The Possible Man

    ตอนที่ 73 : บังเอิญ

    เช้าวันใหม่ของการเปิดภาคเรียน มหาลัยกลับเต็มไปด้วยความสดใสและมีชีวิตชีวา มันทำให้หินนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เมื่อตอนตัวเองพึ่งเข้ามหาลัยมาครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเขามาก เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาอยู่ในรั้วมหาลัยจริงๆ ที่โลกเก่าของเขาไม่ได้มีอะไรแบบนี้
    หินปั่นจักรยานไปจอดที่ลานจอดจักรยานที่ยังคงเงียบเหงาอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่จักรยานเป็นตัวเลือกที่ดีในเรื่องช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือนรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมัน แค่ใช้เพียงแรงกายปั่นมันเท่านั้น แต่ทว่ามันกลับไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่
    “แน่สิ ผู้คนต้องเลือกความสะดวกสบายอยู่แล้ว” หินส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่จะเข็นจักรยานเข้าไปเก็บ
    แต่ในขณะนั้นเองได้มีคนขี่จักรยานเข้ามาจอดข้างๆ เขา
    “ขอโทษนะคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างๆ หิน
    หินที่กำลังใช้กุญแจล็อกล้อจักรยานอยู่จึงได้หันมามองเจ้าของเสียงเรียกนั้น
    “นี่ใช่โรงอาหาร D1 รึเปล่าคะ? ” หญิงสาวคนนี้เอ่ยถามขึ้น ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตพร้อมกับคิ้วที่โค้งดั่งเสี้ยวจันทร์นั้น ทำให้หินถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง
    “ใช่ครับ” เมื่อหินได้สติจึงได้ตอบออกไป
    ‘จบประโยคสนทนาตามสเต็ป’ เดวิดคิดขึ้นในใจ
    เมื่อล็อกจักรยานเสร็จแล้วหินก็เตรียมที่จะลุกจากไป แต่กลับมีเสียงเรียกเขาไว้อีกครั้ง
    “เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่ใช่รุ่นพี่สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์รึเปล่าคะ?” เป็นเสียงจากผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง
    “ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่า?” หินเอ่ยขึ้น ในตอนนี้หินอยู่ปีสองแล้ว ไม่จำเป็นต้องสวมเฉพาะชุดนักศึกษาเหมือนปีหนึ่ง หินเลือกที่จะใส่ชุดช็อปมากกว่า ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวก็คือมันใส่ง่าย
    ‘เธอคงจะสังเกตจากชุดเราล่ะมั้ง’ หินคิดขึ้นในใจ
    “บังเอิญจังเลย สวัสดีค่ะ หนูชื่อ ฝ้ายนะคะ เป็นรุ่นน้องวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีนี้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเอง
    “อ้อ...สวัสดีครับ ผมชื่อหินครับวิศวะคอมปีสอง” หินแนะนำตัวกลับไปตามมารยาทและหินก็จบประโยคด้วยประโยคบอกเล่าอีกเช่นเคย
    ‘ทีไปเจรจาธุรกิจพูดคุยกับคนอื่นล่ะเก่งจังเลยนะครับดอกเตอร์’ เดวิดเหน็บหินขึ้นในใจ
    “พี่จะไปกินข้าวใช่ไหมคะ ขอหนูไปด้วยได้ไหม หนูเพิ่งเข้ามหาลัยมาได้ไม่กี่วัน ยังไม่ค่อยมีเพื่อนเลยค่ะ”
    ฝ้ายเอ่ยขึ้นด้วยสายตาคาดหวัง
    “เอ่อ….”
    ‘เดี๋ยวต้องไปนั่งกับไอ้นัทนี่สิ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ก็รุ่นน้องสาขาเดียวกัน มันคงไม่ทำอะไรรุ่มร่ามหรอก’
    “ได้สิ แต่ว่า มีเพื่อนผมด้วยคนหนึ่งนะ” หินตอบออกไป
    “ได้ค่ะ” ฝ้ายยิ้มขึ้น
    จากนั้นทั้งคู่จึงได้เดินเข้าไปในโรงอาหารด้วยกัน
    “พี่หินปั่นจักรยานมาเรียนบ่อยเหรอคะ?” ฝ้ายถามขึ้นด้วยความสงสัย เธอไม่คิดเลยว่าพี่รหัสของตัวเองจะมีความชอบบางอย่างคล้ายตน
    ใช่แล้วหินคือพี่รหัสของฝ้ายนั่นเอง ในตอนแรกที่เห็นชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อช็อปของหิน ฝ้ายก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นพี่สายรหัสของตน เธอจำได้เพราะตอนที่เธอเช็กข้อมูลนักศึกษาในเว็บทะเบียนสายรหัสของเธอมันเพิ่งมาเริ่มต้นที่ชื่อ ‘ไตรภพ วีรเดชสกุล’ ซึ่งเป็นชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อช็อปของหินนั่นเอง มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญเป็นอย่างมากดังนั้นเธอจึงได้ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักพี่สายรหัสตนเองในทันที
    “ปั่นทุกวัน ตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง”
    “แล้วทำไมพี่ถึงเลือกปั่นจักรยานมาเรียนคะ?”
    “เป็นการออกกำลังกายและช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปภายในตัว” หินตอบออกไป
    “อ๋อ...แสดงว่าพี่หินต้องเป็นคนที่รักธรรมชาติมากแน่ๆ”“แน่นอน ผมรักธรรมชาติและจริงๆ ทุกคนควรจะรักธรรมชาตินะ เพราะธรรมชาติให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเรา การทำลายธรรมชาติเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเลย” หินเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง
    คำตอบของหินทำให้ฝ้ายลอบยิ้มบางๆ ขึ้น เธอพอจะเดาได้แล้วว่าพี่สายของเธอคนนี้เป็นคนยังไง พอเธอถามเรื่องอื่นหินตอบมาสั้นนิดเดียว แต่พอพูดเรื่องนี้หินกลับตอบด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง
    “ฝ้ายก็คิดเหมือนพี่เลยค่ะ”
    “ดีแล้ว นอกจากมันจะช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติภายในตัวแล้วก็จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการหาที่จอดรถในตอนเช้าอีกด้วย”
    “ไอ้หิน!!!” เท้าพึ่งจะเหยียบพื้นโรงอาหารได้ก้าวแรก ก็มีน้ำเสียงอันคุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อหินออกมา นี่ทำให้ผู้คนในโรงอาหารถึงกับมองมาที่นัทกันหมดด้วยความตกใจ
    “....” หินถึงกับหมดคำพูด หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้นิสัยมันดีขึ้นแต่อย่างใด ยังคงเส้นคงวาได้เหมือนเดิมจริงๆ เมื่อหินมองไปก็พบว่ามันนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของเขาและมันก็มองมาที่เขาด้วยสายตาจะกินเลือดจะกินเนื้อ
    “อย่าถือสาเพื่อนผมเลย บางครั้งเขาก็มีปัญหาทางสมองแบบนี้แหละ” หินหันไปพูดกับฝ้าย ทำให้ฝ้ายหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นทั้งคู่จึงได้เดินเข้าไปหานัท ความสวยความน่ารักของฝ้ายทำให้สายตาหลายคู่ไม่ว่าจะหญิงหรือชายต่างก็มองมาที่หินด้วยความอิจฉา
    “ในที่สุดก็โผล่หัวมาได้นะ แกรู้ไหมว่าฉันพยายาม...” ขณะที่นัทกำลังเอ่ยถึงความอัดอั้นในใจออกมานั้นหินก็เอ่ยแทรกขึ้น
    “ตัดผมมาใหม่เหรอ ดูดีไม่เบาเลยนี่” หินเอ่ยชมขึ้นดักคำพูดนัท
    “ฉันพยายามติดต่อ...อ้อใช่ แกเห็นด้วยเหรอ ฉันก็คิดว่าทรงนี้มันเข้ากับฉันนะ แต่ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลย...เดี๋ยวสิหิน ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย!!” นัทกำลังคล้อยตามไปกับคำชมของหินก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองต้องด่าหินมันสิ จะมาคล้อยตามคำพูดหินได้ยังไง เมื่อคืนอุตส่าห์เขียนคำด่าไว้เต็มหน้ากระดาษ A4 เตรียมเอาไว้ วันนี้ต้องด่าให้ครบตามที่จดเอาไว้
    “ปิดเทอมแค่สองเดือนแต่ติดต่อไม่ได้…” ขณะที่นัทกำลังจะบ่นต่อ หินก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
    “นี่ ฝ้าย รุ่นน้องวิศวะคอมของเรา” หินเอ่ยแนะนำฝ้ายให้นัทรู้จัก เมื่อสักครู่ที่นัทไม่ได้สังเกตเห็นฝ้ายเนื่องจากเป็นเพราะนัทพุ่งเป้าสายตาไปที่หินเพียงคนเดียวตั้งแต่หินเดินเข้าโรงอาหารมา แต่พอได้เห็นว่ามีสาวสวยอยู่ใกล้ๆ นัทถึงกลับรีบเก็บท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อเมื่อสักครู่ลงไปจนหมดสิ้น
    “สวัสดีครับน้องฝ้าย พี่ชื่อนัทนะครับ” นัทเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหล่อบาดใจ
    ‘คนหนึ่งก็หน้าหม้อ อีกคนก็หน้านิ่ง เป็นเพื่อนกันแท้ๆ ทำไมไม่แบ่งนิสัยให้กันบ้างนะ เห้อ’ เดวิดนินทาขึ้นอย่างปลงๆ
    “สวัสดีค่ะพี่นัท”
    “เชิญนั่งๆ เลยครับน้องฝ้าย ทานอะไรมารึยังครับ? ” นัทถามขึ้น
    “เอ่อ...ยังเลยค่ะ”
    “งั้นดีเลย พี่ก็ยังไม่ได้ทานอะไรมาเหมือนกัน เดี๋ยวฝ้ายไปกับพี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะแนะนำร้านอร่อยๆ ให้”
    “เอ่อ...” ฝ้ายถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเห็นท่าทีของนัท เธอไม่คิดว่านัทจะมีนิสัยหน้าหม้อออกหน้าออกตาได้ขนาดนี้
    “เดี๋ยวมื้อนี้ พี่เลี้ยงเอง ถือว่าเป็นการเลี้ยงสำหรับการเจอกันครั้งแรก” นัทเสริมขึ้น
    ฝ้ายเองก็หาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้สุดท้ายจึงได้เดินตามนัทไป
    “อ้อหิน ตอนนี้ระบบจ่ายเงินของ ม.มีปัญหานะ ต้องใช้เงินสดจ่ายเท่านั้น อย่าลืมไปกดเงินก่อนล่ะ” นัทหันมาพูดกับหินก่อนที่จะเดินออกไปเพราะรู้ดีว่าหินไม่ค่อยพกเงินสดติดตัวเท่าไหร่นัก
    หินพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปที่ตู้กดเงิน
    วันแรกของการเปิดเทอม แต่ระบบจ่ายเงินของ ม.ดันมีปัญหาซะได้ คนเลยแห่มากดเงินที่ตู้ ATM กันหมด ขนาดมีตู้กดเงินสามตู้แถวก็ยังคงยาวเหยียดไม่ต่างจากที่หินคิดเอาไว้นัก
    หินจึงได้เดินไปต่อแถวหลังชาวบ้านเขา แต่เพียงแค่ครู่เดียวก็มีคนเดินมาต่อหลังหินจนทำให้แถวยาวเหมือนหางว่าวเลยทีเดียว
    เมื่อถึงคิวของหินเขาก็ได้หยิบบัตรเดบิตออกมาก่อนที่จะใส่มันเข้าไปในตู้กดเงิน
    “กดเท่าไหร่ดี สัก 5 พันคงพอแหละมั้ง” หินพึมพำเบาๆ เขาไม่รู้ว่าระบบจ่ายเงินของ ม. จะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่และหินก็ไม่อยากเสียเวลามากดบ่อยๆ ด้วยเลยกะจะกดเผื่อเอาไว้เลย
    เมื่อกดเงินออกมา 5000 บาท ระบบจึงได้แจ้งยอดเงินคงเหลือออกมาบนหน้าจอ ‘ยอดเงินคงเหลือ 1,500,673,656 บาท’ หินมองอย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อได้รับเงินหินจึงรีบหยิบบัตรคืนและจากไปในทันที
    ทิ้งให้ใครบางคนยืนเอ๋ออย่างมึนงงอยู่ด้านหลัง...“ระบบจ่ายเงินมาเสียเอาตอนนี้ทำไมวะเนี่ย ยิ่งหิวๆ อยู่ด้วย” กรบ่นขึ้นกับเพื่อนของตน
    “เออ เอาน่า มึงก็แค่รีบไปกดเงินแล้วรีบมาซื้อซะสิ บ่นอยู่แบบนี้จะได้แดกไหมข้าว” ภูผาเอ่ยขึ้นกับเพื่อน
    “แม่งคนเยอะแน่เลย” กรบ่นขึ้นอีกครั้ง
    “ก็แค่กดเงินจะใช้เวลาแค่ไหนกันเชียว รีบไปกดเงินสิไป เดี๋ยวคนมันจะเยอะนะ” ภูผาเอ่ยเร่งเพื่อนของตน
    หลังจากนั้นกรจึงได้เดินไปยังตู้กดเงินซึ่งตอนนี้มีคนมาต่อแถวยาวเหยียด กรจึงรีบวิ่งเข้าไปต่อแถวในทันที ซึ่งเขาเข้าไปต่อแถวยืนอยู่ต่อจากหินนั่นเอง
    “กูว่าแล้วเชียว” กรถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่ขนาดยังเช้าอยู่เลยคนยังเยอะขนาดนี้ สงสัยเขาต้องกดเงินเผื่อเอาไว้ด้วยแล้ว
    เมื่อถึงคิวของหิน หินจึงเดินเข้าไปกด ถัดจากหินก็จะเป็นคิวของกร กรนั้นเป็นพวกที่มีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือชอบดูยอดเงินบัญชีคงเหลือของชาวบ้านเขา นี่ก็อีกเช่นเคย เมื่อหินกดเงินออกมาแล้วหน้าจอได้แสดงยอดเงินคงเหลือ กรจึงได้แอบเหล่มองดู
    “!!!!” ตัวเลขที่กรเห็นถึงกับทำให้เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
    เมื่อหินเดินออกไปกรถึงกับมองตามหินไปจนลับสายตา
    “นายจะกดเงินอยู่ไหม” คนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังกรเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นเขายืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมเข้าไปกดเงินสักที
    “กดครับๆ ” กรตอบขึ้นพลางรีบเข้าไปกดเงินทันที เมื่อกดเงินเสร็จแล้วกรก็ได้เดินกลับมาหาภูผาเพื่อนสนิทตนเอง
    “มึงเป็นอะไรของมึงกร เดินเหม่อมาเชียว” ภูผาถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนตนเองดูเหม่อลอยไป
    “มึง...กูเห็นยอดเงินในบัญชีเด็กวิศวะคนหนึ่ง มีตั้ง 1,500 ล้าน..” กรเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเหม่อลอยเหมือนยังไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ตนเองเพิ่งเห็นมานัก
    ภูผาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะขึ้นมาทันที
    “ฮ่าๆๆ มึงนี่ดูท่าจะหิวมากจนตาลายเลยนะ ถ้าเขามีเงินขนาดนั้น คงไม่ต้องมาเรียนแล้วมั้ง ไปๆ รีบไปซื้อข้าวมากิน ก่อนที่มึงจะเบลอหนักไปมากกว่านี้”
    “มึง...กูไม่ได้ตาลายจนเห็นเลขซ้อนกันนะ กูเห็นยอดเงินมันเหลือตั้ง 1,500 ล้านจริงๆ”
    “เออ กูเชื่อมึง ป่ะ ไปกินข้าวก่อน” ภูผาเอ่ยขึ้นขำๆ เมื่อเห็นท่าทางของกร
    “เชื่อก็เหี้ยละ ไอสัส!!” กรด่าเพื่อนรักของตนเองเมื่อเห็นว่ามันแสดงท่าทางล้อเลียนตน
    ‘หรือว่าเราจะตาฝาดจริงๆ’ กรคิดขึ้นในใจ ก่อนที่จะเดินตามภูผาไปซื้อข้าวเช้าสำหรับวันนี้

    คล้ายกับเรื่องThe Possible Man ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440