เวลาเที่ยงคืน 58 นาที ณ ห้องน้ำหญิงของสายจอมแพทย์
“ จะไปกันได้หรือยัง... ” ชายหนุ่มยืนปรายตามองหญิงสาวกำลังเซ็ทผม แต่งหน้าแต่งตาบนใบหน้าของหล่อนอยู่เป็เวลาเกือบห้านาทีแล้วภายในห้องน้ำหญิง
‘ แค่นี้ยังสวยไม่พออีกเหรอ เฮ้ออ ..แต่ทำไมเราไม่ยักรู้ว่านางเป็เหมือนพวกนั้นด้วยนะ ’ ชายหนุ่มคิด
“ จะเสร็จแล้ววว รอนิดรอหน่อยไม่ได้นะ.. บ่นเป็ผู้หญิงไปได้เจฟ ”
หญิงสาวผมบลอนด์ยาวมองสะท้อนผ่านจากกระจกกลับไปมองชายหนุ่มที่มีใบหน้าหวานเหมือนสตรีกับทรงผมซอยสั้นประบ่าสีเทาที่ดูตัดกับผิวสีแทนได้อย่างดีเยี่ยม
“ เหอะ รอนิดรอหน่อยเหรอ รู้ไหมข้ารอเ้าเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ เสียเวลาจริง ๆ ! ” เจฟฟรีย์มองหญิงสาวอย่างรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเป็ครั้งที่สอง
“ ข้าขอโทษ.... ข้าก็บอกเหตุผลให้เ้าฟังไปแล้วไม่ใช่รึเจฟของข้า ยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าคนมันมีงานด่วนเข้ามาจริง ๆ ” หญิงสาวหันหลังกลับไปมองเจฟฟรีย์ ทำหน้ารู้สึกผิดใส่ชายหนุ่ม
“ ใครเป็ของเ้ากัน ! ” เจฟฟรีย์พูดอย่างไม่พอใจ
“ ก็เ้าไง เ้ารักข้าไม่ใช่รึ หรือจะบอกว่าไม่จริง..หืม ”
หญิงสาวนามว่า แอล พูดแทงใจดำได้ถูกจุด มองเจฟฟรีย์เพื่ออยากแกล้งแหย่ชายหนุ่มตรงหน้านาง
“ ........ ” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบ เบือนหน้าหลบไปทางอื่น
“ ไม่ตอบแบบนี้ ถือว่าเ้ายอมรับนะ ” หญิงสาวยังไม่เลิกแกล้งชายหนุ่ม
“ แอล จะแกล้งข้าพอหรือยัง! ถ้าพอแล้วก็รีบไปทำงานกัน ให้มันเสร็จ ๆ ไปซักที เพราะข้าไม่อยากจะเจอหน้าเ้าอีก ” เจฟฟรีย์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม เดินออกจากห้องน้ำไป แต่เขาก็ต้องหันกลับมาใหม่เมื่อตนลืมบอกสิ่งสำคัญให้กับผู้หญิงคนนี้ได้รับรู้ก่อนเริ่มภารกิจเสียก่อน
“ เอาะ แล้วหน้าที่ของเ้าก็คือไปช่วยท่านชายออกมาให้ได้นะ เพราะเหตุผลอะไร เ้าน่ารู้ดีอยู่แล้ว ส่วนเ้าจะใช้วิธีอะไรพาท่านชายออกมาจากสถานที่นั้นอย่างปลอดภัย!ก็แล้วแต่เ้าเลย แต่ข้าขออย่างหนึ่ง...อย่าทำร้ายหลักฐานและตัวการสำคัญเสียหายก็พอ และส่วนหน้าที่ของข้า ข้าจะเป็คนล่อไอ้เ้าเรย์ออกมาให้เอง เข้าใจไหม ! ข้าเชื่อมือเ้านะ”
‘ เชื่อมาตลอด ’
เจฟฟรีย์คิด ยกมือทำปัดฝุ่นบนใบหน้าตัวเอง แอบยิ้มเพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนนี้ได้เห็นสีหน้าของเขาว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะผู้หญิงตรงหน้าเขา ยิ่งอ่านสีหน้าคนอื่นออกเก่งเสียด้วย เขารีบเดินออกจากห้องน้ำไปทันควัน ไม่ได้ฟังคำตอบรับของแอลเลยสักนิด
“ เ้าค่ะ เ้านาย ” แอลพูดเสียงดังใส่ตามหลังเจฟฟรีย์กำลังเดินออกไปด้านนอก
“ หึหึ... เ้าก็เป็แบบนี้ไง ข้าถึงไม่มีวันที่จะลืมเ้าได้เลยเจฟ ” แอลพึมพำกับตัวเอง มองตามหลังเจฟฟรีย์ไป นางเดินออกจากห้องน้ำไปแบบติด ๆ หลังจากนั้นทั้งสองคนก็หายวับไปจากตรงนี้เพื่อทำภารกิจ
..........................................................
ณ ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน
ในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนแอนทิลลิสเตียร ยามนี้มีหญิงสาวผมดำยาวกับชายวัยกลางคนผมทองกำลังนั่งคุยกันอย่างหน้าเคร่งเครียด ถึงแม้ในเวลาข้ามเที่ยงคืนในการเริ่มวันใหม่แล้วก็ตาม
“ น้องว่าท่านพี่ควรพักผ่อนซักหน่อยน่าจะดีนะ เดี๋ยวทางนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของน้องเองเถอะ ” แคทเธอรินเอ่ยขึ้นเมื่อนางเห็นหน้าของพี่ชายในตอนนี้ที่ไม่สู้ดีนักเพราะความเป็ห่วงอานนท์
“ ไม่เป็ไร พี่ยังไหว อ้อ...เื่นี้น้องยังไม่ต้องบอกท่านพ่อนะ เดี๋ยวรอให้เจฟพาอานนท์กลับมาอย่างปลอดภัยก่อนแล้วค่อยบอกท่านให้ทราบ....พี่ไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจน่ะ น้องก็รู้ว่าตอนนี้...ท่านกำลังยุ่งกับการปรุงยาสูตรพิเศษให้ทางสภากลางอยู่ ” เดลล์หรือพี่ชายของแคทเธอรินส่ายหน้า ตอบน้องสาวตน ยกมือเรียวของตัวเองมาปิดปากหาว
“โอเค น้องจะไม่บอก แต่ถ้า....ท่านพ่อรู้มาจากคนอื่น น้องไม่เกี่ยวด้วยนะท่านพี่ อิอิ ”
แคทเธอรินแอบขำ เมื่อเห็นว่าพี่ชายของนางที่ปากบอกว่าไหว แต่กลับมีอาการหาวง่วงขึ้นมาให้เห็นซะงั้น ได้หันกลับไปสนใจด้านหน้าของนางต่อ มันคือจอขนาดใหญ่สีใส แคทเธอรินได้เสกมันขึ้นมา บนจอนั้นแสดงรูปแผนที่ทั้งหมดของประเทศเฟรด้าล่าและจุดกลม ๆ สีแดง กระพริบบนแผนที่ มันเป็ตัวบ่งบอกตำแหน่งของหลานชายว่าอยู่ตรงไหนในเขตนี้ เป็เครื่องติดตามแฝงอยู่ในสร้อยข้อมือของอานนท์ นางได้ดัดแปลงจากเครื่องเดิมของโลกให้มันเข้ากับมิตินี้ของตนนั่นเอง
“ นั่น..มันชายแดนเขตตะวันตกเฉียงใต้นิ ”
เดลล์ลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปด้านหน้าจอกำลังแสดงแผนที่อยู่ หันกลับไปมองน้องสาว
แคทเธอรินพยักหน้าเป็เชิงว่า ใช่ท่านพี่ ให้พี่ชาย ก้มหน้าลงมองไลมิวส์อา นางกำลังส่งตำแหน่งของหลานชายตัวเองให้เจฟฟรีย์ได้รับรู้ เมื่อตัวเองส่งตำแหน่งของอานนท์ให้เจฟฟรีย์รู้แล้ว นางเลยเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ ให้กับพี่ชายของตน
“ ท่านพี่ เื่ที่น้องขอ ตกลงว่าท่านพี่จะอนุมัติให้ไหม... น้องอยากทำ ”
เมื่อเดลล์เห็นหน้าน้องสาวทำท่าเหมือนเด็กกำลังขอลูกอมจากผู้ใหญ่ เขาเลยอดใจอ่อนกับน้องสาวคนนี้ไม่ได้สักครั้งเดียว พยักหน้าเป็เชิงว่า อืม แทนคำตอบของเขา
“ เย้ ๆ ท่านพี่ของน้องยังคงน่ารักเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยยย ” แคทเธอรินพูดเสียงหวานชมพี่ชายของตน ยิ้มกว้าง ก่อนหุบยิ้มเมื่อ จู่ ๆ เดลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ยืนเงยหน้ามองหมู่ดาวนับพันดวงกำลังลับจางหายไปตามเวลาของการขึ้นวันใหม่
“ ถ้าอานนท์เป็อะไรไป พี่จะไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่ ๆ แคท พี่จะไม่ใจเย็นอีกต่อไปแล้ว..ไม่อีกแล้วววว ! ”
“ น้องก็เหมือนกัน! ถ้าน้องไม่ติดว่ามีภารกิจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้.... น้องจะไปจัดการกำจัดยุงพวกนั้น!ด้วยตัวของน้องเองเลยท่านพี่ !! ” แคทเธอรินเอ่ยอย่างโมโห ยกแขนขึ้นก่อนกำมือไว้อย่างแน่น
“ หึ ยุงยังงั้นเหรอ...? ”
เดลล์หันหน้าเพียงเล็กน้อยไปด้านขวาก่อนพูดทวนคำ ยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง หันกลับไปสนใจเหล่าหมู่ดาวนับพันดวงบนท้องฟ้าในยามราตรีต่ออย่างเดิม
..........................................................
‘ อานนท์....เ้าตื่น! ตื่นได้แล้วว! ’ เสียงเล็ก ๆ เดาไม่ออกว่าเป็หญิงหรือชายกำลังเรียกเด็กหนุ่มอันกำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติให้ตื่นขึ้น
‘ อืมโอ๊ย ! เจ็บชะมัด.....แต่ที่นี่มันที่ไหน ! ’
อานนท์เริ่มรู้สึกตัวจากเสียงเล็ก ๆ เหมือนเสียงของเด็กน้อยเรียกชื่อเขาให้ตื่น เลื่อนสายตาขึ้นมองข้อมือทั้งสองของตัวเอง ถูกขึงพืดแน่นอยู่บนแท่นคริสตัลสีดำขนาดใหญ่ ทุกครั้งเขาพยายามออกแรงดึงเพื่อหวังให้มันหลุดพันธนาการจากห่วงทำด้วยคริสตัลสีดำเชื่อมกับแท่นไว้ แต่กลับมีความเ็ปตรงข้อมือแล่นเข้ามาแทนที่ จนเด็กหนุ่มหมดแรงและท้อในที่สุด อานนท์เปลี่ยนมองลงมาเห็นร่างกายตัวเอง ท่อนบนไม่มีเสื้อผ้าอยู่แล้ว เผยเห็นคราบเืยังคงหลงเหลือปะเปื้อนอยู่บนแผ่อกขาวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นกับหน้าท้องดูดีไร้ที่ แต่กลับคงเหลือแค่กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาลเข้มตัวเดียวเท่านั้นยังสวมอยู่อย่างเดิม
ถ้ามองสังเกตรอบ ๆ ตัวเองอย่างช้า ๆ ทางด้านซ้ายเห็นว่ามีโหล่แก้วเป็จำนวนมาก บรรจุน้ำเหลว ๆ สีแดงเหมือนเืเรียงกันอย่างเป็ระเบียบวางอยู่บนชั้นไม้ ส่วนทางด้านขวามือก็เช่นกันมีโหล่แก้วจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ จากสถานที่ที่ตัวเด็กหนุ่มโดนจับตัวมามันเป็ห้องรกร้างไม่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้ว แสงจากคริสตัลสีส้มอ่อน ๆ อันเดียว ติดกับผนังห้องดูแตกร้าวตามกาลเวลา ประตูไม้ดูแข็งแรงอย่างมากซึ่งมันเป็ทางเข้า - ออกแค่เพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น
หากแต่เ้าของเสียงปริศนาที่เรียกชื่อเขา ดูเหมือนไม่มีตัวตนอยู่จริงในห้องนี้ เด็กหนุ่มพยายามกวาดตามองรอบ ๆ เพื่อหาเ้าของเสียงเล็ก ๆ นั้นแต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะพบเลย
‘ เสียงนั่น เสียงของใครกัน ’ อานนท์นึกคิดในใจ ค่อย ๆ ขยับตัวอย่างระแวดระวัง เพราะหลังของเขายังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาไม่หาย
‘ ตอนนี้ข้ายังจะตอบอะไรเ้าไม่ได้มากนัก ถึงเ้าอยากจะรู้ก็ตามเถอะ ’ เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นอีกครั้งแต่หากฟังดูจากเสียงนั้น อานนท์คิดว่ามันน่าไม่ใช่เด็กเล็กๆ อย่างที่คิดไว้ แต่เด็กหนุ่มรีบกวาดตาหาบุคคลนั้นอีกครั้ง แต่มันกลับว่างเปล่า !
‘ ฮ่า ๆ เ้าหาข้ายังไงก็ไม่เจอหรอก ’ เสียงนั่นดังขึ้นเป็ครั้งที่สองด้วยน้ำเสียงร่าเริง
‘ งั้น ข้าเลิกหาแหละ ว่าแต่...เ้าชื่ออะไรเหรอ ข้าจะได้เรียกถูก ’ อานนท์เปลี่ยนจากการมองหาเ้าของเสียงปริศนานั้น หันมาตั้งสมาธิให้นิ่ง ลองคิดถามภายในตัวของเขา ซึ่งมันเป็อย่างที่เด็กหนุ่มคิดไว้ เสียงเล็ก ๆ นั่นมันดังขึ้นมาภายในความคิดของเขา
‘ เก่งดิ หึหึ.. ข้าชื่อ ลูซ เป็ภูตประจำตัวเ้า...อานนท์ ’
‘ ภูตประจำตัวข้า...ตอนไหนกัน ทำไมข้าไม่ยักรู้เลย....อืมแต่ว่า...เ้าเป็ผู้หญิงใช่หรือเปล่า ’ อานนท์ถามลูซด้วยความรู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ว่าในตัวเขาก็มีภูตเหมือนกับคนอื่นด้วยหรือ?
‘ ก็ใช่นะสิ ข้าเป็ผู้หญิงและก็เป็ภูตประจำตัวของเ้า รู้ไหม...ข้าน่ะมีเวทมนตร์ระดับสูงกว่าเหล่าภูตไหน ๆ เสียอีกนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” ลูซพูดโอ้อวดความสามารถตัวเองด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ หัวเราะด้วยเสียงเล็ก ๆ น่ารัก ๆ
‘ เหรอ...แล้ว ’ อานนท์คิดเอ่ยต่อ แต่ต้องหยุดพูดเมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเสียง
แอ๊ด!
เสียงของประตูไม้ด้านหน้าดังขึ้น ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนแต่งกายเหมือนพ่อมด แต่หากไม่ได้สวมหมวกทรงแหลมเหมือนในนิทานหลอกเด็ก กำลังเดินเข้ามายังแท่นคริสตัลสีดำ เลื่อนั์ตาสีแดงสดลงมองร่างเด็กหนุ่มถูกตรึงไว้อย่างแ่า
“ รู้สึกตัวแล้วเหรอ ”
“ แกเป็ใคร แก้าอะไรจากข้า!! ”
อานนท์ถามด้วยน้ำเสียงเ็า มองด้วยความรังเกียจอย่างปิดไม่อยู่ เมื่อเด็กหนุ่มมั่นใจเลยว่าชายตรงหน้าคนนี้ต้องเป็คนที่ทำร้ายและพาตัวเขาให้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้แน่ ๆ
“ หึ...เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก.....เอาะ และอีกอย่าง ข้าไม่ได้ชื่อแก และเ้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรทั้งสิ้น จนกว่าข้าจะได้ในสิ่งที่ข้า้าแล้วข้าจะปล่อยเ้าให้เป็อิสระเอง ” ชายวัยกลางคนกระตุกยิ้มมุมปาก ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ หึ...คิดว่าข้าจะเชื่อแกงั้นเหรอ ถ้าข้ารอให้แกได้สิ่งที่้าอะไรสักอย่างจากตัวข้า ถึงตอนนั้นข้าคงไม่ได้ออกไปจากที่นี้อย่างมีชีวิตหรอก !! ” อานนท์ไม่เชื่ออย่างที่ชายตรงหน้าพูดเลยสักนิด แต่..หากถึงมันจะปล่อยตามที่รับปากไว้ แต่เชื่อเลยว่าตัวเขาเองคงไม่ได้ออกไปจากที่นี่โดยง่าย ๆ แน่
“ ฮ่า ๆ ๆ ฮ่า ๆ !! ฉลาดดีดิเหยื่อของข้า ” ชายวัยกลางคนยืนกอดอก หัวเราะอย่างชอบใจในเหยื่อของเขา คิดกล้าต่อปากต่อคำที่ไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเขาเลย
ตุบ โครม !!
“ ปล่อยข้า !! อย่าจับข้าเลย ! ข้าขอร้องท่าน ข้ามีลูกมีเมียที่ต้องกลับไปหา ปล่อยข้าเถอะท่าน!! ” จู่ ๆ มีเสียงอ้อนวอนขอร้องชีวิตของชายวัยกลางคนมีผมยาวสีขาวแต่งกายแลดูมีฐานะแต่ดูจากสภาพชายคนนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเืและรอยฟกช้ำมากมาย ถูกบุคคลปริศนาจากด้านนอกผลักเข้ามาด้านใน จนร่างของชายผู้นั้นกระแทกเข้ากับชั้นไม้โหลแก้วอย่างเร็วและแรง มันเลยทำให้โหลแก้วบรรจุเืทั้งหมดร่วงหล่นตกแตกกระจัดกระจายเต็มไปหมดทั่วบริเวณ
เืจากโหลแก้วนั่นกลับถูกร่างของเด็กหนุ่มไปด้วย จนอานนท์เบี่ยงหน้าหลบแทบไม่ทัน กลิ่นคาวเืโชยแตะจมูกชวนแก่การอ้วกออกมาจนน่าขยะแขยง
“ ท่านพ่อนี่สำหรับของท่าน เืตรงตามที่ท่านพ่อ้าเลย ”
บุคคลปริศนาค่อย ๆ เดินเข้ามาภายในห้องอย่างเชื่องช้า พลันเปิดฮูดปิดใบหน้าให้เปิดออก หลังจากบุคคลปริศนาเผยหน้าให้อานนท์เห็น เขาถึงเบิกตากว้างด้วยความใ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเมื่อประสบพบเจอ!
“ พี่.พ...ดอนน..ทำไมถึงเป็พี่ได้.....หรือว่า....เป็แก!! ” อานนท์ถามน้ำเสียงสั่น แฝงไปด้วยความเกรงกลัวและสงสัยเต็มอก รู้สึกได้ว่ารุ่นพี่ดอนต้องเป็คนทำร้ายเขาแทนที่จะเป็เ้าแก่นั้นอย่างตอนแรกที่เข้าใจไว้
“ ไง ! ฝีมือเ้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะอานนท์ ถ้าข้ามีเวลามากกว่านี้ เราคงได้เล่นกันนานมากขึ้น แต่ก็เสียดายนะ...ที่ข้าไม่มีเวลามากพอจะมาเล่นกับเ้า เอาะ!...เืของเ้านี่มันช่าง....หอมหวาน..และทรงพลังมากกว่าที่ข้าคาดไว้ซะอีกนะ ... ถ้าข้ากับท่านพ่อได้..ก... ”
เรย์เลื่อนสายตาลงมองร่างของอานนท์อย่างชอบใจ ยกนิ้วชี้แตะมุมปากด้วยความรู้สึกกระหายเืขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มนึกถึงรสชาติเือันหอมหวานจากเหยื่อพิเศษรายนี้ แต่ต้องหยุดคำต่อ เมื่อผู้เป็พ่อเอ่ยห้ามในสิ่งที่ลูกชายกำลังพูดออกมาให้มันได้รับรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของสองพ่อลูกอย่างเขา
“ เรย์ ! ” ชายหนุ่มรีบหันไปยังผู้เป็พ่อ โค้งรับเป็การขอโทษในทันที เพราะตัวเองเกือบเปิดเผยจุดประสงค์ของพวกเขา
“ ข้าขอโทษท่านพ่อ ข้าลืมตัวไป!....ท่านพ่อ ท่านจะเอายังไงกับเหยื่อรายนี้ต่อดี ให้ข้าจัดการให้ไหม ”
“ ไม่ต้อง ข้าจะจัดการเอง ”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้า โน้มตัวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า จนอานนท์ต้องใเมื่อเห็นชายตรงหน้ากำลังทำในสิ่งคิดว่าไม่น่าใช่บุคลิกของมันเลย จากตอนแรกเด็กหนุ่มรู้สึกว่าชายคนนี้ดูน่ากลัวไม่ควรอยู่ใกล้ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าไม่น่ากลัวเลยสักนิด ซึ่งมันเป็เื่แปลกมากที่นักล่าอย่างชายวัยกลางคนทำให้เหยื่ออย่างเขารู้สึกแบบนั้นได้
‘ ทำไม ถึงรู้สึกแบบนี้ ’ อานนท์คิด
‘ เ้าไม่ต้องกลัวนะ มีข้าอยู่ทั้งอ.. ไอ้พวกมันทำอะไรเ้าไม่ได้หรอกอานนท์ หึหึ ....ยิ่งถ้าเ้าทำพันธสัญญากับข้าแล้ว พวกมันไม่มีทางแตะเ้าได้แม้แต่เส้นผม! ’
ลูซเอ่ยเพื่ออยากให้อานนท์รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเพราะนางรู้ถึงความรู้สึกของเด็กหนุ่มคนนี้ได้
‘ ทำพันธสัญญาเหรอ... ต้องทำยังไงบ้างลูซ กรีดเืแลกกันหรือไง ? ’
อานนท์ถามอย่างสงสัย เพราะเด็กหนุ่มเคยเจอในหนังสือนิยายแฟนตาซีที่เขาชื่นชอบ ที่ว่ามีการทำพันธสัญญากับสัตว์เวทอะไรพวกนี้ โดยต้องกรีดเืตัวเองให้สัตว์เวทตัวนั้นเพื่อทำพันธสัญญากัน แต่อานนท์ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเขาเองจะได้มาเจอแบบนี้จริง ๆ มันเกินกว่าที่อานนท์จินตนาการไว้เสียอีก
‘ ไม่ใช่ ไม่ต้องกรีดเืของเ้ามาแลกกับข้าหรอกอานนท์ วิธีนั้นมันเก่าไปสำหรับข้าแล้วล่ะ ฮ่า ๆ .... ข้าน่ะมีวิธีง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเืเสียเนื้ออะไรมากและไม่ซับซ้อนอะไรด้วย ก็แค่ให้เอามือของเ้าเข้ามาจับหน้าอกของข้าก็เสร็จพิธีแล้ว ’
ถึงลูซเป็ภูตประจำตัวของอานนท์ นั้นไม่ได้หมายความว่าพลังที่เกี่ยวกับดวงจิตทั้งนางและเด็กหนุ่มเป็หนึ่งเดียวกันได้ เพราะถึงยังงั้นมันเลยต้องมีการทำพันธสัญญาให้มันถูกต้องนั่นเอง
‘ ฮะ!! ให้ข้าเอามือไปจับหน้าอกของเ้าเนี่ยนะ ข้าว่าไม่ดีมั้งลูซ ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วเหรอ? ’
อานนท์เมื่อได้ฟังถึงกับรีบทวนคำถาม เพราะเด็กหนุ่มไม่นึกว่ามีวิธีแปลก ๆ และดูไม่สมควรให้ผู้ชายไปจับหน้าอกของผู้หญิงแบบนั้นถึงยินยอมก็ตามเถอะ
ระหว่างอานนท์กำลังพูดคุยกับภูตประจำตัวในห้วงความคิดอยู่ ชายวัยกลางคนเริ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้อานนท์มากเหลือเกิน กลับต้องหยุดชะงักผละออกมา ก่อนหันหลังไปหาลูกชายของเขา
“ เ้ารู้สึกเหมือนข้าใช่ไหมเรย์ ”
ผู้เป็ลูกเข้าใจความหมายที่ผู้เป็พ่อถาม พยักหน้าพร้อมหายตัวไปเหมือนรู้หน้าที่ ซึ่งอานนท์ได้แต่นอนมองอย่างงุนงงกับสองพ่อลูกตรงหน้าเขา ที่พูดไม่กี่คำก็เข้าใจกันอย่างรวดเร็วแล้ว ทำให้เขารู้สึกกลัวยิ่งเข้าไปใหญ่ ว่าไม่รู้ต่อไปพวกมันวางแผนทำอะไรกับตัวเขาอีกหรือเปล่า ‘ ้าเืหรือว่าอะไรกันแน่เนี่ย ’ อานนท์คิด
“ หึ...สุนัขรับใช้ของน้าเ้ามันกล้ามากที่มาเหยียบถิ่นของข้า....ฮ่า ๆ ๆ ข้าก็เลยให้เรย์ไปต้อนรับมันซักหน่อย !.... ส่วนเ้าอานนท์ ข้าคงรออีกไม่ได้แล้วถึงมันจะไม่ใช่แผนที่ข้าวางไว้ก็เถอะ แต่ก็ไม่เป็ไรข้าคงพอมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่ข้าวางแผนไว้ั้แ่แรกให้มันเกิดผล หึหึหึ ”
ชายวัยกลางคนหันมามองอานนท์อย่างอารมณ์ดี โน้มตัวเข้ามาใกล้ร่างของเด็กหนุ่มมากขึ้น
ส่วนอานนท์ได้ยินเสียงลมหายใจเป็จังหวะเข้าออก มีความรู้สึกถึงของเหลวจากลิ้นมันกำลังไล่ลงมาตามแนวข้างคอของเขาอย่างช้า ๆ มันทำให้อานนท์รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ดิ้นอย่างสุดแรงเกิด เพื่ออยากหลุดพ้นจากความรู้สึกเ่าั้ออกไปให้ได้
‘ บ้าเอ้ย !! ลูซเ้าทำอะไรซะอย่างสิ !!...ช่วย..ย ช้าน..ด้วย ’
อานนท์พูดอย่างหัวเสียในการต้องมาเจอกับเื่อะไรพวกนี้ พลันรู้สึกโมโหที่เห็นภูตประจำตัวไม่คิดช่วยอะไรเลย แม้ถึงอานนท์ภาวนาให้ใครมาช่วยให้ทันเวลา ก่อนโดนเ้าผีดูดเืหมดตัวเหมือนในหนังจริงๆเสียแล้ว เด็กหนุ่มยังหวังให้ตัวเองได้รอดจากเหตุการณ์เหล่านี้โดยเร็วที่สุด
‘ อานนท์! เ้าตั้งสติหน่อยสิ นี่ข้ากำลังรวบรวมพลังของข้าช่วยเ้าอยู่นะ มันต้องใช้สมาธิอย่างมากที่จะพาเ้าออกจากพันธนาการห่วงที่ลงคาถาของเ้าแก่นั่นน่ะ!! ’
ลูซนิ่งเงียบอยู่นาน ด้วยเหตุว่ากำลังรวบรวมพลังทั้งหมดมารวมกันเป็หนึ่งเดียวอยู่ ซึ่งมันเป็เื่ยากมากที่จะรวบรวมพลังเ่าั้ในเวลาจำกัด อีกอย่างนางยังไม่ได้ทำพันธสัญญากับเ้านายใหม่อย่างอานนท์ด้วย พลังทั้งหมดเลยไม่ได้ปลดปล่อยออกมาได้ใช้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าลูซได้ทำพันธสัญญากับอานนท์แล้ว พลังเ่าั้ที่เ้าตัวยังไม่รู้จะไหลเวียนให้นางได้ยืมนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกับว่าพึ่งพากันและกันได้นั่นเอง โดยพลังธาตุแต่ละสายของแต่ละบุคคลส่วนใหญ่มีพัฒนาการค่อยๆเป็ ค่อยๆไป แต่...
สำหรับอานนท์นั้นเป็ข้อยกเว้น แต่ข้อเสียของมันยังมีอยู่คือยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่าไร การควบคุมมันยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น แต่ดีที่แคทเธอรินได้ผนึกพลังส่วนมากภายในตัวของอานนท์ จนนางพลอยโดนไปด้วยโดยทำอะไรไม่ได้ เพราะถึงยังไงลูซกับอานนท์ก็เหมือนกับรวมกันเป็หนึ่ง แต่ถ้าพวกเขาได้ทำพันธสัญญากันมันเป็การรวมกันเป็หนึ่งเดียวอย่างแบบสมบูรณ์ แต่เพื่อไม่ให้ม่านพลังจากตัวเด็กหนุ่มนั้นแผ่ขยายไปทำร้ายคนอื่นโดยที่เ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ แคทเธอรินเลยต้องผนึกเอาไว้เพื่อเหตุผลนี้นั่นเอง
แต่อีกเื่หนึ่งชายวัยกลางคนลืมสนใจไปคือเหยื่อรายที่สองอย่างชายผมขาวโดนทำร้ายแบบดูไม่ได้กำลังฮึดสู้กับร่างกายตัวเอง มันอ่อนแอลงจากพิษาแนั้นแต่ชายผมขาวยังพยายามยันตัวเองขึ้น เพื่อหวังช่วยเด็กหนุ่มกำลังโดนนักล่าจัดการก่อนที่ชายผมขาวจะเป็รายต่อไป ถ้าเด็กหนุ่มคนนี้รอด ชายผมขาวคิดว่าตัวเองก็ต้องรอดเหมือนกันเพราะสัญชาตญาณของตัวเองมันบอกแบบนั้น
ชายผมขาวพยายามหักไม้จากชั้นไม้ที่แตกหักข้าง ๆ เพื่อหวังนำสิ่งนั้นมาเป็อาวุธป้องกันตัวเองได้ ตั้งใจยื้อเวลาให้ใครสักคนมาช่วยพวกเราได้ทัน แต่สิ่งที่ชายคนนี้หวังอาจไม่เป็จริง ชายผมขาวเลยนำไม้นั้นมาขูดกับพื้นให้มันแหลมพอแทงเข้ากับนักล่าด้านหน้าของเขา
ฉึก!
เสียงจากไม้ของชายผมขาวได้รวบรวมความกล้าในการจับแท่งไม้ปากแหลมพุ่งเข้ายังด้านหลังของนักล่าอย่างเร็วและแม่นยำ
แท่งไม้ปากแหลมได้แทงเข้าด้านหลังชายวัยกลางคนอย่างจัง โดยเ้าตัวไม่รู้สึกถึงอันตรายกำลังเข้ามาปริชีพเขาเลย
“ โอ้ย แก ! ”
ชายวัยกลางคนกับถึงร้องเสียงหลง ผละออกจากคอของอานนท์อย่างรวดเร็ว พยายามดึงแท่งไม้ที่ปักอกด้านขวาให้ออกไป แต่ชายผมขาวยังคงแท่งไม้แทงหลังของนักล่าไม่ยอมปล่อยมือไปโดยง่าย พยายามกดแรงแทงลึกเข้าไปอีกทำให้เืจากปากแผลรอยฉีกกว้างของนักล่าไหลเหมือนก๊อกน้ำแตกไม่ยอมหยุด ซึ่งเืจากตัวของชายวัยกลางพุ่งไปโดยตัวอานนท์อย่างจัง เปื้อนเต็มไปหมดจนเด็กหนุ่มถึงกับสำลักออกมาแทบไม่ทัน
‘ ข้าน่าจะจัดการมันเสียก่อน !! ’
ชายวัยกลางคนคิดและเจ็บใจตัวเองที่เขาชะล่าใจไม่จัดการกับเหยื่อรายนี้ก่อน แต่เขาไม่ยอมให้มันทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว ชายวัยกลางคนรีบกางมืออีกข้างหนึ่งลง ปล่อยพลังสีดำพุ่งไปด้านหลังเพื่อให้มันโดนผู้หวังปริชีพเขาในเวลาไม่กี่นาทีให้รู้รสถึงความเ็ปที่เขาได้รับจากมัน
‘ เวลานี้ล่ะ!! ’
ลูซเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านดวงตาของอานนท์พูดบอกตัวเอง เตือนให้เด็กหนุ่มได้เตรียมตัวว่าต้องทำยังไงต่อไป โดยที่จริง ๆ เขาเองยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ภูตประจำตัวบอกมา เพราะตอนชายผมขาวกำลังแทงไม้เข้าด้านหลังของชายวัยกลางคน อานนท์มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างลุ้นและหวังให้มันตาย จนไม่ได้สนใจลูซกำลังบอกให้เตรียมตัวเลยสักนิด
‘ เฮ้อ นี่เ้าไม่ได้ฟังข้าเลยใช่ไหมอานนท์ แต่ช่างเถอะ มีสติไว้ละกันและทำตามที่ข้าบอกเข้าใจไหม !! ’ ลูซเอ่ยอย่างหัวเสีย แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก
ลูซรวบรวมพลังทั้งหมดให้เป็หนึ่งเดียวได้เรียบร้อย พร้อมทำร้ายห่วงที่พันธนาการเ้านายในอนาคตของนางให้หลุดพ้นไปได้เสียที ทั้งตั้งใจนำตัวชายผมขาวที่ช่วยอานนท์พาออกจากสถานที่นี้ไปพร้อมกัน แต่อยู่ ๆ มีกลิ่นเหม็นจากอะไรสักอย่าง นางรับรู้ถึงมันมาผ่านทางจมูกของอานนท์ กลิ่นเ่าั้ลอยตามสายลมหนาวพัดผ่านช่องสี่เหลี่ยมเข้าภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอบอวลทั่วบริเวณ
อานนท์ได้กลิ่นเหม็นจากอะไรสักอย่างไม่รู้ต้นตอ เขาถึงอยากอ้วกและเวียนหัวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งชายผมขาวกับชายหวังฆ่าพวกเขาก็เกิดอาการแบบนี้เหมือนกันด้วย
“ นั่น..มัน ”
ชายวัยกลางคนกำลังปล่อยพลังสีดำพุ่งใส่ชายผมขาวที่อยู่ด้านหลังถึงกับอุทานขึ้น เซไปด้านข้างอย่างตั้งตัวไม่อยู่เพราะกลิ่นเหม็น ๆ เ่าั้มันทำรับรู้ได้เลยว่าใครเป็คนคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา โดยคนที่ได้สูดกลิ่นนั้นเกิดอาการเวียนหัวอย่างรุนแรง ในเวลาต่อมาเกิดอาการชาทั้งตัวพร้อมพลังทั้งหมดหายชั่วคราว ซึ่งเขาก็โดนไปด้วยทั้งไม่ได้ตั้งตัว ส่วนชายผมขาวกับอานนท์ก็เริ่มมีอาการแบบนั้นเช่นกัน
‘ พิษรินก้า!! เ้ารีบกั้นหายใจเร็วเข้าอานนท์ ถ้าไม่อย่างงั้นตัวเ้าจะค่อย ๆ อัมพาลไปทั้งตัวอย่างรวดเร็วและพลังทั้งหมดของข้าและของเ้าก็จะหมดตามไปด้วย !! ’
ลูซเอ่ยเตือนอานนท์ด้วยน้ำเสียงใ นางไม่สามารถรับรู้ถึงการมาของกลิ่นนั้นได้ ถึงในอดีตนางเคยมีระบบััตอบสนองอันดีเยี่ยม แต่มันได้หายไปจากเหตุการณ์อันเลวร้ายในตอนนั้น จนกว่าอานนท์จักทำลายผนึกพลังบางส่วนออกไป
* พิษรินก้าทำมาจากต้นเอลริน ยอดของต้นมันคล้ายกับหม้อไม่มีฝาสีเทา ส่วนรากของมันไม่ยึดติดกับพื้น แต่ลอยได้จากระดับพื้น ราวหนึ่ง เมตรครึ่ง บดกับขนจากไคก้า เป็เหมือนสัตว์ประจำถิ่นของทิศใต้ที่ชอบอยู่เป็ฝูง มีพลังด้านมืด คือรัตติกาลส่วนหนึ่งในพลังของมัน ลำตัวมันคล้ายกับกิ้งก่าแต่มีขนไปทั้งตัว ขนาดตัวของมันใหญ่เท่ากับสุนัขหนึ่งตัวที่มีความสูงถึงเอวคนได้เลยทีเดียวส่วนหางของมันเป็สีเืหมู นิสัยดุร้าย รักสัดโดษ มีพลังด้านสว่างในระดับสูงหนึ่งต่อสาม ส่วนจากพลังระดับธรรมดาแล้วนำทั้งสองอย่างมาเข้ากระบวนการสกัดและมีกลเม็ดเคล็ดลับที่นักคิดค้นสูตรได้ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ที่ชื่อว่า พิษรินก้า นั่นเอง *
‘ ไม..ม่.ทันนแล้วลูซ.. ตอนนี้ขาข้าเริ่มไม่รู้สึกอะไรแล้ว! ’
อานนท์ตอบลูซอย่างติด ๆ ขัด ๆ ขยับตัวเท่าที่พอขยับส่วนอื่นได้บ้างนอกจากขาของเด็กหนุ่มตอนนี้มันไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่มันยังไม่ทันพอในการทำตามลูซบอกให้กั้นหายใจ เพราะเขามัวแต่กระวนกระวายกับอาการกำลังเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือท่อนบนของเขาเริ่มชา ขยับเขยื้อนไม่ได้อีกต่อไป
‘ บ้าจริง! นี่ข้าทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย! ทำไมข้าต้องติดมาอยู่ในสภาพแบบนี้และข้าต้องรออีกต่อไปใช่ไหมท่านบูรัค ไม่เข้าใจท่านเลยจริง ๆ ทำไม !!!!! ’
ลูซเริ่มหัวเสีย โมโหที่นางทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากได้แต่มองเหตุการณ์มันกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ โดยไม่สามารถทำหรือช่วยอะไรได้เหมือนแต่ก่อน
สักพักทุกอย่างกลับเริ่มเงียบสงัด เพราะชายผมขาวได้นอนนิ่งอยู่กับพื้นเต็มไปด้วยเืพร้อมกับชายวัยกลางคนกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่น่าเชื่อว่า นักล่ากับเหยื่อต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วยสถานการณ์เดียวกัน รวมไปถึงอานนท์กำลังนอนหนาวทั้งในท่อนบนของเขาไม่มีเสื้อผ้าปกคลุมตัวเลย มีอาการชาไปทั้งตัวไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป แต่ก็แปลกอยู่อย่างหนึ่งตรงดวงตาของเด็กหนุ่มยังใช้การได้อยู่ไม่เหมือนกับชายสองคนข้างล่างนั้นที่นอนสลบกันไปหมดแล้ว
อานนท์เริ่มกวาดตามองไปทั่วห้องอย่างช้า ๆ เพื่อหาต้นตอของกลิ่นนั้นให้ได้ เขาต้องสะดุดตากับอะไรบางอย่างบนผนังห้องที่แตกร้าวนั้น มันคล้ายกับสัตว์ชนิดหนึ่งที่เขารู้จักจากโลกนั่นก็คือค้างคาวดูดเื แต่สิ่งที่อานนท์เห็นมันคล้ายก็ไม่ใช่มันเหมือนก็เชิง เพราะหัวของมันคล้ายกับแมลงเต่าทองปกคลุมทั้งตัวไปด้วยปีกผีเสื้อหลายสีสันด้วยท่าห้อยหัวลงมาเหมือนค้างคาวดูดเื ส่วนตาของมันเป็สีชมพูกำลังจ้องมองมายังเขาอยู่ จู่ ๆ มีควันสีขุ่นปรากฏไปทั่วบริเวณรอบแท่นคริสตัลที่เขาถูกตรึงอยู่เต็มไปหมด จนอานนท์ถึงกับหลับตา เพราะกลัวว่าควันเ่าั้เป็พิษที่เขาไม่รู้จักอีกหรือเปล่าและเพื่อความชัวร์ด้วย
อานนท์ตัดสินใจเปิดเปลือกตาข้างหนึ่ง เพื่อดูว่าสถานการณ์ตอนนี้ว่ามันเป็อย่างไรบ้าง และสิ่งที่เขาต้องเบิกตากว้างขึ้นทั้งสองข้างทันทีต้องพบผู้หญิงแสนสวยกับผมบลอนด์ยาวสวมเสื้อสีดำรัดรูปหุ่นสวยไปทั้งตัว แต่ตรงหน้าอกซ้ายของนาง อานนท์เห็นว่ามีเข็มกลัดรูปปีกสองข้างที่มีขนาดเล็กสีทองติดอยู่ด้วย โดยหญิงสาวกำลังยืนยิ้มเยือกเย็นอย่างเดาอารมณ์ไม่ถูก จ้องมองมายังเขาอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยสายตาเ็าชวนขนลุก จนกระทั้งเวลาผ่านไปกว่าสองนาที หญิงสาวยอมเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ ข้าจะแนะนำตัวสั้น ๆ ละกันนะ ข้าแอลเป็คนของสภาและได้รับคำสั่งให้มาช่วยเ้าออกจากที่นี่ โดยที่เ้าต้องปลอดภัยครบสามสิบสองกลับไปอย่างสมบูรณ์ เอาล่ะ..ชักช้าไม่ได้การ หลับตาซะ ”
ความเงียบเข้ามาปกคลุม ทำให้อานนท์ตัดสินใจเปิดเปลือกตาซ้ายหวังมองด้านนอกว่าเกิดอะไรกันแน่ แต่หากต้องหยุดการกระทำนั้นลง ในเมื่อแอลดีดนิ้วใส่หน้าผากของอานนท์อย่างจัง เป๊าะ ! เพื่อเตือนและบอกให้เขาหลับตาลงไปอีกครั้ง
เมื่อแอลเห็นว่าอานนท์หลับตาอย่างโดยดี นางเริ่มกางมือทั้งสองยื่นออกไปด้านหน้าด้วยท่าทางสง่างาม สักครู่ปรากฏแสงสีชมพูไปทั่วบริเวณ
สักพักหนึ่งทุกอย่างกลับนิ่งเงียบ จนอานนท์เริ่มรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองมันเย็นไปทั่วทั้งตัวจนน่าประหลาดใจ จากตอนแรกเขารู้สึกชาและไม่สบายตัวเป็อย่างมาก แต่ตอนนี้กลับเย็นสบายเหมือนลอยได้
‘ ลูซ ลูซ จ้าอยู่หรือเปล่า? ’ อานนท์เรียกภูตประจำตัว แต่หากได้ความเงียบเข้ามาตอบแทน
...............ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขของท่านอยู่ในขณะนี้
' เ้าได้ยินข้าไหมเนี่ย หรือว่าเ้าไปแล้ว ไปได้ยังไง ไปตอนไหน หรือเมื่อกี้นี้...' เด็กหนุ่มยิงคำตอบรัวเมื่อเห็นลูซยังไม่ตอบเขา
จนกระทั่งมีเสียงเล็กดังขึ้นมาอย่างดูหมดความอดทน
‘ ข้าฟังเ้าอยู่ทุกคำอานนท์ แต่เ้าช่วยเงียบ ๆ หน่อยได้ไหม ข้ากำลังฟังเสียงนั้นอยู่น่ะ นี่เ้าไม่ได้ยินหรือรู้สึกอะไรเลยเหรอ ว่าไม่มีแค่ ข้า เ้า และเคลมีเลีย แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างนอกนั้น ’
‘ ก็รู้สึกนะ ’ อานนท์พยักหน้า พลางรู้สึกอย่างที่ลูซบอกมาว่าไม่มีแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวเข้ามาช่วยพวกเขา แต่ยังมีอีกคนที่อยู่ข้างนอกนั่น โดยต้องมีการต่อสู้กันหรืออะไรสักอย่างเกิดขึ้นแน่นอน
' เอ่อ ข้าขอถามอะไรอย่างหนึ่งสิลูซ ' เด็กหนุ่มคิดถาม เกิดความสงสัยที่ว่า... ' ผู้หญิงที่ชื่อแอลหรือชื่อ...เคลมีเลียเนี่ยแหละ เขามาดีใช่หรือเปล่า ? '
' ก็ต้องมาดีสิย่ะ ไม่ยังงั้นนางจะมาช่วยแก้ปลดโซ่ให้เ้าทำไมกันถามมาได้ '
ลูซตอบอานนท์ด้วยเสียงเล็ก ๆ ระหว่างเห็นเคลมีเลียกำลังเสกถุงขนาดใหญ่สีดำประกายระยิบระยับไปทั่วรอบถุง สั่งให้มันลอยสวมเข้าในตัวของชายวัยกลางคน นอนหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัวเลยอยู่ ส่วนชายผมขาวที่ช่วยเด็กหนุ่มไว้ แอลหันมามองอานนท์ ถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ขยับมือเรียวปัดไปด้านข้างอย่างเบามือใส่ทางเด็กหนุ่มแบบรวดเร็ว
“ เ้าจะให้ข้าจัดการยังไงกับลุงคนนี้... ”
สิ่งที่แอลทำอยู่เมื่อกี้นั้นคือการคลายพิษรินก้าให้หายไปทั้งหมดภายในตัวของเด็กหนุ่ม โดยนางเป็คนคิดค้นสูตรและวิธีแก้พิษขึ้นมาด้วยมือของนางเอง เพื่อให้อานนท์ได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น แก้คาถาในห่วงครัสตัลอันถูกตรึงแขนและขาของเด็กหนุ่มให้หายไปอย่างง่ายดาย
‘ ว้าว! วิเศษเลย ’ อานนท์อุทานด้วยความดีใจ เด็กหนุ่มสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิมแล้ว
‘ หึ แหมข้าก็ทำได้ ถ้าพลังของข้าได้ปลดผลึกออกทั้งหมดอีกสามส่วนอะนะ ไอ้ห่วงแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ชิ ’ ลูซรู้สึกหมั่นไส้เคลมีเลีย คิดพูดโอ้อวดความสามารถของตัวเองให้เ้านายรับรู้ขึ้นไปอีก
‘ อ้าว ทำไมพลังของเ้าถูกผลึกเอาไว้ล่ะ ’ อานนท์ถามอย่างสงสัยต่อ
‘ เฮ้อ เดี๋ยวข้าค่อยบอกเ้าตอนที่เราได้ออกจากที่นี่ก่อนละกันนะ ตอนนี้เ้ารีบตอบผู้หญิงคนนั้นก่อนเถอะ ’ ลูซเอ่ยให้อานนท์รู้ตัวว่ามีคนกำลังรอคำตอบของเขาอยู่ในตอนนี้
‘ เดี๋ยว ๆ ข้าขอถามอะไรอีกอย่างหนึ่งนะ ทำไมเ้าถึงเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า เคลมีเลียล่ะ นางชื่อ แอลไม่ใช่เหรอ? ’ อานนท์ถามอย่างสงสัย
‘ นั้นก็ใช่ แต่นางก็มีอีกชื่อหนึ่งน่ะว่า เคลมีเลีย ’ ลูซตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนักกับชื่อผู้หญิงคนนี้ให้อานนท์ได้รู้
‘ แล้วว ทำไมเ้าถึงรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อ เคลมีเลีย ล่ะ ’ อานนท์ยังถามต่อโดยที่ไม่รู้สึกเลยว่าภูตของเขากำลังเริ่มมีน้ำโหแล้ว
‘ นี่ บางทีเ้าก็ไม่ต้องรู้ละเอียดเื่เคลมีเลียมากก็ได้นะ ถึงนางจะสวยน้อยกว่าข้าก็ตามเถอะ ชิ เ้ารู้แค่ว่าข้ากับนางรู้จักกันมาก่อนก็พอ ก่อนหน้าที่ข้าได้รับมอบหมายมาเป็ภูตประจำตัวของเ้า โดยคนที่ข้าไม่สามารถบอกเ้าได้ในตอนนี้อานนท์ ’
ลูซไม่สามารถบอกชื่อบุคคลผู้นั้นให้กับอานนท์รับรู้ได้ เพราะก่อนที่นางได้รับมอบหมายจากบุคคลที่อยู่เบื้องบนให้มาทำหน้าที่เป็ภูตประจำตัวอานนท์ ลูซยังต้องทำพันธสัญญากับตัวเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยโดยนางไม่สามารถปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะมันผิดกฎของเหล่าภูตระดับสูงอย่างนางต้องมีเ้านายถึงสองคนจากกฎเหล็กข้อที่หนึ่งร้อยสิบสอง ห้ามมีเ้านายประจำตัวถึงสองคนขึ้นไป ถ้าฝ่าฝืนถูกลงโทษด้วยการโดนผลึกดวงจิตและกายทิพย์เป็เวลาสามร้อยปีก่อนได้รับการปลดปล่อย แต่ดีที่นางได้รับละโทษเป็กรณีพิเศษจากบุคคลผู้คนนั้นที่มีอำนาจจัดการทุกอย่างและเป็เ้านายที่ดูน่ากลัวแลน่าเกรงขามอย่างมากสำหรับตัวนางอีกด้วย
‘ ก็ได้ ข้าไม่อยากรู้แล้วก็ได้ลูซ ’
อานนท์ตอบลูซโดยที่เขาจะไม่ถามอะไรอีกต่อไป เมื่อห่วงทั้งหมดที่พันธนาการตัวอานนท์เอาไว้โดยฝีมือของแอลที่แก้คาถาบทนั้นในเวลาไม่กี่นาที กลับค่อย ๆ กระจายลอยหายไปเป็ผุยผงตามสายลมหนาวผ่านช่องสี่เหลี่ยม เด็กหนุ่มเลยรีบยันตัวเองขึ้น ยกมือเรียวใหญ่ข้างขวาของตนนวดบีบนวดข้อมืออีกข้างหนึ่งสลับกันไปมาแบบนี้อยู่สองครั้ง เพื่อคลายความเมื่อยถูกตรึงไว้เป็เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าแล้ว
เมื่อเด็กหนุ่มก้มมองบนร่างกายของตัวเองเขาถึงกับอยากอาบน้ำตรงนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย เพราะบนตัวอานนท์เต็มไปด้วยคราบเืมากมายเปรอะเปื้อนกันไปหมด ทั้งหน้าตาและบนตัวยันถึงขาเหมือนกลับว่าเด็กหนุ่มไปรบกับข้าศึกยังไงยังงั้นเลย แต่ก็แปลกที่หลังของเขาไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป และในตอนนี้อานนท์ได้มายืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนที่ช่วยเขาไว้และหันไปมองยังชายผมขาวแวบหนึ่ง หันกลับไปมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเดิม ตอบด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาขึ้น
“ ขอบคุณนะที่มาช่วยข้า...ส่วนลุงคนนี้ข้าอยากจะพาลุงแกกลับบ้านเพื่อไปหาภรรยาและลูกของเขาให้ได้น่ะ เอออ...ท่านช่วยข้าได้รึไม่ ”
“ เรียกข้าว่าพี่ก็พออานนท์ พูดท่านแล้วมันฟังดูไม่ชิน ” แอลพูด “ ส่วนลุงคนนี้เดี๋ยวข้าจัดการพาเขากลับบ้านให้เ้าเอง...และส่วนเ้าก็ได้เวลากลับหอพักของตัวเองได้แล้ว ”
“ เดี๋ยวนะ ท่าน เอ้ยไม่ใช่ พี่...พี่แอลข้ารู้สึกว่าพี่ไม่ได้มาคนเดียวใช่ไหม ที่มาช่วยข้า ” อานนท์เอ่ย
“ ใช่ เจฟก็มาช่วยเ้าด้วยน่ะ โน่น ”
แอลตอบอานนท์ไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก้าวผ่านเด็กหนุ่มไปด้านหน้าตรงผนังห้อง ยกมือเรียวปัดไปด้านข้างแวบหนึ่ง ปรากฏวงแหวนสีขาวขนาดเล็กค่อย ๆ ขยายไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็หน้าต่างทรงกลมสามารถมองเห็นสถานที่ข้างนอกนั้นได้ทั้งหมด เห็นร่างชายหนุ่มผมเทาสวมชุดเหมือนกับแอล อานนท์รู้ในทันทีว่าต้องเป็พี่เจฟฟรีย์อย่างแน่นอน กำลังยืนนิ่งเงียบทอดมองยังฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่กะพริบตา จนกระทั่งต้องสะดุ้งใเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามกับพี่เจฟฟรีย์กำลังจะ...
+++++++++++++++++++++