ตอนที่ 12 ความแค้นในจวนอ๋อง
หลังจากเลิกประชุมเช้า เ่ิูเดินออกจากท้องพระโรง ทว่าน่าแปลกที่มีขุนนางไม่น้อยที่ชี้มาทางเขา
เขาขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจ แต่ที่ยิ่งทำให้เขาสับสนคือ ท่านไท่ฟู่ผู้เที่ยงตรง ประพฤติดี และชื่นชมเขามาโดยตลอด หลังจากเลิกประชุม พอบังเอิญเจอเขา ก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“อ๋องเย่ ด้วยตำแหน่งอ๋อง ท่านควรจะรู้จักรักษาเกียรติของตนเอง!”
ว่าจบก็หันหลังเดินจากไปด้วยความดูแคลน
เ่ิูขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าจะมีเื่ใหญ่เกิดขึ้น แต่เขากลับไม่รู้เื่ราวอะไรเลย จึงเอ่ยเบาๆ “ลั่วจิ่ว ไปสืบดูหน่อย ว่ามีข่าวลืออะไรเกี่ยวกับข้าในเมืองหลวงบ้าง!”
“ขอรับ!” ลั่วจิ่วที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตอบรับ จากนั้นก็เงียบหายไป ดูเหมือนว่าจะไปไกลแล้ว
ลั่วจิ่วก็คือชายชุดดำผิวเข้มที่โล่วชิเจี่ยเคยเจอนั่นเอง
เ่ิูขมวดคิ้ว แล้วเดินต่อไป ไม่นาน ลั่วจิ่วก็ส่งข่าวมา เขาเข้ามาใกล้ๆเ่ิู แล้วเล่าข่าวลือที่ได้ยินมา
ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของเ่ิูก็เ็าเหมือนูเาน้ำแข็ง เขากัดฟันกรอด เส้นเืบนใบหน้าของเขาลอยเด่น
ตอนนี้เขาโกรธมาก!
“ใครเป็คนปล่อยข่าวลือนี้?” เขาถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง บีบคั้นคำพูดออกมาจากซอกฟัน
“ข้าน้อยยังสืบหาต้นตอไม่พบ แต่ข่าวลือนั้นที่แน่ๆมาจากจวนอ๋อง!” ลั่วจิ่วทำหน้าลำบากใจ ไม่คิดว่าออกไปสืบข่าว จะได้ยินเื่.... ฉาวโฉ่แบบนี้
ท่านอ๋องนะท่านอ๋อง
คิดได้แบบนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองเ่ิู หรือท่านอ๋องจะเป็คนแบบนั้นจริงๆ?
เ่ิูปวดหัว คนที่กล้าใส่ร้ายเขาแบบนี้ และยังอยู่ในจวนอ๋อง นอกจากเด็กคนนั้น เขาคิดไม่ออกว่าจะเป็ใครไปได้อีก
วันก่อนกล้าเทน้ำแข็งใส่เขา วันนี้กล้าปล่อยข่าวลือก็คงไม่แปลก
แต่เ้าทำเกินไปหน่อยไหม! ข้าคิดข่มขืนเ้าแต่ไม่สำเร็จงั้นเรอะ!?
เมื่อนึกถึงคำพูดนี้ เ่ิูก็กัดฟันกรอด หมอนั่นประเมินตัวเองสูงไปหน่อย! ดูเหมือนว่าเขาต้องจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย ไม่งั้นชื่อเสียงของเขาคงจะเสียหายเพราะเ้าเด็กนั่น!
เขาสะบัดแขนเสื้อ เดินออกไปข้างนอก มุ่งหน้าออกจากวัง โดยมีลั่วจิ่วติดตามรถม้าของเ่ิูไปติดๆ
ภายในจวนอ๋อง
บรรยากาศเงียบงัน ไม่มีใครพูดจา เหล่าคนรับใช้และสาวใช้ ต่างก้มหน้า ทำงานอย่างขยันขันแข็ง พยายามทำความสะอาดจวนอ๋องให้สะอาดหมดจด ส่วนโล่วชิเจี่ยที่ควรจะรับผิดชอบงานทำความสะอาด กลับนั่งเล่นอยู่บนต้นไม้อย่างสบายใจ มองดูภาพความวุ่นวายเบื้องล่างด้วยความภาคภูมิใจ
“เ้า .. ใช่เ้านั่นแหละ จงไปทำความสะอาดห้องของข้า ส่วนเ้า .. เ้าคนชุดสีฟ้า เ้าไปกวาดหน้าห้องของท่านอ๋อง”
“ส่วนท่านแม่บ้าน ท่านไปทำความสะอาดคอกม้า” โล่วชิเจี่ยนั่งไขว่ห้าง ออกคำสั่งอย่างสบายใจ
แม่บ้านที่กำลังกวาดพื้นตัวสั่นเทา จ้องมองโล่วชิเจี่ยด้วยความโกรธ เหมือนกับจะพูดว่า เ้าอย่าให้มันมากเกินไป!
แต่โล่วชิเจี่ยไม่สนใจ เพียงหยิบจดหมายใบหนึ่งขึ้นมา แล้วโบกมันในอากาศเบาๆอย่างภาคภูมิใจ
ท่าทีฮึดฮัดของแม่บ้านสลายไปทันใด เพียงจ้องมองโล่วชิเจี่ยอย่างแรง สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินไปที่คอกม้า
ในจดหมายนั้นเป็จดหมายรักที่หลี่เอ้อร์หม่าจื่อเขียนถึงนาง หลังจากได้รับ นางก็ติดต่อกับเอ้อร์หม่าจื่อมาโดยตลอด แต่ตอนนี้จดหมายตกอยู่ในมือของโล่วชิเจี่ย
แม่บ้านกลัวว่าพ่อบ้านจะรู้เื่ แล้วทั้งคู่จะทะเลาะกัน จึงยอมทำตามที่โล่วชิเจี่ยสั่ง
โล่วชิเจี่ยขยิบตาอย่างมีเลศนัย เก็บจดหมายเข้าอกเสื้อ
“เหลียนอี มานวดหลังให้ข้าหน่อย!”
โล่วชิเจี่ยบอกสาวใช้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เหลียนอีรีบเข้ามาใกล้อนย่างกระตือรือร้นนวดไหล่ของโล่วชิเจี่ยเบาๆ
โล่วชิเจี่ยหันไปหานางด้วยท่าทางเ้าชู้ ลูบไล้ใบหน้าของเหลียนอี พูดหยอกล้อว่า “เหลียนอี เ้าช่างน่ารักเสียจริง!” พูดจบ นางก็หยิกแก้มของเหลียนอี
“ใครก็ได้ เอาเมล็ดแตงโมมา!” โล่วชิเจี่ยออกคำสั่งอีกครั้ง
ไม่นาน ก็มีคนยกถาดมาให้ นางกินเมล็ดแตงโม เสียง "เป๊าะแป๊ะ" ดังไม่หยุด พอเปลือกเมล็ดแตงโมร่วงลงพื้น สาวใช้ที่กำลังกวาดพื้นเบื้องล่างก็ทำหน้าเศร้า ยังคงกวาดพื้นต่อไปอย่างขยันขันแข็ง พร้อมกับกวาดเปลือกเมล็ดแตงโมที่ร่วงลงมา แต่ดวงตาของพวกนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ!
โล่วชิเจี่ยรู้สึกมีความสุขในใจ ชีวิตในจวนอ๋อง ช่างสุขสบายกว่าชีวิตในยุคปัจจุบัน!
เ่ิูกลับมาถึงจวนอ๋อง ภายในจวนอ๋อง นอกจากความเงียบงันที่ไม่มีใครพูดอะไรแล้ว ก็มีแต่ความวุ่นวาย สาวใช้และคนรับใช้ต่างวิ่งวุ่น แม้แต่ลั่วจิ่วรู้สึกได้ว่า วันนี้บรรยากาศในจวนอ๋องแปลกๆ เหมือนมีบรรยากาศแห่งความแค้น
เ่ิูไม่เคยใจร้ายกับคนรับใช้ เป็ที่รักของทุกคน เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?
ลั่วจิ่วขมวดคิ้ว เขาแม้ไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่คนที่มีตา ก็สามารถมองออกว่าวันนี้มีอะไรแปลกๆ
จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากบนต้นไม้
“นี่ๆๆ เ้า ไปเอาพัดมา ข้าร้อน ข้าอยากได้ลม”
สาวใช้ที่ถูกเรียกวิ่งไป แต่พอเห็นเ่ิูก็ใ โค้งคำนับเล็กน้อย พูดว่า “ท่านอ๋อง!”
แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้อง หยิบพัดออกมา ยื่นให้คนที่อยู่บนต้นไม้ มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากบนต้นไม้ รับพัดไป ก่อนเริ่มโบกมันแล้วมีเสียงครางอย่างพึงพอใจดังลงมา
เส้นเืบนหน้าผากของลั่วจิ่วเต้นตุบๆ นี่มันเื่อะไรกัน? คนรับใช้พวกนี้ไม่รู้จักเ้านายของตัวเองแล้วหรือไง?
เส้นเืบนหน้าผากของเ่ิูเต้นตุบๆเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธมาก ะโขึ้นไปบนต้นไม้
“โล่วชิเจี่ย! ไสหัวลงมาเดี๋ยวนี้!”
โล่วชิเจี่ยที่อยู่บนต้นไม้ได้ยินเสียงะโก็ตัวสั่น มือของนางจับกิ่งไม้ไม่แน่น ร่างกายของนางจึงหมุนคว้าง พลาดท่าร่วงลงมา
โครม!
นางร่วงลงมาเหมือนลิง หน้าคว่ำลงกับพื้น ท่าทางน่าอายมาก รู้สึกว่าั้แ่มาถึงจวนอ๋อง นางก็มีแต่เื่น่าอาย!
ลั่วจิ่วรู้สึกขุ่นข้องใจยิ่ง บ่าวรับใช้คนใหม่ของท่านอ๋อง ช่างสุดยอดเสียจริง!
เ่ิูขมวดคิ้ว กัดฟันแล้วเอ่ยขึ้น
“โล่วชิเจี่ย งานที่ข้าสั่ง เ้าทำเสร็จแล้ว?”
“ทำเสร็จหมดแล้ว!” นางตอบอย่างมั่นใจ เช็ดโคลนที่เลอะหน้า ในใจบ่นอุบ
เ่ิูมองไปรอบๆ เขาพบว่าโดยรอบสะอาดหมดจด แต่ประเด็นคือทำไมคนรับใช้ถึงทำงานแทนเด็กคนนี้?
เขารู้จักนิสัยของคนรับใช้ในจวนอ๋องดี พวกเขาชอบคนแข็งกร้าว ไม่ชอบคนอ่อนแอ ทั้งยังชอบรังแกคนใหม่
แต่ด้วยฐานะท่านอ๋อง เขาจึงไม่เข้าไปยุ่งเื่ของคนรับใช้ เพราะยังไงซะ ถ้าไม่มีความสามารถ ก็ไม่มีใครอยู่รอดในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็ใหญ่ได้อยู่ดี
กระนั้น คนพวกนี้กลับยอมทำงานแทนโล่วชิเจี่ย หรือว่าโล่วชิเจี่ยมีกลวิธีใดที่แก่กล้า? เขามองโล่วชิเจี่ยด้วยความสงสัย
โล่วชิเจี่ยหยิบใบสัญญาทาสของคนรับใช้ทั้งหมดออกมาอย่างภาคภูมิใจ เขาเท้าสะเอว พูดอย่างท้าทาย “ท่านอ๋อง ข้าจะบอกข่าวดีให้ท่านฟัง ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป คนรับใช้ทั้งหมดในจวนอ๋อง เป็คนของข้าแล้ว! ต่อไปนี้ พวกเขาอยู่ในการควบคุมของข้า ต่อไปพวกงานบ้านงานเรือนอะไร ขอเชิญท่านอ๋องลงมือเองเถอะ!”
พูดจบ นางก็เท้าสะเอว ทำท่าทางหยิ่งผยอง หัวเราะดังลั่น ฮะ ฮะ ฮ่า สามครั้ง
ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเ่ิูก็ดำครึ้ม ทำให้โล่วชิเจี่ยรู้สึกว่ามีลางร้าย
และไม่ผิดคาด
ลางสังหรณ์ของโล่วชิเจี่ยก็เป็จริง!