ตอนที่ 19 – แขกยามวิกาล และเสียงกู่จากอดีต
กลางดึกคืนนั้น หมู่บ้านหยุนหลิงเงียบสงัด ไม่มีเสียงสุนัขเห่าหรือแม้แต่ลมพัด มันเป็ความเงียบที่ไม่ปกติ ราวกับธรรมชาติหยุดนิ่งชั่วขณะ
ที่โรงนาเก็บเมล็ดพันธุ์ หลี่เซวียนสะดุ้งตื่นกลางดึก หัวใจเต้นแรง เธอััได้ถึงแรงสั่นะเืเล็ก ๆ ที่ผนัง
“สัตว์ร้าย?” เธอคิดในใจ แต่พอเดินออกมา กลับพบรอยเท้าขนาดเล็กแปลกตาบนพื้นดินชื้น
ไม่ใช่สัตว์...แต่เป็มนุษย์
เธอรีบกลับเข้าไปเรียกหลี่เหวิน พี่รองของเธอตื่นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียด
“มีคนแอบลอบเข้ามาในยามวิกาล?”
ทั้งสองพากันไปที่หลังหมู่บ้าน ซึ่งเชื่อมต่อป่าไผ่ เสียงกระซิบดังแว่วลอยมาตามลม
“เ้าคิดว่าเด็กนั่นมีของจริงหรือไม่?” “ข้าเห็นด้วยตาข้าเอง เขาฟื้นพลังชายผู้นั้นได้ในสามลมหายใจ” “แสดงว่าข้อมูลไม่ผิดพลาด...”
ทันใดนั้น พุ่มไม้แตกกระจาย เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่หลี่เหวิน แต่ด้วยการฝึกฝนและปฏิกิริยาไว เขายกฝ่ามือขึ้นรับ สะบัดแรงสะท้อนจนร่างนั้นลอยกระเด็นกลับไปชนต้นไผ่
แสงจันทร์เผยให้เห็นว่าเป็ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบ ปิดหน้าด้วยผ้าสีดำ มีตราสำนัก ‘จิ้งหลิง’ สลักไว้ที่กระบี่
“คนของสำนักจิ้งหลิง...” หลี่เหวินพึมพำ ขณะที่อีกสองเงาเข้ามาล้อมรอบ
การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นทันที ฝีมือของหลี่เหวินอยู่ในขั้นสี่แล้ว แต่เขายังต้องถอยอย่างระมัดระวัง พลังของฝ่ายตรงข้ามรุนแรงอย่างประหลาด คล้ายได้รับการเร่งรัดลมปราณแบบผิดธรรมชาติ
หลี่เซวียนใช้ยันต์มิติเสริมพลังป้องกันให้พี่ชาย “พี่รอง ซ้ายล่าง!”
หลี่เหวินหมุนตัวหลบ จับจังหวะสวนกลับด้วยหมัดัฟาดฟ้า กระแทกชายคนหนึ่งจนหมดสติ
เงาที่เหลือสองคนแลกเปลี่ยนสายตากัน ก่อนเหวี่ยงควันดำลงพื้น หนีไปอย่างรวดเร็ว
—
รุ่งเช้า ผู้ใหญ่บ้าน เรียกประชุมเร่งด่วน
“นี่เป็ครั้งแรกในรอบสิบปีที่หมู่บ้านเราถูกบุกรุก” เขากล่าว
ไป่จงกล่าวเสริม “นี่แปลว่าความลับของหมู่บ้านไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”
หลี่หยาง มองหน้าภรรยาแวบนึง ก่อนหันไปมองลูกๆ
“บางที...ถึงเวลาที่ข้าต้องเล่าเื่ของพวกเรา”
หลี่เหวินและหลี่เซวียนนั่งนิ่งเงียบ รับฟังคำที่พ่อเริ่มกล่าวถึงอดีต ว่าเขาเคยเป็ ‘มือขวา’ ของผู้นำสำนักจิ้งหลิง แต่ลี้ภัยออกมาเพราะไม่เห็นด้วยกับการสั่งใช้วิชาผิดวิธี
แม่ของพวกเขา...คืออดีตโอรสหญิงสำนักหมอหลวงผู้ถือครอง ‘ม้วนตำรายาแห่งแสง’ หนึ่งในสมบัติล้ำค่าของใต้หล้า
“เราคิดว่าการมีลูก จะช่วยทำให้เราลืมอดีต แต่ดูเหมือนอดีตจะไม่ยอมลืมเรา” แม่พูดเบา ๆ
หลี่เหวินลุกขึ้นยืน “พวกเขาอาจตามมาอีก...แต่คราวนี้เราจะไม่หนีอีกแล้ว”
หลี่เซวียนเสริม “เราจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องหมู่บ้านของเรา”
ในสายตาของเด็กชายผู้ใฝ่ฝันจะเป็เ้าสำราญ บัดนี้ เริ่มเปล่งประกายความมุ่งมั่นของผู้ที่จะเป็ผู้นำ