ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่670 ปะทะราชาอมตะ ต้าหมิง

     อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีระลอกคลื่นออกมาเพียงนิด พร้อมลูกบาศก์มิติในฝ่ามือ ที่ปรากฏออกมา “เอาน่าไหนๆ ข้าก็มาแล้ว เจ้ารอหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร เจ้าแก่”

 


     ครั้นลูกบาศก์มิติ ที่ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน มอบให้อี้เฉิน เก็บผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 ไว้ภายในเสร็จสิ้น เขาส่งคำพูดปราณจิต เข้าไปภายในลูกบาศก์มิติ ให้ผู้อาวุโสเร่งการรักษา ก่อนในยามนี้ “เรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง พวกท่านรีบหยุดการรั่วไหล ของอายุขัย พวกท่านก่อนเถอะเร็วเข้า”

 

ฉับพลันร่างอี้เฉินสืบฝีเท้า เข้าไปภายในพระราชวัง อย่างไม่ลังเล เมื่อรับรู้ถึงโทสะของผู้ยิ่งใหญ่ กำลังจะระเบิดปะทุ จากคำพูดของเขา

 


     อี้เฉินประสานฝ่ามือออกมา หาศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ของเขาเล็กน้อย อย่างไรราชาอมตะต้าหมิง ก็ยังถือเป็น ผู้อาวุโส “ท่านจะเดือดดาลเป็นโทสะไปทำไม ในเมื่อข้าก็มาแล้วไงเล่า”

 


     ฉับพลันขวานยักษ์ ที่อยู่ในฝ่ามืราชาอมตะต้าหมิง ที่นั่งบนบัลลังก์สูง ให้อี้เฉินต้องเงยหน้ามอง จู่ๆ ก็กระแทกลงพื้นปลดปล่อย ปราณพลังริ้วคลื่น เข้ากดข่ม ร่างอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง จนเข่าข้างหนึ่งอี้เฉิน ทรุดลงกับพื้นเบื้องล่าง อย่างรวดเร็ว “สภาพคุกเข่า เช่นนี้สิ เจ้าถึงจะพร้อมพูดคุยกับข้า ไอ้เด็กโอหัง ที่ฆ่าสังหารเหล่าราชาอมตะ ของพวกเราเหล่าคนทวีปมืด”

 


      อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยันร่างลุกขึ้นยืน ด้วยความยากลำบาก แม้ว่าจะถูกราชาอมตะ ปลดปล่อยปราณพลังกดข่มให้อี้เฉิน หมอบคลานกับพื้น ทว่ามันกลับไม่เป็นผล กับตัวอี้เฉินที่ยืนหยัดขึ้นมาได้อีกต่อไป

 


      ก่อนอี้เฉินจะพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ทำให้โทสะ ราชาอมตะ โพยพุ่งไปถึงขีดสุด “ข้าไม่รังเกียจที่จะกลบฝังตัวท่าน ตามพวกเขาไปหรอกนะ หากท่านยังอาลัย ในตัวของพวกเขาอยู่”

 


     “เจ้า! เจ้า! ช่างสามหาวนัก ไม่รู้หรือว่าเจ้ากับข้า เราอยู่กันคนละระดับกัน” ทันใดที่ราชาอมตะต้าหมิง เอ่ยพูดเสร็จสิ้น ขวานยักษ์ในฝ่ามือของเขา หวดฟาดออกมาด้านหน้า ส่งคลื่นสะบั้น อัดกระแทกออกมา ดังก้องไปทั่วพระราชวังใหญ่

 

 

      รัศมีคลื่น ที่ปลดปล่อยออกมา ส่งให้อี้เฉินถอยร่น ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาน้อยๆ จากคลื่นแรงระเบิด หากสถานที่แห่งนี้ ไม่เป็นพระราชวังของจักรพรรดิ เกรงว่าคงจะพังถล่มลงมาแล้วเป็นแน่

 


     อี้เฉินที่เช็ดเลือดที่เปรอะเปื้อนมุมปากออก รับรู้ถึงชัยชนะได้เพียงความประมาทของ ราชาอมตะต้าหมิง ที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์เท่านั้น ฉับพลันหอกเลือด ถูกอี้เฉินเรียกออกมาบนฝ่ามืออย่างไม่มีเก็บซ่อน ความต้องการที่จะฆ่าสังหาร ก่อนจะปาออกไปเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ส่งหอกเลือดพุ่งปราด แหวกอากาศเสียงดังหวีดแหลม ไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

 


      แต่ในเสี้ยวพริบตาอี้เฉินถึงกับหน้าชา ครั้นเห็นราชาอมตะต้าหมิง ดีดปลายนิ้วมือ ใส่หอกเลือด ที่รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ส่งให้หอกเลือดที่อี้เฉินปาออกไป เบี่ยงเบนทิศทาง ขึ้นไปด้านบนห้องโถงพระราชวัง พร้อมเสียงแตกระเบิด ออกมาดังกึกก้อง เมื่อมันชนเข้ากับเพดานห้องโถงใหญ่

 


      ราชาอมตะต้าหมิง ครั้นเห็นสีหน้าอี้เฉินแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง กวักมือเรียกอี้เฉินเข้ามาโจมตี อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน “เจ้าเข้ามา!!”

 


      ฉับพลัน เสียงฆ่า!!ของอี้เฉินถูกแค่นคำราม ออกมาเสียงดังกึกก้อง หอกเลือดพุ่งเข้าโจมตี ปานสายฟ้าฟาด หลาย10หลายร้อยกระบวนท่า เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณพลังการฆ่าสังหาร แม้แต่ร่างเงามังกร ที่ก่อร่างจากปราณพลัง ยังแหวกว่ายออกไปทั่วห้องโถงใหญ่

 

เสียงเคร้ง!! ตู้ม!! ดังออกมาก้องสนั่นหวั่นไหว

 


     ทว่าอี้เฉินก็ไม่สามารถทำให้ ราชาอมตะต้าหมิง ลุกออกจากบัลลังก์ ได้แม้แต่น้อย นี่มันดูถูกตัวเขาชัดๆ ไม่คิดว่าเพียงขวานยักษ์ กับการหลบเลี่ยงแค่นี้ จะทำให้อี้เฉินถึงกลับไปไม่เป็น มองหอกในฝ่ามือของเขา สั่นไหวไม่หยุด เกิดการแตกร้าว พังทลายออกมาน้อย จนอี้เฉินต้องกัดกรามกรอด หากยังไม่สำแดงพลังบางส่วนออกมาใช้ เกรงว่าเขาจะไม่สามารถทำให้ ราชาอมตะผู้นี้ ลุกออกจากบัลลังก์ ออกมาต่อสู้อย่างจริงจังได้เป็นแน่

 


      การต่อสู้ภายนอกเองก็เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน ครั้นอี้เฉินรับรู้ถึงแรงสั่นไหว ของเหล่าราชาอมตะ ปะทะกันภายนอก ราวกับแผ่นดินจะพลิกกลับด้าน เสียงฆ่า!!ถูกอี้เฉิน คำรามออกมาดังก้องทันที หมายมั่นจะทำการโจมตี ถ่วงเวลา ราชาอมตะต้าหมิง ไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้

 


     ...จนเวลาไหลผ่านไปร่วมชั่วยาม ที่อี้เฉินใส่พลังโจมตี เจอแรงกระแทกขวานยักษ์ อยู่บ่อยครั้งทำให้กระดูกภายในร่าง ลั่นออกมาน้อยๆ ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง

 

ก่อนราชาอมตะ ต้าหมิงจะแค่นเสียง คำรามออกมาก้อง “เจ้ามีแรงแค่นี้หรือ อย่าว่าแต่ฆ่าสังหารราชาอมตะเลย จะทำให้ข้าบาดเจ็บ เจ้ายังทำไม่ได้”

 

     ทว่าในทันใดแผ่นยันต์ส่งข้อความ บินทะยานเข้ามา ภายในพระราชวัง อย่างเร็วจี๋ ก่อนจะรายงาน เรื่องที่มีกลุ่มคนแอบลักลอบเข้าเมือง ไปยังบริเวณเส้นเขตแดน ที่เกิดการแตกร้าว

 


ราชาอมตะต้าหมิงเขาหน้าดำมืดออกมาทันที “หรือว่าเจ้าตั้งใจ คิดจะถ่วงเวลาข้ากัน ..แล้วอย่างไรหากฆ่าสังหารเจ้า พวกมันจะเป็นรายต่อไป”

 


        อี้เฉินครั้นตบฝ่ามือลงบริเวณใบหน้า เพี๊ยะ! เรียกสติตนเองกลับมา ไม่คิดว่ากลุ่มของพวกโม่กวาง จะถูกเจอตัวรวดเร็วถึงเพียงนี้ ‘เห็นทีจะต้องเอาจริงเสียแล้วในยามนี้’

 


      ฉับพลันฝ่ามือข้างขวาอี้เฉิน ถูกขับเคลื่อน ซากแขนเทวะออกมาใช้ทันที ส่งให้พลังชั่วร้าย เล็ดลอดออกมาทันใด หมัดที่หมุนควงพุ่งปราด เข้าใส่ศัตรูอย่างเร็วจี๋

 


      แม้แต่ราชาอมตะยังรับรู้ถึง ความไม่ธรรมดา จากหมัดสีดำนั้นของอี้เฉิน “หืม!! ซากแขนเทวะโบราณ เช่นนั้นหรือ” ก่อนเสียงเคร้งจะดังออกมาก้อง เมื่อหมัดปะทะเข้าใส่ขวานยักษ์ วัดปราณพลังกันอย่างดุเดือด อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


      “เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก เจ้าหนุ่ม ทำตัวเป็นเสือซ่อนเล็บต่อหน้าข้า” ราชาอมตะต้าหมิง แค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาดังก้อง ด้วยความไม่สบอารมณ์ ‘ไอ้เด็กเวรนี้กะล่อนไม่เบา ก่อนหน้านี้มันไม่ได้ใส่พลังออกมา’

 


       ทว่าในเสี้ยวพริบตา ที่อี้เฉินนำหน้ากากหยกขึ้นมาสวมใส่ ครั้นเห็นโอกาส ขณะที่ราชาอมตะประมาท ส่งให้พลังการต่อสู้ ของอี้เฉินยิ่งพุ่งพรวดพลาด กำปั้นที่บีบรัดเข้าหากันจนแน่น  พุ่งปราดอัดกระแทกหน้า ราชาอมตะ จนถอยกลิ้งตกบัลลังก์ ที่นั่งแตกหักไม่มีชิ้นดี “เจ้า! เจ้า!”

 


      ขวานยักษ์ในมือราชาอมตะต้าหมิง สั่นไหวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ครั้นถูกเด็กหนุ่มชนรุ่นหลังลูบคม เขาเป็นถึงราชาอมตะเชียวนะ จะมาถูกหมัดเด็กรุ่นหลัง ต่อยจนบาดเจ็บได้อย่างไร

 


       ฉับพลันที่ทั้งสองยืนประจันหน้า ผสานสายตาแหลมคมดุจกระบี่ ปราณพลังที่บ้าคลั่ง พวกเขาปะทุขึ้นสู่ชั้นฟ้า ชนิดไม่เก็บซ่อน เจตนาฆ่าสังหารกันอีกต่อไป ทันทีที่เสียงฆ่า!! ถูกแค่นคำราม ออกมาดังกึกก้อง ขวานยักษ์ในมือราชาอมตะต้าหมิง พุ่งปราดเข้าต่อสู้พัวพัน สะบั้นคลื่นเข้าใส่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขังทันที

 


      อี้เฉินเองก็ส่งหมัดสีดำสนิท อัดกระแทกขวานยักษ์ อย่างไม่มีหวาดเกรง จนร่างของพวกเขาพัวพัน กันขึ้นไปที่สูง ทะลุเพดานห้องโถงพระราชวัง มายืนบนหลังคา ในไม่กี่ร้อยกระบวนท่าที่ปะทะกัน

 


ก่อนร่างพวกเขาทั้งสอง จะถอยกรูดออกจากกัน เมื่อเสียงเคร้ง!!ดังออกมาก้อง ในคราสุดท้ายดังขึ้น

 


      อี้เฉินยันร่าง พร้อมฝ่ามือสีดำสนิทที่สั่นไหวไม่หยุด ขึ้นมาได้ เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นเศษขวานยักษ์ ที่บิ่นหัก อยู่ภายในฝ่ามือของเขา เกรงว่ามันจะแตกร้าว ตั้งแต่ยามที่ ราชาอมตะต้าหมิง ต่อสู้กับราชาโอสถ ในยามอดีต

 


      ภาพที่อี้เฉินกำเศษขวาน อยู่ในมือสีดำสนิท ต่างก็พาให้เหล่านักรบที่ทำศึกสงคราม ต้องหันปรายตามามอง ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา “เป็นไปได้อย่างไร ขวานราชาอมตะ ต้าหมิง เกิดการแตกร้าวเช่นนั้นหรือ”


 

       แม้แต่พวกศัตรูต่างดินแดน ยังแค่นเสียง สบถด่าออกมาดังลั่น “ไอ้เด็กเวรนั้นมัน ต่อสู้กับราชาอมตะได้จริงๆ หรือ?” ทว่าก็มีบางคนรับรู้ได้ว่า หน้ากากหยกที่อี้เฉินสวมใส่ ไม่ธรรมดาเลย

 


       ราชาอมตะ ต้าหมิง เขาชักสีหน้าขึงขัง ขึ้นมาไม่น้อย เอ่ยพูดเสียงทุ้มต่ำออกมาดังก้อง “เจ้าอย่าพึ่งได้ใจไปหนุ่มน้อย ก็แค่เศษขวานบิ่นนิดหน่อย หากเจ้าอยากได้ก็เอาไป”

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน