ท่านชายฑกาณและท่านหญิงธาราต่างจ้องมองบุหงาเป็ตาเดียวก็่เย็นเมื่อวานยังคุยกันสนุกสนานอยู่เลย แต่เวลานี้กลับนอนนิ่งไม่ได้สติ
ดาวที่เก็บความข้องใจเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติที่สังเกตได้ไว้เพียงลำพังแต่กระนั้นก็ต้องหาคำตอบให้ได้โดยเร็วที่สุด และคนสูงศักดิ์ทั้งสองนี่แหละที่จะช่วยได้
“ในราชสถานมากมายด้วยดอกไม้นานาพรรณ บุหงาคงไม่ทันได้ระวัง”
“มันดูน่ากลัวจริง ข้าไม่เคยเห็นแบบนี้เลยนะพี่หญิงเพราะต้นไม้ใหญ่พุ่มไม้เล็กข้าก็มุดเล่นมาหมดแล้ว” ท่านหญิงธาราดวงหน้าใสซื่อพูดตรง “เว้นก็แต่..” ดาวตั้งตารอฟัง
“ที่ไหนรึท่านหญิง” ท่านชายฑกาณลูบหัวน้องหญิงอย่างขอบใจที่รู้ว่าเ้าเสียงใสยังจำได้เสมอถึงคำเตือนของตนก่อนจะเป็ฝ่ายตอบ
“เขตเพาะพันธุ์ต้นยา อยู่ด้านหลังราชสถาน”
“เขตเพาะพันธุ์ต้นยา” ดาวทวนคำ
“เขตนั้นหวงห้ามไม่ให้คนเข้าไปพลุกพล่านเพราะมีต้นยาหลายชนิดที่เป็อันตรายต่อิั ทั้งยังมีสารพัดสัตว์ป่าที่อาจเป็อันตรายถึงชีวิตแต่ก็ต้องเพาะพันธุ์ไว้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคบางอย่าง ซึ่งหมอหลวงไคนิลก็ควบคุมดูแลอย่างดี”
“หมอหลวงคงต้องทำงานหนักเอาการถึงว่าล่ะ..เมื่อเช้ายังบ่นอยู่เลยว่าลูกมือที่มีอยู่สอนไม่ค่อยจำ”
“หมอหลวงเองก็มอบให้บุตรสาวดูแลงานอยู่บางส่วน คือดูแลพวกต้นยาที่เพาะพันธุ์ใหม่แต่ก็อย่างว่าล่ะ..รู้อยู่ว่านางไม่รักในทางนี้ อีกอย่าง..เ้าอย่าถือสานนิลเลยนะ ถึงนางจะเป็คนเอาแต่ใจและดื้อรั้นอย่างที่สุดแต่อย่างมากก็แค่โวยวายเสียงดังเท่านั้นเอง” คนฟังอมยิ้มเมื่อรู้สึกว่าเห็นถึงความอาทรลึกซึ้งบางอย่างในแววตาคู่นั้น
คงสนิทกันมาก
“เสียงออกจะแสบแก้วหู แถมเอาแต่ใจที่สุด..ข้าล่ะไม่ชอบเลย” คนเป็พี่รีบหันมาติง
“น้องก็รู้ไม่ใช่รึว่าพี่นนิลเขาเป็คนอย่างนั้นเอง น่าสงสารพี่เขาออกนะ ขาดแม่ั้แ่ยังเล็กหรือเ้าลืมแล้ว”
“ข้าเข้าใจท่านพี่ แต่ว่า..”
“ท่านแม่สอนให้เ้าเป็คนที่มีจิตใจงดงาม โอบอ้อมอารีนะ ยังจำได้ใช่ไหม”
“ข้าจำได้ท่านพี่ ข้าจะดีกับพี่นนิล”
“ดีมาก อย่างนี้สิถึงจะสมเป็น้องพี่” แล้วท่านชายก็หันมาทางดาว“นนิลกำพร้าแม่ั้แ่ยังเล็กน่ะ หมอหลวงไคนิลก็งานยุ่งไม่ค่อยมีเวลาดูแลส่วนชานิลเองก็มีภาระหน้าที่มากมาย นางจึงเป็คนดื้อรั้นและเอาแต่ใจ” คนฟังได้แต่ยิ้มรับน้อยๆ
“ข้าเข้าใจท่านชาย น่าเห็นใจนาง” แต่ถึงจะเข้าใจดีแค่ไหน‘นนิล’ ก็คือคนที่แสดงออกชัดว่าไม่ชอบหน้าตนจึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็ฝีมือของนาง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามชีวิตที่ยังสนทนากันอยู่จึงหยุดลง ท่านหญิงธาราร่างเล็กคล่องแคล่วเผลอแป๊บเดียวปรี่ไปอยู่หน้าประตูเสียแล้ว
“ไม่เป็ไรพี่หญิง ข้าเปิดเอง” มือน้อยๆ พลักบานประตูออกไปก็พบกับดาหวันนางรับใช้พี่เลี้ยงของตนยืนนอบน้อมอยู่หน้าห้อง
“มีอะไรหรือพี่ดาหวัน ตอนแรกที่ข้าชวนให้มาด้วยกันก็ไม่ยอมมา”
“คือ..นางเมืองมาที่นี่เ้าค่ะ”
“ท่านแม่” ท่านหญิงธาราถลาเข้ากอดคนเป็มารดาด้วยความดีใจนางเมืองรังเรขโน้มไปเชยชมแก้มใสอย่างรักใคร่
“เ้ามาซุกซนอะไรแถวนี้”
“ข้าไม่ได้มาซนนะท่านแม่ ข้ามาเยี่ยมพี่บุหงานางในของพี่หญิงนางถูกผึ้งตัวใหญ่ต่อยจับไข้ยังไม่ฟื้นเลยเ้าค่ะ อาการดูแย่” รีบสาธยายทันควัน จนคนฟังถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“ท่านแม่” ท่านชายฑกาณรีบลุกไปต้อนรับ ดาวเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยเพราะไม่คิดว่านางเมืองให้เกียรติมาที่นี่ด้วยตนเอง
บุตรชายและบุตรสาวเข้าประคองซ้ายขวามารดาอย่างเอาใจนางเมืองมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรู้สึกคุ้นตา รู้สึกคุ้นเคยกับดวงหน้าเช่นนี้รอยยิ้มหวานๆ ที่เห็นแล้วต้องหยุดมอง
“ข้าได้ยินว่านางในของเ้าป่วยหนัก”
“เ้าค่ะ”
“เลยทำให้เ้าได้เป็ผู้ช่วยหมอหลวงไปเสียอย่างนั้นนะ” ดาวหน้าเจื่อนทันตาเห็นกับคำทักเชิงล้อของนางเมือง ท่านชายฑกาณและท่านหญิงธาราถึงกับฉงน
“ข้าพอมีความรู้เื่ต้นยาและสูตรสมุนไพรอยู่บ้างหมอหลวงไคนิลเห็นว่าเป็การดีเลยขออนุญาตท่านชาย”
“ทันวาก็กระไรนักเชียวไม่รู้นึกอะไรขึ้นมาถึงได้อนุญาตให้เ้าเป็ผู้ช่วยหมอหลวงข้ายังอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นสีหน้าปั้นยากคล้ายปวดท้องหนักของหมอหลวงไคนิลที่มารายงานต่อข้าและองค์เมืองเื่นี้”
“นี่พี่หญิงได้เป็ผู้ช่วยหมอหลวงแห่งราชสถานเชียวรึ เก่งจริง”
“ข้าชักอยากเห็นหน้าหมอหลวงไคนิลเสียแล้วสิ”
เสียงหัวเราะคิกคักจากสองพี่น้องที่เหมือนได้ฟังเื่ถูกใจแน่ล่ะ..ปกติแล้วหมอหลวงไคนิลจะยิ้มเริงร่าในทุกสถานการณ์ อารมณ์ดีเกินเหตุในทุกสถานที่ ท่านพี่ทันวาเก่งเหลือเกินที่ทำให้หมอหลวงหุบยิ้มลงได้บ้างเพราะเสียงหัวเราะ ฮ่าๆๆๆ เป็เอกลักษณ์ของหมอหลวงไคนิลคนเก่งคงเลิกหัวเราะไปหลายวัน
“ที่เ้ารับตำแหน่งผู้ช่วยหมอหลวงเป็เพราะทันวาบังคับรึไม่หากเป็เช่นนั้นข้าจะได้จัดการ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะนางเมือง ข้ากลับเต็มใจเสียด้วยซ้ำที่จะได้นำความรู้ที่ศึกษามาใช้ให้เป็ประโยชน์กับคนที่นี่”
“น้ำใจงามแท้ ถ้าเป็เช่นนั้นข้าก็เบาใจ แต่หากเ้าขัดข้องสิ่งใดก็ให้บอกมา..ไม่ต้องเกรงใจ”
“เ้าค่ะ”
“ฮืม! สมุนไพรรสดีที่ทันวาสั่งมาจากอัครธานีเ้าพอจะรู้ไหมว่าเป็ของใคร”
“ของ..ของข้าเองเ้าค่ะ” คนฟังถึงกับยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ดีจริง วาสนาเราต้องกันนะ สมุนไพรรสดีของเ้าถูกใจข้ามาก อย่างนั้นคงต้องให้เ้าช่วยดูแลเื่สมุนไพรบำรุงร่างกายให้ข้าแล้วล่ะ”
“ข้ายินดีอย่างยิ่งเลยเ้าค่ะ”
ร่างโปร่งเพรียวที่มีท่าทีหงุดหงิดอยู่ที่ระเบียง คอยผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายสิบหนแถมมือไม้ยังก่ายเกาไปทั่วตัว ริมฝีปากขยับบ่นเพื่อนชายสูงศักดิ์ที่ไม่รู้ไปไหนเสียเนิ่นนาน
“บ่นอะไร นนิล” คนรอหันพรืดมาต่อว่า
“เ้าไปไหนมาน่ะ ข้ารอนานนนนนมาก” แล้วก็รีบปรี่เข้าไปข้างในทิ้งกายกับฟูกหนานุ่มท่าทางหยุกหยิกคันหนักของนางทำให้อีกฝ่ายต้องเข้ามาดูใกล้ๆ
“นี่เ้าไปทำอะไรมา เกาจนขึ้นผื่นแดงไปหมดแล้ว”
“ก็พ่อน่ะ ให้ไปรดน้ำต้นยาที่เพาะใหม่แต่เช้าตรู่เชียว ข้ายังง่วงอยู่แท้ๆก็เลยไม่ทันระวัง”
“แพ้ต้นยามาอีกแล้วสิ”
“คงอย่างนั้น” เ้าหล่อนยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ แต่อีกฝ่ายไม่คิดอย่างนั้นเข้ามาดึงร่างคนคันยิกให้ไปอาบน้ำล้างตัว
“ทำไมต้องอาบด้วยล่ะ แค่ทายาก็หายแล้ว”
“ไม่ได้ จะทายาได้อย่างไรก็เ้าไปคลุกต้นยามาทั้งตัวเช่นนี้”
“อย่างนั้นข้าไม่ทายาแล้วก็ได้ ถ้าไม่ทายาก็ไม่ต้องอาบน้ำใช่ไหม” ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับคำพูดข้างๆ คูๆ ของเพื่อนสาว
“ไม่ได้ เ้าต้องทำทั้งสองอย่าง อาบน้ำแล้วค่อยยาทา เร็วเข้านนิล”
“ไม่เอา! ไม่อาบ”
“ไปอาบเดี๋ยวนี้”
สองร่างต่างยื้อยุดฉุดกันไปมา ชายหนุ่มคว้าตัวคนเ้าอารมณ์ขึ้นพาดบ่าแบกลิ่วๆไป โดยไม่สนใจเสียงโวยวายและอาการดิ้นขลุกขลัก เพราะถึงอย่างไรคงไม่พ้นมือเขาไปได้และที่สำคัญ..
คนอะไรตัวเบาชะมัด
“อาบน้ำเดี๋ยวนี้ ถ้าเ้าไม่อาบ ข้าจะอาบให้เอง”
“ก็เอาสิ จะบังคับข้ารึไง” แน่นอนว่าแค่ท้าทายไม่ได้ถือเป็สาระอะไร หากแต่อีกฝ่ายกลับเข้าจู่โจมถึงตัว
“เ้าจะทำอะไร!”
“จะถอดเสื้อผ้าเ้าไง”
“ใจคอจะอาบน้ำ..ให้จริงๆ ..” ชายหนุ่มยื่นหน้ามาประชิดคนหน้านิ่งๆ เวลามีรอยยิ้มมุมปากดูกวนประสาทพิลึก
“จะลองไหมล่ะ” นนิลถึงกับอึ้งรู้สึกตัวร้อนวาบขึ้นมาทันที เพราะฟังแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ใช่แค่คำขู่แน่นอน
“บ้า! จะอาบเดี๋ยวนี้ล่ะ เ้าออกไปก่อน”
มือเล็กๆ รีบดันคนตัวโตออกห่าง และปิดประตูทันทีเมื่อร่างนั้นพ้นไปทีนี้ถึงกับต้องกลับมาเป่าลมออกปากอย่างโล่งอก หนำซ้ำยังต้องยกสองมือขึ้นกุมหน้าอกเพราะกลัวว่าหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตอนนี้มันจะกระเด็นออกมา
คนบ้า! ถึงจะสนิทกันแค่ไหนแต่จะอาบน้ำให้ข้าเนี่ยนะ
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินเสียงคนข้างในฟังคล้ายมีปลาชะโดตัวใหญ่ตีน้ำเกยตื้นอยู่ไม่เนิ่นนานสำหรับการรอคอยเ้าชะโดเล่นน้ำ แว่วเสียงลั่นๆ บอกให้ช่วยเปิดประตูให้ทีจึงลุกไปทำตามนั้นแล้วก็ต้องหลุดหัวเราะขำเมื่อเห็นเพื่อนสาวพันตัวด้วยผ้าขนนุ่มผืนใหญ่ออกมาราวกับดักแด้ั์
“ไม่ต้องหัวเราะเลยนะฑกาณ เป็เพราะเ้านั่นล่ะ”
“นี่ข้าช่วยเ้านะ จะได้หายคัน”
“ช่วยให้เสียเวลาสิไม่ว่า”
ความหวังดีของเขากลับได้อาการค้ำค้อนแง่งอนเป็รางวัลตอบแทนชายหนุ่มคว้าชุดเสื้อผ้าของนางไปสะบัดฝุ่นออกแล้วผึ่งแดดไว้ หันกลับมาอีกทีก็เห็นชะโดตัวใหญ่ที่กลายเป็ดักแด้ั์นอนกลมนิ่งอยู่บนฟูก
อะไรกัน! เพิ่งอาบน้ำอย่างสดชื่นแท้ๆน่าจะตาสว่าง ดันง่วงหาวได้ น่าอ่อนใจจริงๆ ไม่วายต้องรีบมาดึงตัวให้ลุกขึ้น
“อะไรอีกล่ะ เ้านี่ยุ่งจริง”
“นอนได้อย่างไร ยังไม่ได้ทายา”
“โอย! ไม่ทาแล้วยาน่ะ ข้าจะนอน”
“นนิล!” ทันทีที่ปล่อยมือเ้าดักแด้ั์ก็ทำท่าจะล้มนอนไปอีก
“ไม่ได้ ลุกมาเดี๋ยวนี้”
“ข้าไม่ได้เอายามา”
“แต่ข้ามียา”
นั่นไงล่ะ...
“เอ้าๆ ก็ได้ๆ เร็วหน่อยนะ ข้าเริ่มง่วงแล้ว พ่อนะพ่อให้ตื่นมาแต่เช้าแค่เพราะห่วงต้นยาข้าล่ะเชื่อเลย” เมื่อเสียงแ่ลง ตาก็เริ่มปรือตาม ชายหนุ่มถอนใจยาวก่อนเดินไปหยิบยา
“มา เอาแขนมา”
นนิลยุกยิกบิดตัวก่อนชักแขนข้างหนึ่งออกให้
“นี่เ้าอาบน้ำยังไงกัน ยังดำๆ ด่างๆ อยู่เลย”
“ดำๆ ด่างๆ ที่ไหนเล่า มันแดงต่างหาก เ้าดูให้ดีสิ..ข้าเกาจนแดงไปหมดแล้ว”
แน่ะ! ยังจะมาเถียงอีก เห็นอยู่ว่าเป็คราบดินจากต้นไม้ชัดๆ ชายหนุ่มนิ่วหน้าก่อนค่อยๆลูบไล้ผิวเนียนอย่างเบามือ แต่ผิวนิ่มดีจริง
“เอาแขนอีกข้างมา” เ้าของแขนที่ยื่นออกมาเวลานี้หลับตาพริ้มเสียแล้วและที่ยังนั่งอยู่ได้ก็เป็เพราะแรงรั้งจากคนที่ตั้งใจทายาให้ พออีกฝ่ายปล่อยมือเท่านั้นล่ะก็เอนหงายลงไปกับฟูกทันที
“นนิล” เรียกทั้งๆ ที่เ้าตัวคงไม่ได้ยิน “หลับไปจนได้”
ทายาทหนุ่มยืนมองคนหลับไปด้วยจิตเสน่หา เผลอผุดความคิดชั่วแล่นว่า..ภายใต้ผ้าห่มหนานั่นคือเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนที่กำลังหลับ
“ข้าจะทำยังไงกับเ้าดีนะ” คงทำได้เพียงก้มจูบที่หน้าผากเบาๆริมฝีปากอุ่นดูดสับความหอมหวานจากผิวใสทั่วใบหน้า อยากจะไล่ััลงมาเรื่อยๆก็ต้องหักห้ามใจ เพราะแน่นอนว่าขืนแตะต้องอะไรไปมากกว่านี้เขาต้องห้ามตัวเองไม่อยู่แน่นอน
ปล่อยให้หลับไปอย่างนี้ล่ะ