บทที่ 4 : ข่าวดีของบ้านใหญ่ กับภัยร้ายของสองแม่ลูก
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปจนอาหนิงอายุเกือบสองขวบ
พัฒนาการของเด็กน้อยก้าวะโจนน่าใ แต่สำหรับคนในบ้านสกุลฟาง อาหนิงก็ยังเป็เพียง "เด็กหญิงใบ้" ที่วันๆ เอาแต่นั่งเล่นดินเล่นทรายและพูดจาไม่ค่อยรู้เื่
แต่ทว่า... ความเงียบสงบแบบปลอมๆ.ในบ้านกำลังจะจบลง
เช้าตรู่วันหนึ่ง ณ ลานบ้าน
เสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเรือนใหญ่ ทำเอาไก่ที่กำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารตื่นใบินว่อน
หลินซือที่กำลังกวาดลานบ้านรีบวิ่งไปดูด้วยความเป็ห่วง
"พี่สะใภ้! เป็อะไรไปเ้าคะ? หน้าซีดเชียว"
จางซื่อ หรือ ป้าสะใภ้จาง นั่งดมยาดมสมุนไพรอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ หน้าตาอิดโรยแต่แววตากลับเปล่งประกายระยิบระยับผิดปกติ ข้างๆ กันมีแม่เฒ่าจ้าว (ย่า) ยืนพัดวีให้อย่างเอาอกเอาใจ ซึ่งเป็ภาพที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าฝนตกเป็กบ
"หลินซือ! รีบไปเอาน้ำอุ่นมาเร็วเข้า! แล้วก็ไปต้มน้ำแกงไก่มาด้วย! เอาตัวที่อ้วนที่สุดนะ!" แม่เฒ่าจ้าวะโสั่งเสียงดัง
"น้ำแกงไก่?" หลินซือชะงัก "แต่แม่เ้าคะ... ไก่ตัวนั้นแม่บอกว่าจะเก็บไว้ขาย..."
"ขายเขยอะไรกันเล่า!" แม่เฒ่าจ้าวยิ้มจนแก้มปริ "เ้าไม่รู้รึไง? พี่สะใภ้เ้ากำลังจะมีน้อง! หมอแมะดูแล้ว บอกว่าชีพจรเต้นแรงแบบนี้ ลูกชาย แน่นอน!"
เปรี้ยง!
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางลานบ้าน
หลินซือยืนตะลึง ส่วนอาหนิงที่แอบนั่งเล่น (สืบข่าว) อยู่หลังพุ่มไม้นั้นเบ้ปากจนแทบจะถึงหู
เหอะ! ลูกชาย? มั่นใจเหลือเกินนะยายแก่! ชีพจรเต้นแรงอาจจะเป็เพราะกินเยอะจนความดันขึ้นก็ได้ใครจะไปรู้!
"จริงหรือเ้าคะ?" หลินซือถามเสียงแ่
"ก็จริงสิยะ!" จางซื่อลูบท้องที่ยังแบนราบ (แต่ไขมันหนา) ของตัวเองด้วยท่าทีหยิ่งผยอง
"คราวนี้ข้าฝันเห็นัทองมาจุติเชียวนะ! ท่านแม่บอกว่าเด็กคนนี้จะนำความรุ่งเรืองมาสู่สกุลฟางแน่ๆ!"
"ใช่ๆ! หลานชายคนเล็กของข้าต้องเป็ขุนนางใหญ่โต!" แม่เฒ่าจ้าวหัวเราะร่า "ดังนั้นั้แ่นี้ไป... ของดีๆ ในบ้านต้องยกให้สะใภ้ใหญ่บำรุงครรภ์! เข้าใจไหมหลินซือ!"
หลินซือก้มหน้า "เข้าใจเ้าค่ะ..."
"อ้อ... แล้วก็..." แม่เฒ่าจ้าวหรี่ตามองลูกสะใภ้รอง "่นี้ค่าใช้จ่ายต้องเพิ่มขึ้น ยาบำรุงเอย เสื้อผ้าเด็กเอย... เงินทองมันหายาก เ้าต้องทำงานให้หนักขึ้นนะหลินซือ งานปักผ้าที่รับมาก็ทำให้มันเร็วๆ หน่อย ส่วนข้าวปลาอาหารของเ้ากับนังอาหนิง..."
นางเว้นจังหวะ พลางปรายตามองอาหนิงที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่ไกลๆ
"...ลดลงหน่อยก็แล้วกัน เด็กผู้หญิงกินเยอะไปก็เปลือง เก็บข้าวสารไว้ให้หลานชายข้ากินตอนโตดีกว่า"
กึด!
เสียงฟันซี่เล็กๆ ของอาหนิงขบกันแน่น
ลดข้าว? นี่มันข้าวก้นถ้วยอยู่แล้วนะ! จะให้ข้ากับแม่กินลมอิ่มทิพย์หรือไง!?
ไอ้เด็กในท้องนั่นยังไม่ทันจะเกิด ก็เบียดเบียนปากท้องคนอื่นซะแล้ว! ัทองรึ? ข้าว่า 'ปลิงดูดเื' มากกว่ากระมัง!
ค่ำคืนนั้น บรรยากาศอึมครึมปกคลุมห้องเก็บฟืน
หลินซือนั่งเย็บผ้าใต้แสงจันทร์ (เพราะแม่เฒ่าจ้าวไม่ยอมให้เบิกน้ำมันตะเกียง บอกว่าเปลือง) มือของนางสั่นเทา และบางครั้งก็เผลอทำเข็มตำนิ้วจนเืซึม
บนโต๊ะมีเพียงชามน้ำต้มผักจืดชืดที่มีเศษิญญาข้าวลอยอยู่ไม่กี่เม็ด
"แม่จ๋า..." อาหนิงเดินเตาะแตะเข้ามา กอดขาแม่แน่น
"อาหนิง... แม่ขอโทษนะลูก..." หลินซือวางงานลง อุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งตัก น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม "แม่มันไร้ความสามารถ... ปกป้องลูกไม่ได้... ข้าวก็ไม่มีให้กิน..."
อาหนิงเงยหน้ามองแม่ มือป้อมๆ เช็ดน้ำตาให้
"ไม่ร้อง... แม่ไม่ร้อง... อาหนิงไม่หิว..."
แต่ท้องเ้ากรรมดันร้อง จ๊อก! สวนคำพูดทันควัน
หลินซือยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม กอดลูกสาวแน่น "แม่ผิดเอง... ถ้าพ่อเ้ายังอยู่... ฮึก... เขาคงไม่ปล่อยให้พวกเราโดนรังแกแบบนี้... ไอ้หลานชายบ้านใหญ่มันสำคัญนักหรือไง... ชีวิตลูกสาวแม่ไม่มีค่าเลยหรือ..."
อาหนิงซบหน้าลงกับอกแม่ ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความเ็ป
ในใจของเทพเซียนตัวน้อย... ความอดทนเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
พอกันที!
ข้าจะไม่ทนรอให้โตกว่านี้แล้ว!
ขืนอยู่ต่อไป แม่ข้าต้องตายก่อนแน่ๆ! ยัยแก่จ้าวนั่นกะจะสูบเืสูบเนื้อแม่จนหยดสุดท้ายเพื่อไปปรนเปรอไอ้หลานั (ขี้โม้) นั่น!
อาหนิงผละออกจากอกแม่ จ้องตาหลินซือเขม็ง แววตาของเด็กสองขวบเปลี่ยนไป
มันไม่ใช่แววตาไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่มันลึกซึ้ง เยือกเย็น และทรงอำนาจราวกับผู้ผ่านโลกมานับพันปี
"แม่จ๋า..." อาหนิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่หนักแน่น "หนีกันเถอะ"
หลินซือชะงัก "อะ... อะไรนะลูก?"
"หนี..." อาหนิงย้ำชัดๆ "ไปจากที่นี่... ไปให้ไกล... ก่อนที่พวกมันจะฆ่าเรา"
"ตะ...แต่เราจะไปไหนได้? เงินเราไม่มีสักอีแปะ..." หลินซือส่ายหน้าด้วยความสิ้นหวัง
อาหนิงแสยะยิ้มมุมปาก
เงินรึ?
ใครว่าเราไม่มี?
นางนึกถึง 'อิฐก้อนนั้น' ที่ผนังห้องแม่เฒ่าจ้าว ที่นางเฝ้าสังเกตการณ์มาตลอดหนึ่งปี
และนึกถึง 'ความลับ' อีกอย่างที่นางเพิ่งไปแอบได้ยินมาเมื่อตอนเย็น... บทสนทนาระหว่างแม่เฒ่าจ้าวกับนายหน้าค้าทาสเื่ 'ราคาของหญิงหม้ายหน้าตาดี'
พวกมันกะจะขายแม่ข้าหลังจากที่งานปักผ้าล็อตนี้เสร็จสิ้น!
อาหนิงสูดหายใจลึก รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อจะพูดประโยคที่ยาวที่สุดและสำคัญที่สุดในชีวิตร่างเด็กนี้
"แม่ฟังหนูนะ..." นางจับแก้มแม่ด้วยสองมือ "พ่อไม่ได้ทิ้งเราไว้ตัวเปล่า... พ่อทิ้ง 'ทางรอด' ไว้ให้เรา"
"พ่อ?" หลินซืองุนงง
"คืนนี้..." อาหนิงกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ "เมื่อทุกคนหลับ... เราจะไปเอาของขวัญของพ่อ... แล้วเราจะไปจากนรกขุมนี้ตลอดกาล!"
หลินซือมองลูกสาวด้วยความตกตะลึง นางรู้สึกเหมือนไม่ได้คุยกับเด็กสองขวบ แต่กำลังคุยกับผู้นำทัพที่กำลังวางแผนา
และความกล้าหาญประหลาดก็แล่นพล่านเข้ามาในหัวใจของนาง
"ตกลงลูก..." หลินซือกัดฟัน "แม่จะเชื่อเ้า... ตายเอาดาบหน้า ดีกว่าให้อาหนิงต้องอดตายอยู่ที่นี่!"
อาหนิงยิ้มกว้าง... เป็รอยยิ้มของเทพธิดาผู้เตรียมจะ 'ปล้น' ความยุติธรรมกลับคืนมา!