หลังจากวันนั้น มิกะกุเริ่มกังวลกับบางอย่าง เธอรู้สึกเจ็บที่อวัยวะเพศแต่ไม่ได้ไปคลินิกใกล้ๆ เธอเพียงกินยาแก้ปวดเท่านั้น มิกะกุยังกระทำเื่เดิมๆ กับคิริโตะแม้เขาจะรุนแรงกับเธอจนเืตกยางออก เด็กสาวก็ไม่อิดออดทัดทาน มีแต่ยอมให้เขาทำอย่างใจชอบ มิกะกุยังไปโรงเรียนมีชีวิตนักเรียนปกติราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีผลอันใดต่อเธอเลย พอกลับมาถึงบ้านก็ทานอาหารร่วมกับฮิโระโตะและอากิระ จากนั้นก็เข้าห้องตัวเอง ชีวิตเธอออกจะเรียบง่าย ทว่ามิกะกุยังกระทำกิจอันเดิมไม่เคยขาด เช้าเย็น เธอเดินไปเปิดเอาขวดน้ำในตู้สามสี่ขวดใส่ในหีบอันเดิมแล้วเดินไปที่สวนหลังบ้าน ต้นไม้ต้นนั้นที่โคนต้นถูกขุดไว้อย่างเดิม เหมือนมีใครมาขุดไว้ให้เธอ มิกะกุเปิดฝาขวดน้ำแล้วเทน้ำสีแดงลง มันยังคงเหมือนสตอเบอรี่ปั่น พอเสร็จเธอก็กลบดินฝังเอาไว้ แล้วเดินกลับเข้าบ้าน
ส่วนพ่อแม่ของมิกะกุนั้นไม่ค่อยอยู่บ้าน พอเลิกงานก็พากันกลับมาเย็นๆ ไม่ก็ดึกดื่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงบางเฉียบราวกับใบมีดโกน เด็กสาวจึงไม่ใคร่จะเจรจาด้วยเมื่อกลับมาถึง เรียกว่าความสัมพันธ์แบบต่างคนต่างอยู่ เธอใช้ชีวิตของเธอไปอย่างไร้จุดหมายราวกับทุกสิ่งมันได้ตายไปแล้ว พอตื่นเช้าก็แต่งตัวไปโรงเรียน แต่ที่โรงเรียนก็ใช่ว่าจะราบรื่น มันมักมีคนกลุ่มหนึ่งเสมอ เป็กระทั่งครูแต่มีจิตหยาบกระด้างลวนลามเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิง ครูผู้นั้นอายุสี่สิบปี เป็ครูสอนคณิตศาสตร์ พอเด็กสอบตกครูจะเรียกพบที่ห้องหลังเลิกเรียนแล้วเริ่มกระทำอุกอาจ แต่หาผู้ใดกล้าขัดต่อเขา มิกะกุเองยังไม่รู้ถึงความเลวของผู้เป็ครูบาอาจารย์ เมื่อเธอถูกเรียกพบจึงทำตาม พอเข้าไปในห้องก็ต้องหน้าซีดตัวชา เมื่อมือหยาบคู่นั้นกำลังบีบคั้นทรวงอกอวบของเธอ มิกะกุจะกรีดร้องแต่ร่างครูโฉดก็เอามือมาปิดปากไว้ เขาทำท่าทำมือเป็เชิงให้เงียบปาก สายตาโฉดทรามจ้องร่างเด็กสาวอย่างกระหาย เขาจับเอาลำกายของตนออกมาจากกางเกงแล้วเอามือรูดขึ้นลงพร้อมกับร้องครวญครางย่ามใจ พลางมืออีกข้างก็จับอกเด็กสาวขย้ำมันไม่ยั้งมือ ครูผู้นั้นทำอย่างนั้นอยู่ครู่ พอน้ำขุ่นขาวพุ่งออกมาจากแก่นกายเขาก็หัวเราะชอบใจ แล้วขู่มิกะกุว่าห้ามบอกใคร หากไม่อยากโดนไล่ออก ถ้าเธอยังอยากมีชีวิตในโรงเรียนอย่างสงบสุขก็ทำตามที่เขาบอก เธอพยักหน้ารัวๆ มือบางสั่นเทาพลันกุมกันไว้ แล้วเร่งสาวเท้าออกจากห้องทันที เธอน้ำตาคลอเบ้าพลางนึกให้ใจหาย คงคิดว่าแม้แต่ผู้สูงส่งอย่างครูก็โฉดชั่วเหลือคณา
ครั้นวันนั้นมิกะกุก็พยายามเลี่ยงครูคนนั้น เธอยังใช้ชีวิตอย่างเดิมแม้จะรู้ถึงความทรามของผู้เป็ครู เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่นานข่าวน่าสลดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง การฆาตกรรมสยองในรั้วโรงเรียน ถึงกับขึ้นข่าวหน้าหนึ่งเล่าลือกันให้ทั่ว วันนั้นมิกะกุกำลังจะกลับบ้านเธอเอาผลไม้ไปให้ภารโรง พอเดินผ่านโรงยิมของโรงเรียน ข้างๆ กำแพงภารโรงก็เหลือบไปเห็นร่างหนึ่งนอนอยู่ จะว่าเป็ร่างก็ไม่ได้ เพราะมันถูกตัดเป็ชิ้นๆ เธอมองภาพเบื้องหน้าด้วยความขยาดกลัว ไส้ทะลักจากท้องของครูคนนั้น มันถูกตัดขาดเป็ชิ้นๆ มือที่เคยจับทรวงอกของเธอ และภาพใบหน้าสุขสมยามสำเร็จความใคร่ ตอนนี้เหลือกตาถลนออก ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องสะอึก คือดวงตาอีกข้างมันหายไป เหลือแต่เบ้าโบ๋ไว้ เห็นเป็เส้นเืและคราบสีแดงไหลอาบไปทั่ว ร่างนั่นนอนอ้าปากกว้างทว่าส่วนที่เป็ลิ้นนั้นหายไป เหมือนถูกตัด เขาถูกเฉือนเป็ชิ้นๆ นิ้วทั้งสิบถูกตัดขาดกองระเนระนาดบนพื้น ทั้งส่วนบนและส่วนล่างถูกกระทำไม่ต่างจากไก่ปลา ทั้งสิ่งนั้นที่เขาเคยควักมันออกมาถูไถต่อหน้าเธอก็ถูกเฉือนให้เห็นแต่ตอ คุณตาภารโรงอุทานลั่นเร่งไปแจ้งคนอื่นๆ มิกะกุอาเจียนออกจนหมดไส้หมดพุง เธอหายใจติดขัดพานผวาจนตัวชา ใครจะทำเื่อย่างนี้ได้ลง หากไม่ใช่ปีศาจร้าย...
เมื่อครูคนนั้นดับสิ้น ก็มีนักเรียนมาเล่าถึงความจริง มีเื่ราวความเลวทรามหลายอย่างที่ครูคนผู้ตายกระทำ จนทำให้การตายของเขาเป็ที่น่ายินดีต่อบรรดานักเรียนที่เป็เหยื่อ ทว่าฆาตกรที่ก่อเหตุนั้นกลับหายลับไปอย่างเมื่อคราวก่อน ทั้งร่องรอยและเครื่องมือสังหาร ราวกับทุกอย่างมันถูกเสกมนต์คาถา พวกนักสืบก็พากันเสาะหาผู้ร้าย คดีนี้จึงเป็คดีปริศนา โรงเรียนจึงสั่งปิดชั่วคราว ด้วยเหตุนี้ มิกะกุจึงอยู่แต่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากห้อง เพียงแต่ทำกิจกรรมอย่างเดิม เช้าเย็น เธอจะไปเดินที่สวนหลังบ้านแล้วเอาขวดน้ำไปเทราดต้นไม้แล้วฝังกลบ เหมือนต้นนั้นจะ้าธาตุอาหารแทบทุกวัน ทว่ามิกะกุเองก็ไม่เอะใจ มีแต่ทำตามอย่างที่ผู้ใหญ่บอก
ในยามเย็นเธอก็ออกมานั่งเล่นที่สวน พาแมวเ้าคุโระมาเดินเล่นพลางชมนกชมไม้แล้วทอดกายนอนนิ่งในสวนหย่อมหลังบ้าน ซึ่งถัดจากส่วนก็เป็ศาลเ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีเื่เล่าขานทั้งตำนานมากมาย มิกะกุไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เธอหลับตานอนนิ่งราวกับจะให้วันนี้ผ่านไปทั้งอย่างนี้ พอหลับได้สักพักเธอก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งเหมือนอะไรสักอย่างเหยียบย่ำพวกมัน พอลืมตาตื่นเธอก็ย่างย่องไปใกล้ๆ เสียงนั้น ทว่าต้องใเพราะร่างที่เห็นคือคิริโตะ เขาข้ามกำแพงเข้ามาในสวนหลังบ้าน คิริโตะเดินเข้ามาหา มิกะกุจึงถอยล่าเหมือนจะวิ่งหนี แต่เสียงคำรามของเขาทำให้เธอต้องหยุด
"จะไปไหน ถ้าผมจับได้จะตัดขาเธอแช่อิ่ม" ร่างบอบบางหยุดยืนนิ่ง เธอหันกลับแล้วเดินไปหาร่างสูง พานต้องหลุบตาลงก้มมองเท้าใหญ่คู่นั้น
"เธอไม่ตอบผม อยากให้ลิ้นเป็อาหารมื้อเย็นรึไง" เขาว่าขู่พลางเอาลูกแอปเปิลยื่นให้ มิกะกุทำหน้าสงสัย เธอจึงยื่นมือไปรับทว่าเขากลับยึดคืนแล้วยัดลูกแอปเปิลใส่ปากเธอแทน มิกะกุกัดมันไว้ ส่งเสียงอื้ออ้าเหมือนจะถามแต่คิริโตะกลับดึงร่างเธอเหวี่ยงให้ไปชนกับต้นไม้ต้นนั้น มิกะกุร้องโอดโอย เธอจับต้นนั้นไว้ แล้วหันมองคิริโตะ เขากลับดุเด็กสาว
"ถ้าเธอไม่ยอมตอบผมอีก ผมจะขังเธอไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน" เขาว่าพลางกัดเข้าที่ไหลมนจนเืออก มิกะกุสะดุ้ง เธอจึงกัดลูกแอปเปิลพานให้น้ำลายไหลลงตามคาง แล้วร่างสูงก็รุกรานกายบอบบาง เขาขย้ำอกอิ่มเต็มแรง จนยอดดอกชูชันแล้วบิดมันเบาๆ ให้เด็กสาวสั่นสะท้านไปทั้งทรวง ทั้งเสียงทุ้มต่ำยังเปล่งคำข่มขู่ไม่เว้นวาย มิกะกุฟังแล้วใจสะท้าน เธอยอบกายแนบชิดเรือนร่างสูง แล้วหลงลืมส่งเสียงครวญคราง คิริโตะก็ไม่รีรอใดๆ เหมือนมันเป็สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ มือสากเลิกกระโปรงขึ้น แล้วัักลีบนุ่มฉ่ำน้ำหวานเล่นหยอกล้อจนร่างบางทรุดตัวลง มือใหญ่จึงโอบเอาร่างเธอไว้ แล้วผลักให้มิกะกุหันไปหาต้นไม้แข็งๆ เขาจึงเอาแก่นกายออกมาให้โผลพ้น มันเด้งดึงกระตุกสองสามที เขาสอดแทรกมันเข้าไปในโพรงฉ่ำน้ำหนืดเหนียว แล้วท่วงแทงจาบจ้วงจนกายบางปะทะกับต้นไม้แข็งๆ ทรวงอกอิ่มจึงถูไถเสียดสีไปกับพื้นผิวขรุขระของเปลือกไม้ พานให้ความรู้สึกเสียวซ่าน เธอโอบเอาต้นไม้ไว้เป็เสายึด แล้วให้บั้นท้ายงอนแอ่นขึ้นรับความเป็ชายที่กำลังถาโถมเข้าออกแรงๆ เสียงอู้อี้ทัดทาน ปากก็กัดแอปเปิลลูกนั้นไว้อย่างดิบดี เสียงครางจึงอวยอ่อนเป็เสียงเล็กๆ ร่างสูงเคลื่อนไหวเป็จังหวะ สะโพกสอบเร่งซอยเข้าออกถี่ๆ เขาใกล้จะถึงเส้นชัย เหมือนว่าไม่อยากให้บทรักอันนี้จบลงจึงค่อยตักตวงท่วงแทงช้าๆ ให้เกิดอารมณ์วาบหวิวระริกๆ คิริโตะจับเอวกิ่วให้รับจังหวะของเขา พลางส่งเสียงคำรามลั่น เขาชอบมันไม่น้อยแต่ว่ากระทำอย่างนี้ในบ้านของหญิงสาวมันคงให้ความรู้สึกตื่นเต้น เหมือนครั้งที่ทำที่สนามเด็กเล่น พอคิดไปถึงเื่นั้น คิริโตะจึงเอ่ยถามมิกะกุ
"ไม่มีใครอยู่บ้านเหรอ? " มิกะกุส่ายหัว
"งั้นผมขอเข้าไปนะ"
เขาถามแต่มันหาใช่คำถามที่้าคำตอบ พอรู้ว่าไม่มีใครอยู่ สะโพกสอบจึงยัดเยียดลำกายแข็งขึงเข้ารัวๆ เขาเคลื่อนไหวเข้าออกจนน้ำหวานมันไหลตามต้นขาเรียว หากความหฤหรรษ์มันหยุดยั้งไม่ได้ คิริโตะจึงยกต้นขาเรียวขึ้นข้างหนึ่งเพื่อจะให้แก่นกายเข้าไปลึกอีก แล้วท่วงแทงรูเสียวสยิวแรงๆ ความรู้สึกวาบหวิวประเดประดังมารัวๆ เขายังไม่หยุดหย่อนแม้เสียงคัดค้านจะดังมาเรื่อยๆ มิกะกุปล่อยผลแอปเปิลให้ร่วงลงพื้น เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขาจ้วงลึกจนรู้สึกจุก ลึกจนเธอรู้สึกกลัวเหมือนเ้าสิ่งนั้นมันจะทะลุทะลวงให้กายเธอแหลกลาญ
"อ๊ะ อ๊าา ดะ เดี๋ยว คิริ..โตะ" เขาเร่งจังหวะเร็วรัวๆ โถมกายแกร่งเข้าออกแรงๆ จนเธอใจหายวาบเหมือนเธอจะตายให้ได้ ร่างบางสั่นสะท้านไปทั่วกายรับรู้แต่อย่างเดียวคือจุดเชื่อมวาบหวามที่กำลังกระหึ่มก้องเป็ท่วงทำนองเสียวซ่าน มันให้ใจบอบบางเต้นระส่ำ จนเธอกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นและความรื่นอารมณ์ เพราะแก่นกายท่อนนั้นมันแข็งและแรง มันขยับเข้าออกไม่ว่างเว้น ร่างของเขาและเธอปะทะกันจนเกิดเสียงทะเล้นทะลึ่ง ทั้งเสียงคำรามต่ำๆ ที่ยั่วยวนให้เธอครางระงมร่วมไม่หยุด พลันสะโพกสอบก็ขยับกระชั้นให้ถี่ขึ้นรัวๆ มิกะกุพอรู้ว่ากำลังมาถึงปลายทางจึงกระดกสะโพกไปรับแรงสุดท้ายของเขา พลันร่างทั้งสองก็กระตุกเกร็งไปพร้อมกัน
เธอหอบหายใจแรงๆ เหมือนสิ่งที่ทำนั้นมันเป็สิ่งปกติ เธอไม่ได้มีท่าทีคัดค้านแต่อย่างใด ทุกครั้งเธอก็ยอมให้ชายหนุ่มรุกรานจนบอบช้ำ มิหนำซ้ำเด็กสาวยังครื้นเครงไปกับท่างท่าของเขาเสียด้วย ทว่าคิริโตะยังคงไม่รามือจากสะโพกเธอ เขายังจับมันให้รองรับเอาน้ำแห่งกามรมณ์จนหมดสิ้นแล้วค่อยถอดถอนออกมา พลันร่างบอบบางก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้า เธอหมดแรงจะยืน มิกะกุพยายามสงบความเร่าร้อนที่เพิ่งจะจบสิ้นไป เธอหันมองคิริโตะ ชายหนุ่มจึงเข้ามาช้อนเอาร่างอ่อนเพลียขึ้นแล้วพาไปยังศาลเ้าใกล้ๆ เขาให้เธอล้างขาที่เปื้อนน้ำหวานฉ่ำแฉะ พอเสร็จคิริโตะจึงพาเธอเข้าข้างใน มันเป็ศาลรกร้างด้านหลัง เหมือนศาลเก่า เขาบ่นอะไรสักอย่างกับรูปปั้นแล้วหันมาหามิกะกุ เธอจึงเดินไปหาเขา คิริโตะบอกว่าเขาจะมาหาเธอคืนนี้ แล้วชายหนุ่มก็โน้มตัวมาหอมแก้มนวล เขามองหน้าเธอั์ตามีแววบางอย่าง แล้วค่อยถอนตัวเดินหายลับไป มิกะกุใจหล่นวาบมันสั้นระริกอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนทันใด ใบหน้าที่เคยว่าผวากลัวกลับบิดเบี้ยวคล้ายกลั้นยิ้มไม่อยู่ ทันใดนั้นเธอก็หัวเราะคิกคักออกมาดังๆ แล้วต้องแสร้งปิดปากเงียบ ก่อนจะมองร่องรอยของเขาบนเรือนกายเธอแล้วยกยิ้มออกมา ปานว่า เื่ราวทั้งหมดมันแสร้งผิดเพี้ยนและบิดเบือนมาตลอด มิกะกุยิ้มร่าและหัวร่อร่วน เธอเคลื่อนมือไปแตะน้ำขุ่นขาวร่องรอยของเขาขึ้นมาประชิดหน้า แล้วเลียมันด้วยท่าทีพิสดาร มิกะกุเลียมือตัวเองจนเปียกชุ่ม เธอมองมือนั่นอย่างคาดหวังอะไรบางอย่าง
พอตกดึกมา อย่างที่เธอได้บอกไว้ พ่อกับแม่นั้นหาได้อยู่เรือน เธอนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องอย่างใจเย็นรั้งรอผู้จะมาเยือน ดวงตาคู่กลมเพ่งมองประตูอยู่เป็ครั้งคราว พอไม่มีวี่แววใดๆ ก็ลุกขึ้นเดินไปยังชั้นสอง เธอทำท่าพร้อมจะเข้านอน จนแล้วจนรอดสิ่งที่คาดหวังไว้กลับไม่มา มิกะกุจึงผล็อยหลับไป
....
...
"อะ อ๊ะ อ๊ะๆๆ" ไม่ทันไร มิกะกุก็ได้ยินตัวเองร้องเสียงหลง ทั้งที่เธอหลับอยู่แท้เชียว ร่างบางนอนหน้าคว่ำราบกับเตียง แล้วมีร่างหนึ่งขึ้นทับซ้อน้า มันกำลังขยับกายเป็จังหวะ ถูไถกับก้นงอนของเธอ พอรู้สึกตัวได้ มิกะกุจึงลืมตาตื่นขึ้นเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่างในกายตน มันกำลังเคลื่อนไหวเข้าออก ทั้งแรงและหนักหน่วง น้ำหนักของคนที่อยู่เหนือกายเธอพานให้ขยับลุกลำบาก ได้แต่หยัดศีรษะขึ้นหันไปมองข้างๆ แต่เห็นเพียงร่างทะมึนๆ เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
"อ๊ะ อ๊ะๆๆๆ" มันขยับเข้าออกระรัว แต่ขนาดของมันต่างไปจากคิริโตะ มันทั้งยาวและใหญ่กว่าเป็ไหนๆ เธอจึงมั่นใจว่ามีคนลอบเข้ามาในบ้าน ทันใดนั้นมันก็จับเอวบางกดลงกับเตียง ออกแรงจาบจ้วงจนร่างบางสั่นระริก เธอใจหายวาบเหมือนอะไรบางอย่างมันแล่นเข้าสู่กาย ทว่ามันมีอย่างเดียวที่อยู่ในกายเธอตอนนี้ มิกะกุซุกหน้ากับหมอนเธอกลั้นเสียงครางเอาไว้ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนใจจะขาด ร่างหนาที่อยู่้ายังขยับไม่ว่างเว้นเขาเคลื่อนกายให้เร็วขึ้นพลางจับร่างบางให้นิ่งอยู่กับที่รองรับท่วงท่าดุเดือดจากสะโพกสอบ ร่างบางเกร็งปลายเท้ากระตุกถี่ๆ พร้อมกับหอบหายใจเหนื่อยๆ พอท่อนกายเสียวซ่านอันนั้นถูกถอดถอนออกเธอก็หันไปมองผู้ร้ายอย่างเร็ว ทว่ากลับไม่มีร่องรอยใดๆ เลย เห็นแต่เถ้าอากาศ มิกะกุเอามือลูบที่ต้นขาของตน เธอยังเปียกแฉะและฉ่ำน้ำเมือก หากแต่ไม่มีร่องรอยของน้ำใคร่ของบุรุษเพศ มิกะกุเริ่มหวาดหวั่น เธอมั่นใจว่าปิดประตูแล้วและพอไปดู ประตูและหน้าต่างยังปิดเหมือนเดิม พอมาคิดอีกที ตอนที่ชายผู้นั้นหายไปเธอก็ไม่ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดหรือปิดแต่อย่างใด ใบหน้างามซีดเผือด ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความฝัน พอใคร่ครวญจนปวดหัวเธอก็เข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย พอส่องกระจกเท่านั้นแหละ ดวงตาคู่กลมก็เหลือบเห็นรอยมือใหญ่สองข้างเอว เธอหัวเราะหึราวจะประชดชะตาชีวิต มันหาใช่ความฝัน เพราะก่อนหน้านี้คิริโตะไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรที่เอวมีแต่ไหล่ข้างซ้ายเท่านั้น ดวงใจบอบบางจึงสั่นไหวด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเหลือเชื่อพานให้นึกวิตกแม้กระทั่งเงาตัวเอง...
**********