พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่39 สองการทดสอบ

             เพียงไม่นานบริเวณตีนเขาหน้าทางเข้า สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นมาเล็กๆ เมื่อผู้อาวุโสลำดับ 5 จางเสวียน สืบฝีเท้าบินทะยานลงมาจากยอดเขาสูง มาเยือนบริเวณ ลานกว้างตีนเขาพร้อมกับ สตรีผู้งดงาม ผู้อาวุโสลำดับ 9 ลี่อิงจือ สายตานางกวาดไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ก่อนนางจะละสายตาจากชายวัยกลางคน เผยความผิดหวัง จากกรอบสายตาออกมาเล็กๆ

     


    เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่ส่งปราณจิตออกไปพูดคุยกับนาง “ลี่อิงจือ เจ้าสบายดีหรือไม่”

     


            สตรีใบหน้างดงาม ผิวขาวราวกระเบื้องแก้ว เพียงพยักหน้าออกมาเล็กๆ ไม่ได้กล่าวโต้ตอบ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง แม้แต่น้อย ก่อนเสียงดังจอแจของหมู่ชน จะหยุดเงียบเสียงลง เมื่อผู้อาวุโสลำดับ 5 จางเสวียน สั่นระฆังน้อย ทำให้พวกเขาเกิดอาการงงงวย ราวกับติดสตั๊นขึ้นมา

     


           หลางเทียน มองระฆังน้อย ที่สั่นด้วยสายตาเป็นประกาย “ช่างเป็นอาวุธวิเศษที่น่าสนใจจริงๆ” เมื่อเห็นมันทำงานควบคู่ กับค่ายกลคลื่นเสียง ทำให้เกิดอาการมึนงงปรากฏออกไปทั่ว จนรอบด้านเงียบงัน

     


            เมื่อผู้อาวุโสลำดับ 9 ลี่อิงจือ หยิบหินคริสตัลตรวจสอบพลังขึ้นมา นางก็เอ่ยเสียงเรียบเย็นชา ออกมาหาเหล่าอนุชน ที่มีความมั่นใจทันที “ใครพร้อมจะตรวจสอบศักยภาพ พรสวรรค์ จงมาต่อแถวบริเวณทางนี้”

     


           “ส่วนผู้ใดไม่มั่นใจในพรสวรรค์ ศักยภาพตนเอง สามารถเลือกผ่านด่าน เก็บหินภายในค่ายกลสังหาร ได้เช่นกัน แต่พวกเจ้าจะเป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น” ผู้อาวุโส จางเสวียน ที่กล่าวพูด เขาหยิบค่ายกลลักษณะทรงกลมออกมาทันที

     


             ทว่าผู้คนไม่น้อย เลือกที่จะเข้ารับการทดสอบศักยภาพ พรสวรรค์ เสียมากกว่า ซ่านซี ที่ต่อแถวนำหน้ามารับการทดสอบ พร้อมหินคริสตัล เปล่งแสงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสีแดงสด ต่างก็ทำให้เหล่าอนุชนเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้างตกใจศักยภาพ พรสวรรค์ ของซ่านซีอยู่กันไม่น้อย

     


    “ช่วงนี้ข้าได้ยินว่า ผู้ทดสอบศักยภาพ พรสวรรค์ เป็นสีแดงปรากฏขึ้นมาบ่อยกว่าทุกปี” หลายคนได้ยิน ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

     


            เด็กหนุ่มเพียงยืนไม่นาน ผู้อาวุโสลำดับที่3 หยวนหาญ เขาก็สืบฝีเท้ามารับ ซ่านซีเป็นลูกศิษย์ชั้นใน สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง พร้อมด้วย อู๋เว่ยที่เข้ารับการทดสอบ ถงอี้เองก็ด้วยเช่นกัน แม้เหล่าผู้อาวุโสบางคน อยากจะได้พวกเขาบางคนเป็นลูกศิษย์ แต่ก็ต้องยอมถอยให้ผู้อาวุโส หยวนหาญ

     


            สายตาผู้อาวุโสเหล่านั้น ราวกับเป็นนกเหยี่ยว กวาดตามองเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ที่รับการทดสอบ ด้วยสายตาคมกล้า หมายมั่นอยากจะหาลูกศิษย์มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น ผู้อาวุโสที่ออกมารับศิษย์ไม่ขาดสาย จู่ๆ เมื่อถึงชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขากลับไม่ได้รับการสนใจจากผู้อาวุโสท่านใด ทำให้ใบหน้าเขามืดทะมึน เมื่อผู้อาวุโสลำดับ 9 ลี่อิงจือ นางกล่าวพูดว่า “เจ้าไม่ผ่านการทดสอบ”

     


    “ไม่ ไม่เป็นไปไม่ได้ ข้าเองก็ได้สีฟ้าเฉกเช่นเดียวกับพวกเขา เหตุใดข้าถึง ไม่ผ่านการทดสอบเล่า”

     


    ลี่อิงจือ นางขมวดคิ้วขึ้นมา ด้วยความไม่พอใจ ก่อนคนของเด็กหนุ่ม จะแค่นเสียงตะคอกออกมา เสียงดัง “เจ้าไม่ผ่านการทดสอบกลับมาเสีย”

     


             “แต่…” เด็กหนุ่มผู้นั้นผ่อนลมหายใจ ก่อนจะถอยลามือออกมา ด้วยใบหน้าสิ้นหวัง ทำให้คนอื่นๆ ที่เห็น พวกเขาเกิดความลังเล ภายในใจขึ้นมาในกรอบสายตา ราวกับว่าการทดสอบนี้ เป็นการประเมินศักยภาพ พรสวรรค์ของตนเองว่า อยู่ระดับไหน พวกเขาล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ

     


              หลางเทียน กงม่อซือ เสี่ยวเฉา พร้อมกับคนอื่นๆ ในกลุ่มต่างก็เข้ารับการทดสอบของผู้อาวุโสลำดับ 5 จางเสวียน มีเพียงเจียงจือเท่านั้น ที่เข้ารับการทดสอบหินคริสตัลศักยภาพ พรสวรรค์

     


              ภาพที่พวกเขาเห็นเจียงจือ นางยืนนิ่งไปหลายลมหายใจไม่มี ผู้อาวุโสท่านใดรับนางเป็นศิษย์ ฝ่ามือพวกเขาต่างก็บีบรัด เข้าหากันจนแน่น ก่อนที่ผู้อาวุโส สตรีที่ดูอ่อนวัยที่สุดจะรับนางเข้าเป็นศิษย์ มันก็ทำให้พวกหลางเทียน ถอนลมหายใจออกมายาว

     


    “เกรงว่าเจียงจือ นางจะมีอนาคตที่สดใส ผิดกับพวกเราแล้วซินะ ที่ยังลูกผีลูกคน เฮ้อ!!”

     


             ไม่นานการทดสอบศักยภาพ พรสวรรค์ก็จบลงไป ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง หลงเหลือเพียงการทดสอบศิษย์สายนอก ที่เข้าไปลุยภายในค่ายกลสังหารเท่านั้น จึงไม่ค่อยเป็นที่สนใจ ของหมู่ชนเท่าใดนัก คนแล้วคนเล่าที่กลับออกมา จากลูกบอลทรงกลม สีหน้าพวกเขาต่างก็หวาดกลัว คนที่ผ่านการทดสอบ แทบจะนับนิ้วมือได้

     


             ก่อนจะถึงคิวของหลางเทียน ที่เข้าไปภายในลูกบอลทรงกลม มองเห็นแสงค่ายกลสังหาร แพร่กระจายออกไปทั่วโดมใหญ่ หากเป็นคนปกติทั่วไป พวกเขาคงหวาดกลัว ถอยห่างออกไปแล้วเป็นแน่

     


             ทว่าหลางเทียนที่มองเห็นค่ายกล ปรากฏเป็นเส้น สมมาตรออกไปทั่ว ใจกลางไม่ได้มีพลังทำลายล้าง อะไรมากขนาดนั้น เป็นเพียงแสงที่ส่องออกมาเท่านั้น เขาเดินย่างก้าวไปยังใจกลาง แก่นพลังงานทันที หมายมั่นจะทำลายมันทิ้ง ไม่คิดว่าพวกเขาจะเอาการทดสอบปาหี่เช่นนี้ มาหลอกให้พวกเขาหวาดกลัว

     


             ผู้อาวุโสลำดับ 5 จางเสวียน เขาถึงกับแค่นเสียงขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “หืม!! เจ้าเด็กนี่มันรู้ได้อย่างไร ว่าตรงนั้นเป็นแกนกลาง ของแก่นพลังงาน” ก่อนร่างผู้อาวูโสจางเสวียน จะหายวับเข้าไปภายใน ลูกบอลทดสอบทรงกลม เมื่อร่างชายแก่ปรากฏขึ้นมา ภายในการทดสอบ เขาก็เอ่ยเตือนเด็กหนุ่มทันที

     


             “เจ้าหนู... หากเจ้าทำลายแกนกลางการทดสอบ จะมีเพียงเจ้า  ที่ผ่านการทดสอบเท่านั้น” ชายแก่กล่าวพูดเห็นเจ้าเด็กนี่คิดจะลงมือจริงๆ เขาถึงกับห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ เขาไม่ได้เตรียมการ ทดสอบอย่างอื่นมาเสียด้วย

     


             หลางเทียนได้ยินเขาหยุดมือกะทันหัน แล้วกล่าวพูดไต่ถามออกมา เมื่อเห็นความยากลำบากใจของชายแก่ “เช่นนั้นถือว่าข้า ผ่านการทดสอบใช่หรือไม่? ท่านผู้อาวุโส”

     


              ชายแก่ ห่างคิ้วสั่นกระตุกถี่ยิบ เมื่อเห็นท่าทีเด็กหนุ่ม อยากจะทำลายแกนกลาง สิ่งนั้นเหลือเกิน “ถูกต้องเจ้าผ่านการทดสอบแล้ว เจ้ามีความรู้ด้านค่ายกล ต่างๆ เช่นนั้นหรือ” ผู้อาวุโสลำดับ 5 จางเสวียนเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวไต่ถามเด็กหนุ่มออกมา เขาเองก็เป็นผู้อาวุโสด้านค่ายกล ยังยากจะหาแกนกลาง ของแก่นพลังงานเจอ ข้อนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ เด็กหนุ่มไม่น้อย



    ***แจ้งข้อความจากนักเขียน  ตอนที่40 จะเป็นการติดเหรียญ แล้วเปิดให้อ่านฟรี3ตอน  สลับกับติดเหรียญ   ขอบคุณผู้สนับสนุนค่าน้ำ ค่าไฟ ล่วงหน้าครับ***