ห้วงอวกาศ บริเวณฟองท้องถิ่น
ในห้วงอวกาศบริเวณเมฆระหว่างดาวท้องถิ่น 400 ปีแสงจากดวงอาทิตย์ มันเป็นห้วงอวกาศที่อยู่ในสะสารระหว่างดาวรูปร่างดูคล้ายกับนาฬิกาทรายมีพื้นที่กว้างประมาณ 300 ปีแสง
บริเวณนั้นมีดาวฤกษ์ที่ส่องสว่างบนแถบลำดับหลักอยู่ดวงหนึ่งมันมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 2เท่า ก่อนหน้านี้
ดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ดวงนี้เดินทางมาถึงจุดใกล้สิ้นอายุขัยทำให้สูญเสียมวลออกไปอย่างมากจากการปลดปล่อยฝุ่นละออง
ปริมาณมหาศาลออกมาห่อหุ้มและบดบังแสงสว่างของมันเอง
จนกระทั่งไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงของมันได้แกนจึงได้พังลงและก่อให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น จากอดีตดาวฤกษ์ ตอนนี้ก็ได้กลายเป็น‘มหานวดาราหรือซูเปอร์โนวา’ และเกิดการส่องสว่างเจิดจ้าทั่วบริเวณเมฆระหว่างดาวท้องถิ่น พร้อมกับปลดปล่อยรังสีอันตรายแผ่ออกมา ซึ่งมีระยะการทำลาย 50 ปีแสง
การเกิดมหานวดาราครั้งนี้จะส่องสว่างไปอีกนานหลายปี โดยที่ 2ปี หลังเกิดมหานวดาราครั้งนี้ มนุษย์จะสามารถมองเห็นด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีกำลังและประสิทธิภาพสูง
5 ปี หลังเกิดมหานวดารา มนุษย์ก็จะสามารถมองเห็นสิ่งที่ส่องสว่างยิ่งกว่าดาวศุกร์เกือบ 200 เท่าโดยจะสังเกตเห็นได้บนท้องฟ้าในเวลากลางวัน
แม้มหานวดาราหรือซูเปอร์โนวาครั้งนี้รังสีที่แผ่ออกมาจะไม่เป็นอันตรายต่อโลกมนุษย์โดยตรง แต่มันก็ได้ไปกระตุ้นพลังงาน
ที่มีลักษณะเป็นคลื่นไร้รูปแบบชนิดหนึ่งที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างและมืดมิด
..............…………...........
ระหว่างการหมุนรอบตัวเองของโลกมนุษย์ในหนึ่งวันและหมุนรอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปีทุกชีวิตบนโลกก็ดำเนินไปตามวัฏจักร
ตามวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไปโดยไม่มีใครรู้ว่ากำลังจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับโลกใบนี้
....................................
2 วันหลังการร่วมกินมื้อค่ำและการดื่มไวน์องุ่นร่วมกันที่บ้านของเรนิตา
เทวินได้รับการติดต่อจากชาวอิระมังค์ยา คนที่บาดเจ็บและถูกพิษในการร่วมต่อสู้กับกองโจรมังค์จา ตอนนี้มีอาการดีขึ้นนอกจากนี้ยังได้เชิญเทวินไปเยี่ยมที่ชนเผ่าพวกเขา เขาตัดสินใจและวางแผนที่จะไปรับผู้บาดเจ็บและมีอาการดีขึ้นในอีก 3-4 วัน ตั้งใจจะชวนเรนิตาและการ์ดของเธอกลุ่มหนึ่งไปด้วย
จึงได้ไปหาเธอที่บ้าน การไปหาเธอครั้งนี้เขาคิดจะบอกเล่าต่อเธอเรื่องร่างทิพย์ของพญาเสือดำที่อยู่ในร่างของแมวสีนิล เขาจึงส่งกระแสจิตในรูปแบบ
คลื่นพลังงานแบบเดียวกันและแมวสีนิลก็เข้าใจได้ในทันที
ที่ระเบียงข้างบ้านของเรนิตาตอนนี้เขาอยู่กับเธอสองคน
“ผมได้รับการติดต่อจากชาวอิระมังค์ยาคนที่บาดเจ็บและถูกพิษดีขึ้นมากแล้วครับผมมีแผนจะไปรับและเยี่ยมชนเผ่าของพวกเขา
ในอีก 3-4 วัน”เทวินบอกกับเรนิตา
“จริงเหรอคะ!? ดีจังเลย” เรนิตากล่าวด้วยความยินดี
“จริงครับพวกเขาเตรียมที่จะกลับบ้านแล้ว ครั้งนี้ผมอยากจะชวนคุณไปด้วยพร้อมการ์ดของคุณ” เขาจึงเอ่ยชวนเธอ “ได้ค่ะ ให้เรเนียบอกทุกคนก่อนส่วนการ์ด พวกเขาน่าจะไปได้บางคนแบบไม่แสดงตัวค่ะ” เธอตอบด้วยความกระตือรือร้นมีความรู้สึกอยากไปเที่ยวชมบรรยากาศ ชมศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งอาหารของชนเผ่าอิระมังค์ยา
“ว่าแต่คุณขวัญเธอติดต่อมาบ้างหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
“เธอติดต่อมาครับบอกว่าที่โรงแรมมีการประชุมบอร์ดผู้บริหาร พวกเขากำลังจัดทำแผนเจรจาเพื่อที่จะเสนอขายหุ้นโรงแรมให้กับกลุ่มหยดน้ำไพลิน คงจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ครับ”
“อ๋อ..ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงจะว่าง”
“ใช่ครับแต่ผมอยากทำเรื่องหนึ่งก่อนที่จะไปที่นั้นครับ” เขาบอกกับเธอพร้อมครุ่นคิดบางอย่าง
“เรื่องอะไรคะ?”
“มันเกี่ยวกับเลือดมรกตในร่างกายของผมครับผมจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่สมาธิลึกและจะไม่รู้สึกตัว” “ถ้าอย่างนั้นคุณก็จำเป็นที่จะต้องมีคนดูแลเพื่อไม่ให้มีใครรบกวนใช่หรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามพร้อมกับคิดที่จะอาสาดูแลตอนเขาเข้าสมาธิลึก
“ใช่ครับนอกจากมีเรื่องเลือดมรกตที่มาจากหินอุกกาบาตแล้วผมยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องบอกกับคุณครับ”
เขาตัดสินใจที่จะบอกเธอเรื่องแมวสีนิล
ก่อนที่จะนั่งเกาะที่ขอบลูกกรงของระเบียงพร้อมกับแกว่งหางไปมาอย่างช้าๆ
“เรื่องนี้แหละครับ แมวสีนิล”เขามองที่เธอและเตรียมจะอธิบายเธอเข้าใจในเรื่องนี้ก่อนจะกล่าวต่อ
“สิ่งที่อยู่ในร่างของแมวสีนิลมีพลังงานที่มาจากอุกกาบาตซึ่งเป็นพลังงานแบบเดียวกันครับ”“โอ้!...” เธอก็ได้อุทานออกมา
เขาจึงเล่าเรื่องพญาเสือดำที่อยู่ในร่างของแมวสีนิลนอกจากนี้ก็ให้แมวสีนิลใช้อำนาจทิพย์บังคับวัตถุและกระทั่งสิ่งมีชีวิตเธอไม่เชื่อก็เห็นจะไม่ได้เมื่อพบเจอสิ่งที่เกิดขึ้นโดยร่างของแมวสีนิล
“เงี้ยวววว...”แมวสีนิลส่งเสียงให้เธอ
“โอ้!...คุณเทวิน ให้ตาย...เรเนียรู้สึกทึ่งจริงๆ” เธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ “ครับผมจึงต้องให้คุณได้เผชิญด้วยตัวเอง แต่คุณไม่ต้องกลัวนะครับ” เขาพยายามอธิบาย“คุณต้องเข้าไปพร้อมกับการจำศีลลึกของแมวสีนิล”เธอกล่าวออกมาอย่างครุ่นคิด
“ใช้ครับเราจำเป็นที่จะต้องระวังคนอื่นเข้ามารบกวน”
“คุณบอกกับน้องดาและน้องเชษฐ์หรือยังคะ?ถ้าหากคุณไปนานมากกว่า 2 วันสองคนจะเป็นห่วงนะคะ”
“ครับ หลังจากที่บอกกับคุณแล้วผมจะโทรหาสองคนที่มหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องการติดต่อกับคนอื่นๆ รวมทั้งกับชาวอิระมังค์ยาผมจะเอาโทรศัพท์ของผมไว้ที่คุณครับ” เขากล่าวกับเธอและยิ้มให้ด้วยความรักก่อนจะกล่าวต่อ
“เผื่อว่าผมและพญาเสือดำจะไปนานเกิน4 วันครับ” พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยื่นโทรศัพท์ให้ต่อเธอที่ตอนนี้เป็นคนรักของเขา
“โอ้!...คุณเทวิน...”เธอรู้สึกห่วงคนรักและเป็นกังวลใจ
“เรเนีย ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะกลับมา” เขาจับมือเธอมากุมไว้พร้อมกับกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ได้ค่ะ ถ้าคุณต้องการก่อนอื่นคุณโทรหาน้องดาและน้องเชษฐ์เรเนียจะบอกทุกคนและให้การ์ดคอยดูแลที่ประตูห้องคุณ”เธอยิ้มให้กับเขาและเธอจะทำตามที่เขาต้องการ แม้จะเป็นห่วงแต่ก็รู้ว่าเขาทำได้และจะกลับมาหาเธอตามที่สัญญา เธอเชื่อมั่นและเชื่อใจเขา “ขอบคุณมากครับผมจะไปห้องที่คุณจัดให้ผม ระหว่างนี้ก็ให้น้องดากลับมาค้างคืนที่นี่นะครับ”
“ได้ค่ะ เธอชอบที่นี่คุณไม่ต้องห่วงเธอคะ”
หลังพูดคุยบอกกล่าวและโทรหาสองคนที่มหาวิทยาลัยรวมทั้งมอบโทรศัพท์ของเขาให้กับเรนิตาเทวินพร้อมด้วยแมวสีนิล
ก็ตรงไปยังห้องที่ตนเคยนอนและตอนที่ย้อนไปยังอารยะธรรมลุ่มแม้น้ำสินธุเมื่อ 3,700 ปีที่แล้วแต่ตอนนี้ทั้งเขาและพญาเสือดำ
ยังไม่รู้เลยว่าจะย้อนไปยัง ณ ช่วงกาลเวลาใด