สวรรค์นิรันดร์กาล

    องค์หญิงเย่เฉียน

            เสียงของรัชทายาทแม้จะดังแต่กลับไม่ทำให้ฉางเฟิงหยุดเลยฉางเฟิงปลดปล่อยเพลงกระบี่ดอกเหมยออกมา กลีบดอกเหมยโปรยปราย โจมตีออกไปผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายยังพอต้านทานได้แต่ผู้อาวุโวนิกายมารโลหิตที่บาดเจ็บอยู่แล้วนั้นกลับได้รับบาดเจ็บเพิ่มตามร่างกายเต็มไปด้วยคมกระบี่

            “เจ้าหนูเจ้าควรจะไว้หน้าราชวงศ์บ้างนะ” ชายชราที่อยู่ข้างหลังเห็นฉางเฟิงไม่สนใจเย่หลางจึงพุ่งออกไป

            แต่ในพริบตานั้นเองร่างของหญิงสาวที่กำลังเมาสุราอยู่ก็เคลื่อนใหวร่างของนางปรากฎอยู่ตรงหน้าของชายชราก่อนจะซัดฝ่ามือออกไป

            “นี่ท่าน!!!!!!!!!”ชายชราตื่นตระหนกและถอยหลังออกมาเพราะฝ่ามือของหญิงสาว

            “พวกเจ้านี่มันงามหน้ากันมากจริงๆเป็นถึงคนของราชวงศ์กลับสร้างเรื่องทำให้สมดุลเสียหายแบบนี้พวกเจ้าไม่กลัวว่าจะถูกลงโทษงั้นหรือ”องค์หญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ดวงตาของนางจ้องมองเย่หลางอย่างดุดันและเผยให้เห็นความแค้นออกมาเย่หลางถึงกับมืดมน ใครจะคิดว่าหลายปีที่องค์หญิงผู้นี้ฝึกวนกับอาจารย์ผู้ลึกลับของนางจะทำให้วรยุทธของนางก้าวหน้าขนาดนี้

            “น้องเล็กเจ้ามาได้ยังไง”เย่หลางแกล้งทำเป็นพึ่งจะเห็นตัวองค์หญิง

            “ข้านั้นดูมาตลอดและที่ข้าไม่เข้าไปยุ่งตอนแรกเพราะข้าอยากจะดูว่ารัชทายาทจะทำอะไรกันแน่กลายเป็นฝ่ายราชวงศ์จงเย่ที่เป็นกลางและมีหน้าที่รักษาสมดุลมาตลอดกลับกลายเป็นว่ารัชทายาทเลือกข้างเสียแล้ว”องค์หญิงกล่าว

            “น้องหญิงเจ้าเข้าใจผิดแล้วข้าก็แค่ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่ขึ้นเท่านั้นจึงให้คนของข้าเข้าไปหยุด” เย่หลางกล่าว

            “แล้วทำไมตอนสองนิกายลงมือท่านถึงไม่ลงมือหยุดเจ้าหยุดตีหน้าซื่อได้แล้วเจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนยังไง เมื่อก่อนข้าอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพลังของข้านั้นไม่เพียงพอ

            แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้วเมื่ออาจารย์ของข้ายังอยู่ต่อให้จักรพรรดิของราชวงศ์จงเย่ลงมือก็ไม่สามารถทำอะไรได้” องค์หญิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            ฉางเฟิงไม่ได้ลงมือต่อเพราะเขาเห็นว่ามู่เฟยเสวี่ยส่งสัญญาณให้หยุดและให้องค์หญิงผู้นี้เป็นคนจัดการแต่จากที่ดูแล้วดูเหมือนว่ามู่เฟยเสวี่ยจะรู้จักกับองค์หญิงผู้นี้

            “กลายเป็นว่าผู้หญิงที่ชนะการดื่มสุรากลับเป็นถึงองค์หญิง”ฉางเฟิงอดไม่ได้ที่จะเหนือความคาดหมาย

            “ดีดีมากจริงๆ ดูเหมือนจะปีกกล้าขาแข็งมากขึ้นแล้ว รู้อย่างงี้เมื่อก่อนข้าคงเมตตากับเจ้าเกินไป”สีหน้าของเย่หลางเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมเมื่อมองไปที่องค์หญิง

            “ทำไมจะลงมือรึด้วยฝีมืออย่างเจ้าเนี่ยนะ เหอะ ในบรรดาพี่น้องทั้งห้าคน เจ้ามันอ่อนแอที่สุด ในด้านวรยุทธเจ้าเทียบกับใครไม่ได้เลยเพียงแต่ในด้านความชั่วเจ้าเหนือกว่าคนอื่นไปมาก” องค์หญิงกล่าว

            “บังอาจกล้าดูหมิ่นรัชทายาทอย่างข้าเข้ารู้ถึงผลที่จะตามมาหรือไม่” เย่หลางคำราม

            “เจ้าคิดว่ากลัวถ้างั้นเจ้าก็รีบๆใสหัวกลับไปวังหลวงและรายงานให้ท่านราชารู้ซะสิ” องค์หญิงกล่าวอย่างไม่เกรงกลัว

            “ดีแล้วข้าจะรอดูว่าเจ้าจะถูกลงโทษอย่างไร” เย่หลางกัดฟันด้วยความโกรธก่อนจะพาคนของตนเองกลับไป

            ส่วนคนของสองนิกายก็ใช้โอกาสนี้ติดตามเย่หลางไปเช่นกันไม่งั้นพวกเขาเกรงว่าจะไม่สามารถหนีออกไปได้แล้ว

            “ขอขอบคุณองค์หญิงที่เข้ามาช่วยเหลือ”มู่เฟยเดินเข้าหาองค์หญิงด้วยรอยยิ้ม

            “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกข้าแค่ไม่ชอบใจที่เจ้าโง่นั่นมันมาทำลายงานดีๆแบบนี้จริงสิผู้อาวุโสฉางเฟิงเจ้านั้นเป็นใครงั้นเหรอด้วยความสามารถของเจ้าทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”องค์หญิงกล่าวด้วยความแปลกใจ

            นางนั้นไม่คิดว่าความสามารถของฉางเฟิงจะสูงส่งขนาดนี้และจากที่นางมองต่อให้นางไม่เข้าไปยุ่งฉางเฟิงก็จัดการทุกอย่างได้อยู่แล้ว

            “ข้านั้นเติบโตอยู่บนเขาตั้งแต่เด็กพึ่งลงเขาครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน”ฉางเฟิงกล่าว

            “แบบนี้นี่เองน่าสนใจดูเหมือนเจ้าจะมีความลับค่อนข้างมากแต่มันไม่สำคัญเพราะเรื่องที่ข้าอยากจะรู้คือ สุราร้อยบุปผาต้องหมัดเป็นเวลากี่ปีถึงจะได้รสชาติที่ดีที่สุด”องค์หญิงกล่าว

            “100ปี เมื่อหมักครบร้อยปีกลิ่นหอมและรสชาติหอมหวานของมันจะรุนแรงที่สุดและสำหรับคนชอบสุราย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขกับมันได้”ฉางเฟิงกล่าว

            “ดีข้าจะหมักไว้สักห้าไหที่เหลือข้าจะกินเมื่อกลับไป คอยดูว่าแต่แก่นั่นจะทำสีหน้าอย่างไรเมื่อได้เห็นสุรานี้”องค์หญิงกล่าว

            “ผู้อาวุโสจักรพรรดิสุราน่าจะชื่นชอบสุราของฉางเฟิงแน่ๆ”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว

            “แน่นอนอยู่แล้วตาแก่นั่นอยู่กับสุรามาชั่วชีวิต ทั้งชีวิตอุทิศให้กับการหมัดสุรา แต่น่าเสียดายตาแก่นี่นิสัยขี้เหนียวไม่ชอบแบ่งข้าไม่งั้นข้าคงไม่ลำบากมาหาซื้อสุราอื่มเองหรอกเอาละข้านั้นเสียเวลามากแล้วข้าต้องกลับแล้ว” องค์หญิงกล่าว

            “เดี๋ยวก่อนองค์หญิงเพื่อเป็นการขอบคุณข้าจะให้สุราที่ข้าหมักไว้เมื่อ5 ปี ก่อน สุรานี้เป็นสุราที่ดีที่สุดของข้า” ฉางเฟิงกล่าวและนำสุราไหหนึ่งออกมา

            “มันคือสุราอะไร”ดวงตาขององค์หญิงถึงกับเป็นประกาย

            “สุราหวนคำนึงเมื่อดื่มแล้วไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพลังจิตแล้วแต่สำหรับใครที่สูญเสียคนรักและอยากจะพบหน้าเขาคนๆนั้นจะถูกดึงเข้าสู่ห้วงความฝันและได้พบหน้ากับคนรักของพวกเขาแน่นอนสำหรับองค์หญิงนั้นสามารถเพิ่มพลังจิตให้กับท่านได้มากแน่ๆ” ฉางเฟิงกล่าว

            “ดีจากนี้ไปเจ้าถือเป็นสหายของข้า เมื่อใดที่เจ้าเย่หลางมันคิดจะเล่นงานนิกายบุปผาสามารถติดต่อข้าไปได้เลยข้าจะรีบมาช่วยเหลือพวกเจ้าแน่”องค์หญิงกล่าวเสร็จก็รีบจากไปด้วยความตื่นเต้น

            “องค์หญิงคนนี้มันยังไงกันแน่”ฉางเฟิงอดไม่ได้ที่จะสับสน

            “องค์หญิงเย่เฉียนเป็นองค์หญิงที่มีพรสวรรค์และงดงามมากที่สุดแต่นิสัยกลับไม่เหมือนกับหญิงสาวทั่วๆไปทั้งห้าวหาญและซุกซน แถมยังชอบสุราเป็นชีวิต ได้ข่าวว่าตั้งแต่เด็กตอนที่จักรพรรดิสุราเดินทางมายังอาณาจักรและถูกองค์หญิงขโมยสุราไปดื่มจักรพรรดิสุราถึงกับชอบใจและรับนางเป็นศิษย์

            และเพราะแบบนั้นคนในวังหลวงถึงไม่มีใครกล้าแตะต้องนางหรือแม้แต่มารดาของนางเพราะถ้าเกิดจักรพรรดิสุราลงมืออาณาจักรจงเย่ก็ไม่มีใครหยุดเขาเอาไว้ได้” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว

            “แล้วความสัมพันธ์ของพวกองค์ชายและองค์หญิงละ”

            “อย่างที่เจ้าเห็นพี่น้องทั้งหมดล้วนแต่ได้แยกจากไปหมดเพราะรัชทายาทนั้นโหดเหี้ยมมากเกินไปไม่เห็นค่าของพี่น้องแม้แต่น้อยในตอนแรกเขาคิดจะใช้องค์หญิงใหญ่เป็นเครื่องมือในการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทำให้องค์หญิงใหญ่ออกจากราชวงศ์และท้องยุทธภพไป

            ส่วนองค์ชายรองยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้าเขาอยู่ย่อมถูกลอบสังหารไม่หยุดดังนั้นเขาเองก็ออกท่องยุทธภพเช่นกันเหลือเพียงแค่องค์ชายสามที่อายุยังน้อยและองค์หญิงเล็กที่มีจักรพรรดิสุราหนุนหลังอยู่ที่สามารถอยู่รอดได้” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว

            “จากที่เจ้ากล่าวมาทำให้ข้าอดที่จะรู้สึกรังเกียจชายคนนั้นไม่ได้เลย”ฉางเฟิงกล่าว