ข่าวการเคลื่อนทัพของ แม่ทัพต้วนเหยียน (General Duan Yan) แห่ง แคว้นหมิงหลง (Minglong) ไม่ใช่แค่เรื่องลืออีกต่อไป เมื่อหน่วยสอดแนมรายงานว่ากองทัพกว่าแสนนายของศัตรูได้เริ่มบุกข้ามพรมแดนมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ปกคลุมมาถึงเจียงหนานอย่างรวดเร็ว ต้วนเหยียนเป็นที่รู้จักในนามผู้บัญชาการที่ไร้ความปรานี เขาไม่เคยลังเลที่จะใช้กำลังคนมหาศาลบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ราวกับพยัคฆ์หิวโซที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้เป็นชิ้นๆ
ในห้องบัญชาการซึ่งเงียบสงัดและมีเพียงแสงไฟจากตะเกียง อ๋องหลงเฟย ยืนอยู่หน้าแผนที่ใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่สายตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เหล่าแม่ทัพต่างยืนรอฟังคำสั่งด้วยใจระทึก
"ท่านอ๋องขอรับ ทัพหน้าของศัตรูเคลื่อนมาใกล้ถึงช่องเขาเก้าพยัคฆ์แล้ว" หมิงเหยา รายงานด้วยน้ำเสียงกังวาน "พวกมันมีจำนวนราวสองหมื่นนาย"
"นั่นไม่ใช่ทัพหน้าธรรมดา" ซือหม่าคุน ชี้ไปบนแผนที่ "ต้วนเหยียนวางกำลังไว้หนาแน่นเพื่อล่อให้เราออกไปปะทะตรงๆ แต่เราจะไม่ทำเช่นนั้น เราจะใช้จุดแข็งของเราโจมตีจุดอ่อนของพวกมัน"
หลงเฟยพยักหน้าเล็กน้อย "เราจะใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า 'การใช้กับดักมังกร' โดยแบ่งการรบออกเป็นสามส่วนหลัก"
ส่วนที่ 1: การซุ่มโจมตีที่ช่องเขาเก้าพยัคฆ์
แผนการของหลงเฟยคือการส่งทัพไปซุ่มโจมตีทัพหน้าของต้วนเหยียนที่ช่องเขาเก้าพยัคฆ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุรกันดารและเหมาะกับการซุ่มโจมตีอย่างยิ่ง เหลียงกัง ได้รับมอบหมายให้นำทหารราบชั้นยอดจำนวน 5,000 นายไปตั้งรับในป่าเขา โดยมี หลงฮวน และกองกำลังชนเผ่าพยัคฆ์ทมิฬอีก 3,000 นาย คอยซุ่มโจมตีจากด้านข้างและด้านหลังอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ หมิงเหยา และพลธนูพิษอีก 2,000 นาย จะประจำตำแหน่งบนหน้าผาเหนือช่องเขา และใช้ธนูอาบยาพิษยิงลงมาอย่างแม่นยำ
การซุ่มโจมตีประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทหารทัพหน้าของหมิงหลงตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาถูกโจมตีจากทุกทิศทุกทาง เหล่าทหารของเหลียงกังที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็กได้ตั้งรับอย่างมั่นคง ในขณะที่หลงฮวนและชนเผ่าพยัคฆ์ทมิฬได้โจมตีและล่าถอยอย่างรวดเร็ว ราวกับเงาในพงไพร และพลธนูของหมิงเหยาได้สังหารแม่ทัพและทหารของศัตรูไปจำนวนมาก
การซุ่มโจมตีในครั้งนี้มิได้มีเป้าหมายเพื่อชัยชนะที่เด็ดขาด แต่เพื่อทำลายขวัญและกำลังใจของศัตรู และบังคับให้พวกเขาต้องล่าถอยกลับไปเพื่อจัดทัพใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่หลงเฟยได้วางไว้
ส่วนที่ 2: การตั้งรับที่เมืองหลิงอวิ๋น
เมื่อทัพหน้าของต้วนเหยียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก พวกเขาก็รีบล่าถอยไปรวมกับทัพใหญ่เพื่อตั้งหลัก หลงเฟยรู้ดีว่าต้วนเหยียนจะต้องส่งทัพใหญ่มาโจมตีอย่างรุนแรงเพื่อแก้แค้นอย่างแน่นอน เขาจึงสั่งให้ทัพหลักทั้งหมดของเจียงหนานล่าถอยไปยัง เมืองหลิงอวิ๋น ซึ่งเป็นเมืองที่มีกำแพงสูงใหญ่และมีทำเลที่เหมาะกับการตั้งรับอย่างยิ่ง
เมื่อทัพใหญ่ของต้วนเหยียนมาถึง เมืองหลิงอวิ๋นก็ถูกปิดล้อมอย่างสมบูรณ์ การสู้รบที่ดุเดือดเริ่มขึ้น ต้วนเหยียนใช้ยุทธวิธีแบบตรงไปตรงมาและโหดร้าย เขาพยายามบุกทะลวงกำแพงเมืองด้วยเครื่องยิงหินและรถกระทุ้งประตู แต่หลงเฟยและเหล่าแม่ทัพของเขาก็ได้วางแผนป้องกันอย่างแยบยล พวกเขาใช้หินร้อนและน้ำมันเดือดสาดลงมาใส่ศัตรูที่พยายามปีนกำแพง เหล่าทหารของเหลียงกังและไป๋ห่าวได้ตั้งรับอย่างมั่นคงบนกำแพงเมือง โดยไม่มีใครสามารถบุกเข้ามาได้
การตั้งรับที่เมืองหลิงอวิ๋นกินเวลาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ทหารของต้วนเหยียนเริ่มเหนื่อยล้าและขาดขวัญกำลังใจ แต่ต้วนเหยียนก็ไม่ยอมแพ้ เขายังคงยืนหยัดและสั่งให้ทหารของเขาโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน ในขณะเดียวกัน ถานจง ผู้ดูแลคลังเสบียงของเจียงหนาน ได้ส่งหน่วยรบพิเศษลอบออกไปทำลายเส้นทางลำเลียงเสบียงของศัตรู
ส่วนที่ 3: การพลิกสถานการณ์
ในคืนที่เจ็ดของสงคราม ทหารของต้วนเหยียนเริ่มขาดแคลนเสบียงอาหารและอาวุธ พวกเขาเริ่มก่อความวุ่นวายภายในกองทัพ และความหวังที่จะได้รับชัยชนะก็เริ่มจางหายไป ในขณะเดียวกัน ไป๋ห่าว อัศวินผู้จงรักภักดีต่อหลงเฟย ได้นำทหารม้าส่วนหนึ่งบุกทะลวงเข้าไปในดินแดนของหมิงหลงอย่างเงียบเชียบ และเผาคลังเสบียงของศัตรูจนราบเป็นหน้ากลอง
เมื่อต้วนเหยียนได้รับข่าวการทำลายคลังเสบียง เขาก็รู้สึกโกรธแค้นอย่างที่สุด เขารู้ดีว่าหากไม่มีเสบียง กองทัพของเขาก็จะต้องอดอยากและล่มสลายในที่สุด และการที่ไป๋ห่าวบุกเข้าไปในดินแดนของเขา ก็ทำให้เขาต้องรีบถอยทัพกลับไปเพื่อปกป้องบ้านเกิด
ในที่สุด ต้วนเหยียนก็ตัดสินใจล่าถอยกองทัพกลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก เขาได้แต่จ้องมองไปยังเมืองหลิงอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น เขาไม่คิดว่าหลงเฟยจะสามารถเอาชนะเขาได้ถึงเพียงนี้
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของเจียงหนานในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากการสู้รบที่ดุเดือดในสมรภูมิเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการใช้สติปัญญา กลยุทธ์ และการร่วมมือกันของเหล่าแม่ทัพ หลงเฟยได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาคือผู้นำที่ชาญฉลาดและรอบคอบ และสามารถเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าได้ด้วยปัญญา