ตอนที่ 27 การฝึกบำเพ็ญคู่
ตอนที่ 27 การฝึกบำเพ็ญคู่
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ในเมื่อเจ้ามีร่างเซียนแล้วก็คือสามารถเดินตามข้าไปได้ทุกที่ทั้งยังมีเกล็ดย้อนมังกรดำของข้าเป็นเกราะคุ้มกายย่อมต้องปลอดภัยไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม อีกทั้งยังมีข้าอยู่ย่อมไม่มีใครทำอันตรายเจ้าได้ ส่วนข้าเองก็สร้างร่างแยกขึ้นมาได้แล้ว แค่ทิ้งร่างแยกไว้ในดินแดนลับแลคอยดูแลพิทักษ์ที่นี่ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่อีก เราจะออกไปท่องโลกกว้างด้วยกัน ต่อไปนี้ข้าไปที่ไหนเจ้าก็ไปที่นั่น ดีหรือไม่?”คำกล่าวนี้มันยิ่งกว่าสิ่งที่เสี่ยวจื่อคาดหวังไว้มาก…. เพราะเสี่ยวจื่อไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้ไปจากที่นี่มาก่อนมันเป็นยิ่งกว่าความหวัง แต่มันเป็นดังคำสัญญา ที่ต่อไปนี้ทั้งเขาและจื่อหลงจะได้มีกันและกันตลอดไป ไม่ต้องแยกจากกันสักวันเดียว“อื้ม!!!ดีสิ!!ดีที่สุดเลย!ต่อไปนี้เสี่ยวจื่อจะอยู่กับจื่อหลงทุกวัน ตามจื่อหลงไปทุกทีเลย >_เฟยหลงเห็นเสี่ยวจื่อขานรับออกมาอย่างยินดีก็ชื่นใจ นอกจากพลังบำเพ็ญที่มากมายของเสี่ยวจื่อแล้วก็มีความหัวอ่อนว่าง่ายนี่แหละที่เฟยหลงชื่นชอบนัก คนเห็นแก่ตัวคิดเรื่องของตนเองเป็นใหญ่อย่างเขา หากมีคนติดตามที่เรื่องมากคงน่ารำคาญมิใช่น้อย น่ารักแบบเสี่ยวจื่อนี่แหละที่นับว่าเหมาะสมแล้ว!'แต่… จะว่าไป… หากข้าพาเสี่ยวจื่อออกไปท่องโลกกว้าง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่งดงามและนิสัยซื่อๆ ช่างตามใจคนอื่นนี้อาจทำให้มีผู้อื่นเข้ามาหมายตาเสี่ยวจื่อของข้าก็ได้!แล้วไหนจะเจ้าฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นผู้นั้นอีก…. จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันให้ชัดเจนเลย….“เสี่ยวจื่อ… ก่อนที่เราจะทำเรื่องนั้นได้ ก่อนอื่นเจ้าต้องสารภาพกับข้ามาก่อน… เจ้ากับฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นรู้จักกันมาก่อนหรือไม่? แล้วพวกเจ้ามีความสัมพันธ์ใดกัน? เหตุใดเจ้าต้องปิดบังร่างเซียนของเจ้ากับข้า? ไม่ยอมมาปรากฏตัวให้ข้าเห็น….”“เสี่ยวจื่อไม่ได้ปิดบังน้า ก็เสี่ยวจื่อไม่รู้นี่นาว่าจื่อหลงคิดว่าร่างเซียนของเสี่ยวจื่อเป็นพี่นางไม้ ตอนที่จื่อหลงมาเล่าเรื่องพี่นางไม้ให้ฟังเสี่ยวจื่อก็นึกว่าเป็นคนอื่นนะสิ… แล้วจื่อหลงนะชอบบอกว่าร่างเซียนของเสี่ยวจื่อจะต้องขี้เหร่แน่ๆ เสี่ยวจื่อก็ไม่กล้าแปลงร่างให้จื่อหลงเห็นหรอก ขืนจื่อหลงเกลียดเสี่ยวจื่อขึ้นมา เสี่ยวจื่อจะทำยังไงกัน อีกอย่างหนึ่งเสี่ยวจื่อก็ชอบเป็นต้นไม้มากกว่าด้วย หากไม่เห็นว่าจื่อหลงบาดเจ็บมากจนอยากจะไปช่วย เสี่ยวจื่อก็แปลงร่างไปเองไม่ได้หรอก…”นั่นเป็นครั้งแรกที่เฟยหลงได้ฟังเสี่ยวจื่ออธิบายอะไรยาวๆ เป็นเรื่องเป็นราวอย่างสติสตางค์ครบถ้วน ซึ่งเมื่อเขาได้ฟังในเวลานี้ยามที่สภาวะอารมณ์ปกติแล้ว ไม่โกรธเกรี้ยวเหมือนเมื่อตอนเช้าก็นับว่าไขข้อข้องใจทุกอย่างของเฟยหลงได้จนเกือบหมด เพราะคิดไปคิดมาแล้วก็เป็นอย่างที่เสี่ยวจื่อว่าจริงๆ เขาชอบบอกว่าร่างเซียนของเสี่ยวจื่อจะต้องเป็นเด็กน้อยขี้เหร่แน่ๆ ดังนั้นคงไม่แปลกหากว่าเสี่ยวจื่อจะไม่มั่นใจ แล้วเรื่องจะให้เจ้าคนบ๊องสมองกลวงอย่างเสี่ยวจื่อคิดเชื่อมโยงเรื่องราวของตนเองกับพี่นางไม้ได้เองยิ่งไม่ต้องฝัน ขนาดเรื่องง่ายๆ อย่างให้จำว่าข้าเป็นมังกร เสี่ยวจื่อยังจำเป็นกิ้งกือไส้เดือนมาจนถึงทุกวันนี้เลย…“แล้วเรื่องฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นล่ะว่าอย่างไร? รู้จักกันหรือไม่?”“ฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นคือใครเหรอ? o_o”“….-_-…. ก็ท่านเจียงของเจ้ายังไงเล่าฮุ้ย!คนกำลังอารมณ์ดีๆ มาทำแบ๊วยั่วอารมณ์ข้าอีกแล้ว ประเดี๋ยวก็จับปล้ำซะเลยนิ!!!”“อ๋าๆ ไม่ได้ๆ เสี่ยวจื่อยังเจ็บก้นอยู่เลย!เสี่ยวจื่อไม่รู้จักท่านเจียงมาก่อนหรอก ก็มาได้ยินจื่อหลงเล่าให้ฟังนี่ไงว่าเขาเป็นคนที่ทำอาวุธให้จื่อหลง ที่เสี่ยวจื่อเรียกเขาว่าท่านเจียงก็เพราะชื่อเขายาวมาก เสี่ยวจื่อจำชื่อเต็มเขาไม่ได้แล้ว เรียกก็ไม่ถูกจำได้แค่ว่าชื่อเจียงอะไรสักอย่างก็เลยเรียกว่าท่านเจียง จื่อหลงอย่างโกรธแล้วก็อย่างเพิ่งปล้ำเสี่ยวจื่อเลยน้าาาาาา”เฟยหลงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่อยู่ๆ ก็ยิ้มกริ่มขึ้นมาอย่างสุขใจยามที่ได้เห็นท่าทางงอแงง๊องแง๊งของเสี่ยวจื่อที่มาพร้อมกับคำพูดที่กล่าวบอกเป็นนัยๆ ว่าตนไม่ได้มีความสนิทสนมอันใดกับฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่งเลยแม้แต่น้อย ขนาดแค่ชื่อเต็มยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้า นี่สรุปทั้งหมดเป็นเขาคิดฟุ้งซ่านไปเองเท่านั้นหรอกรึ?คิดแล้วก็เลื้อยรัดพันร่างเสี่ยวจื่อให้แน่นขึ้น หัวมังกรจิ๋วก็เลื่อนไปจุ๊บปลายใบต้นอ่อนจิ๋วสักทีให้หายมันเขี้ยว พอได้ยินเสียงเสี่ยวจื่อร้องเอ๊ะอ๊ะกลับมาคล้ายกับตกใจเล็กๆ เฟยหลงก็ยิ่งได้ใจรีบร้อนจุ๊บกิ่งเล็กๆ อื่นๆ เป็นการใหญ่ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า เฟยหลงรู้สึกราวกับว่ากิ่งใบเล็กๆ ของเจ้าเสี่ยวจื่อนี่มันขยับไหวดุ๊กดิ๊กไปมาคล้ายกับพยายามจะหลบหนีเขาให้ได้ ทำให้เฟยหลงยิ่งมันเขี่ยวเข้าไปอีกจนเผลอจะอ้าปากงับกินใบนั้นลงท้องไปเสีย หากไม่เพราะได้ยินเสียงเสี่ยวจื่อร้องจ๊ากออกมาดังลั่นและใบน้อยๆ ที่กระพือพับๆ คล้ายกับตกใจจริงๆ จนเฟยหลงหยุดตัวเองได้ทัน ป่านนี้เสี่ยวจื่อได้กลายเป็นต้นไม้แหว่งๆ ไปแล้ว…จากที่แปลงร่างได้ มาตอนนี้เสี่ยวจื่อก็ขยับร่างต้นไม้ได้แล้ว… อยู่ๆ ก็เกิดการพัฒนางั้นรึ?‘แต่เอาเถอะ…. เอาเป็นว่า… ข้าผิดเองก็ได้ที่ก่อนหน้านี้ขารังแกเจ้าเพราะความโกรธนะเสี่ยวจื่อ แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้ตัวว่าถูกข้ารังแก งั้นเอาเป็นว่าข้าจะไม่ขอโทษเจ้าหรอกนะ!อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของคู่สามีภรรยา เจ้าอยากเป็นภรรยาให้ข้าก็ต้องยอมให้ข้าทำนั่นแหละถูกแล้ว!!หึหึหึ!!!’“ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนั้น งั้นเอาเป็นว่าข้าจะไม่ถือโทษโกรธเคืองเจ้าก็ได้… แต่ว่านะ… เสี่ยวจื่อ…. การเล่นเป็นสามีภรรยาเมื่อเช้ามันยังไม่ครบทุกขั้นตอนนะ….”เฟยหลงเด็กผีตอนนี้กำลังอารมณ์ดีนัก เมื่อได้ทีก็หาเรื่องจะเอาเปรียบเสี่ยวจื่ออีกยกใหญ่“หา? … ยังไม่หมดอีกเหรอ… ง่าาาาา เสี่ยวจื่อไม่อยากเล่นแล้วอ่า….”“ต้องเล่นนะเสี่ยวจื่อ เจ้าบอกเองว่าอยากเป็นภรรยาของข้าไม่ใช่รึ ที่เราเล่นเมื่อวานมันเป็นแค่การเป็นสามีภรรยาในแบบของมนุษย์เท่านั้น แต่พวกเราเป็นภูติเซียน ก็ย่อมต้องทำในแบบของภูติเซียนด้วยจึงจะสมบูรณ์…มิเช่นนั้นหากมีคนอื่นมาตัดหน้าเป็นภรรยาข้าแทนเจ้า อย่าหาว่าพี่จื่อหลงคนนี้ใจร้ายกับเจ้านา…. ถ้าพี่จื่อหลงไปเป็นสามีของคนอื่นแล้วก็คงจะมาหาเจ้าไม่ได้อีก อย่าหวังเรื่องจะได้ไปเที่ยวข้างนอกเลย เสี่ยวจื่อต้องอยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยวตลอดไปเลยนะ! นี่ข้าพูดเพราะเป็นห่วงเจ้าเลยนะ!”“หงาาาาา…. ตะ… แต่ว่าเสี่ยวจื่อ…..เสี่ยวจื่อยังเจ็บอยู่เลยนี่นา….”“ไม่ต้องห่วง…คราวนี้ข้าจะทำเบาๆ แล้วก็จะใช้พลังบรรเทาความเจ็บให้เจ้าด้วย รับรองเจ้าจะไม่เจ็บเลย ดีหรือไม่?”คำอธิบายของเฟยหลงทำให้เสี่ยวจื่อต้องนิ่งคิดอย่างยุ่งยากใจ… ใจหนึ่งก็อยากทำให้ครบขั้นตอนตามที่อีกฝ่ายว่าเพราะกลัวไม่ได้เป็นภรรยาของเฟยหลง แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวเจ็บต่อให้เฟยหลงบอกว่าจะทำเบาๆ ก็ตาม‘ก่อนหน้านี้ก็พูดแบบนี้ สุดท้ายเสี่ยวจื่อก็เจ็บอยู่ดีไม่ใช่รึ?’พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจได้จึงได้เอ่ยตอบความไปอย่างเงอะๆ งะๆ“อ…อื้ม!ก็ได้…. แต่จื่อหลงต้องทำเบาๆ จริงๆ นะ… อย่าทำเสี่ยวจื่อเจ็บอีกนะ….”“ได้เลยเสี่ยวจื่อ พี่จื่อหลงคนนี้จะรับปากเจ้า… ก่อนอื่นเจ้ารีบคืนร่างเซียนได้แล้ว…อยู่ร่างต้นไม้แบบนี้ข้าทำไม่ได้หรอกนะ”เฟยหลงพูดจบก็รีบคืนร่างกลับไปเป็นร่างเซียนของตนเองทันทีแล้วนั่งขัดสมาธิรอเสี่ยวจื่อคืนร่างมาข้างๆ กันอย่างใจจดใจจ่อ ที่ว่ารสสวาททำให้คนลุ่มหลงกันและกันนั้นเป็นเรื่องที่จริงแท้ ไม่ได้เจอเสี่ยวจื่อร่างเซียนแค่ไม่กี่ชั่วยาม เฟยหลงก็คิดถึงหน้าหวานๆ ร่างนิ่มๆ ของเสี่ยวจื่อร่างเซียนเสียแล้ว“………o_o อืมมมมม………."“………-_-………"“………o_o อืมมมมมมมมมมมมมมม………."“…-_-…. เป็นอะไร? …. ทำไมไม่คืนร่างเซียน? ….”“…คือว่า…. คืนร่างเซียนทำยังไงอ่ะจื่อหลง? เสี่ยวจื่อทำไม่เป็นเลยอ่ะ แหะๆ >_< ปกติพอเห็นจื่อหลงบาดเจ็บมา เสี่ยวจื่อก็แปลงร่างเองงงๆ ทู๊กทีเลย เสี่ยวจื่อเลยไม่รู้ว่ามันแปลงยังไง จื่อหลงสอนเสี่ยวจื่อสิ!>_<”“…-_-… หุ้ย!!!ขัดใจจริงๆ เลยวุ้ย!!เจ้าต้นไม้บ๊อง!”แล้ววันนั้นก็เป็นอันต้องจบลงโดยที่เฟยหลงไม่ทันได้กินเสี่ยวจื่ออีกรอบ เพราะทันทีที่ฝึกฝนให้เสี่ยวจื่อแปลงร่างด้วยตัวเองได้สำเร็จ พระอาทิตย์ก็ตกดินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลก็คือเสี่ยวจื่อผล็อยหลับไปในทันทีจากความเพลียที่สะสมมาทั้งวัน เฟยหลงจะปลุกจะเรียกอย่างไรก็ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยทำอะไรไม่ได้ เด็กผีอย่างเฟยหลงก็ว่าจะลักหลับ….คิดแผนชั่วเสร็จสรรพ ยังไม่ทันได้ลงมือทำให้สมใจ ร่างเสี่ยวจื่อยามหลับเพลินๆ ก็เปลี่ยนบุ๊ง!กลับไปเป็นต้นอ่อนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปเสียอีก เฟยหลงจึงจำใจจะต้องรามือไปอย่างไม่เต็มใจ ทำอะไรไม่ได้สภาพอารมณ์ก็เลยหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่พักใหญ่ สุดท้ายตนเองก็ตัดสินใจคืนร่างเป็นร่างลูกมังกรจิ๋วแล้วเลื้อยนอนพันเสี่ยวจื่ออีกครั้งไปทั้งอย่างนั้นเอง…
เฟยหลงปล่อยให้เสี่ยวจื่อลอยนวลได้ไม่นาน ทันทีที่เสี่ยวจื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ แผนการชั่วร้ายหลอกกินตับต้นอ่อนก็เริ่มต้นขึ้นในทันที และเพราะคราวนี้เป้าหมายของจื่อหลงยังมีเรื่องการผูกขาดเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเสี่ยวจื่ออยู่ด้วย ยามที่ร่างของคนทั้งคู่กันหลอมรวมกันแล้วเชื่อมจิตเป็นหนึ่งเดียว จึงคล้ายกับว่าเฟยหลงได้สัมผัสถึงขุมพลังมหาศาลมากมายของเสี่ยวจื่อที่แอบซ่อนเอาไว้อยู่ มันมากมายอเนกอนันต์แบบไม่มีที่สิ้นสุดและก็ทรงพลังมากจนเฟยหลงไม่อาจหยั่งถึงได้เลยว่ามีอยู่มากสักเพียงใดเสี่ยวจื่อคงเป็นสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ยุคบรรพกาลจริงๆ ถึงได้มีพลังบำเพ็ญมากมายขนาดนี้ได้ แต่พลังมากตามอายุก็ใช่ว่าจะทำให้ทรงพลังได้หากร่างจริงของเซียนผู้นั้นไม่ได้เก่งกาจไปด้วย ต่างจากขุมพลังของเสี่ยวจื่อที่ซุกซ่อนไว้ มันทั้งทรงพลังแล้วก็ดำมืดจนดูอันตราย ขัดกับภาพลักษณ์บ้องแบ๊วภายนอกของเสี่ยวจื่อโดยสิ้นเชิง….'แล้วเสี่ยวจื่อมีมันได้อย่างไร? …..’ นั่นคือสิ่งที่เฟยหลงได้แต่คิดแล้วก็สงสัย… แต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้แวบหนึ่งที่เฟยหลงแอบคิดไปว่า ‘หรือบางทีเสี่ยวจื่อคนนี้แท้จริงแล้วอาจเป็นเทพพฤกษาบรรพกาลอ้ายซ่างจื่อซินที่หายตัวไป? … หากเป็นเช่นนั้นเรื่องที่มาของพลังอันไร้ขีดจำกัดนี้ก็คงจะพอเป็นไปได้อยู่…’ แต่เมื่อคิดถึงช่วงเวลาเกือบห้าร้อยปีที่อยู่ด้วยกันมาแล้วเฟยหลงก็รีบปัดตกความคิดนี้โดยไวแล้วไม่คิดจะขุดมันขึ้นมาวิเคราะห์อีกประการแรกเพราะที่ผ่านมาเขาทำตัวผีใส่เสี่ยวจื่อไว้มาก หากเป็นอ้ายซ่างจื่อซินจริง มีหรือจะยอมง่ายๆ ที่สำคัญคนอหังการคิดครองใต้หล้าเช่นนั้นหรือจะยอมตกอับเป็นต้นอ่อนโง่ๆ ให้คนอื่นเอาเปรียบอย่างนี้ได้ประการที่สองเพราะแค่คิดก็รู้สึกสยองแล้ว หากเสี่ยวจื่อเป็นอ้ายซ่างจื่อซินจริงๆ เมื่อรวบรวมสิ่งที่เขาทำกับเสี่ยวจื่อไว้ทั้งหมดมาทบต้นทบดอกทีเดียว เฟยหลงผู้นี้คงตายอนาถศพไม่สวยเป็นแน่…‘เอาเป็นว่าไม่ใช่แน่ๆ ไม่มีทางใช่ และใช่ไม่ได้เด็ดขาด!!!’______________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า