“คุณชาย ท่านเป็นอะไรหรือไม่” ต้องขอบคุณที่ตั้งแต่ออกมาจากลานต้มยา เหล่ยเฟยจี๋ไม่ได้ละสายตาไปจากคุณชายกู้เลย เห็นเมื่อครู่อีกฝ่ายเหม่อมองฟ้า ก็คิดแล้วว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ
“ข้าไม่เป็นไร แค่เอ่อ ท่าน...ปล่อยข้าก่อน” กู้เลี่ยงรุ่ยรู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมา เขาล้มใส่เหล่ยเฟยจี๋เต็มๆ จนร่างกายแนบสนิททุกสัดส่วน อีกทั้งมือหนาโอบเอวเขาไว้ไม่ให้ล้มก็ทำให้รู้สึกกระดักประเดิกชอบกล ยังไงเขาก็นับได้ว่าเป็นผู้ชายกระมั้ง...มาอยู่ในร่างนี้เกือบห้าเดือนก็เริ่มจะคุ้นชินกับเพศสภาพแล้ว มาถูกทำเหมือนสาวน้อยแบบนี้ก็อดจะเขินหน่อยๆ ไม่ได้ ดีนะที่ใส่ผ้าปิดปากไม่งั้นต้องถูกจับได้แน่ๆ ว่าแอบหน้าแดง
“ก็ท่านเดินไม่ระวังเองนี่ ข้าก็แค่รับไว้ ยืนดีๆ ล่ะ ข้าจะปล่อยแล้วนะ”
“ได้ ขอบใจมาก ท่านปล่อยเถอะ” ทว่าแค่เหล่ยเฟยจี๋ดึงมือกลับ กู้เลี่ยงรุ่ยที่ต้องยืนด้วยขาตัวเองก็รู้สึกจี๊ดขึ้นมาเลย จนต้องยืนทิ้งขาไปทางขวาแค่ข้างเดียว รู้สึกเหมือนว่าขาจะแพลงเสียแล้ว
แบบนี้แย่แน่ ปันน่าก็ต้องขาแพลงไปกับเขาด้วย
“คุณชาย ท่านเจ็บขาหรือ” ดวงตางามย่นหากันแบบนั้นและร่างที่เทน้ำหนักไปข้างเดียวก็ชัดเจนแล้วว่าเจ็บ เห็นแบบนั้นแล้วเหล่ยเฟยจี๋ไม่สบายใจเลย
“นิดหน่อย ข้าว่าขาข้าน่าจะแพลง แต่พอเดินไหว ท่านไม่ต้องห่วงมากนัก” ยังไงก็เป็นบุรุษแล้ว ท่าทางอย่างบุรุษก็ต้องพึงมี กู้เลี่ยงรุ่ยอยู่ในสำนกต้องฝึกร่างกายกับอู๋เยี่ยน โดนตีโดนซ้อมจนพอรับไหว ความเจ็บเท่านี้พอรับได้
“ท่านขี่หลังข้าดีหรือไม่ รูปร่างท่านโปร่งสูง ข้าน่าจะแบกไหว” เหล่ยเฟยจี๋ขันอาสา เตรียมจะย่อตัวอยู่แล้ว
“อย่าเลย เกรงใจท่านเปล่าๆ ข้าพอไหวจริงๆ ท่านไปหยิบไม้ตรงนั้นมาให้ข้าก็พอ ข้าจะเดินเอง” ไม้ตรงนั้น คือไม้ใต้ต้นท้อ เป็นไม่ลำเรียวที่ตัดเอาไว้สอยลูกท้อ เดินไปไม่กี่สิบก้าวก็ถึง
“ก็ได้” เหล่ยเฟยจี๋เดินไปหยิบมาก่อนจะยื่นไม้ไผ่เรียวให้ “คราวนี้เดินระวังหน่อยล่ะคุณชาย ท่านนี้เป็นคนอย่างไรกัน เดินบนเขาได้คล่องปร๋อ แต่ดันมาสะดุดบนทางราบ ช่างทำให้คนสับสนจริง ท่านต้องจำไว้นะว่าท่านในตอนนี้เป็นหัวหน้าของพวกเราแล้ว เกรงว่าท่านจะเจ็บป่วยไม่ได้หรอกนะ หากว่าท่านเป็นอะไรไปแล้วคนในหมู่บ้านจะทำอย่างไร ท่านคิดสิว่าท่านมีความสำคัญมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นตั้งใจเดินตั้งใจมองทาง อย่าสะดุดอะไรอีกล่ะ”
“ข้ารู้แล้ว จะระวังขอรับ” กู้เลี่ยงรุ่ยตอบกึ่งๆ ประชด โดนสวดแล้วหนึ่งยก ค่อยๆ เดินโดยใช้ไม่ไผ่พยุงตัว เหล่ยเฟยจี๋เดินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่นานก็มาถึงบ้านของป้าจาง เหล่ยเฟยจี๋เข้าไปจุดไฟหน้าบ้านก่อน ส่วนกู้เลี่ยงรุ่ยนั่งพักตรงม้านั่ง
“เชิญคุณชายกู้” เหล่ยเฟยจี๋นำคุณชายกู้มาถึงเรือนพักของป้าจางที่อยู่ไม่ไกลจากลานต้มยานัก ก่อนจะจุดไฟหน้าเรือน และเข้าไปดูในบ้าน บ้านของป้าจางร้างผู้คนเพราะป้าจางเป็นม่าย บุตรชายก็ไปทำงานเป็นทหารในกองทัพของเมือง นานทีปีหนถึงจะกลับมา ด้านในบ้านเป็นเรือนทั่วไปที่เดินเข้าไปก็ถึงที่นอนแล้ว มุมซ้ายมีห้องเล็กห้องหนึ่งที่เป็นของบุตรชายป้าจาง เหล่ยเฟยจี๋นำเข้าไปก่อนจะหันมามองคุณชายกู้ที่เดินตามเข้ามา
“ปกติแล้วท่านทำงานอยู่ในหมู่บ้านตลอดเลยหรือ” กู้เลี่ยงรุ่ยสังเกตว่าเหล่ยเฟยจี๋ดูคุ้นเคยกับทุกตารางนิ้วในหมู่บ้าน รู้จักทุกคนและทุกคนก็รู้จักเขา อาชีพหมอไสยศาสตร์น่าจะทำมานานแล้วด้วย
“ใช่ ข้าไม่เคยไปไหนหรอก เกิดและโตที่นี้ อนาคตก็น่าจะตายที่นี้ด้วย ท่านเข้ามาดูสิ พอได้หรือไม่”
จากท่าทางและเครื่องแต่งกาย เหมือนว่าคนผู้นี้มีชาติกำเนินสูงส่ง ยังไงก็เป็นถึงคุณชาย ไม่แน่ว่าอาจจะอยู่ที่ซ่อมซ่อเช่นนี้ไม่ได้ แม้อีกฝ่ายจะดูไม่ใช่คนเช่นนั้นด้วยที่ผ่านมาต่อให้ลำบากหรือทรหดอย่างไรก็ไม่เห็นปริปากบ่น
“ได้สิ ที่นี้ก็ไม่แย่นะ” กู้เลี่ยงรุ่ยนั่งลงบนตั่งแข็ง วางไม้ไผ่พยุงตัวลงข้างๆ มีผ้าห่มหนึ่งผืนและหมอนหนึ่งใบ ห้องหับไม่อับชื้นไม่มีฝุ่นดิน นับว่าไม่แย่จริงๆ หากเทียบกับที่นอนแรกที่ตนตื่นขึ้นมา อย่างไรก็นอนอยู่กระท่อมผู้อาวุโสเว่ยชิงนับสามเดือน หลังเหล่งอะไรก็คุ้นชินหมดแล้ว ยังมีตอนที่ไปนอนในสำนักวันแรกๆ ก็มีถึงกับไม่ชินกับที่นอนนุ่มๆ
“เช่นนั้นก็ดี ท่านคอยอยู่ที่นี้ก่อน ข้าจะไปเอาน้ำมาให้ท่านเช็ดตัว ว่าแต่ชุดของท่านมีเปลี่ยนหรือไม่ หากไม่มีข้าจะกลับไปเอาที่เรือนให้”
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องชุดข้าหรอก ข้ามีอยู่ในนี้ รบกวนแค่น้ำล้างตัวจากท่านก็แล้วกัน” ถุงเอกภพที่ห้อยอยู่ตรงเอวมีทุกอย่างนะแหละ ก่อนออกมาจากจวนท่านอ๋อง ฉีอ้ายอันเตรียมชุดไว้ให้ด้วยสองชุด ก็เตรียมไว้พร้อมกับของหลายอย่าง นับได้ว่าฉีอ้ายอันคือสุดยอดภรรยาจริงๆ น่าอิจฉาคนที่จะได้แต่งกับนาง...จริงๆ มันก็ฉันนี่หว่า
“เช่นนั้นท่านรอสักครู่”
เมื่อเหล่ยเฟยจี๋หายเตรียมน้ำ กู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่มีคนคุยด้วย หลังถอดผ้าออกแล้ววางไว้ข้างที่นอน ก็ทำได้แค่เหม่อมองแสงสว่างบนเทียนไข ผนังไม้ในห้องเกิดภาพเงาที่ดูแปลกตาจากแสงเทียน เหมือนว่าตนกลายเป็นยักษาเสียอย่างนั้น พอลองยื่นมือออกไปก็ดูเหมือนกิ่งไม้อวบอ้วนกิ่งหนึ่งที่น่าขัน จนต้องหัวเราะออกมา
“ท่านหัวเราะอะไรนะ ดูมีความสุขจริงเชียว” เหล่ยเฟยจี๋กลับมาพร้อมถังน้ำร้อนและผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่ง ก่อนจะวางลงตรงปลายเตียงใกล้กับกู้เลี่ยงรุ่ย ไอควันที่ลอยบาเบาบ่งบอกว่าเป็นน้ำอุ่นกำลังดี
“เปล่า ข้าแค่ตลกเงานะ ขอบใจท่านมากนะเฟยจี๋ ท่านกลับไปทำงานเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเองได้” กู้เลี่ยงรุ่ยพูด ก่อนจะเคลื่อนกายไปหาถังน้ำ หยิบผ้าขึ้นมาจุ่มลงไปแล้วบิดออก พอหมาดๆ ก็เช็ดใบหน้า รู้สึกสบายตัวขึ้นมาเลยแค่เช็ดหน้า สิ่งสกปรกและคราบต่างๆ หลุดออกมาติดผ้า ดำคล้ำจนหน้ากลัวว่าตนทนอยู่กับหน้าเปื้อนดินขนาดนี้ได้อย่างไรตั้งนาน แต่พอขยับตัวมากๆ ก็ไปโดนเท้าข้างที่เจ็บจนต้องย่นหน้า
“ขาท่านล่ะ ให้ข้าช่วยดูให้ก่อนมั๊ย อย่างไรข้าก็เป็นหมอ ถึงท่านจะบอกว่าเป็นหมอปลอมก็เถอะ”
“ท่านสบายใจได้ อีกไม่นานข้าก็หายแล้ว” เพียงแค่รอให้ปันน่าสมานตัวเอง ตนก็จะหายเช่นกัน เดาว่าไม่เกินพรุ่งนี้ แผลเช่นนี้ก็หายแน่นอน ด้วยร่างกายของตนและปันน่าที่เชื่อมโยงกัน ใครบาดเจ็บคนนั้นก็บาดเจ็บ ใครหายคนนั้นก็หาย อีกอย่างปันน่าเป็นปีศาจ ร่างกายสมานตัวเร็วกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า ดังนั้นแค่รอเวลาก็พอ เดี๋ยวก็หาย
“ท่านมียาดีรึ” เหล่ยเฟยจี๋อดสงสัยไม่ได้
“ยิ่งกว่ายาดีอีก ข้ามี...ไม่บอกท่านดีกว่า เรื่องนี้เป็นความลับสวรรค์ ข้าบอกท่านไม่ได้” ภายหลังจากที่ผูกวิญญาณกับปันน่า กู้เลี่ยงรุ่ยกับปันน่าได้ทำสัญญากันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องพวกนี้ออกไปให้คนนอกรู้ เหล่ยเฟยจี๋นับว่าเป็นคนนอก
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี งั้นข้าไปก่อน อย่างไรท่านก็พักมากๆ หน่อย เอาไว้มีเรื่องร้ายแรง ค่อยมาปลุกท่าน” ไม่อยากบอกก็ไม่เซ้าซี้ เหล่ยเฟยจี๋หับประตูก่อนจะจากมา หลังเดินห่างมาพอสมควรก็หันกลับไปมองทีหนึ่ง แล้วเดินหน้าต่อ
กู้เลี่ยงรุ่ยปลดชุดสีเขียวมะกออกของตนเองออก ก่อนจะชำระร่างกายให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วไม่ลืมสระผมด้วย เวลาที่เคลื่อนไหวร่างกายนั้นก็มีบางจังหวะที่เผลอไปโดนแผลที่เจ็บ ต้องมีเผลอสะดุ้งทุกที ก่อนจะหยิบชุดในถุงเอกภพมาผลัดเปลี่ยน ซึ่งก็หนีไม่พ้นสีเขียวอีกเช่นเดียวกัน แต่คราวนี้เป็นสีเขียวแบบจระเข้แทน คือเป็นสีเขียวคล้ำๆ ออกจะน้ำตาลเล็กน้อย เป็นชุดแบบยาวทับตัวยาวสีขาวด้านในอีกที มีผ้าคาดเอวสีเทาปักลูกปัดตรงกลาง ผ้าที่ใช้นับว่าเป็นผ้าแพรชั้นดี กู้เลี่ยงรุ่ยเลือกสวมตัวนี้เพราะกันหนาวได้ดี อีกทั้งยังสวมง่ายและดูเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ก่อนจะล้มตัวลงนอนโดยไม่รอให้ผมแห้ง เพียงครู่เดียวก็หลับไปแล้ว