การที่ทั้งสองอุตส่าห์ตั้งใจดั้นด้นไปถึงภัตตาคารจุ้ยเจียงหนาน แต่กลับไม่ได้ลิ้มลองความอร่อยที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยก็ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวมากพอแล้ว ไหนจะยังต้องอดทนกับการเดินทางไป ๆ มา ๆ เป็เวลานานที่ทำให้เสียเรี่ยวแรงและเหน็ดเหนื่อย ยามนี้สองพี่น้องจึงรู้สึกหิวโซเป็อย่างยิ่ง เมื่อเกิดอยากอาหารแต่กลับไม่ได้ทาน ก็ยิ่งทำให้ความปรารถนาที่จะได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสพุ่งทะยานขึ้นเป็ทวีคูณ
ครานี้ เมื่อได้กลิ่นหอมรัญจวนของอาหารลอยมากับสายลม น้ำลายในโพรงปากก็เริ่มผลิตออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
เสิ่นจิ่งเยี่ยนแหงนหน้ามองกำแพงสูงตระหง่านที่อยู่เบื้องหน้า ที่นี่คือสวนรองหอหนิงโช่ว ส่วนหลังของจวนที่ท่านย่าของเขาพักอาศัยอยู่จริง ๆ แต่กระนั้นเขากลับไม่มีหน้าไปขอรับประทานอาหารจากเรือนของท่านย่า
ในแต่ละปี เสิ่นจิ่งเยี่ยนไปเยี่ยมเยียนผู้เป็ย่าเพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น แม้จะเป็ผู้าุโร่วมสายเืแท้ ๆ แต่เขากลับยังไม่สนิทสนมมากเท่ามามาข้างกายของเขาเลย
ด้านเสิ่นเจียวเจียวนั้น แม้ยามนี้จะนั่งนิ่งอยู่ภายในรถม้า ริมฝีปากบางเงียบสนิทไม่ส่งเสียงสักคำ แต่ท้องของนางกลับร้องโครกครากไม่หยุด
สองพี่น้องไม่ได้คิดเลยว่ากลิ่นหอมเย้าจมูกนี้จะมาจากอาหารที่เสิ่นเชียนเกอเป็ผู้รังสรรค์ ทว่าพวกเขากลับไพล่นึกไปถึงเยี่ยนอ๋อง ผู้ซึ่งยึดเอาห้องส่วนตัวที่พวกเขาจองไว้ไปอย่างหน้าด้าน ๆ …เกรงว่ากลิ่นหอมอันเย้ายวนนี้ คงจะเป็กลิ่นอาหารจากภัตตาคารจุ้ยเจียงหนาน ที่เยี่ยนอ๋องตั้งใจส่งบ่าวรับใช้ให้นำมาให้เสิ่นเชียนเกอเป็แน่
ทันทีที่ตระหนักได้ว่า ขณะนี้ท้องของตนยังคงว่างเปล่าอยู่ อีกทั้งยังต้องหิ้วท้องว่าง ๆ ทนนั่งรถม้าตากลมหนาวมาตลอดทางเพื่อกลับจวน แต่เสิ่นเชียนเกอนั้นกลับได้ทานอาหารเลิศรสอยู่ภายในเรือนอย่างสบายอกสบายใจ เสิ่นเจียวเจียวก็ฉุนเฉียวและโกรธแค้น นางกำลังรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกันความสงสัยก็ก่อกำเนิด
… ‘ไม่ใช่ว่าเยี่ยนอ๋องไม่นิยมนารีหรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงได้ส่งอาหารมาให้เสิ่นเชียนเกอได้ล่ะ?’ …
แท้จริงแล้ว ที่เสิ่นจิ่งเยี่ยนและเสิ่นเจียวเจียวมายังตรอกหลังจวนก็เพียงเพราะ้าหาคำตอบในสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น เมื่อได้รู้ ‘ความจริง’ แล้ว พวกเขาก็ไม่้าให้กลิ่นหอมนั้นทรมานท้องอันหิวโหยของตนอีกต่อไป สองหนุ่มสาวรีบไปซื้อหูปิ่งมาสองชิ้น แล้วจากที่นี่ไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางเสิ่นจิ่งเยี่ยนยื่นหูปิ่งให้เสิ่นเจียวเจียวที่นั่งอยู่ในรถม้า
เสิ่นเจียวเจียวจ้องมองหูปิ่งแห้ง ๆ ในมืออย่างเศร้าสร้อย ในใจก็กระหวัดนึกถึงกลิ่นหอมที่ลอยข้ามกำแพงออกมาเมื่อครู่ นั่นยิ่งทำให้หูปิ่งเก่าแก่เ้าดังยิ่งดูแห้งกร้านไม่น่าทานเข้าไปใหญ่
โทสะที่สั่งสมมาั้แ่่บ่ายปะทุขึ้นและแสดงออกเป็อารมณ์ที่รุนแรง คุณหนูใหญ่เสิ่นโกรธจนขว้างปาหูปิ่งชิ้นนั้นทิ้งไปไม่ไยดี
***********************
ด้านเสิ่นฮูหยิน เมื่อพบว่าพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แต่บุตรสาวสุดที่รักกลับยังไม่กลับถึงจวนก็ร้อนใจยิ่งนัก มารดาผู้เป็กังวลสั่งการสาวใช้ข้างกายผู้มีนามว่า–น่งโม่ด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เ้าลองไปดูด้านหน้าจวนซิว่า คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วหรือยัง”
น่งโม่จึงรีบวิ่งไปดูด้านหน้าจวนในทันที
เมื่อเสิ่นฮูหยินนั่งลงได้ ชิวมามาก็ยกน้ำชาร้อน ๆ มายื่นให้ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง “ฮูหยินไม่ต้องร้อนใจไปหรอกเ้าค่ะ คุณชายได้ออกไปรับคุณหนูแล้ว คุณหนูจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยเป็แน่เ้าค่ะ”
เสิ่นฮูหยินโบกมือปฏิเสธ บอกเป็นัยให้คนรับใช้วางถ้วยชาลงข้าง ๆ นางไม่ได้อยากดื่มชา ขณะนี้ใบหน้าขาวผ่องดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ผ่านไปครู่หนึ่งจึงจะเอ่ยถาม “ทางฝั่งคุณหนูรองเป็อย่างไรบ้าง?”
ก่อนเอ่ยถ้อยคำใด ๆ ชิวมามาแอบชำเลืองดูสีหน้าของเสิ่นฮูหยินชั่ววูบ หลังจากนั้นก็ตอบคำถามของผู้เป็นายด้วยเสียงเบา “เมื่อเช้านี้ คุณหนูรองได้นั่งรถม้าของฮูหยินผู้เฒ่าไปหอศึกษาเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเสิ่นฮูหยินก็เปลี่ยนเป็เ็าในทันที “เมื่อเช้านี้ นางไม่ได้นั่งรถม้าไปกับเสิ่นเจียวเจียวหรอกหรือ?”
ถึงแม้ชิวมามาจะรู้เห็นเหตุการณ์ใน่ออกรถม้าไปหอศึกษาในเช้าวันนี้เป็อย่างดี แต่บ่าวไพร่อย่างนางก็ไม่กล้าพูดถึงคุณชายและคุณหนูใหญ่ในทางเสียหายต่อหน้าฮูหยิน ทว่าเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร ชิวมามาจึงได้แต่หาข้อแก้ต่างมาตอบอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “บางทีอาจจะเป็เพราะคุณหนูรองและคุณหนูใหญ่ไม่ได้นัดเวลากันให้ดีก็เป็ได้เ้าค่ะ……”
เสิ่นฮูหยินแค่นเสียงอย่างไม่ค่อยพอใจ “หึ! เชียนเกอคงจะจงใจถ่วงเวลาล่ะสิ จิ่งเยี่ยนที่ทนดูไม่ไหวจึงได้สั่งให้ออกรถม้าไปก่อน คงอยากให้บทเรียนกับเชียนเกอสักหน่อย เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า นางจะไปขอความช่วยเหลือจากฮูหยินผู้เฒ่าเสียได้”
ชิวมามาที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ตระหนักได้ทันทีว่า ฮูหยินยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก
ั้แ่คุณหนูรองกลับมา ไม่ว่าจะเกิดเื่ราวใดขึ้น ก็จะต้องลงเอยเช่นนี้อยู่ร่ำไป บ่าวรับใช้อย่างพวกนางแม้ไม่เคยเอ่ยถึงคุณหนูรองสักครึ่งคำ แต่ฮูหยินก็มักจะคิดถึงคุณหนูรองในด้านที่ไม่ดีก่อนเสมอ…
อันที่จริง เมื่อยามรุ่งสาง การที่คุณชายและคุณหนูใหญ่ออกเดินทางไปก่อนเวลาถึงสองเค่อ นั่นก็ไม่เท่ากับว่า คนทั้งสองจงใจให้เป็เช่นนั้นหรอกหรือ… แต่มีหรือที่ชิวมามาจะกล้ากล่าวออกไปเช่นนั้น เหตุผลที่แท้จริงของเื่นี้มีเพียงสองประการและไม่ได้ซับซ้อนวุ่นวายสักนิด
….ประการแรก ฮูหยินรักใคร่และเอ็นดูคุณชายมาก
….ประการที่สอง ความรักที่มีให้คุณหนูใหญ่ก็มากมายไม่แพ้กัน
ชิวมามาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตารับฟังคำพร่ำบ่นของนายหญิง ขณะเดียวกันก็พยายามลดทอนความมีตัวตนของตนลงให้ได้มากที่สุด
กระนั้น เสิ่นฮูหยินก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “วันนี้สาวใช้ของเชียนเกอได้มาขอสิ่งของที่ห้องครัวใหญ่อีกหรือไม่?”
“นางไม่ได้ไปที่ห้องครัวใหญ่เ้าค่ะ แต่ไปขอสิ่งของกับหัวหน้าพ่อบ้านแทน หัวหน้าพ่อบ้านก็ทำตามคำสั่งของฮูหยินทุกประการ คือห้ามให้สิ่งของใด ๆ แก่คุณหนูรองเ้าค่ะ…” ชิวมามากล่าวตอบด้วยความระมัดระวัง และในทันทีที่กล่าวจบความอดทนของนางก็จบลงไปพร้อมกัน มามาข้างกายเสิ่นฮูหยินรู้สึกสงสารคุณหนูรองจับใจ เมื่อได้ไตร่ตรองดูแล้ว ชิวมามาจึงกล่าวเสริมไปอีกเล็กน้อย “ฮูหยินเ้าคะ เรือนรองของหอหนิงโช่วไม่มีผู้ใดใช้งานมานานหลายปีแล้ว ในเรือนก็ว่างเปล่าไร้สิ่งของ แม้แต่ของที่จะใช้ทำความสะอาดก็ยังไม่มี อย่างไร พรุ่งนี้ให้บ่าวนำสิ่งของที่จำเป็ไปให้คุณหนูรองสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ?”
เสิ่นฮูหยินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตวัดสายตาดุดันมองชิวมามาในทันที “ที่หอหนิงโช่วก็มีฮูหยินผู้เฒ่าคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ไม่ใช่หรือ? ยังจะ้าให้ข้านำสิ่งของอะไรไปให้นางอีกล่ะ! ไม่รู้จักเคารพผู้าุโ ยังไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ก็ย้ายออกจากเรือนไปโดยพลการ เช่นนี้ก็สมควรให้นางได้ลิ้มลองกับความทุกข์ยากเสียบ้าง ต่อไปจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร อะไรดีอะไรชั่ว! ข้าขอลั่นวาจาเอาไว้ตรงนี้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ห้ามไม่ให้พวกเ้านำสิ่งของใด ๆ ไปให้คุณหนูรองอีก เงินประจำเดือนของบ่าวที่นางพาไปก็ด้วย ในเมื่อพาไปได้ก็ให้นางเป็คนรับผิดชอบเอาเอง!”
ชิวมามารู้สึกอึ้งกับคำกล่าวของเสิ่นฮูหยินเป็อย่างยิ่ง คาดไม่ถึงเลยว่าฮูหยินจะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ ถึงขั้นตัดทอนหนทางการเอาชีวิตรอดของบุตรสาวทุกวิถีทาง
คุณหนูรองเป็เพียงเด็กสาวอายุสิบห้าปีเท่านั้น!
ทำเช่นนี้จะไม่ดูใจร้ายมากเกินไปหรอกหรือ? อีกอย่างชีวิตความเป็อยู่ของฮูหยินผู้เฒ่าที่สวนรองก็ไม่ได้สุขสบายแต่อย่างใด นี่ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ฮูหยินจงใจบีบคั้นให้คุณหนูรองต้องตกระกำลำบากมีชีวิตทุกข์ยาก เพียงเพื่อ้าให้นางยอมโอนอ่อนตาม และกลับมาขอร้องอ้อนวอนมารดาเท่านั้น
ในตอนนั้นเองที่ชิวมามาเกิดความรู้สึกว่า …การที่คุณหนูรองยอมเสียสละตนเองตอบตกลงแต่งงานกับเยี่ยนอ๋องเพื่อรักษาหน้าให้ตระกูล เป็การกระทำที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย…
แต่เื่เหล่านี้ ชิวมามาก็ทำได้เพียงคิดดัง ๆ อยู่ในใจเท่านั้น อย่างไรผู้เป็บ่าวไพร่ต่ำต้อยก็ย่อมไม่มีสิทธิ์เอ่ยคำถากถางเ้านาย แต่ถึงจะมีสิทธิ์นางก็คงไม่กล้าเอ่ยออกไปแม้แต่คำเดียว
“เ้าค่ะ ฮูหยิน บ่าวจะรีบสั่งการออกไปในทันทีเ้าค่ะ”
****************************
ไม่นานนัก เสิ่นจิ่งเยี่ยนและเสิ่นเจียวเจียวก็มาถึงประตูหน้า บ่าวรับใช้ออกไปต้อนรับและพาทั้งสองเข้ามาด้านในจวนเพื่อรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับเสิ่นฮูหยิน
เสิ่นฮูหยินตั้งใจสั่งให้ห้องครัวใหญ่ทำอาหารเอาไว้มากมายหลายชนิด วันนี้ใต้เท้าเสิ่นต้องไปร่วมงานเลี้ยงนอกจวน กว่าจะกลับก็คงดึกดื่น ดังนั้นค่ำคืนนี้ภายในห้องรับแขก จึงมีเพียงสามแม่ลูกที่นั่งกินข้าวด้วยกันเท่านั้น
บนโต๊ะอาหารมีเนื้อกวางย่างจานใหญ่วางอยู่อย่างโดดเด่น เนื้อกวางย่างนี้จัดเป็อาหารชั้นสูง เพราะแม้แต่ตระกูลสูงศักดิ์บางตระกูลก็ยังยากที่จะหาทานได้
เสิ่นฮูหยินผายมือต้อนรับบุตรสาวและบุตรชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและรอยยิ้มแสนอบอุ่น “หิวแล้วใช่หรือไม่ รีบนั่งลงเร็วเข้า วันนี้มีเนื้อกวางด้วยนะ จิ่งเยี่ยนกับเจียวเจียว อีกประเดี๋ยวพวกลูกสองคนต้องทานให้มาก ๆ ล่ะ”
เสิ่นเจียวเจียวทอดสายตามองดูอาหารที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เนื้อกวางที่นางเคยชื่นชอบหนักหนา มาบัดนี้กลับกลายเป็สิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย
ขากวางชิ้นใหญ่ถูกย่างจนมันวาวน่าทาน แต่เมื่อสูญเสียความร้อนไป เืที่ยังซึมอยู่บริเวณขอบ ๆ ก็ค่อย ๆ ไหลออกมาทีละน้อย อาจจะเป็เพราะยามที่นำไปย่าง พ่อครัวย่างสุกเพียงห้าถึงหกส่วนเท่านั้น ไม่เพียงเท่านี้ เืที่ซึมออกมายังส่งกลิ่นเหม็นคาวจาง ๆ น่าสะอิดสะเอียน… ช่างแตกต่างจากกลิ่นที่ลอยออกมาจากสวนรองด้านหลังจวนโดยสิ้นเชิง…ทำเอาสีหน้าของเสิ่นเจียวเจียวยิ่งซีดเซียวไม่สดใสมากขึ้นไปอีก
เสิ่นฮูหยินที่พบว่าสีหน้าของบุตรสาวดูย่ำแย่เป็อย่างยิ่ง ก็รีบเอื้อมมือออกไปโอบไหล่บางของนางแล้วเอ่ยถามอ่อนโยน “เจียวเจียว เป็อะไรไป? สีหน้าของเ้าดูแย่ยิ่งนัก ไม่สบายตรงไหนหรือไม่? แม่จะได้รีบส่งคนไปตามหมอมาดูเ้า”
เสิ่นเจียวเจียวส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนที่จะหันไปฝืนยิ้มให้เสิ่นฮูหยินเล็กน้อย “ท่านแม่ ลูกไม่เป็อะไรเ้าค่ะ ท่านแม่รอข้าและท่านพี่มานานแล้ว ท่านแม่คงจะหิวน่าดู พวกเรารีบกินข้าวกันเถอะเ้าค่ะ!”
ในขณะที่กำลังกล่าว นางก็ยื่นมือออกไปคีบเนื้อกวางย่างชิ้นหนึ่ง ที่นางรู้สึกว่าน่าขยะแขยงมากที่สุดบนโต๊ะให้เสิ่นฮูหยินด้วยความระมัดระวัง
เสิ่นฮูหยินนั้น คิดมาโดยตลอดว่าเสิ่นเจียวเจียวบุตรสาวที่นางเลี้ยงมากับมือเป็ดรุณีที่มีความรู้ เฉลียวฉลาด มีมารยาท อีกทั้งยังเป็ที่รักใคร่ของผู้คน ยามนี้ เมื่อเห็นว่าบุตรสาวคีบอาหารที่นางชื่นชอบมากที่สุดมาให้ตนก่อน เสิ่นฮูหยินก็ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มใจมากขึ้นไปอีก
“จิ่งเยี่ยนกับเจียวเจียวเองก็ทานเยอะ ๆ นะ” โดยไม่ต้องรอให้เ้านายออกคำสั่ง บ่าวรับใช้ข้างกายก็รีบเข้ามาช่วยเสิ่นฮูหยินจัดแจงแบ่งอาหารให้ทันที
หลังจากได้สูดดมกลิ่นอาหารหอมรัญจวนที่กำแพงรั้วด้านหลังจวนแล้ว เสิ่นจิ่งเยี่ยนก็รู้สึกว่าความอยากกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าลดทอนลงไปเกือบหมด ยามจ้องมองเนื้อกวางชิ้นโตในถ้วยของตน ความรู้สึกที่อยากจะคีบมันเข้าปากกลับเปลี่ยนเป็อยากคีบมันกลับคืนไว้ในจานเดิมเสีย
และเมื่อนึกถึงภาพที่เสิ่นเชียนเกอกำลังดื่มด่ำกับรสชาติอาหารจากภัตตาคารชื่อดังอย่างจุ้ยเจียงหนานอยู่ในตอนนี้ โทสะที่มีในใจเสิ่นจิ่งเยี่ยนก็ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะเขาคิดเอาเองว่าอาหารที่น้องสาวคนรองได้กินเป็มื้อค่ำวันนี้นั้นถูกส่งมาจากเยี่ยนอ๋องที่เข้ามาแย่งชิงห้องส่วนตัวของตนไป!
“ท่านแม่ ที่เจียวเจียวมีสีหน้าย่ำแย่ขนาดนี้ก็เพราะถูกเสิ่นเชียนเกอกลั่นแกล้ง!” เสิ่นจิ่งเยี่ยนกล่าวออกไปด้วยโทสะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นฮูหยินก็รีบวางตะเกียบลงในทันที ใบหน้าขาวผ่องที่กำลังเพลิดเพลินกับเนื้อกวางย่างเปลี่ยนกลายเป็ถมึงทึงในชั่วพริบตา “เกิดอะไรขึ้น? เจียวเจียวน้อยใจเื่อะไร?”
เสิ่นจิ่งเยี่ยนเล่าเื่ที่เสิ่นเชียนเกอจงใจไม่นั่งรถม้าคันเดียวกับเสิ่นเจียวเจียว จนเป็เหตุให้เสิ่นเจียวเจียวต้องถูกองค์หญิงห้าตำหนิที่หอศึกษาให้ผู้เป็มารดาฟัง แน่นอนว่าด้วยอารมณ์ที่มีคุณชายใหญ่เสิ่นก็ใส่สีตีไข่เพิ่มเติมเื่ราวไปไม่น้อย
และด้วยความที่เสิ่นฮูหยินเชื่อมั่นในตัวบุตรชายผู้นี้มาก หลังจากได้ฟังสิ่งที่เขาเล่ามา ความโกรธที่มีต่อเสิ่นเชียนเกอก็เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
มารดาผู้รักลูกไม่เท่ากันจึงหันไปสั่งชิวมามาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแสนเย็นะเื “งดเงินค่าขนมประจำเดือนของคุณหนูรองครึ่งปี!”
ชิวมามาก็จำต้องน้อมรับคำสั่งนั้นด้วยความเคารพ นางไม่กล้าโต้แย้งออกไปแม้แต่ครึ่งคำ ก่อนหน้านี้ฮูหยินสั่งไม่ให้มอบสิ่งของใด ๆ ให้คุณหนูรอง มาบัดนี้แม้กระทั่งเงินประจำเดือนก็จะไม่ให้อีก… โบราณว่าไว้ ในบางครั้งขาดเงินเพียงอีแปะเดียวก็สามารถล้มวีรบุรุษได้ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กสาวแสนบอบบางอย่างคุณหนูรองเล่า! ชิวมามาไม่เคยรู้สึกขมขื่นเช่นนี้มาก่อนเลยจริง ๆ
เมื่อได้ยินว่าเสิ่นเชียนเกอจะไม่ได้รับเงินประจำเดือนอีกต่อไป เสิ่นเจียวเจียวก็รู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นมาในทันที
.
.
.