ตำนานผู้วิเศษ

[MageLegend] ตอน 161 : เส้นทางแห่งความตาย

ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาเขารู้สึกว่าตัวชายลึกลับสวมหน้ากากไม้นั้น แม้เขาเป็นผู้วิเศษแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยมีนิสัยของผู้วิเศษที่ดีเลย


ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาเขาส่งสายตาให้กับฉีเยี่ยนผู้วิเศษแท้จริง ที่คล้ายจะยังไม่ค่อยได้แสดงฝีมืออะไรเลย แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าฉีเยี่ยนไม่ได้มีความสามารถ แต่เป็นเพราะพลังวิเศษของเขานั้น ไม่อำนวยผลในการต่อสู้แบบไล่ล่า ที่ต้องพึ่งการโจมตีระยะไกลมากนัก


"ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใครนะท่านผู้วิเศษผู้สวมหน้ากาก แต่ท่านได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว กร๊ากๆ" ฉีเยี่ยนยิ้มสองมือของเขาปรากฏวงเวทย์สีเขียวที่แฝงไว้ด้วยพลังแห่งความตาย เมื่อวงเวทย์ในมือของเขาส่องสว่าง เพลิงสีเขียวจากนรกก็ลุกโชนอาบกายของตัวเขา


จากจุดที่ฉีเยี่ยนยืนอยู่ เมื่อสองมือของเขากางออก เพลิงสีเขียนจากนรกนี้ถูกผลักออกจากร่างของตัวเขารอบด้าน มันแล่นละล่องเป็นคลื่นเพลิง พลุ่งพล่านออกจากตัวของเขา เกิดเป็นกำแพงเพลิงสีเขียวกินรัศมีรอบตัวหลายพันเมตรในทันที คลื่นเพลิงนี้สูงราวๆ สามเมตร


แต่น่าแปลกเพลิงสีเขียวแห่งความตายนี้ ไม่ว่ามันลุกโชนไปที่ใด ก็ไม่มอดไหม้สิ่งใดเลยแม้แต่น้อย


เซี่ยซีหานไม่เข้าใจถึงพลังของเพลิงสีเขียวจากนรกเขากระโดดขึ้นต้นไม้ ไม่ปล่อยให้เพลิงสีเขียวโดนตัว โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้เลยว่า การทำแบบนี้ของตัวเขา จะทำให้สองผู้วิเศษทั้ง 'ฮุ่ยเฟิน' และ 'ฉีเยี่ยน' รู้ว่าตัวเขานั้นไร้ประสบการณ์การต่อสู้มากขนาดไหน


"เจ้าไร้ประสบการณ์เพราะเยาว์วัย หรือว่าเจ้าเสแสร้งกันนะ" ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาพูดพร้อมแสยะยิ้ม ในระหว่างที่เพลิงสีเขียวค่อยๆ วาบผ่านตัวเขาและคณะไป


"ข้าคิดว่าเขาไม่รู้จักเพลิงจากนรกชนิดนี้ของข้า" ฉีเยี่ยนพูดพร้อมมองจ้องไปทางเซี่ยซีหาน ก่อนจะค่อยๆ ยกมือ ศพนับไม่ถ้วนค่อยๆ ลุกขึ้นพร้อมไฟสีเขียวที่ลุกท่วมร่าง โดยส่วนที่ขาดของร่างกายของศพ ไฟสีเขียวเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกัน กายเนื้อปะติดปะต่อกันแม้จะดูเละไปบ้างก็ตาม


ภายใต้หน้ากากเซี่ยซีหานแอบหัวเราะตัวเอง 'นี่ข้าปล่อยไก่แล้วจริงๆ เหรอเนี่ย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ข้าไม่รู้จักไอ้ไฟสีเขียวนี่จริงๆ แม้มันจะดูคุ้นๆ แต่ข้าก็ไม่กล้าเสี่ยสัมผัสมันเหรอ เหอเหอ'


ใช่แล้วนี่เป็นอีกครั้งในความอ่อนด้อยประสบการณ์ของเซี่ยซีหาน เขาไม่รู้ว่าเพลิงสีเขียวจากนรกนั้นใช้ปลุกศพคนตาย และมันไม่มีผลกับมนุษย์ เขาจึงหลบหนีมัน ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานได้แต่คิดแล้วว่า จะฆ่าพวกศพนี้อย่างไรดี


ในขณะที่ศพทั้งหลายที่ชุ่มโชกไปด้วยเปลวเพลิงสีเขียว กำลังค่อยๆ ประกอบร่างที่ขาดของตัวเอง


เหล่านักรบหกดาบที่รอดตาย ก็พุ่งตัวเข้าหาเซี่ยซีหาน ร่างของพวกเขาเร็วมาก


แต่ปัญหาเล็กๆ ของพวกเขาคือ... พวกเขายังประมาทเซี่ยซีหานเกินไป


เซี่ยซีหานพุ่งตัวลงจากต้นไม้ หลบการโจมตีจากหลายด้าน เขาดูชำนาญและไม่เงอะงะอย่างที่แล้วมา ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะผ่านประสบการณ์ต่อสู้ใหญ่ๆ มาแล้วถึงสองครั้ง นอกจากนั้นเขายังเต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย ต้นไม้ ป่า ผืนดินเป็นใจให้กับเซี่ยซีหานเสมอ มันเลื้อยร้อยรัดและสร้างความรำคาญให้เหล่านักรบหกดาบอยู่ตลอด


จนสองผู้วิเศษจำต้องออกปากและพูดว่า "!ผู้ฝึกสองเส้นทาง" อย่างประหลาดใจ เพราะกระบวนท่าและทักษะการต่อสู้ด้วยดาบของเซี่ยซีหานนั้น ยอดเยี่ยมมาก


และในจังหวะนั้นเอง ก็มีนักรบหกดาบคนหนึ่ง ตกหลุมอุบายง่ายๆ ของเซี่ยซีหาน


เขาสาวเท้าเข้าหาเซี่ยซีหานจากด้านหลัง เพื่อแอบฟาดดาบสังหารในมุมอับสายตาอย่างสุดแรง แต่ปัญหาของท่าสังหารที่นักรบหกดาบผู้นี้เลือกใช้คือ รากฐานของการวางเท้าจำต้องหนักแน่นจึงจะส่งกำลังดาบสังหารได้ดีที่สุด แต่ในช่วงที่เขาโถมก้าวเท้าจะเข้าสังหารเซี่ยซีหานนั้น ที่ที่เขาจะเหยียบหยั่งเท้า อยู่ๆ ก็กลายเป็นหลุมลึก เขาเสียจังหวะในทันที


ใบหน้านักรบหกดาบแฝงความตกตะลึง ดาบไม้ของเซี่ยซีหานที่ลุกไหม้ก็พาดผ่านลำคอของเขาอย่างพอดิบพอดี หลังเซี่ยซีหานหมุนตัวตวัดดาบ


ฉีเยี่ยนและฮุ่ยเฟินต่างแผดเสียงด่าคนของตัวเองว่าไอ้โง่ บอกว่ามันเป็นผู้วิเศษอย่าได้ประมาท พวกเจ้าคิดว่ามันเป็นแค่นักรบโง่ๆ อย่างเช่นพวกเจ้าอย่างงั้นเหรอ


และนี่คือปัญหาของนักรบส่วนใหญ่ พวกเขามีประสบการณ์ต่อสู้กับผู้ฝึกฝนสองเส้นทางจำนวนน้อย


หากเซี่ยซีหานเป็นเพียงผู้วิเศษ เมื่อถูกเหล่านักรบประชิดตัว เขาจะลนลานมากกว่านี้ และอาจจะเปิดเผยจุดอ่อนสำคัญของตัวเองโดยเร็ว


แต่เซี่ยซีหานเป็นผู้เดินบนเส้นทางนักรบด้วย ดังนั้น เขาจึงไม่กลัวการที่นักรบในขอบเขตเดียวกันประชิดตัวของเขา และเขาอาศัยพลังวิเศษชิงความได้เปรียบได้โดยง่าย


แต่เซี่ยซีหานก็รู้ดีว่า เขาไม่มีเวลาเล่นมากนัก และสองผู้วิเศษกับสี่นักรบหกดาบที่เหลือ คงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่ๆ ดังนั้น เขาจำต้องทำเวลาและเล่นงานจุดสำคัญของฝั่งตรงข้าม


ในตอนนี้คนที่เซี่ยซีหานคิดว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือ 'ฉีเยี่ยน' ความสามารถในการปลุกศพให้ลุกขึ้นกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งแบบนี้น่ากลัวเกินไป


!อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


เสียงแผดร้องดังก้องป่า โดยที่ฉีเยี่ยนมีใบหน้าประดับรอยยิ้มพอใจมากที่สุด


เหล่าศพที่เขาปลุกชีพขึ้นมาพร้อมใช้งานแล้ว พวกมันแผดเสียงพร้อมกัน พร้อมพุ่งเข้าหาเซี่ยซีหาน ดาบที่เป็นเปลวเพลิงของเซี่ยซีหานตวัดฟาดพวกมัน ตัดร่างของพวกมันขาดอีกครั้ง แต่ร่างที่ถูกตัดขาดเหล่านั้น เพียงอีกไม่กี่สิบอึดใจ เพลิงสีเขียวจากนรกก็เชื่อมโยงร่างกายและเนื้อหนังส่วนที่ขาดมาประสานกันได้อีกครั้ง


ตอนนี้เซี่ยซีหานรับรู้แล้วว่า ต่อให้ฆ่าพวกมันไปมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด


แต่แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่ในใจลึกๆ ของเซี่ยซีหาน ดูจะไม่เป็นกังวลแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ได้ต่อสู้กับอมนุษย์ต้าเจิงที่มีระดับชนชั้นเหนือกว่าตัวเอง เซี่ยซีหานก็พบว่า หัวใจและจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น ปัญหาที่ยิ่งใหญ่และยากลำบากกว่านี้ยังผ่านมาได้ ทำไมปัญหาเล็กๆ แบบนี้เขาจะผ่านไม่ได้ล่ะ


นอกจากนั้นเซี่ยซีหานยังรู้ว่า ศพที่อาบด้วยเพลิงสีเขียวนี้แม้มันจะเป็นอมตะ แต่ความเร็วของพวกมัน กระบวนท่าที่พวกมันใช้ กับเชื่องช้าเหมือนกับเต่าในสายตาของเซี่ยซีหาน ดังนั้น มันจึงไม่มีผลลัพธ์ใดๆ ที่น่าหวาดกลัว ตอนนี้หากเขาต้องการหนีก็หนีได้โดยง่าย


เพียงแต่... เขาไม่คิดจะหนีก็เท่านั้น


มือข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานเขาล้วงเข้าไปหยิบเหรียญอาคม เหรียญอาคมเหรียญแรกคือ 'ผู้ไร้เสียง' เหรียญอาคมเหรียญที่สองคือ 'มายาแห่งแสง' ซึ่งคือชื่อความสามารถที่ใช่เล่นแสงซ่อนตัวของเคอซวน


เซี่ยซีหานพุ่งตัวเข้าหาฉีเยี่ยนผู้วิเศษแท้จริง ที่มีพลังวิเศษบนเส้นทางแห่งความตาย ที่ตอนนี้เขากำลังควบคุมเหล่าซากศพ ให้ซุ้มรุมโจมตีเซี่ยซีหานอยู่


โดยด้านหลังของเซี่ยซีหานมีซากศพที่มีเปลวไฟสีเขียวลุกทั่วตามติดเป็นขบวนใหญ่ ซากศพเหล่านี้ต่างจากซอมบี้หรือ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' ที่เซี่ยซีหานเคยพบเจอ นั่นเพราะพวกมันคล้ายมีสติปัญญาของเดิมคงอยู่ และพวกมันต่างโจมตีเซี่ยซีหานด้วยกระบวนท่าและท่าทางของนักรบผู้ชำนาญ


แผ่นดินแตกร้าวเป็นระยะระยะ พร้อมต้นไม้ระเบิดตลอดทาง จากการโจมตีที่ไม่เข้าเป้าของเหล่าซากศพที่ถูกปลุกจากความตาย ร่างของเซี่ยซีหานพลิ้วไหวหลบได้ในจังหวะเหมาะสมตลอด โดยการใช้พลังวิเศษเสริมความได้เปรียบ ในการควบคุมต้นไม้และพื้นดินให้เป็นใจกับตัวเอง


หลังจากหลบหนีวุ่นวาย ในที่สุดเซี่ยซีหานก็หาจังหวะได้ เขาใช้ต้นไม้กิ่งหนึ่ง ม้วนโน้มกิ่งลงมาที่พื้น และช่วยดีดตัวเขาเข้าหาฉีเยี่ยน


"เจ้าหนูมันไม่ง่ายแบบนั้นหลอก" เสียงของฉีเยี่ยนฟังดูอวดดี


สี่นักรบหกดาบที่มีชีวิตปิดกั้นฉีเยี่ยนที่ด้านหน้า สองมือของฉีเยี่ยนปรากฏวงเวทย์สีเหล็ก ก่อนที่ด้านหลังของเขาจะมีปีศาจใบหน้าดุร้ายหกแขนปรากฏออกมา ใบหน้าของปีศาจตนนี้มองดูดีๆ คล้ายแพะที่น่าหวาดกลัว และเมื่อดวงตาของแพะตัวนี้มองสาดส่องไปที่นักรบหกดาบ ร่างของนักรบหกดาบทั้งสี่ที่กายเนื้ออยู่ๆ พลันเงาวาวและดำขึ้น ร่างของพวกเขากลายเป็นเหล็ก!


ปัง เปล้ง เปล้ง เสียงปะทะของเซี่ยซีหานกับนักรบหกดาบทั้งสี่ดัง ร่างของเซี่ยซีหานกระเด็นถอยหลัง ตอนนี้เขารับรู้แล้วว่า นักรบหกดาบทั้งสี่คนที่เหลือ ไม่เพียงแต่ร่างกายเป็นเหล็ก แต่พวกเขายังดูคล้ายกับว่า มีพลังเพิ่มขึ้นเท่าตัวอีกด้วย


'ไอ้เจ้านี่มันเป็นผู้วิเศษสายซัพพอร์ตชัดๆ ว่าแล้วทำไมตอนไล่ล่าถึงไม่ค่อยลงมือ' เซี่ยซีหานบ่นในใจ ในขณะร่างลอยละลิ่วเข้าหาเหล่าซากศพ ที่ตอนนี้ต่างจับดาบตั้งท่าจะฟันเซี่ยซีหาน ร่างของเซี่ยซีหานใกล้กระทบพื้น ใบหน้าของพวกมันเหล่าซากศพ ปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายได้ด้วย มันเห็นเซี่ยซีหานเป็นเยื่อ


เซี่ยซีหานเห็น 'ขนาดตายแล้วยังกล้ายิ้มอย่างน่ารังเกียจได้อีก' ร่างของเซี่ยซีหานกลายเป็นคล้ายผลึกแก้วสีน้ำเงิน ก่อนพลังวิเศษของตัวเขาจะระเบิด รอบตัวในรัศมีราวยี่สิบเมตรร่างของเหล่าซากศพแข็ง


แต่แม้เหล่าซากศพจะแข็ง แต่ไฟสีเขียวก็ยังระอุและมองเห็นได้อย่างชัดเจน เซี่ยซีหานเริ่มกระโดดออกจากวงล้อม แม้เขาจะทำให้เหล่าซากศพที่ถูกปลุกแข็งเป็นรูปปั้นได้บางส่วน แต่การระเบิดพลังวิเศษจำนวนมากก็ไม่น่าจะใช่วิธีที่ถูกต้องและทำได้บ่อยหนัก


"มันกำลังคิดจะหนี ท่านฮุ่ยเฟินช่วยข้าทำลายน้ำแข็งที่ผนึกเหล่าซากศพนั่นที" ด้านหลังฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาปรากฏดอกไม้สีแดงเพลิง กิ่งก้านของมันกลายเป็นแส้ไฟ ฟาดไปที่เหล่าซากศพที่ถูกผนึกเป็นน้ำแข็ง


แพะปีศาจหกแขนที่ปรากฏอยู่ด้านหลังฉีเยี่ยน ตอนนี้สายตาของมันมองไปที่เหล่าซากศพ ที่มีเปลวเพลิงสีเขียวจากนรกลุกไหม้ ร่างเหล่าซากศพตอนนี้กลายเป็นเหล็กแทบทั้งหมด ฉีเยี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและกรีดร้องว่า เจ้าไม่มีทางหนีรอด เหล่าซากศพโจนทะยานเร็วขึ้นเท่าตัว


ร่างของเซี่ยซีหานกระโดดไปมา โดยนอกจากมีเหล่าซากศพไล่ล่าแล้ว แม้แต่สี่นักรบหกดาบก็ตีวงล้อมดักทางเซี่ยซีหานจากสี่ทิศทางด้วย กะไม่ให้เซี่ยซีหานหนีวงล้อมแห่งความตายนี้ได้


แต่ในสถานการณ์ที่ดูคล้ายจะเสียเปรียบนี้...

คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน