หลังจากหลินเฟยได้ยินสิ่งที่หลินหลงพูดก็เกิดความกลัวขึ้นมา มันยังเด็กเกินไปจึงกลัวคำขู่ง่ายๆแต่ไม่นานหลินเฟยก็ตั้งสติได้
''ท่านต้องใช้ลมปราณในการแสดงวิชาเมื่อครู่ให้น้อยลงกว่าเดิม3ส่วนและมังกรร่ายรำที่ท่านแสดงเมื่อครู่เอ่อ...ท่านควรจะใช้ขาขวาก้าวออกมาก่อนใส่ลมปราณลงไปที่ขาขวา4ส่วน ขาซ้าย1ส่วนจากนั้นจึงระเบิดลมปราณออกมาอีกครั้งในเวลาเดียวกัน....''หลินหลงฟังหลินเฟยพูดจบก็ขมวดคิ้วแน่นที่หลินเฟยพูดอออกมาคือจุดที่มันถ่ายลมปราณลงไป นี่แสดงว่าหลินเฟยมันรู้จริงๆ?
''ได้ข้าจะทำตามที่เจ้าพูด''หลินหลงตั้งท่าแล้วทำตามที่หลินเฟยบอกทุกอย่างในเวลาไม่นานมันก็เริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงตอนนี้เมื่อมันใช้วิชามันสูญเสียลมปราณน้อยลงร่างกายรับภาระน้อยลง ความน่ากลัวของวิชาเพิ่มขึ้นทั้งที่ใช้ลมปราณน้อยกว่าเก่าโฮก! โฮก! โฮก! มังกรสายฟ้าที่ควรจะมีตัวเดียวกลับเพิ่มเป็น3 ขนาดของมังกรสายฟ้าที่ควรจะเล็กกลับมีขนาดใหญ่เท่าท่อนขา
''นี่...เจ้ารู้ได้ยังไง''หลินหลงหยุดแสดงวิชาแล้วหันมาถามหลินเฟย แต่หลินเฟยกลับก้มหน้าลงมันไม่รู้ว่าควรจะตอบแบบไหนจนสุดท้ายหลินเฟยก็พูดขึ้น
''ข้าแค่มองไปเรื่อยๆ จากนั้นทุกอย่างมันก็ผ่านเข้ามาในหัวเอง''ที่หลินเฟยพูดมันคือความจริงเพียงแค่เห็นหลินเฟยก็สามารถหาข้อบกพร่องของวิชาได้โดยง่าย
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี! รับไปที่คือโอสถเพิ่มลมปราณระดับต่ำ หากเดาไม่ผิดอีกไม่กี่วันเจ้าจำเป็นต้องใช้มัน''หลินเฟยรับขวดโอสถขวดนั้นมาก่อนจะถือมันเอาไว้แน่นๆเพราะกลัวว่ามันจะหล่นหายโดยระดับของโอสถจะแบ่งตามระดับของผู้ฝึกยุทธและโอสถที่หลินเฟยได้มาคือโอสถระดับรวบรวมขั้นต่ำซึ่งมันมีราคาไม่แพงมากและหาซื้อได้ไม่ยาก
''ขอบคุณคุณชาย''ถึงจะหาได้ไม่ยากแต่หลินเฟยกลับดีใจมากที่ได้มันมาฟรีๆ
''อีกไม่กี่วันเจ้าก็พยายามเข้าก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าจะไปก่อนเอาไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่''หลินหลงไปแล้วตอนนี้หลินเฟยถูกทุกคนในลานฝึกล้อมเอาไว้ ทุกคนต้องการให้หลินเฟยดูข้อบกพร่องให้ด้วยหลินเฟยเองก็ไม่ได้ปฎิเสธมันดูให้ทุกคนจนครบก่อนจะวิ่งกลับไปหาหลินเทียน
''ท่านพ่อข้ากลับมาแล้ว ฮิ ฮิ วันนี้ข้าได้โอสถเพิ่มลมปราณระดับต่ำมาด้วย''หลินเฟยโอ้อวดกับหลินเทียนแต่หลินเทียนกลับไม่แสดงสีหน้าอะไรมาก มันหยิบขวดโอสถที่หลินเฟยถืออยู่ออกมาดู
''หลินเฟยเจ้าทิ้งโอสถพวกนั้นไปเถอะ โอสถทุกเม็ดมีความบริสุทธิ์แค่1ส่วนเท่านั้นหากเจ้าใช้มันจะไม่ดีมันจะทำให้ร่างกายของเจ้ามีแต่ความสกปรก''โดยความบริสุทธิ์ของโอสถจะแบ่งออกเป็น10ส่วนยิ่งมีความบริสุทธิ์มากโอสถเม็ดนั้นยิ่งมีประโยชน์และมีสิ่งตกค้างน้อยลง
''ท่านพ่อ แต่...''
''เจ้าไม่ต้องพูด ทิ้งมันไปซะและตอนนี้พ่อเองก็เตรียมสิ่งต่างๆเอาไว้ให้เจ้าแล้วที่เหลือก็แค่รอเวลา''หลินเทียนพูดออกมาขณะที่ใบหน้าของมันกลับหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัดหลินเฟยเองก็รู้ว่าพ่อของตัวเองนึกถึงเรื่องอะไรแต่หลินเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
''ข้าเจ้าใจแล้วท่านพ่อ''หลังจากนั้น2พ่อลูกก็พูดคุยและเล่นกันตามปกติเหมือนเช่นทุกๆวันที่ผ่านมาเช้าวันต่อมาภายในเมืองกลับคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มากกว่าเดิม คนจากหลายสำนักได้เดินทางมาที่ทั้งหมดมาดูเด็กๆที่ขึ้นไปทดสอบพรสวรรค์หากมีพรสวรรค์มากก็จะรับเข้าสำนักไปทันที
''หลินเฟย วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้าซึ่งพ่อไม่มีอะไรให้เจ้ามากนักนอกจากของที่จำเป็นต้องใช้ในการฝึกและพ่ออยากให้เจ้าจดจำเอาไว้ให้ดี...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าขอให้เจ้าอดทนแล้วผ่านมันไปให้ได้''หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จหลินเทียนยื่นแหวนสีดำสนิทให้หลินเฟย
''ท่านพ่อนี่คือแหวนมิติใช่มั้ย แต่ข้ายังไม่ได้ฝึกลมปราณเลยท่านเก็บเอาไว้ก่อนเถอะข้ากลัวว่ามันจะหาย''หลินเฟยไม่อยากเก็บแหวนมิติเอาไว้กับตัวเพราะถ้าเกิดหายขึ้นมาคงได้ลำบากแน่เพราะแหวนมิติหายากมากมันไม่ได้มีออกมาให้เห็นบ่อยๆ ยิ่งในเมืองจันทราที่มีขนาดเล็กมันยิ่งหายาก
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า แหวนวงนี้มันพิเศษมากเจ้าแค่หยดเลือดลงไป แค่นี้ก็จะเป็นเจ้าของของมันโดยสมบูรณ์และที่สำคัญมันจะไม่มีทางหายนอกจากนี้มันจะมีแค่เจ้าเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้''หลินเฟยฟังจบก็ใส่แหวนแล้วหยดเลือดลงไป ซี่! เลือดระเหยกลายเป็นไอจากนั้นแหวนก็ส่องแสงสีดำออกมา กลับกลายเป็นว่าแหวนได้หายไปทิ้งเอาไว้แค่รอยสักสีดำรอบนิ้วมือ
''นี่มันน่าทึ่งมากเลยท่านพ่อแบบนี้ข้าไม่ต้องกลัวว่ามันจะหายเลย คนอื่นก็ไม่รู้ด้วยว่าข้ามีแหวนมิติ''หลินเฟยตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก โดยที่หลินเฟยไม่รู้เลยว่าแหวนวงนั้นมีความจุมากมายนักความกว้างภายในแหวนมิติวงนั้นไม่สามารถจินตนาการได้เลย
''เจ้าชอบก็ดีแล้ว พ่อจะพูดอีกครั้งจงจำเอาไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจงผ่านมันไปให้ได้''หลินเทียนย้ำอีกครั้งตลอดเวลา1ปีที่ผ่านมาหลินเทียนจะพูดแบบนี้กับหลินเฟยอยู่เสมอหลินเฟยเองก็คิดอยู่บ่อยครั้งว่ามันต้องมีเรื่องอะไรผิดปกติแน่ๆแต่หลินเฟยกลับไม่ได้ถามหลินเทียนเพราะถ้าหากหลินเทียนไม่พูดถึงจะถามไปก็คงไม่ได้คำตอบอะไร
''งั้นข้าไปเที่ยวไปในเมืองก่อนนะท่านพ่อ''หลินเทียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่เมื่อหลินเฟยจากไปหลินเทียนกับถอนหายใจออกมาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
''ข้าขอโทษแต่ข้าไม่สามารถบอกอะไรเจ้าได้ในตอนนี้''หลินเทียนกระอั่กเลือดออกมาทันทีที่พูดจบจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็หายไปจากตรงนั้น
ทุกวันหลินเฟยยังคงออกไปเที่ยวเล่นในเมืองและทุกๆวันที่ผ่านไปทำให้การทดสอบพรสวรรค์ใกล้เข้ามาจนกระทั่งวันนี้เป็นวันที่เด็กที่มีอายุอยู่ในช่วง10ปีทุกคนต้องขึ้นไปทดสอบระดับพรสวรรค์ได้มาถึงทุกคนต่างพาลูกหลานของตัวเองไปที่กลางเมือง ที่นั่นมีลานขนาดใหญ่และเสาหินขนาดยักษ์ตั้งอยู่และที่นั่นเองคือที่ที่เด็กทุกคนจะต้องขึ้นไปทดสอบระดับพรสวรรค์
''ท่านพ่อข้าตื่นเต้นจัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่รู้ว่าข้าจะมีพรสวรรค์อยู่ในระดับที่เท่าไหร่''
''ท่านแม่ข้ากลัว ข้าไม่อยากขึ้นไปทดสอบ''เด็กๆที่มามีทั้งมั่นใจในตัวเองและไม่มั่นใจในตัวเองเพราะนี่คือตัวตัดสินว่าเด็กคนไหนจะสามารถฝึกฝนได้หรือไม่ได้