ณ เมืองหลวงแห้งแคว้นต้าเว่ย จวนสกุลหลิน
ในห้องของเด็กสาวผู้หนึ่ง เด็กสาวอายุแปดขวบ ได้นอนสลบอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นแต่ดูเหมือน ทุกคนจะเป็กังวลกับอาการของเด็กสาวนางนี้
“โอยยยย!” เด็กสาวค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น และลืมตาตื่นขึ้น “โอย มึนหัวจัง”
“เยว่อิง ตื่นแล้ว เยว่อิง” ผู้หญิงหน้าตางดงามผู้หนึ่งรีบเข้ามาใกล้ พร้อมกับเรียกชื่อด้วยความเป็ห่วง
“เยว่อิงเ้าเป็ยังไงบ้าง แม่เป็ห่วงเ้าเหลือเกิน”
“แม่! เ้าเป็ใคร ทำไมข้ามาอยู่ที่นี้” เด็กสาวตื่นขึ้น พร้อมด้วยความมึนงง และไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“เยว่อิงนี้แม่เอง เ้าจำแม่ไม่ได้หรือ”
“แม่! ข้าไม่มี....!” ทันทีที่กำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ หลินเยว่อิง ก็หยุดและเริ่มดึงสติตัวเอง พร้อมกับมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า นี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างของข้าถึงเป็เด็กแบบนี้ นี้ที่ไหน คนพวกนี้เป็ใครกัน ก่อนอื่นคงต้องไล่คนพวกนี้ออกไปก่อน แล้วค่อยๆเรียบเรียงความคิดว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านคือท่านแม่”
“ใช่แล้ว เยว่อิงแม่เอง แม่นึกว่าจะเสียเ้าไปแล้ว”
“ข้าคือ เยว่อิง”
“ลูกแม่นี้เ้า! หรือว่าเ้าสมองกระทบกระเทือนจนจำอะไรไม่ได้ เร็วเข้า เ้ารีบไปตามหมอมา”
“ท่านแม่! ข้าแค่เพิ่งฝืนขึ้นมา ทำให้มึนงงอยู่ ให้ข้าได้นอนพักสักหน่อย ข้าจะดีเอง ท่านไม่ต้องตามหมอมา ขอเพียงให้ข้าได้นอนพักก็พอแล้ว”
“ไม่ได้นะ ยังไงก็ต้องให้หมอตรวจเ้าดู เพื่อความแน่ใจ ว่าเ้าปลอดภัยดี”
“ท่านแม่ ข้าอยากพักผ่อน ให้ข้าได้พักเทอญ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะท่านแม่ ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ”
“ถ้าเ้าอยากพักผ่อน งันแม่ตามใจเ้า แต่พรุ่งนี้เช้าแม่จะตามท่านหมอมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทำไมเ้าถึงได้ไปสลบอยู่ในสวนได้”
“ได้ท่านแม่ แต่ตอนนี้ให้ทุกคนออกไปเทอญ ข้าจะพักผ่อน ท่านไม่ต้องเป็ห่วง ข้าไม่เป็อะไรแล้ว”
“ได้ๆๆ แม่ไม่กวนเ้าแล้ว แต่แม่ให้คนเฝ้าอยู่ด้านนอก มีอะไรเ้าเรียกหาแม่ได้เลยนะ”
“ค่ะท่านแม่” เยว่อิงก็นอนลง และแม่และคนอื่นๆก็เดินออกไปจากห้อง
ประตูห้องเมื่อปิดลง ไม่มีใครอยู่ในห้องอีก เด็กสาวก็ลุกขึ้นพร้อมนั่งทำสมาธิ คิดทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
นี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายข้าถึงได้กลายเป็เด็กแบบนี้ ที่นี้คือที่ไหน ทำไมข้ามาอยู่ที่นี้ จำอะไรไม่ได้เลย ก่อนอื่นคงต้องเดินพลังรักษาตัวเสียก่อน เพราะตอนนี้ ร่างกายนี้าเ็ภายใน มีคนโจมตีใส่ร่างนี้ หากเป็เด็กทั่วไป คงตายไปแล้วแน่ๆ จากนั่นเด็กสาวก็ได้เดินพลังรักษาตนอย่างสงบจนเวลาล่วงเลยไป หลายชั่วโมง จนพระอาทิตย์ตก และค่ำมืด
นี้ไม่ใช่ร่างกายข้า เป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่ง และพลังที่อยู่ในตัวนางคือพลังของข้า พอได้เดินพลังสำรวจร่างกาย และนึกถึงความทรงจำของข้าล่าสุดคือ ตอนที่ข้าถ่ายพลังช่วยเด็กคนหนึ่งเอาไว้ แต่เพราะเด็กทารกใกล้ตาย จึงทำให้ข้าต้องใช้พลังิญญาในการล่อเลี้ยงจิติญญาของเด็กนั่นไว้ ซึ่งทำให้ ทั้งความทรงจำและพลังของข้าอยู่ในตัวนาง เพื่อรักษาชีวิตนางไว้ แต่ข้าก็ได้สะกดจิติญญาของข้าเอาไว้เพื่อไม่ให้เด็กมีความทรงจำ และเกิดขาดสติขึ้นมา และด้วยพลังที่ข้าได้ใช้ช่วยชีวิตนางไว้ เมื่อผ่านไป10ปี หากนางไม่ฝึกยุทธพลังนั่นจะสลายไปเอง นางจะกลายเป็เด็กที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไปแค่นั่น คงต้องใช้พลังเปิดจิตดุว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงจะเข้าใจเื่ทั้งหมดนี้ และเด็กสาวก็ได้เดินพลังอีกครั้งและเข้าไปในห่วงแห่งจิตของตน
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง เด็กสาวลืมตาขึ้น
ที่แท้เื่มันเป็แบบนี้นี้เอง ข้าจำทุกอย่างได้ทั้งหมดแล้ว ข้าคือหลินเยว่อิง บุตรสาวคนโต แห่งแม่ทัพตระกูลหลิน และเมื่อยามเป็ทารก ได้ประสบเคราะห์กรรม ถูกคนร้ายตามฆ่าพร้อมกับแม่แท้ๆของข้า และความทรงจำหรือจิตอีกสิ่งที่อยู่ในตัวข้า คือของ จอมมารอี้นัว เพราะนางได้ช่วยชีวิตและถ่ายทอดทุกสิ่งทั้งพลังและจิติญญา เพื่อช่วยชีวิตข้าไว้ ทำให้ตอนนี้ข้ามีความทรงจำของนางทั้งหมด และตอนนี้ประสบการณ์ในชีวิตของนาง วิชาความรู้ทั้งหมดข้าก็จำได้ แล้วตอนนี้ ข้าคืออี้นัวหรือเด็กสาวหลินเยว่อิงกันแน่นะ แต่ข้ากลับไม่ได้รู้สึกถึงเจตจำนงของจอมมารอี้นัวเลย รู้สึกเหมือนความทรงจำทั้งหมดเป็เหมือนหนังสือที่ใช้เปิดอ่าน แต่ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้สึกว่าเป็เด็กสาวไร้เดียวสาอีกแล้ว จะยังไงก็ชั่งเถอะ เมื่อข้าตื่นแล้วรอดชีวิตมาได้แล้ว จากนี้ข้าก็คือข้า ข้าคือหลินเยว่อิง และข้าจะใช้ทุกความรู้ที่มีของจอมมารอี้นัว เพื่อทำให้ชีวิตของข้าไม่ลำบากก็พอ
ตอนนี้มีคนจองจะเอาชีวิตข้าอยู่ มันเป็ใครกัน ซัดพลังใส่ข้าจากข้างหลัง ไม่รู้ว่ามันเป็ใคร แต่พลังฝ่ามือนี้ ขอรู้ว่ามันเป็ของสำนักใด หากใครที่มีลมปราณของสำนักนั่นในบ้านหลังนี้ ก็คือคนร้าย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแก้แค้น ตอนนี้ข้ายังอ่อนแอนัก เปรียบเหมือนผู้เริ่มฝึกยุทธในระดับต้น ต้องรีบเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองโดยเร็วที่สุด ตอนนี้สิ่งที่จำเป็คือการซ่อนพลังยุทธ จากตอนนี้ข้ารักษาอาการาเ็ได้แล้ว ก็ทำการทะลวงลมปราณไปได้3จุดแล้ว เท่ากับเป็ผู้ฝึกยุทธเริ่มต้น จะให้ใครรู้เื่นี้ไม่ได้ วิชาที่ดีที่สุดตอนนี้คือ วิชาเร้นกายแปลงพลัง หากไม่ใช่ยอดฝีมือขั้น7ขึ้นไป ข้าก็ไม่ต้องห่วงอะไร จากนั่นเยว่อิงก็ทำการเดินพลังฝึกยุทธต่อไปจนกระทั่งเช้า
แอ๊ดดดดด เสียงประตุเปิดขึ้น สาวใช้ได้เข้ามาหาเยว่อิง “คุณหนูค่ะ ท่านตื่นแล้ว ฮูหยินรอง จะเชิญท่านหมอมาดูอาการของท่านค่ะ เลยให้ข้ามาดูว่าท่านตื่นหรือยัง”
“ไม่ต้องหรอกข้าสบายดี ข้าจะไปพบกับท่านแม่เอง”
“แต่ตอนนี้ทุกคนเป็ห่วงคุณหนูมากนะค่ะ ฮูหยินเฒ่า ก็อยู่ด้วย กำลังต่อว่า ฮูหยินรอง ดูแลท่านไม่ดีอยู่ด้วยค่ะ”
“ว่าไงนะ! ท่านย่าก็อยู่ด้วยหรือ ไม่ได้เ้าให้พวกนางช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเ้ารีบไปแจ้งว่าข้าจะออกไปพบพวกท่านเอง”
“เ้าค่ะ”
หลังจาก เยว่อิงเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบเดินออก พร้อมคนใช้อีก2คน เพื่อไปที่ห้องโถงใหญ่ ที่ ท่านย่าและท่านแม่อยู่ ในขณะที่นางกำลังเดินไปอยู่นั่น นางก็เห็นหญิงรับใช้ผู้หนึ่ง กำลังบริเวณห้องสวมอยู่ จึงหยุดและถามขึ้น
“คนนั่นคือใคร?”
“เรียนคุณหนู นางคือทาสที่ถูกซื้อเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อนเ้าค่ะ นางชื่อว่า เซียงหยาง เ้าค่ะ”
เยว่อิงคิดในใจ นางผู้นี้ ข้ามองเพียงครั้งเดียวก็รู้เลยว่า นางมีพร์ด้านวรยุทธ ถ้ามีปรมาจาร์ยมาเจอเข้าละก็ นางคงถูกพาตัวไปแล้วแน่ๆ “นางอายุเท่าไร?”
“นางอายุ 13ปี แล้วเ้าค่ะ ข้าพอจะทราบว่า ครอบครัวของนางเป็ทหาร ทำความผิด ครอบครัวจึงถูกลงโทษ ให้ขายเป็ทาสหรือนางโลม แต่เพราะนางยังอายุไม่เกิน 15ปี ทำให้นางถูกขายมาเป็ทาสเ้าค่ะ”
“นางเหมาะเป็มือเป็เท้าให้ข้า” เ้าโชคดีหรือร้ายกันนะที่ข้ามาพบเห็น ชั่งเถอะไปหาท่านย่าก่อน
ในห้องโถงใหญ่ตระกูลหลิน
“พี่รองเ้าค่ะ เยว่อิงเป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ (ฮูหยินสาม) เมื่อวานข้าเป็ห่วงนางเหลือเกิน แต่ติดที่ตัวข้านั่นต้องดูแลลูกๆ ข้าเลยไม่มีเวลาไปดูนาง แต่ข้าได้ยินว่านางปลอดภัยแล้วข้าก็ดีใจ”
“น้องสาม เมื่อวานข้าฝากเยว่อิงไว้กับเ้า แต่ไม่คิดว่าเ้าจะทิ้งนางไว้แบบนั่น”
“พี่รองท่านอย่าตำหนิข้าเลย ข้าดูเด็กถึงสามคนไม่ไหวจริงๆ ที่ข้ารับปากท่าน ก็เพราะท่านบอกมีงานด่วน ต้องรีบไปดูแลร้าน ใครจะคิดว่าเยว่อิง จะซุกซนวิ่งเล่นในจวน แล้วไปนอนสลบอยู่ตรงนั่น แต่ท่านหมอก็มาดูนางแล้ว บอกว่านางไม่มีอาการอะไร แค่หลับไปเฉยๆ ตอนนี้นางก็ตื่นแล้ว ท่านก็เห็นใจข้าบ้างเถอะ “
“นี้เ้า!”
“หากท่านดูแลกิจการไม่ไหว ก็แบ่งมาให้ข้าดูแลบ้างก็ตาย ไม่ใช่ตัวเองไม่มีเวลาแล้วจะโยนลูกมาให้ข้าดูแลคนเดียว ยังไงข้าก็เป็ฮูหยินคนหนึ่งของท่านแม่ทัพเหมือนกัน และยังมีลูกชายให้เขาอีก1คน อย่างไรก็ให้ข้าได้มีหน้ามีตาบ้างเถอะ”
“นี้เ้าคิดว่าข้า ให้เ้าอยู่แต่หลังเรือน กดขี่เ้าอย่างนั่นหรือ”
“พอๆ พวกเ้าจะเถียงให้ได้อะไรขึ้นมา เ้าใหญ่ก็อยู่นี้ และยังมีท่านหมออีก พวกเ้าเถียงกัน ปัดความรับผิดชอบไม่หายแขกหรือไงกัน”
“ข้าขอโทษท่านแม่”
“เอาละเ้าใหญ่ ทำไมอวี้เหนียงไม่มาด้วย”
หลินจงไท บุตรคนโตสกุลหลิน” ท่านแม่พอดีอวี้เหนียง นางไปที่วัดทำบุญขอพร ให้น้องชายรบชนะกลับมา และไปเอายาให้ข้าด้วย”
“ออ ดี ดีแล้ว สะใภ้คนนี้ ช่างดูแลเ้าได้ดีจริงๆ เ้ารองไปออกรบอยู่ในสนามรบอันตรายทุกเวลา เ้าเองก็าเ็จากการรบครั้งนั่น ทำให้ป่วยจนไม่สามารถรับราชการได้อีก บุตรเ้าก็ไม่มี ตระกูลหลินชั่งลำบากแท้”
“ท่านแม่ ท่านอย่ากังวลไปเลย ท่านพี่ต้องกลับมาอย่างปลอดภัย ข้าจะดูแลตระกูลให้ดีที่สุดแทนเขาเอง”
“ลำบากเ้าแล้วชิงชิว(ฮูหยินรอง) ถ้าเ้าเหนื่อยและงานล้นมือ ก็ให้เหมยหลิน(ฮูหยินสาม) ช่วยเ้าอีกแรง ตอนนี้ลูกนางก็เริ่มเติบใหญ่แล้ว พอให้คนใช้และจ้าง ครูมาสอนได้แล้ว”
“จริงค่ะ ท่านแม่ ข้าเองก็พร้อมที่จะช่วยพี่หญิงรองแบ่งเบาภาระ ตอนนี้ลูกข้า เจียงผิงก็6ขวบแล้ว เจียงเฟยก็5ขวบ พอรู้ความแล้ว พวกเขาไม่ดื้อมาก หาอาจาร์ยดีๆสอนพวกเขาสักคน และเพิ่มบ่าวใช้ ดูแล ก็ไม่ต้องกังวลแล้วเ้าค่ะ”
“ดีๆ ก็เอาตามนี้ เ้าจะได้มีคนช่วยด้วยนะ”
“ค่ะท่านแม่”
“ท่านย่า! หลานมาแล้วเ้าค่ะ”
“ไหนๆเยว่อิง มาให้ย่าดูซิ เ้าเจ็บตรงไหนไหม”
“ไม่เลยค่ะ ท่านย่า หลานสบายดี เมื่อวานหลานคงจะเล่นเหนื่อยเกินไป เลยสลบไปเท่านั่น ท่านย่าไม่ต้องเป็ห่วง”
“ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องให้หมอตรวจเ้าอีกรอบ ทุกคนจะได้สบายใจ”
“เยว่อิง มาให้หมอท่านตรวจก่อนเถอะ แม่กับย่าจะได้สบายใจ”
“ค่ะท่านแม่”
หลังจากนั่นเยว่อิงก็นั่งลง ให้หมอที่รอได้ตรวจจับ ชีพจร ในใจก็คิดไป ที่ตรงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีพลังยุทธของพรรคอาทิพย์อุทัย แสดงว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่โจมตีข้า ทั้งที่คนที่ข้าสงสัยคือนาง ต้องเรียกแม่สามสินะ แต่นางไม่มีวรยุทธ ส่วนแม่รองเป็พี่สาวแท้ๆของแม่ข้า ก่อนแม่ข้าตายได้ฝากให้นางมาเป็ฮูหยินรองที่นี้ แต่เพราะนางไม่สามารถมีลูกได้ เพราะเป็หมัน นางจึงเลี้ยงหามาดังแม่แท้ๆ ส่วนท่านลุง ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา แต่ดุจากสภาพแล้ว ภายในอ่อนแออย่างมาก แต่ก็มีความเป็ไปได้ที่จะมีใครจ้างนักฆ่ามาฆ่าก็ได้ แต่จะทำทำไม หากข้าเป็ผู้ชายก็คงเป็เื่สมบัติการสืบทอดของตระกูล แต่ข้าเป็หญิง ยังไง น้องสามก็เป็ลูกชายคนแรกและคนเดียว ยังไงเขาก็ได้สืบทอดต่อจากท่านพ่อแน่ๆ แม่สามถึงจะดูขี้อิจฉา แต่ก็ไม่น่ามีเหตุให้ต้องฆ่าข้า หรือศัตรูตอนสมัยเด็กกันนะ แต่ก็ไม่น่าเป็ไปได้ เพราะตอนนั่นพวกนั่นตายหมดแล้ว
“ข้าตรวจเสร็จแล้ว”
“ท่านหมอเป็อย่างไรบ้างลูกข้า ผิดปรกติอะไรไหม”
“ท่านฮูหยิน ร่างกายของคุณหนูสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อาจจะดีกว่าเด็กสาวทั่วไปเลยด้วย นางไม่มีอาการป่วยแน่นอน”
“แล้วทำไมนางถึงสลบไปตอนนั่น และตอนที่ท่านตรวจเมื่อวานท่านบอก นางอ่อนแรง เหมือนไม่มีกำลัง”
“ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้วยวิชาแพทย์ของข้า ตอนนี้บอกได้แต่เพียงว่า คุณหนูปลอดภัย ไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อวานตอนที่ข้าตรวจ ไม่พบโรคหรืออาการอะไร เป็เพียงแค่อาการหลับ และชีพจรอ่อนลง ข้าจึงคิดว่านางอาจจะแค่เหนื่อยเพราะไม่ได้พักผ่อนหรือเปล่า”
“แต่นางก็ไม่เคยทำไรให้ลำบาก ข้าให้นางกินนอนอย่างสุขสบาย นางจะมีอาการเช่นนั่นได้อย่างไร”
“ท่านแม่ ข้าก็แค่อาจจะวิ่งเล่นมากเกินไป และเมื่อวานข้าก็วิ่งเล่นคนเดียว เลยไม่มีใครเห็น ข้าอาจจะวิ่งเล่นมากเกินไปก็ได้”
“ฮูหยิน ข้าตรวจดีแล้ว ข้าเองก็ไม่เข้าใจ แต่เอาเป็ว่า ตอนนี้คุณหนูไม่มีอันตรายใดๆแน่นอน ข้าจะจัดยาบำรุงให้อีกสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว หรือถ้าท่านไม่วางใจ ก็เชิญท่านหมอผู้อื่นมาตรวจก็ย่อมได้”
“ไม่เป็ ตอนนี้หลานข้าสบายดีก็เบาใจ ไม่ต้องลำบากท่านอื่น แม่นมกัว พาท่านหมอไปส่งและรับค่าจ้าง”
“ค่ะนายหญิง เชิญท่านหมอ”
“ข้าน้อยขอตัว”
“ท่านแม่คะ หรือว่าเราจะเชิญหมอท่านอื่นมาดูอีกดีเ้าค่ะ”
“ไม่ต้องแล้ว เขาเป็หมอที่เก่งที่สุดในเมืองแล้ว รับใช้คุณนางตระกูลใหญ่มามาก จะหาคนที่ฝีมือดีกว่านี้ คงต้องเป็หมอหลวงในราชวังแล้ว เมื่อเยว่อิงไม่เป็ไรแล้ว เ้าก็สบายใจได้แล้ว นางอาจจะวิ่งเล่นจนเหนื่อยก็เป็ได้ เด็กเวลาให้อยู่คนเดียว ก็จะเล่นจนลืมเหนื่อยลืมเจ็บ ต่อไปพวกเ้าต้องดูแลนางให้ดี อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวแบบนี้”
“ค่ะท่านแม่”
“ท่านย่า ท่านไม่อยากให้ข้าอยู่คนเดียว หลานขอคนใช้ข้างกายได้หรือไม่เ้าค่ะ”
“ดี! ดีสิ เช่นนั่นชิงชิว เ้าก็หาคนมาดูแลนางสักคน บ่าวใช้ในเรือนหาคนที่ไว้ใจได้”
“ค่ะท่านแม่”
“ท่านย่า ข้าขอเลือกเองได้หรือไม่”
“ทำไม เ้าอยากได้ใครงันหรือ?”
“ข้าไม่้าคนที่อายุมากอย่างแม่นมกัว เพราะนางเชื่องช้าอายุมากแล้ว แต่จะเอาพวกสาวๆ นางก็ไม่สนใจข้า พวกนางสนใจแต่แต่งตัว ข้า้าคนที่อายุไม่ห่างจากข้ามาก แต่ก็โตพอที่จะดูแลข้าได้”
“โฮ! นี้หลานข้ารู้จักคิดขนาดนี้เลยหรือนี้ แล้วเ้ามองใครไว้”
“ข้าอยากได้ เซียงหยาง เ้าค่ะ”
“นางเป็ใครกัน?”
“นางเป็เด็กที่ข้าเพิ่งซื้อเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ เ้าค่ะ แต่นางเป็เพียงแค่ทาส ฐานนะต่ำกว่าคนใช้ในเรือน ข้ากลัวว่าจะไม่เหมาะสม”
“ไม่เป็ไรหรอกท่านแม่ นางอายุเพิ่งจะ13 นางไม่โตมาก และก็สามารถฝึกสอนได้ และที่สำคัญเราก็ไม่มีคนใช้ที่อายุต่ำกว่า20เลย ในจวนนี้ก็แต่นางที่เหมาะสมที่สุด”
“เอาละ เอาละ ทาสก็ไม่เป็ไร ยังไงก็เอามาใช้วานอยู่แล้ว อายุนางก็ยังน้อย ก็ให้นางมาเป็เพื่อนเล่นกับเยว่อิง และสอนนางให้ดีก็พอ”
“ขอบคุณค่ะ ท่านย่า”
“เ้าค่ะ ข้าจะจัดการตามนั่น”
“ท่านแม่เ้าค่ะ แล้วเื่ของข้าที่จะเพิ่มบ่าวไพร่ในเรือนที่ดูแล ลูกๆของข้า และเื่กิจการงานแบ่งเบาของพี่รอง ท่านจะให้จัดการเช่นไรเ้าคะ”
“ก็ให้ชิงชิว จัดการให้เ้า ข้าให้นางตัดสินใจ วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว ข้าจะกลับเรือนไปพักแล้ว”
“ค่ะท่านแม่”
“เยว่อิงก็ปลอดภัยแล้ว งันข้าคงขอตัวเหมือนกัน”
“ท่านแม่เดินระวัง เดี๋ยวข้าจะพาท่านไปส่งที่เรือน”
“ดีแล้ว เ้าใหญ่ เ้าไปกับข้า จะได้คุยกันเื่อวี้เหนียง”
“ครับท่านแม่ เราไปกันเถอะ”
“พี่รองคะ เื่กิจการที่จะแบ่งให้ข้าช่วยดูแล ข้าขอเป็ร้านขายผ้านะเ้าคะ ทางบ้านของข้าดูแลเื่การจัดส่งใหมอยู่คงจะดีถ้าข้าได้ดูแลใสส่วนที่ข้าถนัด”
“ร้านผ้า มันเป็กิจการหนึ่งในสามของตระกูลเ้าจะดูแลมันได้จริงๆงันหรือ”
“ท่านไม่ต้องห่วง เพียงแค่ท่านส่งมาให้ข้าดูแล ข้าทำได้แน่นอน”
“เ้าไม่เคยดุแลมาก่อน ทำไมเ้าไม่เริ่มจากการค้าเล็กๆของตระกูลก่อน ถ้าทำได้ดีแล้วค่อยดูแลการค้าที่มันใหญ่ขึ้น”
“ทำไมคะ! ท่านคิดว่าท่านทำคนเดียวได้ แต่ข้าทำไม่ได้งันหรือ ข้าเองมีลูกชายให้ท่านพี่ ข้าก็แค่อยากได้ดูกิจการของตระกูลบ้าง เพื่อเป็หน้าเป็ตาให้ท่านพี่และลูกของข้า ข้าก็ไม่ได้ขอการค้าทั้งหมด หรือท่านห่วงในอำนาจ ไม่อยากให้ข้าดูแล ถ้าเป็ยังงัน ขอก็ไม่มีอะไรจะพูด พูดกันตามตรง ถึงท่านจะเป็ฮูหยินรอง แต่ท่านก็เหมือนคนนอกอยู่ ไม่มีทายาท แค่มาเลี้ยงลูกของน้องสาวที่ตายไปแค่นั่น”
“นี้เ้า! เ้าพูดเื่นี้ออกมาต่อหน้า เยว่อิงได้ยังไง นางยังเด็กอยู่”
“โถ โถ โถ เด็กมันก็รู้เข้าสักวันอยู่แล้ว นี้นางก็โตจนรู้ว่าอะไรเป็อะไร ดูสินางยังนั่งฟัง ไม่เห็นว่าอะไร นางโตแล้ว จริงไหมเยว่อิง”
“พวกท่านจะทะเราะกัน ก็อย่าเอาข้าไปเกี่ยว ข้าแค่เด็กไม่ประสีประสา ไม่เข้าใจ การอิจฉาริษยา ของพวกท่านหรอกแม่สาม แต่ถ้าท่านว่าร้าย แม่ของข้า ทั้งแม่แท้ๆที่ตายไปและแม่รองของข้า ข้าจะฟ้องท่านย่า”
“เยว่อิงนี้เ้ารู้เื่ทุกอย่างแล้ว!”
“ก็ดี แม่สามไม่บังอาจว่าอะไร แม่ของเ้าหรอก ในใจก็คิด ยัยเด็กนี้ปากคอร้ายนักนะ”
“เอาละ น้องสามหากเ้าอยากจะดูแลการค้าผ้า ข้าจะไปปรึกษากับท่านแม่ดู หากท่านแม่ไม่ติดอะไร ข้าให้เ้าดูแลก็ได้”
“ดีคะ ท่านพี่รอง เช่นนั่นเื่บ่าวไพร่ที่จวนของข้าข้า ขอเพิ่มสัก 10คนนะเ้าคะ”
“เ้าทำไมถึงใช้คนเยอะขนาดนั่น”
“ก็ต้องเอามาดูแล ลูกๆนะสิเ้าคะ ยิ่งเจียงเฟย ตอนนี้เริ่มโตแล้ว และเป็บุตรชายคนเดียวของนายท่าน ก็ต้องดูแลเป็อย่างดีไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“ได้ แต่ข้าให้เ้าได้แค่ 6 คน เพราะตอนนี้คนนั่นหายาก ชายที่มีกำลังในตระกูลทั้งหมดก็ถูกพาไปร่วมรบกับ ท่านพี่หมดแล้ว ที่เหลืออยู่แค่ไม่กี่คน มีแค่หญิงรับใช้ กับผู้ชายไม่มาก หากให้เ้าไป 10คน จะไม่มีคนดูแลงานด้านอื่นๆ รอให้ถึงเดือนหน้า มีทาสเข้ามาขายเพิ่ม ข้าจะเลือกมาให้เ้าเพิ่ม”
“6คน ไม่พอหรอกเ้า น้อยไป ข้า้า 10 คน ไม่งันไปคุยกับท่านแม่ก็ได้นะคะ ลูกชายคนเดียวของตระกูลแค่ขอคนมาดูแลไม่กี่คน ท่านก็ทำเป็เื่มาก จะให้ข้ารออีกเป็เดือน ข้ารอไม่ไหว”
“ท่านแม่ ข้าไม่้าคนใช้ ท่านเอาจากเรือนของข้าไปให้หมด”
“เยว่อิงเ้าพูดอะไร! หากไม่มีคนดูแลเ้า เ้าจะอยู่อย่างไร”
“ท่านแม่ ข้าก็แค่เด็กคนเดียว ท่านส่งหยางเซียงมาให้ข้าคนเดียวก็พอเ้าค่ะ อีกอย่างน้องรองน้องสามยังเด็กกว่าข้า ให้พวกนางไปดูแลน้องๆ ข้าก็ดีใจ”
“แม้! เยว่อิงรู้ความจริงๆ เป็ห่วงน้องๆถึงเพียงนี้ คนของเยว่อิงมี4คน บวกกับของท่านพี่รองอีก6 ก็ครบพอดี ยังไงก็เอาตามนี้ ขอบคุณท่านมากจริงๆ ข้าไปแล้วนะท่านพี่”
“นี้เ้า!”
“ฮ่าๆๆ ข้าไปแล้วท่านพี่ ส่งคนมาให้ข้าเลยนะเ้าคะ”
“เยว่อิงนี้เ้าทำอะไรลงไป แค่คนใช้คนเดียว เ้าจะไม่ลำบากหรือลูก ไหนจะกิน จะนอน เสื้อผ้า และห้องของเ้า แค่คนเดียวจะพอหรือ”
“ท่านแม่ ไม่ต้องห่วงข้า ตอนนี้คนไม่พอ ข้าก็แค่ให้คนไปช่วยท่าน หากท่านเอาคนไปให้ แม่สามทั้งหมด ท่านจะลำบาก แค่คนใช้คนเดียวข้าก็เพียงพอ”
“ถ้าหากไม่พอ เดือนหน้าท่านก็ค่อยหาคนมาเพิ่มให้ข้าก็ได้นี้เ้าค่ะ”
“ก็ได้ แม่ตามใจเ้า งันเดียวแม่ไปทำงานก่อน เ้าก็กลับไปพักผ่อนดีๆ เดี๋ยวเย็นนี้แม่ไปทานข้าวด้วย”
“ได้คะ ท่านแม่”