ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 41 การหลอมรวมที่สมบูรณ์

            ภายในโลกแห่งความมืดพลังสีดำมหาศาลยังคงปะทุและหมุนวนรอบร่างของทศกัณฐ์และเงาของเขาราวกับพายุที่กำลังรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เส้นพลังนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหากัน ปะทะกัน แล้วค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างช้าๆเงาร่างสีดำยังคงพยายามต้านทาน แรงพลังของมันปะทุออกมาเป็นระลอกเหมือนคลื่นยักษ์

            “เจ้าคิดว่าการยอมรับจะทำให้ข้าหายไปงั้นหรือ!”มันคำราม เสียงสะท้อนก้องไปทั่วความว่างเปล่าทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่ตรงหน้ามันโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาของเขาสงบนิ่ง “ไม่”เขาตอบ “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณหายไป” เขากำมือแน่นเล็กน้อยพลังสีดำรอบตัวเขาเริ่มนิ่งขึ้นอย่างชัดเจน “ผมแค่ต้องการให้คุณหยุดต่อต้านผม”เงาร่างชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง หมัดของมันฟาดลงมาพร้อมแรงทำลายล้างมหาศาลทศกัณฐ์ไม่หลบ เขายกมือขึ้นรับหมัดนั้นโดยตรง เสียงปะทะดังสนั่นแต่ครั้งนี้…เขาไม่ถอยเลยแม้แต่น้อย พลังสีดำของทั้งสองฝ่ายเริ่มไหลเข้าหากันผ่านจุดที่ปะทะกันเหมือนกระแสน้ำสองสายที่เริ่มรวมเป็นหนึ่ง เงาร่างเบิกตากว้าง

            “นี่มัน…” มันพึมพำพลังของมันที่เคยปะทุอย่างดุเดือด เริ่มถูกดึงเข้าสู่ร่างของทศกัณฐ์อย่างช้าๆไม่ใช่การดูดกลืน แต่เป็นการเชื่อมต่อ “เจ้ากำลัง…” มันพูดไม่จบทศกัณฐ์ก้าวเข้าไปอีกก้าว มือของเขายังคงแตะอยู่บนหมัดของเงาร่าง “พลังนี้คือผม”เขากล่าว “และผมก็คือพลังนี้” เสียงของเขาหนักแน่นขึ้นทุกคำ “เราไม่ใช่ศัตรูกัน”ในวินาทีนั้นเอง พลังทั้งหมดก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงโลกแห่งความมืดเริ่มแตกร้าวเป็นเส้นแสงสีดำที่กระจายออกไปทุกทิศทาง เงาร่างนั้นมองทศกัณฐ์นิ่งดวงตาสีแดงของมันค่อยๆเปลี่ยนแปลง ความดุร้ายในแววตานั้นลดลงเล็กน้อย“ถ้าอย่างนั้น…” มันกล่าวช้าๆ “…พิสูจน์ให้ข้าเห็น” ทันใดนั้นพลังทั้งหมดของเงาร่างก็ระเบิดออกมาในครั้งสุดท้ายคลื่นพลังมหาศาลพุ่งเข้าหาทศกัณฐ์เหมือนพายุทำลายล้าง แต่ครั้งนี้ทศกัณฐ์ไม่ตั้งท่าต่อสู้ เขายืนอยู่ตรงนั้น หลับตาลง และปล่อยให้พลังนั้นพุ่งเข้ามาหาเขาโดยตรงเสียงระเบิดดังสนั่น โลกทั้งใบถูกกลืนไปด้วยความมืด แต่ในใจกลางของพลังนั้นทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่ พลังทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาไม่ได้ทำลายเขากลับไหลผ่านร่างของเขา แล้วค่อยๆสงบลงเหมือนพายุที่จางหายไป เมื่อแสงความมืดสลายไปเงาร่างนั้นก็หายไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบสงบของโลกภายใน ทศกัณฐ์ลืมตาขึ้นช้าๆเขามองมือของตัวเอง พลังสีดำยังคงอยู่…แต่คราวนี้มันนิ่งสนิท ไม่มีการต่อต้านไม่มีแรงกดดัน มีเพียงพลังที่พร้อมจะถูกใช้งานตามที่เขาต้องการเสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆในความว่างเปล่า “ในที่สุด…” เสียงนั้นไม่ใช่ของเงาร่างอีกต่อไปแต่เป็นเสียงของเขาเอง “…เจ้าก็เข้าใจแล้ว” ทันใดนั้นโลกแห่งความมืดก็เริ่มสลายไปอย่างช้าๆ

            ในโลกแห่งความจริงภายในห้องฝึกพลังใต้พระราชวังลังกา พลังที่หมุนวนรอบตัวทศกัณฐ์เริ่มเปลี่ยนแปลงจากพายุที่เคยปะทุอย่างควบคุมไม่ได้ กลายเป็นสนามพลังที่นิ่งและสมบูรณ์สีดามองค่าบนเครื่องตรวจวัดที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเก้าสิบสาม…เก้าสิบห้า…เก้าสิบแปด เปอร์เซ็นต์เสียงเตือนของเครื่องดังขึ้นเมื่อค่าพลังงานเข้าใกล้ขีดจำกัดสูงสุด และในที่สุดตัวเลขก็หยุดอยู่ที่ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ห้องฝึกกลับไม่สั่นสะเทือนไม่มีพลังระเบิด ไม่มีสัญญาณของการสูญเสียการควบคุมมีเพียงความนิ่งที่หนักแน่นและมั่นคง สีดาเบิกตากว้างเล็กน้อย

            “เขาทำได้…” เธอพึมพำ ในวินาทีนั้นทศกัณฐ์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาส่องแสงสีดำเข้มชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติเขาหายใจออกช้าๆ พลังรอบตัวค่อยๆจางหายกลับเข้าสู่ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์เขามองฝ่ามือของตัวเองอีกครั้ง แล้วกำมันแน่นเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชาแห่งลังกา“ในที่สุด…” เขากล่าวเบาๆ “…ผมก็สามารถใช้พลังนี้ได้อย่างเต็มที่แล้ว”และในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากต่างมิติ พลังที่แท้จริงของผู้สืบสายอวตารของราชาแห่งลังกาก็ได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

            ในขณะที่โลกกำลังเคลื่อนไปสู่การเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครั้งใหม่อีกด้านหนึ่ง…ในสถานที่ที่ไม่ใช่บนโลก หรือก็คือ ต่างมิตินั่นเองความมืดแผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ ท้องฟ้าในดินแดนนั้นไม่ใช่สีฟ้าหากแต่เป็นสีม่วงหม่นปนดำราวกับรอยแผลของจักรวาลที่ไม่เคยสมานพื้นดินแตกร้าวเป็นเส้นยาวนับไม่ถ้วน และจากรอยแยกเหล่านั้นพลังงานสีดำอมแดงค่อยๆลอยขึ้นสู่เบื้องบนเหมือนไอร้อนจากโลกที่กำลังปะทุเสียงบางอย่างดังก้องอยู่ทั่วดินแดน เสียงคำรามต่ำๆ เสียงโลหะกระทบกันและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ บนที่ราบอันกว้างใหญ่กองทัพจำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนไหวทหารของดินแดนต่างมิติสวมเกราะสีดำด้านที่มีลวดลายเหมือนรอยแตกของพลังงาน เกราะของพวกมันไม่สะท้อนแสงแต่กลับดูดกลืนแสงรอบตัวเอาไว้ ดวงตาของพวกมันส่องแสงสีแดงจางๆจากภายในหมวกเกราะอาวุธที่ถืออยู่ไม่ใช่เพียงโลหะธรรมดาแต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนถูกสร้างขึ้นจากพลังงานและสสารบางอย่างที่ไม่เสถียร หอก ดาบและอาวุธรูปร่างแปลกประหลาดล้วนแผ่คลื่นพลังที่บิดเบี้ยวออกมา ทหารหลายหมื่นหลายแสน กำลังเคลื่อนทัพอย่างเป็นระเบียบเสียงฝีเท้าของพวกมันรวมกันเป็นจังหวะเดียวราวกับหัวใจของกองทัพที่เต้นพร้อมกันทั้งหมด

            เบื้องหน้าของกองทัพนั้นมีโครงสร้างขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันไม่ใช่ปราสาทในความหมายปกติหากแต่เป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนจะงอกขึ้นมาจากพื้นดินเองผนังของมันบิดงอเหมือนสิ่งมีชีวิตและมีเส้นพลังงานไหลเวียนไปทั่วทั้งโครงสร้างเหมือนเส้นเลือดสีดำแดง ที่ใจกลางของโครงสร้างนั้นคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่มืดมิด แสงเพียงเล็กน้อยส่องลงมาจากรอยแยกบนเพดานสูงเผยให้เห็นเงาของบางสิ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์บัลลังก์นั้นถูกสร้างจากวัสดุสีดำเข้มที่ดูเหมือนจะกลืนกินแสงทุกอย่างรอบตัวและบนบัลลังก์นั้น…มีร่างหนึ่งนั่งอยู่ แต่เงามืดปกคลุมมันไว้จนไม่อาจเห็นรูปร่างที่แท้จริงได้เห็นเพียงแค่เงาขนาดมหึมาที่นิ่งสงบ ทว่ากลับแผ่แรงกดดันมหาศาลไปทั่วทั้งห้องโถงเบื้องหน้าบัลลังก์ มีทหารระดับสูงหลายตนคุกเข่าอยู่ พวกมันไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

            “รายงานมา”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืด เสียงนั้นลึก หนักและก้องกังวานราวกับสะท้อนมาจากห้วงมิติหลายชั้น“รอยรั่วในมิติของโลกมนุษย์ยังคงขยายตัวตามแผน” หนึ่งในทหารตอบเสียงของมันแฝงความเคารพอย่างชัดเจน “ระดับพลังงานของอีกฝั่งเริ่มเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับที่สามารถต่อต้านการเปิดประตูได้”เงาบนบัลลังก์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “ดี” เสียงนั้นดังช้าๆ“อย่าเร่งรีบ” มันกล่าวต่อ “ปล่อยให้มิตินั้นเปิดออกด้วยตัวของมันเอง”ทหารทุกตนก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิม “รับทราบ” อีกเสียงหนึ่งกล่าวขึ้น“แต่มีรายงานว่า…มีบางบุคคลในโลกมนุษย์ที่สามารถเพิ่มระดับพลังของตนได้อย่างผิดปกติ”เงาบนบัลลังก์หยุดนิ่งเล็กน้อย “บุคคลนั้น…คือคนที่พวกเราตามหามานานและก็เป็นประตูเชื่อมมิติทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้พวกเราสามารถเปิดประตูมิติได้”

            ในตอนนั้นทหารคนหนึ่งลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกล่าว“แต่…เขาอาจจะเป็นภัยต่อการรุกรานในอนาคตของพวกเราด้วย”ความเงียบปกคลุมห้องโถงทันที ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆจะดังขึ้นจากเงามืดเสียงหัวเราะนั้นไม่ดังมาก แต่กลับทำให้บรรยากาศทั้งห้องเย็นเยียบลง “น่าสนใจ”เงานั้นกล่าว “ให้มันเติบโตไปก่อน” เสียงของมันเย็นชา“เมื่อประตูเปิดออกอย่างสมบูรณ์…” มันหยุดเล็กน้อย “…ข้าจะจัดการมันด้วยตัวของข้าเอง”ทหารทั้งหมดก้มศีรษะลงพร้อมกัน ไม่มีใครกล้าตอบโต้คำพูดนั้น

            ภายนอกห้องโถงกองทัพยังคงเคลื่อนที่ต่อไปไม่หยุดเสียงฝีเท้าหนักหน่วงยังคงดังก้องไปทั่วดินแดนต่างมิติราวกับเครื่องจักรสงครามที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการรุกรานครั้งใหญ่และในเงามืดของบัลลังก์นั้น ดวงตาคู่หนึ่งค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆแสงสีแดงลึกส่องผ่านความมืดออกมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหายไปอีกครั้งราวกับผู้ปกครองของดินแดนแห่งนี้กำลังเฝ้ามองโลกอีกฝั่งหนึ่งอย่างเงียบงัน และรอคอยเวลาที่เหมาะสมในการก้าวข้ามมิติไปยึดครองมันอย่างสมบูรณ์

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน