีคะแนนมากนัก เธอมีคะแนนเพียง 600 คะแนนเท่านั้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
การเร่งเวลาขึ้น 3 เท่ามันจะช่วยประหยัดเวลาและประหยัดคะแนนได้
พริบตาเดียว หนึ่งเดือนก็ผ่านไป
เย่เทียนเสร็จสิ้นการทำความเข้าใจด้วยศิลาเทพสงคราม
“นี่มันช้าเกินไปการที่จะบรรลุเต๋าแห่งดาบให้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์นั้น เกรงว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย1 ปีเต็ม”
เย่เทียนพึมพำและถอนหายใจ
หนึ่งปีมันนานเกินไปสำหรับเขาแม้ว่าเขาจะสามารถเร่งเวลาขึ้น 3 เท่าได้ แต่นั่นก็ยังต้องใช้เวลา 4 เดือน การพยายามทุ่มเทกับการทำความเข้าใจในวิถีดาบถึง4 เดือนนั้น แน่นอนว่าเขาไม่อาจทำได้
เพราะเขาต้องฝึกฝนเพื่อที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายต่อไป
แต่วิถีดาบนั้นเกี่ยวข้องกับทักษะดาบระดับตำนานเขาจำเป็นจะต้องบรรลุมันให้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ เขาถึงจะสามารถฝึกฝนทักษะดาบตัดดาราไปจนถึงความสำเร็จขั้นกลางได้เมื่อสามารถฝึกฝนได้จนถึงขั้นกลาง พลังโจมตีของเขาจะเพิ่มขึ้นถึง 50 เท่า
“ถ้าเราสามารถขโมยศิลาแห่งการรู้แจ้งมาได้ก็คงจะดี!”
เย่เทียนนึกถึงโลกของสัตว์อสูรที่อยู่อีกฝั่งของรอยแยกระดับ3 ดาวใกล้กับฐานทะเลมารซึ่งมันอยู่ใกล้กับที่ตั้งของแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้ง
และอีกอย่างโลกของสัตว์อสูรใบนั้นเหล่าสัตว์อสูรก็อ่อนแอกว่าโลกของ 12 จ้าวแห่งสัตว์อสูร
น่าเสียดายที่รอยแยกมิติระดับ3 ดาวไม่อนุญาตให้ระดับจักรพรรดิเข้าไป
หากสามารถเข้าไปได้แล้วล่ะก็เขาจะได้รับศิลาแห่งการรู้แจ้งได้อย่างง่ายดาย
“ไม่สิ เราสามารถผ่านรอยแยกมิติได้อย่างแน่นอนแต่เราก็ต้องได้รับบาดเจ็บเช่นกัน!”
เย่เทียนครุ่นคิด
ก่อนหน้านี้สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสามารถทะลุผ่านรอยแยกมิติมาได้แม้ว่าจะเป็นมือแค่ข้างเดียวก็ตาม ถึงแม้พวกมันจะได้รับผลสะท้อนกลับ แต่พวกมันก็ยังไม่ตายหากเย่เทียนฝืนผ่านรอยแยกมิติไป สำหรับเขาในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะมีพรสวรรค์ด้านมิติ เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้กระทั่งตายเลยก็ได้
แต่ถ้าเป็น…
“ถ้าเรายกระดับพรสวรรค์ด้านมิติให้ก้าวไปสู่ระดับลึกลับปลอมได้ล่ะ?”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไป
เขารู้สึกว่าพรสวรรค์ด้านมิตินั้นหากสามารถทำให้มันกลายเป็นระดับลึกลับปลอมได้แล้วล่ะก็มันสมควรที่จะทำให้เขาผ่านรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวไปได้โดยได้รับผลกระทบจากการสะท้อนกลับไม่มากนัก
พรสวรรค์ด้านมิติของเขาในตอนนี้เป็นเพียงระดับสูงสุดมันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้มันกลายเป็นระดับลึกลับปลอมได้ แม้แต่อสูรกลืนนภาก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมเลย
แต่พรสวรรค์ทางสายเลือดของจักรพรรดิอสูรกลืนนภานั้นเป็นเพียงระดับจันทราแต่เขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ
ยิ่งพรสวรรค์ในการบ่มเพาะสูงเท่าใดความเข้าใจก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางทีเขาอาจจะสามารถทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์และยกระดับพรสวรรค์ด้านมิติให้กลายเป็นระดับลึกลับปลอมได้
แม้จักรพรรดิอสูรกลืนนภาจะไม่สามารถเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติได้แต่ด้วยความช่วยเหลือของศิลาเทพสงครามและพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับใดที่เปรียบ บางทีมันอาจจะมีหวัง
“ตอนนี้ผมจะเลิกทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบก่อนแล้วลองทดสอบทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติ!”
เย่เทียนแบ่งปันความคิดนี้กับจักรพรรดิจันทรา
จักรพรรดิจันทรารู้อยู่แล้วว่าเย่เทียนมีพรสวรรค์ด้านมิติระดับสูงสุดดังนั้นเธอจึงเห็นด้วยกับความคิดของเย่เทียน
“กักขังมิติ!”
เย่เทียนเปิดทักษะกักขังมิติผนึกพื้นที่รัศมี10 เมตรไว้อย่างสมบูรณ์จากนั้นเขาก็เริ่มทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติ
เวลาผ่านไปในทุกๆ วัน
ครึ่งเดือนต่อมา คลื่นพลังประหลาดก็ปรากฏออกมาจากร่างของเย่เทียน
เย่เทียนค่อยๆ ปลดปล่อยคลื่นพลังแห่งมิติออกมาและมันยังเป็นคลื่นพลังแห่งมิติระดับลึกลับ
ในตอนนี้เขาสามารถทำให้พรสวรรค์ด้านมิติระดับสูงสุดกลายเป็นระดับลึกลับได้สำเร็จ!
ในตอนนี้พรสวรรค์ด้านมิติของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
[พรสวรรค์ด้านมิติ: ลึกลับ ปลอม]
ตอนนี้พรสวรรค์ด้านมิติของเขาเพิ่งเริ่มกลายเป็นระดับลึกลับปลอมเท่านั้นมันยังไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเย่เทียนก็ยังรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างน้อยที่สุดเขาก็สามารถก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์นี้ได้สำเร็จ
เมื่อเป็นเช่นนั้น เย่เทียนจึงพยายามทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติอย่างต่อเนื่องไม่นาน 1 เดือนก็ผ่านไปในตอนนี้ความเข้าใจในความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติของเขามาถึง 10% แล้ว
“พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม10% ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้ายังคงทำความเข้าใจมันต่อไป ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเกินครึ่งปีก็ไม่มีทางที่จะทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมกลายเป็น20% ได้ การทำความเข้าใจพรสวรรค์ระดับลึกลับด้านมิตินั้นอยากเย็นกว่าพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นๆมาก!”
เย่เทียนไม่สามารถเสียเวลาทั้งหมดไปกับการทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติได้เพราะมันไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก
ดังนั้น
เขาและจักรพรรดิจันทราจึงเดินทางออกจากมิติศิลาเทพสงคราม
หลังจากออกจากหอคอยเทพสงครามทั้งสองก็แยกจากกัน
จักรพรรดิจันทรากลับไปยังวิหารเทพจันทราเพื่อฝึกฝนแต่เย่เทียนนั้นได้ออกจากฐานจงไห่ไป
การใช้พลังปราณฟ้าดินขัดเกลาร่างกายเพื่อที่จะทำลายขีดจำกัดทางร่างกายครั้งที่4 นั้นช้าเกินไปเขาต้องการพลังปราณธาตุเพื่อขัดเกลาร่างกาย ด้วยวิธีนี้การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่4 จะใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น
และเป้าหมายของเขาก็คือแม่น้ำฉางหลิง
ไม่นานเย่เทียนก็มาถึงแม่น้ำฉางหลิงอีกครั้ง
“ด้านล่างของแม่น้ำฉางหลิงมีพลังปราณธาตุน้ำที่เข้มข้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับฝึกฝนของเรามากที่สุดในตอนนี้!”
เย่เทียนพึมพำ
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระโดดลงไปในแม่น้ำฉางหลิงและเริ่มเก็บตัวฝึกฝนบริเวณก้นแม่น้ำ