หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็เดินไปยังเหมืองแร่โดยทันที เมื่อเข้ามาแล้วก็ตรงไปยังจุดที่พบศพของอี้หาน
“ ตรงนี้หรือ “
“ ขอรับ “ มีกลิ่นเืหลงเหลืออยู่ เนื่องจากผ่านมาหลายวันแล้วจึงมีกลิ่นคาวของเืหลงเหลืออยู่บ้าง
“ แล้วรอยเท้าที่ว่าไปสิ้นสุดตรงไหนหรือ “ เลี่ยงหรงเดินไปยังหินขนาดใหญ่
“ ข้าลองตรวจดูแล้ว แต่ก็ยังมิพบความผิดปกติอันใดเลย “
“ พี่ว่าอาจเป็กลไกบางอย่างก็เป็ได้ อาจจะต้องลองหาดูคาดว่าเป็สัญญาณดู “ เลี่ยงหรงพยักหน้าก็ไปหาทางด้านขวา เหลียงซานไปหาทางด้านซ้าย
เลี่ยงหรงพยายามดูตามร่องหินต่างๆมิขาดตกหล่นแม้แต่น้อย แต่ก็มิพบอันใด จนเดินกลับมาตรงเดิม จนสายตาเหลีอบไปเห็นตรงรอยเืเหมือนเห็นรอยขีดๆอยู่ ซึ่งรอยขีดตรงนี้คงเป็ตรงศพอี้หานที่ผิงหลังทับอยู่แถมยังมีเื ทำให้ยากต่อการมองเห็น
“ หรงเอ๋อร์มาดูตรงนี้ “ อืมเป็รอยขีดๆเหมือนกับอันที่เลี่ยงหรงเห็นเมื่อสักครู่เลย แต่มีความต่างอยู่
“ ข้าเองก็พึ่งเจอมันอยู่ตรงศพของอี้หาน “
ขีดของพี่เหลียงเป็ขีดอันยาวทางขวาสุดเรียงตามลงมาเป็ขีดสั้นสามอัน ขีดยาวหนึ่ง ขีดสั้นสามอัน อืมมันบ่งบอกถึงอันใดกัน
“ พี่คิดว่าคงเป็ลักษณะของประตูมากกว่า อาจจะต้องมาหาประตูที่คิดว่าใช้สัญญาณนี้ “
“ ได้ “
แต่เห็นทีจะยากหน่อยเพราะก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เจอประตูที่ว่านั้นเลย มีเพียงแต่ประตูเดียวที่เจอคือเป็ประตูที่มีแร่สีขาวอยู่แค่นั้น
สองเค่อผ่านไป
ยังมิเจอประตูที่ว่านั้นเลย
“ พี่เหลียงลองไปหาในห้องที่มีแร่สีขาวดูมั้ยขอรับ “ เลี่ยงหรงนึกได้ว่าห้องนี้เป็ห้องที่ตนมิได้สำรวจมากนักเพราะเห็นมีแร่สีขาวอยู่มาก บางทีตนจึงอาจมองข้ามห้องนี้ไป
“ ได้ ลองดูเถิด “
ทั้งสองคนมายังห้องที่มีแร่สีขาว แต่ดูเหมือนจะหายากสักหน่อย เพราะรอบๆกำแพงมีแร่สีขาวทับอยู่จึงใช้เวลาในการขนแร่ออกจากบริเวณตรงกำแพงค่อนข้างนาน
“ พี่เหลียงตรงนี้มีร่องแปลกๆเป็ทางยาวด้วยขอรับ “ เหลียงซานเดินมาลองคล่ำๆจับบริเวณกำแพงไปมาหลายๆรอบ
“ กำแพงนี่น่าจะเป็ของปลอม “ เหลียงซานที่คิดเช่นนั้นก็ลองซัดลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วปล่อยไปที่กำแพง จนกำแพงทลายลงมาจนเห็นประตูเหล็กขนาดใหญ่มาก
ตรงประตูที่คล้ายๆกับว่าให้ใส่บางอย่างลงไปประตูนี้ถึงจะเปิดออกมาได้ เมื่อมองดูดีๆจะเห็นมีแท่งยาวและแท่งอันสั้นๆ วางอยู่ คงเอาไว้ให้ใส่สินะ
เหลียงซานเป็ผู้ใส่ โดยเริ่มจากใส่ทางขวาสุด โดยใส่แท่งขีดอันยาวสุดก่อนแล้วตามมาด้วย แท่งขีดอันสั้นอีกสามอันที่เหลือ เมื่อใส่ครบเรียบร้อยประตูก็เกิดความสั่นไหว ค่อยๆเลื่อนออกอย่างช้าๆทีละนิด จนเปิดออก
เลี่ยงหรงๆไปนำตะเกียงที่อยู่ด้านนอกมาด้วย เพราะข้างในนั้นมืดมาก ทั้งสองเดินเข้าไปในประตูก็พบกับทางเดินเป็ทางยาว จึงเดินตามเส้นทางอย่างระมัดระวังเผื่อมีกับดักอยู่ เดินมาเรื่อยๆจนพบกับทางแยก จึงเลือกที่จะไปทางซ้ายก่อน จนเดินมาสุดปลายทางก็พบเข้ากับประตูไม้ ประตูนี้มิมีกลไกใดๆ จึงเปิดเข้าไปได้ง่ายดาย
เมื่อเปิดเข้ามาก็พบกับแร่ทองคำที่อยู่ในห้องนี้เต็มไปหมด เลี่ยงหรงพยายามส่องไปรอบๆ กำแพงจนไปเจอบันทึกเล่มหนึ่งที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะใกล้ๆกับประตู ก่อนจะยืนให้กับเหลียงซาน เพราะตนเปิดได้ไม่ถนัดนัก
“ พี่เหลียงข้างในนี้เป็อย่างไงบ้าง “
“ เป็บัญชีการขนแร่ทองคำ ว่าวันไหนได้แร่ทองคำมาเท่าไหร่ มอบให้ใครบ้างประมาณนี้ “
เมื่อเจอสิ่งที่หามานานอย่างแร่ทองคำแล้ว ส่วนบันทึกนั้นเหลียงซานเป็คนเก็บเอาไว้ เมื่อมิมีอันใดแล้วจึงกลับออกไปตรงทางแยกเดิมแล้วไปทางขวา
ระหว่างทางที่ไปเหมือนทางเดินจะแคบลงมาเรื่อยๆ จนเดินมาสุดปลายทาง ทางเดินก็เริ่มจะกว้างขึ้นมาเรื่อยๆ จนพบเข้ากับประตู ประตูนี้เหมือนกับประตูที่เข้ามาคือให้ใส่แท่งเหล็กแล้วถึงจะสามารถเปิดออกมาได้
“ คงเป็ประตูกลไกอีกแล้ว “ เหลียงซานพูดขึ้นมาพรางไปหยิบแท่งเหล็กขึ้นมาดูคราวนี้มีทั้งหมดหกอัน ทำให้เลี่ยงหรงนึกไปถึงตรงที่พบขีดๆตรงพบของอี้หาน
เริ่มจากขวาสุดเป็ ขีดอันสั้นเรียงตามมาด้วย ขีดอันยาวที่ยาวที่สุด ถัดมาเป็อันสั้นสองอัน ตามมาด้วยอันขนาดออกประมาณกลางๆอันหนึ่ง และอันสุดท้ายเป็อันสั้น
พอมองตามที่ประตูก็พบมันครบอันพอดี คาดว่าอาจเป็สัญญาณของประตูนี้ จึงบอกให้เหลียงซานทราบ
เหลียงซานก็ทำตามที่เลี่ยงหรงหมดจนครบทุกอัน ก็ปรากฏว่าเป็สัญญาณของประตู ประตูอันนี้ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ เปิดช้ามากกว่าประตูอันแรกเสียอีก พอประตูเปิดออกมาก็ยังพบเข้ากับทางเดินอีกแล้ว
แต่คราวนี้มีถึงสามทางด้วยกัน คงต้องเลือกดูแล้ว คราวนี้เหลียงซานตัดสินใจไปทางขวาสุดก่อน เมื่อเดินมาได้สักพักกลับได้กลิ่นคาวบางอย่างยิ่งเข้าไปใกล้เรื่อยๆก็ยิ่งได้กลิ่นอย่างชัดเจน
กลิ่นเื !
พอเดินไปตรงที่ได้กลิ่นเื อยู่ตรงกำแพงทางด้านขวามือ แต่กลับมิพบเห็นรอยเื มิรู้ว่ากลิ่นมันมาจากไหน หรือว่า…
“ เป็ได้หรือไม่ว่าตรงนี้เป็ตรงที่พบศพของอี้หาน “ เพราะเดินทางนี่อาจอยู่ติดกันก็เป็ไปได้
“ มีความเป็ไปได้สูงทีเดียว “
“ ถ้าเกิดเป็ความจริงขึ้นมา แล้ว “
“ อืม กำแพงตรงนี้เหมือนจะปิดทับบางอยู่ “ เหลียงซานจึงนำไฟไปเผาตรงบริเวณที่เหม็นกลิ่นเื ไฟจ่อเข้าไปเรื่อยๆจนเริ่มลงไหม้กำแพงที่ว่าก็ค่อยๆละลายลง เมื่อละลายลงจนหมดแล้วก็พบเข้ากับโพรงข้างในมีประตูกลไก
แต่ประตูกลไกอันนี้ถือว่าง่ายมาก เพราะให้แท่งเหล็กอันยาวกับอันสั้นอย่างละหนึ่งอัน เหลียงซานประเดิมลองใส่แท่งอันยาวก่อนแล้วตามด้วยสั้น ปรากฏว่าประตูนิ่งไม่มีอันใดเลย จึงลองสลับใส่แท่งเหล็กอันสั้นก่อนจึงใส่อันยาวตาม
แก๊รบ
ประตูค่อยๆ มีลมพัดผ่านมาพร้อมกับกลิ่นเืที่เหม็นเน่า
ที่นี่ก็รู้แล้วว่าคนร้ายวางศพตรงนี้ได้อย่างไร และสามารถนำศพมาไว้ตรงนี้ได้โดยมิต้องเข้ามาทางเหมืองแร่ แต่ที่ยังมิรู้แน่ชัดคงเป็ระยะเวลาที่ฆ่า และก็คนร้ายที่ยังลอยนวลอยู่
“ ผู้ที่ทำกลไกประตูเช่นนี้ขึ้นมาต้องมิธรรมดาเลย “
“ พี่เองก็คิดเช่นนั้น คงต้องสืบแล้วว่าคนผู้นี้เป็ใคร “ หากอยู่ฝั่งศัตรูหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน ก็เป็ได้มากเลยว่าในจวนของพวกขุนนางอาจมีกลไกเช่นนี้อยู่ด้วย
เมื่อได้ข้อสรุปทั้งแร่ทองคำ ประตูกลไก วิธีการฆ่าอี้หานแล้วในใจของเลี่ยงหรงก็รู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง เพราะหลายวันที่ผ่านมาเหนื่อยกันมากทีเดียว
เมื่อเห็นว่ามิมีอันใดเลยเดินต่อไปเรื่อยจนเริ่มเห็นแสงสาดส่องมาตามอุโมงค์ลอดผ่านเข้ามา พอเดินไปตามแสงนั้นกลับพบทางออก ซึ่งเป็หินขนาดใหญ่ หินนี้มิได้เป็กว้างมากนักพอประมาณให้คนเข้าออกได้สะดวก
“ มุมทางออกตรงนี้นับว่าดีมิน้อยเลย “ เพราะอยู่หลังน้ำตกแถมยังเป็ที่แคบแสงเลยส่องเข้าน้อย เลยยากต่อการจะสังเกตเห็น
“ เช่นนั้นกลับไปดูอีกสองทางที่มิได้ไปเถิด “
เมื่อกลับเข้าก็ไปแยกที่อยู่ตรงกลางก่อน ปรากฏว่าเมื่อเดินเข้าไปแล้วก็พบว่าเป็ทางตัน จึงเดินไปทางซ้ายต่อก็พบว่ามีอุปกรณ์ขุดแร่ที่ค่อนเปื้อนคงมิได้ทำความสะอาด มันจึงดูเก่าลง แถมที่น่าสังเกตคงเป็อุปกรณ์นี้คล้ายกับว่าทำมาจากที่เดียวกันหรือไม่ก็คนเดียวกัน มันเหมือนกับที่อยู่ในป่าตรงกระท่อมเก่าที่พบเจอก่อนหน้านั้น
“ ดูเหมือนทางจะเป็ทางตันเสียแล้ว “ เลี่ยงหรงที่ส่องตะเกียงไปมาเห็นกำแพงล้อมรอบ
“ เช่นนั้นตรงนี้คงมีการขุดแร่เอาไว้ แต่เป็อันใดนั้นยังพิสูจน์มิได้ “
“ อาจเป็แร่สีขาวก็ได้นะขอรับ “ เลี่ยงหรงชี้ไปยังเศษของแร่ที่มีขาวปนอยู่ด้วยให้เหลียงซานได้ดู
“ อืม “ เหลียงซานเดินไปหาเลี่ยงหรงเพื่อดูเศษของแร่สีขาวที่ยังหลงเหลืออยู่
“ แต่อย่างไรก็เป็แค่เศษอาจมีคนจงใจก็เป็ได้ ยังมิมีอันใดแน่ชัดนัก “
“ งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้เถิด “
เพราะอยู่ในเหมืองแร่กันมาทั้งวัน ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าความรอบคอบก็จะน้อยลง กลับไปพักผ่อนเสียก่อน แล้วเริ่มสืบหาคนที่ฆ่าอี้หานต่อ
“ ขอรับ “
เมื่อกลับมาถึงก็พบว่ามีหลานสาวของนายอำเภออย่างอี้จิ้งมารออยู่ที่หน้าประตูข้างๆมีสาวใช้สองคนมาด้วย
นายทหารที่เฝ้าประตูทางเข้าเอาไว้ รีบกล่าวกับท่านแม่ทัพอย่างรวดเร็ว
“ ท่านแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยให้นางกลับไปแล้ว แต่แม่นางผู้นี้มิยอมกลับท่าเดียวเลยขอรับ “
เลี่ยงหรงปรายตาไปมองอี้จิ้ง ทำเอาอี้จิ้งเขินอายมิน้อยที่ท่านแม่ทัพมองมาที่นางเช่นนี้
เหลียงซานที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกรำคาญตา
บังอาจนัก !
หรงเอ๋อร์ของข้ามิสนใจเ้าหรอก
แต่เหลียงซานก็ได้แค่คิดอยู่ในใจเท่านั้นแหละ
“ เ้าไปกลับได้แล้ว สตรีออกมายามค่ำมืดเช่นนี้จะมิดี “
“ ข้าเพียงเห็นว่าท่านทำงานมาเหนื่อยๆจึงทำอาหารมาเพียงเท่านั้น “
“ มิใช่ว่าข้าบอกไปแล้วหรอกรึว่ามิ้า “
“ แต่การทานอาหารก็จำเป็เลยอยากทำมาให้เ้าค่ะ “
“ มิต้อง “ คราวนี้เลี่ยงหรงเดินเข้าอย่างมิไยดี มิสนใจจะรับอาหารของนางด้วยสำ
“ ข้าคิดว่านางดูเข้าหาข้ามากเกินไป “ เลี่ยงหรงพูดขึ้นมาอย่างลอยๆ แต่เหลียงซานก็ได้ยินอยู่ดี ก็ดูยังไม่เป็ธรรมชาติ ทำตัวคล้ายๆคุณหนูเฉินที่มักจะทำเช่นนี้ ทำแบบนี้แล้วได้อันใดกัน ก็รู้ว่าข้ามิได้สนใจ
“ หรงเอ๋อร์ของพี่ช่างเสน่ห์แรงยิ่งนัก พี่ชักจะหวงซะแล้วสิ “
“ พี่ก็มิต่างอันใดนักหรอก “
“ หืม หวงพี่หรือ “
“ หึ “ อย่ามาสะบัดหน้าหนีแบบนี้สิ เ้าแมวน้อย
“ หรงเอ๋อร์ไปอาบน้ำก่อนเถิด เดี่ยวพี่จะไปเตรียมอาหารมาให้ “ ่นี้เหลียงซานค่อนข้างให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับอาหารมาก เพราะอาจมีการวางยาพิษได้ทุกเมื่อ มาเตรียมอาหารเองย่อมปลอดภัยมากกว่า
เมื่อทำเสร็จก็นำมาไว้ที่โต๊ะทันที แล้วจึงอาบน้ำต่อจากเลี่ยงหรงให้เรียบร้อย จะได้มาทานอาหารพร้อมกัน
“ พี่คิดว่าอี้เฟิงทำตัวน่าสงสัย “ จริงๆก็สงสัยั้แ่วันแรกแล้ว
“ ข้าเองก็คิดเช่นนั้น การกระทำอย่างบางอย่างดูย้อนแย้งแบบแปลกๆ “ อย่าลืมสิว่าอี้เฟิงอาจพูดทั้งความจริงและเท็จได้ ส
“ ไม่ว่าจะเป็เื่แร่ทองคำ แร่สีขาว เื่ของอี้หานด้วย “ เหมือนเื่คดีโจรเป็เพียงฉากบังหน้า หรือไม่ก็ทำอะไรปิดปังมิให้ผู้อื่นได้รับรู้
“ เื่นี้ฟันธงได้ยากว่าอี้เฟิงกับอี้หานได้เกี่ยวข้องหรือไม่ก็มีส่วนร่วมกันหรือไม่ “
“ พี่ให้เสี่ยวซานสืบประวัติของอี้เฟิงมาแล้ว เกี่ยวกับครอบครัวที่เ้าตัวเล่ามาล้วนเป็ความจริงทั้งหมด “
“ งั้นเื่ที่เหมืองแร่อี้เฟิงรู้หรือไม่ว่ามีกลไกประตูลับอยู่ “ แต่อี้หานนะรู้แน่ๆ เพราะมีประตูเช่นนี้ก็สามารถไปไหนมาไหนโดยที่มิมีชาวบ้านผู้ใดเห็น
“ พี่บอกว่าเกี่ยวกับครอบครัวของอี้เฟิงเป็ความจริง แล้วหลานสาวละ “
“ มิใช่ “ อืม มิใช่อาหลานกันจริงๆด้วยสินะ ลงทุนถึงขั้นทำขนาดนี้เพื่ออันใดกัน