แค่จัดการกับนักเลงชั้นปลายแถวสองสามคนไม่ใช่เื่ยาก
เยี่ยเยี่ยที่เห็นฟานเทียนนั้นราวกับพบเจอกับแสงสว่าง เธอนั้นเป็เด็กที่ดีแน่นอนว่า้าจะช่วยแม่ของเธอ และคนที่ยืนหยัดเพื่อแม่ของเธอและเธอเอาไว้ เธอลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูดกับฟานเทียนเธอใจหนึ่งก็อยากจะช่วยทั้งสอง อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากรบกวนฟานเทียน
“พี่ชาย ช่วยเหลือคุณลุงด้วย คุณลุงแค่้าปกป้องมาม๊ากับเยี่ยเยี่ย”
เยี่ยเยี่ยพูดขึ้น ทำให้ชายเ้าของร้านนั้นรู้สึกหดหู่มากกว่าเดิมเสียอีก เขานั้นยังอายุไม่เยอะเสียหน่อย ถูกเรียกว่าลุงมันออกที่จะ... เขารีบพูดขึ้น
“หนูน้อย พี่ชายอายุแค่ยี่สิบห้าเท่านั้น พี่มีชื่อว่าเฉินิ เรียกว่าพี่เฉินเถอะ”
ฟานเทียนได้ยินที่เฉินิพูดก็หัวเราะออกมา เขานั้นมองไปที่เยี่ยเยี่ยก่อนที่จะถาม
“แล้วเยี่ยเยี่ยอยากให้พี่ชายช่วยอะไรอย่างนั้นรึ”
เยี่ยเยี่ยพยายามนึก เธอนั้นไม่ค่อยรู้ความเท่าไหร่ แต่ที่เธอรู้และมั่นใจก็คือสามคนที่ถูกต้าเนียวจัดการนั้นเป็พวกคนไม่ดี พวกคนใจร้าย ที่้าจะทำร้ายทั้งเธอและแม่ของเธอ หากเ้าของร้านไม่ออกมาช่วยไว้ก่อน
“พี่ชายช่วยพี่เฉินจากพวกคนใจร้ายได้ไหมๆ”
เยี่ยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง ฟานเทียนคิดอยู่สักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะคิดอะไรออก เขามองไปที่เฉินิที่ตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจ เขาพอจะเดาออกว่าในใจของชายหนุ่มนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เขากำลังคิดว่าหากฟานเทียนเข้ามายุ่งกับเื่นี้ละก็ ฟานเทียนจะต้องมีปัญหาไปอีกคนแน่ๆ เขานั้นไม่อยากให้ใครมีปัญหาเพราะเขา
ฟานเทียนลูบหัวเยี่ยเยี่ยก่อนที่จะพูดขึ้น
“ได้ พี่ชายจะช่วย แต่มีข้อแม้”
เยี่ยเยี่ยได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะพยักหน้า
“เยี่ยเยี่ยยอมทำทุกอย่างที่พี่ชาย้า”
ฟานเทียนได้แต่ส่ายหัวให้กับความใสบริสุทธิ์ของเยี่ยเยี่ย เขาลูบคางของเขาเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น
“เยี่ยเยี่ยจะต้องต้องใจร่ำเรียนวิชาและกินผักโดยไม่มีข้อแม้จากนี้เป็ต้นไป”
เยี่ยเยี่ยมองไปที่ฟานเทียนด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ก่อนที่จะรีบพูดขึ้น
“เยี่ยเยี่ย...เยี่ยเยี่ยไม่กินผักได้ไหม...มันขม”
ฟานเทียนทำหน้าเข้มขึ้นมา เขานั้นถึงจะชอบเยี่ยเยี่ยก็ตาม แต่ยังไงก็ไม่ได้
“ผักดีต่อร่างกาย ถ้าเยี่ยเยี่ยไม่ยอมกินผัก พี่ชายก็จะไม่ช่วยอะไรเฉินิทั้งนั้น”
เยี่ยเยี่ยได้แต่แสดงสีหน้าที่เป็กังวลออกมา ก่อนที่จะตัดสินใจ
“เยี่ยเยี่ย...ยอมกินผักก็ได้”
เยี่ยเยี่ยยอมตกลงที่จะกินผัก ฟานเทียนหัวเราะออกมาก่อนที่จะยืนขึ้น และหันไปหาเฉินิ
“นี่เ้านะ ข้าหิวแล้ว เ้าช่วยนำเ้านี่ เ้านี่และเ้านี่มาให้ข้าที แล้วก็เ้าชาเขียวนี่ด้วย”
ฟานเทียนชี้ไปยังเมนูอาหารที่อยู่ในเมนูอาหาร เขานั้นอ่านไม่ออกมามันเป็ภาษาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“สปาร์เกตตี้มีทบอลซอสพริกไทยดำ แซนวิชไก่ทอด สเต็กเนื้อปลาบด สเต็กเนื้อสติฟลอยด์ แล้วก็ผัดหอยเชลล์อบเนย ขอเวลาสักครู่ในการเตรียมอาหารนะครับ อ่อ แล้วชาเขียวรับเป็แบบออริจินัลหรือแบบผสมน้ำผึ้งมะนาวดีครับ”
“ออ...ออริ อะไรของเ้านะ”
“เอิ่ม ออริจินอล หมายถึงแบบดั้งเดิมนะครับ หรือจะรับแบบผสมน้ำผึ้งมะนาว”
ฟานเทียนคิดอยู่สักครู่หนึ่ง เขาไม่เข้าใจว่ามันแตกต่างอย่างไร แต่เขาคาดว่าที่เขาดื่มไปเมื่อสักครู่นี้จะต้องเป็แบบออริจินอลแน่ๆ เพราะเขารู้ว่ารสของน้ำผึ้งกับมะนาวนั้นเป็ยังไง เครื่องดื่มก่อนหน้านี้ไม่มีแสดงว่ามันเป็ออริจินอล
“ข้าขอแบบใส่น้ำผึ้งมะนาวก็แล้วกัน เ้าละเยี่ยเยี่ย เ้า้าแบบไหน”
เยี่ยเยี่ยคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะถามฟานเทียน
“เยี่ยเยี่ยขอเป็โกโก้ร้อนได้ไหม”
ฟานเทียนเห็นสีหน้าที่เศร้าของเธอ เธอนั้นแอบมองไปที่ถ้วยโกโก้ที่หกอยู่บนพื้น ฟานเทียนเข้าใจทันที
“เอาโกโก้ร้อนมาด้วยแก้วหนึ่ง”
เฉินิพยักหน้าก่อนที่จะรีบไปทำตามออร์เดอร์ที่ฟานเทียนสั่ง เยี่ยหยินมองไปที่ฟานเทียนดูเหมือนว่าเธอนั้นอยากที่จะพูดอะไร ฟานเทียนยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น
“ไปเถอะ ข้าดูเยี่ยเยี่ยเอง”
ฟานเทียนโบกมือเบาๆ เยี่ยหยินก้มหัวให้กับเขาด้วยความขอบคุณก่อนที่จะเดินตามเฉินิเข้าไปหลังร้าน ้าจะช่วยเขาเตรียมอาหาร และดูให้มั่นใจว่าเขานั้นไม่ได้รับาเ็ร้ายแรงตรงไหน
ฟานเทียนหลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้วก็หันไปมองสามคนที่นอนอยู่บนพื้น ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสามคนจะเริ่มได้สติแล้ว คนที่ได้รับาเ็น้อยที่สุดคือจางซุนเจีย เขาค่อยๆดันตัวเองขึ้นจากพื้นก่อนที่จะมองไปรอบๆ เขานั้นรู้สึกปวดไปทั้งหน้า
เขาในตอนนี้กลัวจัดและพยายามหนีออกจากร้าน ฟานเทียนเห็นว่าจางซุนเจีย้าจะหนี เขาทำการดีดอากาศด้วยนิ้วชี้ของเขา อากาศนั้นราวกับถูกรวบรวมให้กลายเป็ลูกแก้ว ก่อนที่จะถูกดีดออกไปอย่างรวดเร็ว
อากาศกระแทกโดนบริเวณน่องของจางซุนเจียอย่างจัง ทำให้เขาล้มลง ภายในร้านตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ ทำให้ในตอนนี้ภายในร้านกาแฟมีเพียงจางซุนเจียและลูกน้องของเขา ฟานเทียน และเยี่ยเยี่ยเท่านั้น
“บ้าเอ้ย ใคร! ใครมันลอบกัดฉัน!”
ด้วยความโกรธและสติหลุด จางซุนเจียพูดขึ้นและมองไปรอบๆ พบว่ามีแค่ชายหนุ่มรูปงามในชุดจีนกับเด็กน้อยขอทานเท่านั้น