เซียนรีเทิร์น

    ตอนที่ 48 หลอมน้ำยาปรับสภาพร่างกายได้สำเร็จ

    "พี่ใหญ่ เอาบัตรเงินสดนี่ไปครับ!"


    ที่หลงหวางรีสอร์ท หลงเซ้งหลินบังเอิญเจอบัตรเงินสดในกระเป๋าเสื้อจึงทำให้เขารู้สึกท้อแท้มากก่อนที่จะส่งบัตรคืนให้หลงเซ้งหยูด้วยใบหน้าขมขื่น


    "ไม่เป็นไร ในเมื่อน้องชายถังไม่คิดว่าเราเป็นคนง่ายๆ เราก็จะรับบัตรนี้"


    หลงเซ้งหยูมองบัตรเงินสดที่ถูกส่งมาให้พร้อมรอยยิ้มตลก


    เนื่องจากวิลล่าที่ถังซิ่วได้รับจากหลงเซ้งหยูนั้นตัวเขาไม่ได้ซื้อมันจากเพื่อนแต่เก็บไว้เป็นของสำรองส่วนตัว ไม่ใช่เพราะวิลล่าขายไม่ได้แต่มันอยู่นอกเหนือแบบแปลนภูมิทัศน์ของเมืองทิศใต้และเป็นวิลล่าขนาดใหญ่ที่สุดที่แม้แต่คนที่ร่ำรวยที่สุดก็ยังซื้อไม่ได้


    เหตุผลที่หลงเซ้งหยูจงใจบอกว่ามันเป็นแค่บ้านพักหรูหราธรรมดาเพราะเขากลัวว่าถังซิ่วจะรู้ถึงมูลค่าที่แท้จริงของวิลล่าและไม่เต็มใจที่จะรับของขวัญของเขา


    "เซ้งหยู เซ้งหลิน ถังซิ่วเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?" 


    ชายวัยกลางคนที่ถือหนังสือพิมพ์ในมือได้ถามออกมาด้วยความสงสัย


    หลงฮานเหวินเคยรู้สึกว่าลูกชายสองคนของเขาเป็นยอดอัจฉริยะ เขารักและโปรดปรานลูกชายทั้งสองและไม่เชื่อว่าจะมีใครที่ยอดเยี่ยมไปกว่าลูกๆของเขา แต่หลังจากที่เขากลับบ้านในวันนี้ บทสนทนาระหว่างสองพี่น้องก็เต็มไปด้วยเรื่องของชายหนุ่มที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยซึ่งทำให้เขาตกใจมาก


    แม้ว่าหลงฮานเหวินจะรู้ว่าถังซิ่วเป็นผู้ชนะการพนันกับเจี่ยหลุยเต๋าแต่เขาคิดว่าลูกชายทั้งสองของเขาใช้เทคนิคและวิธีที่ไม่สุจริตจึงทำให้เจี่ยหลุยเต๋าพ่ายแพ้มากกว่าที่เขาชนะด้วยทักษะการพนันของตัวเอง อันที่จริงแล้วคือการที่หากว่าไม่ได้เห็นฉากการพนันระหว่างถังซิ่วกับเจี่ยหลุยเต๋าตรงๆก็ไม่มีใครกล้าที่จะเชื่อว่าจะมีคนในจังหวัดฉวนฉิงจะสามารถเอาชนะเจี่ยหลุยเต๋าในการพนันได้


    "พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าในสายตาของพ่อนั้นนอกเหนือจากพวกเราแล้ว คนอื่นๆก็ล้วนเป็นคนโง่และไร้ปัญญา พวกเราไม่จำเป็นต้องทำงานจริงๆแล้วล่ะมั้ง"


     เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อและมองการแสดงออกของเขา หลงเซ้งหลินได้แต่พูดออกมาจากความเศร้าใจและเดินตรงขึ้นไปที่ชั้นบน


    "พ่อ ผมยอมรับว่าลูกชายสองคนของพ่อคนนี้นั้นเก่งมากแต่พ่อต้องรู้ว่าจะมีคนภายนอกที่มีพรสวรรค์มากกว่าพวกเรา คราวนี้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา ลูกชายของพ่ออาจจะแพ้ให้กับซางตี้ฉวินและคนอื่นๆแล้ว" 


    หลงเซ้งหยูเองก็พูดออกมาไม่กี่คำก่อนที่จะขึ้นไปที่ห้องนอนของเขาเช่นกัน


    หลงฮานเหวินมองไปที่ด้านหลังของลูกชายทั้งสองคนที่เดินออกไปพร้อมกับการครุ่นคิดที่ปรากฏบนใบหน้าของเขา


    ที่เมืองทิศใต้ ถังซิ่วใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อตรวจสอบวิลล่าของเขาตั้งแต่บนลงล่างและวนรอบวิลล่า เมื่อเขาพบว่าวิลล่าของเขาอยู่ไกลจากบ้านอื่นๆและเกือบจะโดดเดี่ยวก็ทำให้เขารู้สึกพอใจกับวิลล่าแห่งนี้ที่หลงเซ้งหยูมอบให้กับเขามาก


    หลังจากทำความคุ้นเคยกับวิลล่าและสภาพแวดล้อมแล้ว เขาก็ได้ไปที่ห้องแช่แข็งที่เช่าเอาไว้และหยิบเอาแก่นวิญญาณของงูหลามดำออกมาพร้อมกับอวัยวะภายในและเนื้อส่วนหนึ่ง เขายังได้หยิบสมุนไพรและแร่ธาตุที่เขาเก็บได้จากหมู่บ้านเขาล้อมมาด้วย


    วิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่งสวรรค์ชั้นแรกประกอบด้วยเก้าขั้นเล็กๆที่ถูกแบ่งออกเป็น...ขั้นหล่อหลอมพลังฉี, เสริมสร้างผิวหนัง, เสริมสร้างเลือดเนื้อ, เปลี่ยนแปลงกระดูก, เปลี่ยนแปลงหลอดเลือด, เปลี่ยนแปลงไขกระดูก, เปลี่ยนแปลงอวัยวะภายใน, ส่งพลังฉีและเลือด, ครอบครองดินแดน


    ตอนนี้เขายังอยู่ในขั้นแรกคือขั้นหล่อหลอมพลังฉี เนื่องจากวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่งสวรรค์ต้องหล่อหลอมร่างกายก่อนซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะต้องสร้างน้ำยาปรับสภาพร่างกายซึ่งประกอบด้วยแก่นวิญญาณ อวัยวะภายในและเนื้อหนัง ยาเองก็ยังจำเป็นต้องใช้หญ้าสตาร์สปิริต อ้อยปีศาจพิษ แก่นพลังของหินหยกมรกตและวัตถุดิบอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่นวิญญาณและอวัยวะที่สดใหม่จะให้ประสิทธิภาพของยาที่ดีกว่า นี่เป็นเหตุผลที่เขาไม่สามารถทนรอที่จะหาที่สงบๆเพื่อบ่มเพาะหลังจากที่เขาฆ่างูดำตัวนั้นแทนที่จะรอเวลากว่าสองเดือนหลังจากการสอบเข้าวิทยาลัยจบแล้วค่อยหลอมร่างกาย


    ในขั้นตอนนี้จะต้องทำความสะอาดและบดหญ้าสตาร์สปิริตและแก่นพลังของหินหยกมรกตให้เป็นผง จากนั้นเขายังต้องล้างอวัยวะภายในและเนื้อของงูหลามหลายครั้งก่อนจึงจะใส่ส่วนผสมเหล่านี้ลงในสัดส่วนที่แน่นอน ในขณะที่ทำอย่างนั้นเขาก็ยังต้องต้มแก่นวิญญาณที่ถูกแช่แข็งอยู่ให้ละลายออกมา


    เขาจ้องมองออกไปทางหม้อ หลังจากนั้นเขาก็ใส่ผงที่เพิ่งบดลงไปในนั้นพร้อมกับผงที่กำลังผสมผสานกันนั้นเองที่สีแดงของโลหิตก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นที่ฟุ้งเต็มอากาศก็ค่อยๆจางหายไป สีแดงโลหิตนั้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มอย่างรวดเร็วและมีจุดสีขาวจางๆอยู่ทั่วราวกับท้องฟ้าสีเข้มอันกว้างใหญ่และถูกล้อมรอบไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน


    เมื่อกลิ่นเหม็นในอากาศหายไปอย่างสิ้นเชิงก็ทำให้เขาใส่อวัยวะภายในและเนื้อของงูเข้าไป ขณะที่เขานำเอาอ้อยปีศาจพิษที่เขาเตรียมเอาไว้ออกมา แม้ว่าอ้อยปีศาจพิษจะได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นอ้อยแต่ความจริงก็คือมันกลับแข็งเหมือนเหล็กและอาจจะเรียกได้ว่าเป็นท่อนเหล็กด้วยซ้ำ


    ช่วงเวลาหลังจากที่เขานำเอาอ้อยปีศาจพิษออกมา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมาก เพราะเขารู้ว่าความเร็วในการกวนจะส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการสร้างน้ำยาปรับสภาพร่างกายนี้ การผสมน้ำยานี้ยังต้องใช้ความจดจ่อและตั้งใจอย่างสูงส่ง ความประมาทเล็กน้อยจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือการระเบิด


    ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมวัตถุดิบหลายอย่างสำหรับสร้างน้ำยาและสถานที่ตั้งของวิลล่าก็ค่อนข้างโดดเดี่ยวดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการระเบิดที่จะดึงดูดผู้คนรอบข้าง...แต่เขาก็ไม่ต้องการล้มเหลว


    ขณะที่เขายังกวนส่วนผสมนี้เองที่อวัยวะภายในที่หนักและเนื้อค่อยๆอ่อนลงและกลายเป็นของเหลว สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็คืออ้อยปีศาจพิษที่อยู่ในมือของเขานั้นเริ่มบางลงเรื่อยๆ


    "หากว่ามีผู้ช่วยนักปรุงยา ฉันคงไม่ต้องทำอะไรที่ซ้ำซากและน่าเบื่อแบบนี้" 


    ระหว่างที่เขากำลังกวนยาอยู่นี้เองที่ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นในสมองของเขาเพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ทำน้ำยาปรับสภาพนี้จึงรู้สึกกังวลมาก


    หลังจากที่เขาเริ่มชินกับมัน จิตใจของเขาเริ่มล่องลอยไปไกลและเขาเริ่มที่จะเหม่อลอย ภาพในทุกรูปแบบเมื่อตอนที่เขายังอยู่ในดินแดนแห่งนิรันดร์ได้ปรากฏในจิตใจของเขา เขาก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ยุคปัจจุบันหรือในตอนที่เขาอยู่ที่ดินแดนแห่งนิรันดร์กว่าหมื่นปี


    ในขณะที่เขายังคงจมไปในจินตนาการของเขา ฟองสีเหลืองพุ่งออกมาจากหม้อเป็นกลิ่นเหม็นที่ไม่สามารถทนได้อย่างฉับพลันและทำให้อากาศในบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น


    "แย่แล้วสิ มันกำลังจะระเบิด!"


     เขาตะโกนออกมาดังเมื่อเขาเห็นว่าหม้อเริ่มมีฟองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและรีบวิ่งออกไปนอกบ้านโดยไม่ลังเลเลย


    ในช่วงเวลาที่คับขันที่เขาเพิ่งจะออกจากประตูบ้านไปก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวส่งออกมา ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาของเขาถูกทำลาย


    หลังจากใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อทำความสะอาด เขาจึงเริ่มกระบวนการกลั่นตัวยาครั้งที่สอง เมื่อเรียนรู้จากบทเรียนแรกก็ทำให้เขาก็ไม่กล้าที่จะเสียสมาธิใดๆอีกแล้ว เขาทำเพียงแค่ทำทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถันโดยเฉพาะช่วงที่อ้อยปีศาจพิษในมือของเขาเริ่มเล็กลงก็จะทำให้หม้อจุดระเบิดอีกโดยไม่มีข้อยกเว้น


    "ไม่ใช่ ปัญหาไม่ใช่เพราะฉัน มันน่าจะเป็นเพราะอ้อยปีศาจพิษนี่!" 


    ในตอนแรกเขารู้สึกว่าเขาไม่ระวังแต่สำหรับความพยายามครั้งที่สองจิตใจของเขาก็กำลังยุ่งเหยิงเพียงชั่วครู่เพื่อหาสาเหตุของปัญหา


    เขานำมีดออกมาและขูดบางส่วนของอ้อยปีศาจพิษออก ในวินาทีนี้เองที่ภาพประกอบและภาพต่างๆจากดินแดนแห่งนิรันดร์ได้ฉายออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้และเติมเต็มความคิดของเขา


    "ไม่น่าแปลกใจว่าวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่งสวรรค์กล่าวว่าการผสมน้ำยาปรับสภาพร่างกายนั้นเป็นเรื่องยากมากและอัตราความสำเร็จก็ต่ำมาก ปรากฏว่าไม่ใช่เพราะเป็นการยากที่จะควบคุมความรู้สึกของตัวเองในกระบวนการผสมแต่ผลกระทบที่เกิดจากพิษของอ้อยปีศาจพิษเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมได้"


    เมื่อเขาต้องการเริ่มต้นการทดลองครั้งที่สามก็พบว่าวัตถุดิบที่เหลืออยู่น้อยมากบนพื้นจึงทำให้เขาต้องระมัดระวังมากขึ้น หลังจากที่เขาตั้งสมมติฐานกระบวนการผสมในใจ เขาวิเคราะห์แต่ละขั้นตอนที่หม้อจะมีโอกาสที่จะระเบิดได้ออกมา


    ในช่วงต่อไป เขาได้ขูดเศษผงออกจากอ้อยปีศาจพิษอีกครั้งและนำมันไปทาบนผิวของเขาเอง ในตอนแรกไม่มีอุบัติเหตุอะไรและหลังจากนั้นจิตใจของเขาก็ฟุ้งซ่านอีกครั้ง


    "โชคดีที่ฉันคิดทันทีเกี่ยวกับความเป็นไปได้นี้มิฉะนั้นจะทำให้เสียวัตถุดิบมากขึ้น อ้อยปีศาจพิษนี่มีพลังมาก สามารถซึมซาบเข้าสู่รูขุมขนของผิวหนังมนุษย์และส่งผลต่อความคิดของผู้คนได้"


    ความกลัวได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขามองที่อ้อยที่อยู่ในมือ แม้ว่าเขาอาจกล่าวได้ว่าถึงจุดสุดยอดในการผสมยาในอดีต แต่เขาไม่กล้าที่จะคุยโวว่าเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวัตถุดิบสำหรับการปรุงยา อ้อยนี้เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่เขาไม่รู้จักเขาทำได้แค่ค้นหาความช่วยเหลือจากภาพในความทรงจำเกี่ยวกับวิชาบ่มเพาะนี้


    วัตถุดิบและส่วนผสมที่เกี่ยวข้องในการสังเคราะห์น้ำยาปรับสภาพนั้นได้ถูกเขียนไว้เหนือแนวปฏิบัติด้านการหายใจในวิชาบ่มเพาะแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัตถุดิบแต่ละชนิด


    โชคดีที่เขาคุ้นเคยกับวัตถุดิบเกือบทั้งหมด มีแค่อ้อยปีศาจพิษนี่เท่านั้นที่เขาไม่รู้ ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นที่สุ่มสี่สุ่มห้าสังเคราะห์น้ำยาขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าบุคคลนั้นอาจล้มเหลวหลายร้อยครั้ง เป็นเพราะข้อผิดพลาดเล็กน้อยใดๆ จะนำไปสู่ความล้มเหลวในการสังเคราะห์


    ถึงแม้จะเป็นเขา เขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะมีอัตราการสำเร็จหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ในการสังเคราะห์ เขาคุ้นเคยกับอ้อยปีศาจพิษนั้นเพียงเล็กน้อยและเขาก็เชื่อว่าหากเขาเข้าใจคุณสมบัติของอ้อยนั้นโดยสมบูรณ์ก็จะสามารถรับประกันได้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการสังเคราะห์


    ในอีกไม่กี่ชั่วโมง เขาไม่รีบเร่งที่จะสังเคราะห์แต่ทำการวิจัยเกี่ยวกับอ้อยปีศาจพิษแทนซ้ำไปซ้ำมา หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เขาก็เชื่อว่าเขาสามารถรู้ถึงคุณสมบัติทั้งหมดได้แล้ว


    ต้มแก่นวิญญาณ...


    ใส่ผงหญ้าสตาร์สปิริตและแก่นพลังของหินหยกมรกต...


    ใส่อวัยวะภายในและเนื้อ...


    กวน...


    ระงับลมหายใจ...


    ปิดรูขุมขน...


    ปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งห้าประการ...


    ทำตามขั้นตอนทั้งหมดอย่างละเอียดและเป็นระเบียบ...


    เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว จิตใจและหัวใจของเขาแขวนอยู่ในอากาศแต่เต้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทันใดนั้นเสียงแตกหักจากอ้อยปีศาจพิษในมือมันทำให้หัวใจเต้นช้าลงครึ่งหนึ่ง เขาเปิดตาลงในสภาวะที่เกือบหมดสติ


    ของเหลวที่เป็นยาภายในหม้อได้กลายเป็นสีทองและมันยังปล่อยกลิ่นหอมที่สดชื่น


    "นี่ฉันประสบความสำเร็จหรือไม่?"


    ขณะกำลังมองไปที่ของเหลวสีทองอย่างช้าๆ สักครู่เขาก็พบว่าความกลัวที่จะเกิดการระเบิดนั้นไม่ได้เกิดขึ้น สีของของเหลวก็เป็นอย่างที่บันทึกไว้ซึ่งทำให้ดวงตาของเขาลุกไหม้ด้วยความเร่าร้อน


    เขาไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หยดเล็กๆ ของเหงื่อก็แทรกซึมอยู่บนหน้าผากของเขา ตอนนี้ตัวเขาไม่ต่างอะไรไปจากคนที่เพิ่งจมน้ำและเพิ่งขึ้นมาเหนือน้ำได้


    คล้ายกับเรื่องเซียนรีเทิร์น ที่คุณอ่าน