ซูเยี่ยนเดินทางไปที่กระท่อมของท่านหมอดูเหวยเหนียงด้วยความร้อนใจเขามีความกลัวต่างๆ นานา โดยเฉพาะกลัวที่จะสูญเสียนางไปให้กับชายอื่นเขาคิดในใจว่า “เ้าห้ามมีคนใหม่นะเหวยเหนียง”
พอเดินทางไปถึง เขารีบเดินเข้าไปในกระท่อมทันทีหมายจะดูให้ชัดว่าลูกค้าประจำของเหวยเหนียงเป็ใครกันแน่แต่แล้วเดินเข้าไปก็เห็นเหวยเหนียงนั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง
“มีอะไรหรือเปล่า ดึกดื่นป่านนี้ท่านบุกเข้ามาในกระท่อมของข้าทำไม” เหวยเหนียงสงสัย
ซูเยี่ยนนั้นทำตัวไม่ถูก เขาก็เลยอ้างว่า “ท่านแม่ไหว้วานให้ข้านำอาหารมาให้เ้าเ้าอุตส่าห์ช่วยงานทั้งวันแทบจะไม่ได้ทานอะไรเลย ท่านแม่เป็ห่วงเ้ามาก”
“ขอบคุณมาก งั้นท่านวางที่โต๊ะแล้วก็รีบกลับบ้านไปเถิด” เหวยเหนียงรีบไล่
“ลูกค้ากลับแล้วอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนเปลี่ยนเื่
“กลับเมื่อสักครู่นี้ ถามทำไมงั้นหรือ”เหวยเหนียงสงสัย
“เปล่า ไม่มีอะไร! เห็นผิงหลางบอกว่าเ้าต้องรีบกลับมาพบลูกค้าประจำ” ซูเยี่ยนคิดในใจว่า“ลูกค้าของเหวยเหนียงคนนี้เป็คนมีวรยุทธ์สูงมากหากเขาเพิ่งกลับไปจริง เขาคนนั้นควรที่จะต้องสวนทางกับข้าแต่นี่กลับไปมาไร้ร่องรอย”
“ใช่! ข้ากลับบ้านมาพบลูกค้าประจำแล้วยังไง” เหวยเหนียงคิดว่าไม่เกี่ยวกับซูเยี่ยน
“การดูดวงต้องมี่เวลาในการดูไม่ใช่หรือเหตุใดต้องมาดูทุกวันด้วยล่ะ” ซูเยี่ยนไม่เข้าใจ
“จิตของเขาไม่ได้อยู่กับปัจจุบันเขาเป็คนอยากรู้เื่ราวในอนาคตของตัวเองมาก และอีกอย่างคำถามที่เขาถามในแต่ละวันก็ไม่ซ้ำกันด้วย”เหวยเหนียงอธิบาย
“ข้าจะไปเทอาหารให้นะ” ซูเยี่ยนถือวิสาสะ
“ข้าเทเองได้ ท่านกลับไปเถอะ”เหวยเหนียงรีบไล่
“ข้าเดินทางมาส่งอาหารตั้งไกลข้าหิวแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“นี่เป็อาหารของข้าไม่ใช่งั้นหรือ”เหวยเหนียงงง
“อาหารมีตั้งเยอะแยะเ้าทานคนเดียวไม่หมดหรอก อีกอย่างข้าอุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลยังไม่ได้ทานอะไรเลยเ้าจะไม่มีน้ำใจแบ่งอาหารให้ข้ากินเลยอย่างนั้นหรือ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้! พอท่านทานเสร็จก็รีบกลับได้แล้วเดี๋ยวแม่ของท่านจะเป็ห่วง” เหวยเหนียงยอมใจอ่อน
เหวยเหนียงจำต้องร่วมรับประทานอาหารกับซูเยี่ยนแบบงงๆพอทานเสร็จ เขากำลังจะลุกเก็บถ้วยชามไปล้างด้วยความเคยชิน
“ท่านจะทำอะไรน่ะ” เหวยเหนียงแปลกใจ
“ก็เอาไปล้างไงล่ะ” ซูเยี่ยนลืมตัว
“ไม่ต้อง! ท่านเป็แขกท่านกลับไปได้แล้ว” เหวยเหนียงรีบไล่
“ขอข้าพักสักหน่อย ถ้าเดินทางตอนนี้ข้าคงจะจุก”ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ตามใจท่านก็แล้วกัน” เหวยเหนียงจึงขนถ้วยชามไปล้างหลังกระท่อม
พอเหวยเหนียงล้างภาชนะเสร็จเรียบร้อยนางกำลังจะเข้านอน แต่ทว่า นางเห็นฝ่ายชายกำลังนอนบนเตียงของนางเหวยเหนียงก็เลยรีบเดินไปปลุกฝ่ายชายทันที
“ซูเยี่ยน! ซูเยี่ยน! ซูเยี่ยน! ตื่นสิซูเยี่ยนนี่มันเตียงของข้านะ” เหวยเหนียงคิดในใจว่า “ทำไมขี้เซาแบบนี้นะ นี่น่ะหรือองครักษ์ในวังหลวงขี้เซาแบบนี้มีหวังตายโดยไม่รู้ตัว” เหวยเหนียงส่ายหน้านางก็เลยออกไปดูดาวนอกกระท่อม
เหวยเหนียงยืนมองดูปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแล้วพูดพึมพำว่า “ใกล้ถึงเวลาที่ข้าต้องชดใช้กรรมแล้วสินะ”
ซูเยี่ยนที่แกล้งหลับเขาลุกจากเตียงและเดินออกมานอกกระท่อมพอเห็นว่าเหวยเหนียงฟุบหลับอยู่บนโต๊ะด้านนอกกระท่อม เขาจึงค่อยๆอุ้มนางกลับเข้าไปนอนบนเตียงดีๆ และห่มผ้าให้ เขาลูบผมของนางและกระซิบข้างหูว่า “จงจำไว้นะเหวยเหนียงเ้าเป็ฮูหยินของซูเยี่ยนแต่เพียงผู้เดียว”
และเหวยเหนียงก็ละเมอพูดตามว่า “ข้าเป็ฮูหยินของซูเยี่ยนแต่เพียงผู้เดียว”
“ดีมาก ฮูหยินของข้า” ซูเยี่ยนจูบไปที่หน้าผาก เรื่อยลงมาที่แก้ม และกำลังจะจุมพิตนาง
แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักเมื่อเหวยเหนียงละเมอต่อว่า “ข้าจะรีบแต่งงานใหม่ให้เร็วที่สุดเพื่อลืมเ้าให้ได้ ซูเยี่ยน”
ซูเยี่ยนลุกจากตัวนางเขากำหมัดไว้แน่นแล้วพึมพำว่า “ข้าไม่ยอมหรอกเหวยเหนียงชายคนนั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
ซูเยี่ยนกะว่าจะนั่งเฝ้านางทั้งคืนเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าการที่เหวยเหนียงมาอยู่ที่กระท่อมเพียงลำพังมันอันตรายสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงดังนั้นในวันพรุ่งนี้เขาตั้งใจว่าจะไปขอให้ผิงหลางชวนให้เหวยเหนียงกลับไปอยู่ที่บ้านของนางดังเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้น เหวยเหนียงสะดุ้งตัวตื่น “นี่ข้านอนบนเตียงได้ยังไงกันนะหรือว่าซูเยี่ยนอุ้มข้ามานอนอย่างนั้นหรือ” พอนางสำรวจไปทั่วกระท่อมก็ไม่พบฝ่ายชายนางจึงพูดพึมว่า “เมื่อคืนข้าทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่านะ”
เหวยเหนียงไม่อยากคิดอะไรมากนางก็เลยไปทำงานที่ซุ้มดูดวงตามปกติ
“อ้าว ท่านป้าเ้าคะมาเยี่ยมข้างั้นหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าวทัก
“เมื่อคืนเ้ากับลูกชายข้ามีความสัมพันธ์กันหรือเปล่า” ท่านซูหลางถามตรงๆ
“จะมีได้ยังไงล่ะเ้าคะเขาจดจำ่เวลาหลังแต่งงานไม่ได้เลยนะเ้าคะแถมตอนนี้เขายังแสดงท่าทีรังเกียจข้าอีกต่างหาก” เหวยเหนียงรีบแย้ง
“ทำไมลูกชายข้าถึงกลับบ้านในตอนเช้าล่ะเมื่อคืนเขาบอกข้าว่าจะนำอาหารไปส่งให้เ้าที่กระท่อม เขาก็เล่นไปทั้งคืนไม่กลับบ้านกลับช่องเสียทีพอกลับมาในตอนเช้าก็เอาแต่นอนและบอกว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืน อะไรแบบนี้”ซูหลางสงสัย
“ท่านเข้าใจผิดแล้วเ้าค่ะเขาไม่ได้อยู่กับข้าทั้งคืน หลังจากเขาส่งอาหารให้ข้า เขาคงไปต่อที่อื่นเ้าคะ”เหวยเหนียงไม่คิดว่าซูเยี่ยนจะนอนอยู่ที่กระท่อมของนางทั้งคืน
“เ้าเองก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืน”ซูหลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“ไปค้างบ้านเพื่อนหรือเปล่าเ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“นั่นยิ่งแล้วใหญ่่หลังจากที่ครอบครัวข้าตกต่ำ ก็ไร้ซึ่งญาติสนิทมิตรสหาย” ซูหลางกล่าวเสียงเศร้า
“เอาไว้ท่านถามเขาเองดีกว่าเ้าค่ะ”เหวยเหนียงไม่รู้จริงๆ
“ข้าก็อุตส่าห์ดีใจนึกว่าเ้ากับเขาคืนดีกันแล้ว”ซูหลางอยากได้ลูกสะใภ้กลับมา
“ถึงข้าจะไม่ใช่สะใภ้ของท่านแล้วแต่ข้าก็ยังนับถือท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึงและยินดีที่จะช่วยท่านเสมอนะเ้าคะหากท่านมีอะไรบอกข้าได้เลยเ้าค่ะ” เหวยเหนียงยังคงเห็นอดีตแม่ย่าเป็ญาติผู้ใหญ่คนนึง
“ขอบใจมากเหวยเหนียงข้าต้องรีบไปเปิดร้านแล้ว” ซูหลางขอตัว
“เ้าค่ะท่านป้า” หลังจากนั้นเหวยเหนียงก็กล่าวพึมพำว่า “เขาไปไหนต่อนะเหตุใดถึงไม่ยอมกลับบ้าน”
******************************
ตกบ่าย ซูเยี่ยนรีบไปหาผิงหลางถึงที่บ้าน
“นั่นเ้าจะไปไหนน่ะ” ซูเยี่ยนกล่าวทักเมื่อเห็นหญิงสาวถือห่อผ้าไปไหนสักที่
“ฝ่าาทรงแต่งตั้งให้ข้าเป็องครักษ์ประจำตำหนักของพระองค์เ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าว
“เ้าไม่กลัวอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนรู้สึกกังวลแทน
“กลัวอะไรหรือเ้าคะ” ผิงหลางสงสัย
“บางทีฝ่าาทรงอาจจะถูกพระทัยในตัวเ้าแล้วแต่งตั้งให้เ้าเป็องครักษ์เพื่อบังหน้า ความจริงคือทรง้าใกล้ชิดเ้ามากกว่า” ซูเยี่ยนกล่าวเตือน
“ข้าเป็ผู้หญิงห้าวๆ นะเ้าคะพระองค์ทรงไม่สนพระทัยข้าหรอกเ้าค่ะ” ผิงหลางไม่เชื่อ
“เ้าเองก็เป็ผู้หญิงสวยและฝ่าาพระองค์นี้ก็เป็คนเ้าชู้มาก เ้าเองก็รู้นี่” ซูเยี่ยนมองออก
“หากเป็เช่นนั้นจริงข้าคงหาทางเอาตัวรอดได้เ้าค่ะ ว่าแต่ ท่านมาหาข้ามีธุระอะไรหรือเปล่าเ้าคะ”ผิงหลางสงสัย
“ข้าไปที่กระท่อมของเหวยเหนียงเมื่อคืนข้าเห็นว่านางอาศัยที่นั่นเพียงลำพัง มันอันตรายมากข้าก็เลยว่าจะให้เ้าพานางมาอยู่กับเ้าด้วย” ซูเยี่ยนว่าธุระ
“ตอนแรกนางก็พักอยู่กับข้าแต่พอเหวยเหนียงมีลูกค้าประจำนางจำเป็ต้องกลับไปต้อนรับลูกค้าที่กระท่อมทุกคืนเ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“ลูกค้าอะไรกันทำไมต้องดูดวงตอนกลางคืนด้วย แถมดูทุกวันอีกต่างหาก” ซูเยี่ยนไม่เข้าใจ
“แล้วท่านเห็นหน้าเขาหรือยังเ้าคะ”ผิงหลางสงสัย
“ยังไม่เห็นข้าคาดการณ์ว่าชายคนนั้นต้องผู้มีวรยุทธ์สูง เขาไปมาไร้ร่องรอย” ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าเองก็ไม่อาจบังคับเหวยเหนียงได้เ้าค่ะแต่จะว่าไปดูท่านเป็ห่วงนางมากเลยนะ หรือว่าท่านจดจำนางได้แล้ว” ผิงหลางกล่าวอย่างมีความหวัง
“เปล่า! ข้าเห็นนางก็นึกถึงซูหลินหากน้องสาวข้าอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง ข้ากับท่านแม่คงกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็แน่”ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“เอ่อ คนในวังมารับข้าแล้วข้าต้องไปแล้วเ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“ทำไมต้องมารับถึงบ้านด้วยล่ะทำราวกับว่าเ้าเป็พระสนมของพระองค์” ซูเยี่ยนแปลกใจ
“ท่านกล่าวอะไรน่ะคงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเ้าค่ะ” ผิงหลางพยายามมองในแง่ดี
“โปรดระวังตัวด้วย อย่าประมาทแม้เ้าจะมีวรยุทธ์ แต่เ้าเป็คนซื่อ เ้าไม่อาจทันเล่ห์เหลี่ยมคนในวังได้หรอก”ซูเยี่ยนเตือน
“ข้าจะจำไว้เ้าค่ะข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” ผิงหลางคารวะอดีตท่านแม่ทัพ
กงกงเดินมาหาหญิงสาวพร้อมกับเชิญให้ผิงหลางขึ้นเกี้ยว “เชิญแม่นางผิงหลางขอรับ”
“เอ่อ ข้าเป็ทหารมาก่อนข้าไม่ชินกับการนั่งเกี้ยวหรอก เชิญท่านนั่งบนเกี้ยวเถิด” ผิงหลางรู้สึกตะชิดตะขวงใจนางจึงไม่ยอมเข้าไปนั่งในเกี้ยว
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรกันล่ะนี่มันเกี้ยวสำหรับพระสน….” กงกงหลุดปาก
“ข้าไม่ใช่พระสนมเสียหน่อย”ผิงหลางรู้ว่าท่านกงกงจะกล่าวอะไร นางเลยรีบแย้ง
“อ้อ นั่นสิท่านเป็องครักษ์ข้างกายฝ่าานี่นา รีบไปกันเถิดแม่นาง” กงกงรีบพูดกลบเกลื่อน
ผิงหลางเริ่มรู้สึกแปลกๆกับการเข้าวังของนางครั้งนี้ นางคิดในใจว่า “หวังว่าสิ่งที่ท่านซูเยี่ยนกังวลจะไม่เป็จริงนะฝ่าาคงทรงไม่หลอกให้ข้าไปเป็พระสนมของพระองค์หรอกใช่มั้ย”
ในขณะที่ซูเยี่ยนนั้นก็มองดูท่านกงกงและผิงหลางเดินนำหน้าเกี้ยวเปล่ามุ่งหน้าเข้าวังเขาคิดในใจว่า “ไม่มีใครต้อนรับทหารองครักษ์ในวังอย่างเอิกเกริกแบบนี้หรอกนะผิงหลางเ้าระวังตัวด้วยก็แล้วกัน ข้าเองคงช่วยเ้าไม่ได้ เพราะ่พักงานข้าถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าวัง”
******************************
ซูเยี่ยน้าเห็นหน้าผู้ชายที่เป็ลูกค้าของเหวยเหนียงเขาก็เลยแอบซุ่มอยู่ที่บ้านของเหวยเหนียงั้แ่โพล้เพล้
พอพระอาทิตย์ตกดินชายชุดดำก็วิ่งไปบนอากาศแล้วกระโจนเข้าไปในกระท่อมของเหวยเหนียง
ซูเยี่ยนรีบแอบดูด้านในกระท่อมทันที
“มาแล้วหรือท่านวันนี้จะดูเื่อะไรอย่างนั้นหรือ” เหวยเหนียงกล่าวทักอย่างคนคุ้นเคย
“ข้ามาดูเื่เนื้อคู่” ชายปริศนากล่าว
“บัดนี้เนื้อคู่ของท่านอยู่ในวังนี่แหละ”เหวยเหนียงทำนาย
“ไม่ใช่เ้าอย่างนั้นหรือ”ชายปริศนากล่าวยิ้มๆ
“นางแต่งงานแล้วท่านไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีเ้าของแล้วนะ” ซูเยี่ยนทนไม่ได้เขาเดินเข้าไปในกระท่อมและรีบพูดแทนเหวยเหนียง
“ซูเยี่ยน! เ้ามาทำอะไรที่นี่” เหวยเหนียงใ
“แต่นางหย่าร้างแล้วนี่” ชายปริศนาแย้ง
ซูเยี่ยนตั้งสติได้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวท่านหมอดูอีกต่อไปแล้วเขาก็เลยว่า “แม่ของข้าเป็ห่วงเหวยเหนียงมาก นางกลัวเหวยเหนียงจะได้คู่ไม่ดีจึงไหว้วานให้ข้าช่วยดูผู้ชายที่มาจีบเหวยเหนียง หากชายคนนั้นเป็คนไว้ใจไม่ได้ก็ให้ไล่ไป”
“ข้าไม่ดีตรงไหน” ชายปริศนายักคิ้วท้าทาย
“หากท่านดีจริงเหตุใดต้องทำตัวลึกลับเช่นนี้ ทำไมต้องสวมชุดดำเข้าออกบ้านของผู้หญิงด้วย” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ซูเยี่ยน! เขาเป็ลูกค้าดูดวงของข้า ไม่ได้มีเจตนามาจีบข้าเสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าไม่เชื่อ” ซูเยี่ยนกล่าวเสียงแข็ง
“หากใครชนะคนนั้นได้ตัวเหวยเหนียงไป ดีมั้ย” ชายปริศนาท้า
“ข้าไม่ยอมให้ใครแย่งนางไปหรอก”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างลืมตัว
ซูเยี่ยนจึงเข้าจู่โจมชายชุดดำอย่างคนไร้สติทั้งสองใช้ดาบฟาดฟันกันไม่หยุด เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ฝีมือสูสีกันมากทั้งสองต่อสู้กันสามชั่วยามก็ยังไม่หยุด
“พวกเ้าเลิกต่อสู้กันเถอะข้าง่วงนอนแล้วนะ” เหวยเหนียงหาวฟอดนางงงกับการกระทำของซูเยี่ยน ทั้งๆ ที่เขาก็เกลียดนางมากเหตุใดเขาถึงแสดงท่าทีหึงหวงนางเช่นนี้
จนกระทั่งซูเยี่ยนสามารถถีบชายชุดดำจนล้มไปกองกับพื้นได้เขารีบพุ่งตัวเข้าไปแล้วรีบดึงผ้าที่คลุมหน้าชายดังกล่าวออก
“กงกงฟูต้า ทำไมเป็ท่าน”ซูเยี่ยนใที่เห็นกงกงประจำตำหนักของฮองเฮา
“ท่านองครักษ์ซูเยี่ยนนี่ท่านหึงหวงอดีตฮูหยินมากถึงขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือฮะ” กงกงฟูต้าพูดแบบกระตุ้งกระติ้ง
“ทำไมต้องหลอกข้าด้วย” ซูเยี่ยนไม่เข้าใจ
“ข้าไม่ได้หลอกท่านนะฮะข้าเห็นท่านหึงหวงจนหน้ามืดตามัว ข้าอธิบายอะไรไป ท่านคงไม่ฟังข้าหรอก” กงกงฟูต้าอธิบาย
“ทำไมท่านต้องจีบเหวยเหนียงด้วยล่ะ”ซูเยี่ยนเห็นว่าเขาเป็กงกงที่ไร้ซึ่งความเป็ชายไปแล้ว
“ข้าก็แค่พูดเล่นกับนางความจริงนางก็รู้ว่าข้าเป็กงกง” กงกงฟูต้าอธิบาย
“ข้าขอโทษก็แล้วกันวันนี้ท่านกลับไปก่อนเถิด ค่อยมาดูดวงกับนางใหม่วันพรุ่งนี้” ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้หะเชิญท่านคุยกับอดีตฮูหยินของท่านตามสบายเลยนะฮะ ข้าขอตัวก่อน” กงกงฟูต้าะโหนีหายไปทันที
ตอนนี้ซูเยี่ยนได้ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อเขาคิดในใจว่า “เอาแล้วไง ข้าจะทำยังไงดี ดันเผลอตัวหึงหวงเหวยเหนียงแบบนี้”
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่าซูเยี่ยนเ้ากินอะไรผิดสำแดงมาใช่มั้ย” เหวยเหนียงสงสัย
ซูเยี่ยนได้ทีรีบดึงตัวแหวยเหนียงเข้ามากอดจนนางใและเขาก็รีบแสดงเป็เด็ก 10ขวบทันที “เหวยเหนียง เ้าไปอยู่ที่ไหนมาข้าคิดถึงเ้ามากเลยนะ ปกติพวกเราต้องนอนห้องเดียวกันทุกคืนนี่ข้าพยายามหาเ้าทั่วบ้านแล้วแต่ก็ไม่เห็น”
“หมายความว่ายังไงน่ะซูเยี่ยนนี่เ้ากลับมาความจำเสื่อมอย่างนั้นหรือ ท่านหมอเทวดาน่าจะรักษาเ้าหายไปแล้วนี่”เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“โอ๊ย! ข้าปวดหัวจังเลยปวดเหลือเกิน” ซูเยี่ยนแสร้งเอามือจับไปที่หัวของเขา
“รีบเข้าไปในกระท่อมก่อนนะ”เหวยเหนียงประคองฝ่ายชายเข้าไปในกระท่อม และพาเขาไปนอนบนเตียงดีๆ
“โอ๊ย ข้าปวดเหลือเกินเหวยเหนียงช่วยข้าด้วย” ซูเยียนแกล้งปวดหัวอย่างทรมาน
“เ้ารออยู่ที่นี่ก่อนนะข้าจะวิ่งไปตามหมอชาวบ้านมาให้” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนจึงแกล้งสลบไป
เหวยเหนียงกลับมาพร้อมกับท่านหมอเพื่อมาดูอาการให้ฝ่ายชายท่านหมอกำลังจะเข้าไปดูอาการ แต่ซูเยี่ยนรีบตื่นขึ้นมาเสียก่อน
“เ้าจะทำอะไรน่ะ” ซูเยี่ยนกลับมาทำตัวเคร่งขรึมเหมือนเดิม
“ข้าเป็หมอข้าจะมาดูอาการให้เ้าไงล่ะ” ท่านหมอกล่าว
“ข้าไม่ได้เป็อะไรว่าแต่ข้าอยู่ที่นี่ได้ยังไง ข้าจำได้ว่าข้าอยู่ที่บ้านนี่” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ท่านกลับมาเป็ปกติแล้วใช่มั้ย”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเป็อะไรอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
“เ้าไปตรวจสุขภาพบ้างก็ดีบางทีเ้าอาจผิดปกติโดยไม่รู้ตัว” เหวยเหนียงเป็ห่วง
“ขอบใจที่เป็ห่วงข้าข้าต้องรีบกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวท่านแม่เป็ห่วง” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ช้าก่อน ซูเยี่ยน” เหวยเหนียงกล่าวยั้ง
“มีอะไรไม่ทราบ” ซูเยี่ยนรอฟัง
“เมื่อคืน เ้าค้างอยู่ที่ไหนท่านป้าบอกข้าว่าเ้ากลับถึงบ้านในตอนเช้า” เหวยเหนียงอยากรู้
“ข้าเฝ้าเ้าทั้งคืนเ้าเป็ผู้หญิงตัวคนเดียว อยู่ในกระท่อมตามลำพังมันอันตรายเ้าควรบอกลูกค้าให้มาพบเ้า่กลางวัน ส่วนเ้าก็กลับไปพักที่บ้านของผิงหลางจะดีกว่า”ซูเยี่ยนแนะนำ
“ท่านเป็ห่วงข้าอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าเห็นเ้าก็นึกถึงซูหลินหากข้าเป็ญาติของเ้า ข้าคงเป็ห่วงเ้ามาก” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“อ๋อท่านเห็นข้าเหมือนน้องสาวหรือไม่ก็ญาติของท่านเท่านั้น เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้วข้าจะรับฟังท่านก็แล้วกัน เชิญท่านรีบกลับบ้านเถิด” เหวยเหนียงคาดหวังว่าซูเยี่ยนจะสามารถจดจำ่หลังแต่งงานได้แต่ก็ต้องผิดหวัง
ซูเยี่ยนเดินจากมา และคิดในใจว่า “เกือบไปแล้วนี่ข้าหลุดได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือ เ้ามีผลต่อจิตใจข้ามากเลยนะเหวยเหนียงรู้ตัวหรือเปล่า”
เหวยเหนียงมองตามหลังซูเยี่ยนไปนางก็ยังคงงงกับอากัปกิริยาของซูเยี่ยนอยู่ดี นางคิดในใจว่า “ซูเยี่ยนยังไม่หายขาดข้าควรทำยังไงดี”