บ้านพักของดร๊อกป้าและอาโป
ดร๊อกป้านั่งพิงกำแพงพลางมองชายสามคนแปลกหน้าที่กำลังครื้นเครงในบ้านพักอันคับแคบนี้
ชายร่างผอมสูงท่าทางดูเหลาะแหละ ลากู ชายหนุ่มหัวล้านที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม โอบง และตวน ชายร่างอ้วนที่เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วห้อง
“เป็ไงอร่อยใช่ไหม กินอีกสิอาโป” ตวนพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ขณะส่งยิ้มกว้างไปในชายหนุ่มผมขาว
อาโปที่ปกติใบหน้าจะขาวซีด แต่ตอนนี้กลับดูแดงก่ำเล็กน้อย หยิบหนอนตัวเล็กจากชามที่วางอยู่บนพื้นเข้าปาก และเคี้ยวอย่างตั้งใจ
แมลงที่พวกเขากินนั้นผ่านการทอดอย่างพิถีพิถันจนมีรสชาติที่อร่อยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องปรุง
แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ดร๊อกป้าก้มมองพื้น นอกจากชามที่ใส่แมลงทอดแล้ว ยังมีขวดหลายขวดวางกระจัดกระจาย ส่งกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ออกมา
เขามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย หวนนึกย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ทำให้บ้านพักเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็แบบนี้
่เที่ยงวันลากูได้บอกว่าพวกเขาว่าตอนเย็นจะนำมื้อเย็นมาให้ แต่พอถึงเวลา มื้อเย็นนั้นกลับไม่ใช่มื้อเย็นธรรมดาเพราะมีคนอีกสองคนติดตามมาด้วยข้าวของเต็มมือ พร้อมให้เหตุผลว่าจะมาฉลองที่พวกเขาได้เข้าฝ่ายลงทัณฑ์
“เฮ้ ดร๊อกป้า เ้าไม่ดีใจหรือไง อย่าทำหน้านิ่งแบบนั้นสิ มาฉลองกันอีกแก้ว โอ๊ะ! ข้าลืมไปว่าคนเจ็บดื่มเหล้าไม่ได้”
ว่าแล้วเสียงหัวเราะของตวนก็ดังลั่น ดร๊อกป้าทำได้เพียงพยักหน้ายิ้มแหยๆ ใช่แล้ว เขาคือคนเดียวในห้องนี้ที่ไม่ได้ดื่มแม้แต่หยดเดียว
แต่อาโปกลับเป็ตรงกันข้าม เขาดื่มหนักที่สุดในกลุ่มเสียด้วยซ้ำ หลังจากยัดแมลงทอดเข้าปาก อาโปเปิดขวดเหล้าอีกขวด
“ป๊อก” ตามมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ที่แผ่ซ่านไปทั่ว
ลากูจิบเหล้าจากแก้วของเขาก่อนจะหันไปตบบ่าโอบง
“โอบง เ้ายอมแพ้อาโปไม่ได้! ชนะด้วยกำลังไม่ได้ก็ต้องชนะด้วยการดื่ม นี่แหละคือวิถีของลูกผู้ชาย!”
โอบงที่เริ่มมึนเมาเงยหน้าขึ้นพร้อมประกาศเสียงดัง
“ข้าเป็ลูกผู้ชาย…เป็ลูกผู้ชายยย!”
ดร๊อกป้ากลอกตาเบาๆ พลางมองภาพชายสามคนที่นั่งหัวเราะกันอย่างเมามาย ภาพเหล่านี้ชวนให้เขาเหนื่อยหน่ายจนต้องถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“กินขวดนี้แล้วพวกท่านก็กลับบ้านได้แล้ว นี่มันก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้พวกเรายังมีงานต้องทำ”
คำพูดของเขาเรียบง่าย ทว่าคล้ายจะไม่มีน้ำหนักในหมู่คนเมา
“ไม่ต้องห่วง! พวกข้าไหวอยู่แล้ว!” ตวนรีบตอบกลับด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
ลากูหัวเราะเบาๆ ก่อนจะแย้มยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย สายตาเขาหันไปมองตวน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ข้าไม่ไหวแล้วพี่ตวน… ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากกลับบ้านละสิ? กลัวพี่สะใภ้ไม่ให้เข้าบ้านละสิ! เห็นโอบงเล่าว่านางโมโหท่านใหญ่เลยนี่”
“ช่าย! โมโหท่านใหญ่เลยย!” โอบงรีบสนับสนุน พลางหัวเราะเสียงแปลกๆ ตอนนี้เขาเมาจนภาพลักษณ์ขี้อายหายไป
คำพูดของลากูทำให้รอยยิ้มของตวนแข็งค้างไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาหดเล็กลง ทว่าใบหน้ายังคงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเช่นเดิม
“พวกเ้าจะรู้อะไร? พอข้ากลับไป นางจะเปิดประตูให้อย่างรวดเร็วแทบจะไม่ทันด้วยซ้ำ!”
คำพูดอวดอ้างของตวนจบลงพร้อมเสียงหัวเราะเยาะจากทุกคนในวงยกเว้นอาโปที่กำลังเทเหล้าลงแก้วของตัวเอง
ท้ายที่สุด การกินดื่มก็สิ้นสุดลงเมื่อขวดเหล้าขวดสุดท้ายหมด ทุกคนไม่ว่าจะเมามากหรือน้อยต่างช่วยกันเก็บกวาดเศษซากที่กระจัดกระจายก่อนจะแยกย้ายกันออกไป ทิ้งไว้เพียงดร๊อกป้าและอาโปในกระท่อมที่กลับมาสงบอีกครั้ง
ดร๊อกป้าทิ้งตัวลงบนพื้นไม้แข็งๆ พลางหันมองอาโปที่หลับใหลไปแล้ว เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายชวนให้อดอิจฉาไม่ได้ ดร๊อกป้าหลับตาลง ทว่าภาพเหตุการณ์ทั้งวันกลับวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้เขาไม่อาจเข้าสู่ห้วงนิทราได้
ั้แ่เช้าจรดเย็น วันนี้เป็วันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าหนักใจและเปี่ยมด้วยความพลิกผัน เริ่มต้นด้วยการบุกเข้ามาของชายกลุ่มหนึ่ง พวกเขานำความสับสนและคำถามมากมายมาสู่ดร๊อกป้า ทว่าท้ายที่สุด ความจริงที่ถูกเปิดเผยกลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของมิตรภาพใหม่
‘พวกเขาเป็คนดี…’ ดร๊อกป้าคิดในใจ ขณะที่หัวใจอุ่นขึ้นเล็กน้อย
แต่แล้ว ความรู้สึกผ่อนคลายนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อนึกถึงงานส่วนตัวที่บัลคามอบหมายให้ ดร๊อกป้าก็พลันปวดขมับ
เขาอยากให้เด็กสาวฟื้นขึ้นมา แต่ก็ไม่อยากให้อัสมะทานผลไม้์เพื่อกลายเป็ผู้ควบคุมธาตุ
หนึ่งชีวิตที่อาจต้องแลกด้วยชีวิตของใครอีกหลายคน
เพราะงั้นได้แต่ภาวนาให้โอสถสามารถทำให้เธอฟื้นขึ้นมา ให้เื่ราวทั้งหมดจบลงอย่างมีความสุข
…
เมื่อดร๊อกป้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เป็เช้าวันใหม่ ภาพแรกที่เขาเห็นคือชายหนุ่มผมขาวกำลังนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับร่างกายที่เปลือยเปล่า
‘อีกแล้วเหรอ…’
ดร๊อกป้าคิดขณะลุกขึ้นพลางยืดเส้นสายอย่างไม่เอ่ยกล่าวอันใด สิ่งใดที่เห็นก็เห็นจนชินไปหมดแล้ว เขาหยิบเสื้อขึ้นมาใส่อย่างไม่รีบร้อนก่อนจะหยุดชะงักลง ก่อนกล่าวขึ้น
“เอ๊ะ! ข้าถอดเสื้อไปั้แ่เมื่อไหร่ เ้าแอบถอดเสื้อข้าหรืออาโป”
ชายหนุ่มผมขาวที่ถูกกล่าวหาเงยหน้าขึ้นมอง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ข้าไม่ได้ทำ เ้าเป็คนถอดเอง”
ดร๊อกป้าทบทวนเหตุการณ์ในหัวครู่หนึ่ง ก่อนจะต้องยอมรับความจริงอย่างจนใจว่า เขาเป็คนถอดเสื้อเองจริงๆ
นี่มันอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา? ทำไม่นี้เขาถึงมีนิสัยชอบถอดเสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว? เมื่อวานก็เพิ่งถอดลงเล่นในลำธารอย่างไม่คิดอะไร พอตกกลางคืนก็เผลอถอดอีกโดยไร้สาเหตุ หรือว่า…เขาไม่ได้แค่ชินกับการเห็นอาโปในสภาพนั้น แต่กลับกำลังซึมซับพฤติกรรมเ่าั้มาโดยไม่รู้ตัวเสียเอง
ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวทำให้ดร๊อกป้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสน และยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเื่นี้ช่างน่าขันและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน
สีหน้าของดร๊อกป้าปั้นยากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ดร๊อกป้าถอนหายใจลึก ก่อนเดินไปเปิดประตู เผยให้เห็นชายร่างสูง ใบหน้าซีดเผือดแต่ดวงตาคมปลาบมองตรงมาที่ดร๊อกป้า เขาคือยามที่เฝ้าอยู่หน้าอาคารของฝ่ายลงทัณฑ์
ชายแปลกหน้ากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ท่านบัลคาสั่งข้ามาบอกพวกเ้าว่าให้ไปพบเขาที่ฝ่ายลงทัณฑ์”
ดร๊อกป้าพยักหน้า เอ่ยว่า
“ข้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวพวกข้าเตรียมตัวเสร็จ พวกข้าจะรีบไปหาเขาทันที”
ชายคนนั้นเพียงพยักหน้าก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหาวเบาๆ ที่ลอยมากับสายลม
เมื่อปิดประตู ดร๊อกป้าหันกลับไปมองอาโป แล้วกล่าว
“เ้ารีบแต่งตัวเลย ได้ยินที่เขาพูดแล้วใช่ไหม?”
อาโปปรายตามองเขาเล็กน้อย ก่อนหยิบเสื้อผ้ามาใส่โดยไม่พูดอะไร เมื่อแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินเข้ามาหาดร๊อกป้า ระยะใกล้จนกลิ่นบางอย่างลอยเข้าจมูกของอีกฝ่าย
ดร๊อกป้าขมวดคิ้วก่อนย่นจมูกอย่างชัดเจน “เ้านี่มัน…ตัวมีกลิ่นเหล้าหึ่งเลย”
ดูท่าแล้วก่อนไปหาบัลคา ต้องพาอาโปไปล้างตัวก่อน
….
….
เมื่อพวกเขาล้างตัวเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองจึงพากันมุ่งหน้าไปยังฝ่ายลงทัณฑ์
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ชั้นแรกของอาคาร สายตาของดร๊อกป้าสอดส่องไปทั่วบริเวณ ภาพที่ปรากฏคือชายฉกรรจ์นับสิบกำลังฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วง บ้างยกน้ำหนัก บ้างดันพื้น และอีกหลายคนกำลังซ้อมร่างกายด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เสียงเหงื่อที่หลั่งและลมหายใจที่หอบกระชั้นสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่เต็มไปด้วยพลัง
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไป ชายหลายคนที่อยู่ในห้องฝึกเริ่มหยุดกิจกรรมและหันมามองพวกเขา โดยสายตาจำนวนมากพลางจับจ้องไปยังอาโป
ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็เด่นชัดบนหน้าอกเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ใบหน้าของเขาฉายแววเป็มิตรแม้จะดูดุดันเล็กน้อยพลางกล่าว
“พวกเ้า้ามาฝึกอะไรหรือเปล่า? ถ้าสนใจ ข้าช่วยแนะนำได้ เ้าสามารถเรียกข้าว่ายาซูชิ”
ดร๊อกป้ากล่าวว่า“ยังไม่ใช่ตอนนี้ พวกข้าต้องไปพบท่านบัลคาก่อน”
ยาซูชิชี้ไปทางบันได “หัวหน้าอยู่ข้างบนเลย”
ดร๊อกป้ายิ้ม เอ่ยว่า “ขอบคุณท่านมาก
กล่าวประโยคนี้จบ พวกเขาก็ขึ้นไปบนชั้นสอง
ด้านล่าง ยาซูชิหันไปมองยังคนอื่นๆ แล้วกล่าว
“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าคุยกับพวกเขาไม่ยาก”
คนหนึ่งในกลุ่มกล่าว
“ที่พวกข้าบอกหมายถึงคนที่ชื่ออาโปเว้ย!”
ดร๊อกป้าเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำจากด้านใน
“เข้ามาได้”
เมื่อพวกเขาเข้าไปข้างใน ดร๊อกป้าเอ่ยถาม
“ท่านเรียกพวกข้าด้วยเื่อันใด”
บัลคาเอามือทั้งสองประสานกันบนโต๊ะ กล่าวว่า
“วันนี้ข้าจะตรวจคุณสมบัติผู้ควบคุมธาตุของพวกเ้า”
…
…
จากนักเขียน
พรุ่งนี้ติดงานที่กรุงเทพ อาจไม่ได้ลงนะครับ