บทที่ 40
อาละวาดจวนเจ้าเมือง
ภายในจวนเจ้าเมืองที่กว้างใหญ่สถานที่แห่งนี้คุ้มกันมากมายยืนคุ้มกันอย่างแน่นหนาหลังจากคุณชายของจวนแห่งนี้เดินทางกลับมาถึงได้มุ่งตรงไปทำการนั่งพักอยู่ที่ห้องโถงขนาดใหญ่
เสิ้ยนหมิงกลับมาถึงสถานที่แห่งนี้หย่อนก้นนั่งลงที่โต๊ะด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจเนื่องจากอารมณ์ภายในใจของมันยังคงติดค้างอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
คนผู้นี้นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นเมื่อมันไม่สามารถจัดการคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องนั้นได้ภายในใจของมันเปลวเพลิงแห่งโทสะก็ไม่มีทางจะสงบลง
มันได้ทำการยกน้ำชาขึ้นมาแล้วก็เทลงไปภายในถ้วยเพื่อหวังจะทำการยกขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย
ภายในใจคิดว่าน้ำชาถ้วยนี้คงจะสามารถช่วยให้เปลวเพลิงแห่งโทสะภายในจิตใจของมันสงบลงได้
เสี้ยนหมิงยกถ้วยน้ำชาถ้วยนั้นขึ้นมาหวังที่จะทำการกระดกมันเข้าไปภายในปากแล้วก็ดื่มเพื่อดับกระหาย
แต่เพียงแค่ยกขึ้นมาเท่านั้นถ้วยถูกนำเข้าไปใกล้ประชิดปากแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากแล้วสัมผัสบางอย่างเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเสียงของเหล่าบ่าวไพร่ที่เจี๊ยวจ๊าวอยู่บริเวณด้านหน้าจวน
เสียงนั้นในตอนแรกก็ไม่ดังสักเท่าไหร่แต่เมื่อเวลานั้นผ่านไปเสียงนั้นยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเสียงนั้นดังขึ้นมาคนผู้นี้ก็ต้องหยุดกระทำนั้นถ้วยน้ำชาที่อยู่ภายในมือหยุดนิ่งอยู่บริเวณปากก่อนที่มันจะทำการลดถ้วยน้ำชาของตนเองลงแล้วก็วางลงไปที่ข้างกาย
มือของมันตบโต๊ะดังลั่นพร้อมกับส่งเสียง “มีอันใดส่งคนไปดูซิ!!! ”
ข้ารับใช้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าทำการขานรับอย่างรวดเร็วแล้วก็รีบวิ่งตรงไปบริเวณด้านหน้าจวนเพื่อดูเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้
หลังจากสั่งการไปได้เพียงไม่นานข้ารับใช้ผู้นั้นก็ได้วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็วมันได้วิ่งพรวดพราดเข้ามาภายในห้องโถงด้วยท่าทางที่ลนลาน ข้ารับใช้หนุ่มฉกรรจ์ผู้นั้นใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อวิ่งมาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบคุกเข่าลงเบื้องหน้าของคุณชาย
เสี้ยนหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันมันแสดงใบหน้าสงสัยเมื่อเห็นท่าทางที่แสนจะลนลานของข้ารับใช้ที่เดินทางเข้ามา
คุณชายผู้นี้ไม่รีรอทำการเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่ร้อนผ่าว“ มีอันใด!!! ”
ข้ารับใช้ผู้นั้นตะกุกตะกักอยู่ครู่หนึ่งมันทำไม้ทำมือชี้ตรงไปด้านนอกก่อนที่จะกลั้นใจแล้วก็พูดออกมาได้ประโยคนึง“ มีผู้บุกรุกขอรับ!!!! ”
ได้ยินเช่นนั้นเสี้ยนหมิงที่กำลังยืนอยู่ใบหน้าของมันแดงวูบขึ้นมาในทันทีตอนนี้มันโกรธจนไม่รู้จะโกรธอย่างไรแล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังไม่ทันสะสาง
ตอนนี้มีผู้ใดบุกจวนเจ้าเมืองอีกก็ไม่รู้มันที่กำลังนั่งอยู่ตบโต๊ะด้วยท่าทางที่ฉุนเฉียวลุกขึ้นมาแล้วชี้ตรงไปด้านหน้า “ไป!!! ข้าจะไปดูผู้ใดมันกล้าบุกจวนของข้าในเวลานี้!!! ”
เมื่อพูดจบก็ไม่รีรอทำการเดินนำหน้าข้ารับใช้ของตนเองออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วเสี้ยนหมิงสาวเท้าเดินอย่างรวดเร็วเพื่อหวังว่าจะไปถึงบริเวณด้านหน้าจวนให้รวดเร็วที่สุด
แต่มันหารู้ไม่ว่าตอนนี้ถ้ามันเดินไปถึงตรงนั้นท่าทางของมันจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าจวนในตอนนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด
คุณชายผู้นั้นทำการเดินตรงมาจากทางเดินหลักเมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าจวนก็ต้องทำการหยุดเท้าทั้งสองข้างเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ด้านหน้าอย่างตื่นตระหนกตกใจ
บริเวณด้านหน้าจวนลานกว้างขวางขนาดใหญ่ที่เป็นลานกว้างขวางแรกที่ก้าวเข้ามาภายในตัวแล้วจะพบเห็น
ในตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกคุ้มกันของมันจำนวนประมาณ 40 คนนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นด้วยท่าทางที่สะบักสะบอมคนคุ้มกันของมันนอนแน่นิ่งเพราะบาดเจ็บสาหัสบาดแผลที่ได้รับน้ำจากกันและสาหัสเกินกว่าที่พวกมันจะสามารถลุกขึ้นมาได้
มองเห็นภาพเหตุการณ์ที่อยู่ด้านหน้าถ้าจะบอกว่ามีสัตว์ร้ายเข้ามาอาละวาดภายในบริเวณนี้มันก็ไม่ได้แปลกอันใดเลย
คุณชายผู้นี้หยุดนิ่งร่างกายของมันไม่ขยับดวงตามองไปทางด้านซ้ายและขวา
ฟิ้ว!!! ตูม!!! บางอย่างพุ่งผ่านหน้าของมันไปอย่างรวดเร็วดวงตาของเสี้ยนหมิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสิ่งที่พุ่งผ่านหน้าไปมันเห็นเป็นเพียงแค่วัตถุสีดำๆแต่ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่
ร่างกายของมันยืนแข็งทื่อก่อนที่ใบหน้าจะเบนไปทางด้านซ้ายอย่างช้าๆมองดูวัตถุที่เพิ่งผ่านใบหน้าของมันไป
เมื่อได้ทำการใช้ดวงตาของตัวเองมองไปสิ่งที่มันพบเห็นนั่นก็คือร่างของผู้คุ้มกันของมันที่พุ่งตรงไปกระแทกติดอยู่กับเสาไม้นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นและไม่มีท่าทางจะขยับ
เมื่อเห็นสภาพของผู้คุ้มกันที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นภายในใจของคนขาดเขลาผู้นี้ก็บังเกิดความกลัวขึ้นมาในทันที
ใบหน้าของมันค่อยๆเดินกลับไปอย่างช้าๆการทำการใช้ดวงตาของตนเองมองไปยังต้นทิศทางที่ร่างของผู้คุ้มกันของมันกระเด็นมา
สิ่งที่มันพบเห็นมันคือร่างเงาสูงใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างสบายๆร่างของบุรุษที่สวมใส่ชุดผ้าสีดำสนิททั้งกายภายในมือถือดาบเหล็กขนาดใหญ่บริเวณใบหน้าปกปิดด้วยผ้าสีดำครึ่งหนึ่งบริเวณรอบๆร่างกายของบุรุษผู้นั้นเต็มไปด้วยผู้คุ้มกันของจวนแห่งในที่นอนแน่นิ่งและเกะระกะอยู่ตามพื้นพวกมันส่งเสียงโอดครวญอย่างเจ็บปวด
หลันเซ่อกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางสบายๆผู้คุ้มกันทั้ง 50 คนโดนเขาจัดการได้ทั้งหมด
เสี้ยนหมิงเมื่อใช้ดวงตามองตรงไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่น่าหวาดกลัวนั้นภายในใจของมันบังเกิดความกลัวอย่างถ่องแท้มองเห็นรูปลักษณ์ภายนอกเพียงคราก็จำได้ในทันทีว่าผู้ที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าเป็นผู้ใด
คนผู้ที่มันกำลังตามหาอยู่แล้วก็อยากจะเล่นงาน ในตอนนี้เมื่อคนผู้นี้ปรากฏกายอยู่ต่อหน้ามันร่างกายของมันกำลังสั่นระริกด้วยความกลัว
เสี้ยนหมิงคือฐานะว่าตนเองเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองมันทำการวางอำนาจแล้วก็ใช้กำลังข่มเหงคนอื่นมานาน
แต่ว่าตัวมันนั้นอ่อนด้อยวรยุทธไม่มีทางที่จะสู้ผู้ใดได้อย่างแน่นอนอีกทั้งการวางท่าทางของมันก็เป็นเพียงแค่คุณชายเจ้าสำราญที่ไม่มีอันใดเลย
ในตอนนี้พบเห็นว่าผู้คุ้มกันของจวนแห่งนี้โดนจัดการไปมากกว่า 40 คนมันเองก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ร่างกายนั้นจะสั่นกลัว
ผู้คุ้มกันเหล่านี้เป็นผู้คุ้มกันส่วนหน้าของจวนเจ้าเมืองพวกมันมีจำนวนเกือบจะ50 คน แต่ว่าหลันเซ่อสามารถลงมือได้อย่างง่ายดายเขาออกแรงเพียงแค่เล็กๆน้อยๆพวกมันก็ลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นด้วยท่าทางที่หมดสภาพเช่นนี้
พลังช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหลันเซ่อเป็นทหารกล้าที่รอดมาจากสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไปตัวของเขาเอาชีวิตรอดตายในสงครามครั้งนั้นมาได้ก็แสดงว่าเป็นคนที่มีฝีมือระดับสูงผู้คุ้มกันเหล่านี้ไม่มีทางจากที่เขาได้อยู่แล้ว
นั่งอยู่ด้วยท่าทางสบายๆเมื่อมองเห็นว่าเสี้ยนหมิงได้เดินออกมาชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านนอกดวงตาที่ราวกับสัตว์ดุร้ายจ้องมองไปที่มันอย่างรวดเร็ว
ยามที่ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องมองไปที่มันคนผู้นั้นถึงกับผงะถอยหลังใบหน้าของมันบังเกิดความหวาดกลัวร่างกายที่สั่นกลัวในตอนแรกเมื่อโดนจ้องมองด้วยสายตาอาฆาตเช่นนั้นมันยิ่งสั่นกลัวมากขึ้น
หลันเซ่อที่กำลังนั่งอยู่ส่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม“ ว่าอย่างไรเจ้ากำลังตามหาข้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี้ยนหมิงใบหน้าผันเปลี่ยนสีมันถึงกับผงะก้าวถอยหลังมาดวงตาเต็มไปด้วยความขาดเขลาขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบจะไม่สามารถยังยืนร่างของตนเองเอาไว้ได้
ขณะนั้นบริเวณด้านหลังของมันพวกผู้คุมกันอีกจำนวนมากของจวนได้พากันวิ่งออกมาจากบริเวณด้านหลังพร้อมกับอาวุธครบมือ
เมื่อร่างกายของมันโดนห้อมล้อมไปด้วยผู้คุ้มกันหลาย 10 คนมันก็พอจะทำให้ความกลัวภายในจิตใจของมันบรรเทาลงไปได้เสี้ยนหมิงทำการกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ทำใจดีสู้เสือยืดอกแล้วก็สั่งการออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่น“ จัดการมัน!!! ”
พวกที่อยู่บริเวณรอบๆรับคำสั่งคนหลายสิบคนที่เป็นชายร่างกายกำยำพุ่งตรงเข้าไปหาผู้บุกรุกที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้อย่างรวดเร็ว
เสี้ยนหมิงไม่รีรอทำการหันใบหน้าไปหามือปราบ 6 คนที่ติดตามตนเองอยู่แล้วสั่งการ “พวกเจ้า!!! เดินทางไปยังกองมือปราบไปเรียกคนมาเพิ่ม แล้วก็ส่งคนไปบอกท่านพ่อข้าที่อยู่ที่ว่าการอำเภอด้วย!!!”
มันทำการจัดแจงหนังเสร็จสรรพเพื่อทำการขอกำลังเสริมในตอนนี้ความกลัวภายในจิตใจของผู้ชายผู้นี้เพิ่มพูนขึ้นจนคิดว่าจำนวนคนเพียงแค่นี้ก็ไม่พอ
บิดาของมันอยู่ที่ว่าการอำเภอสามารถขอกําลังจากมือปราบและกองทหารมาได้
พวกมือปราบที่อยู่บริเวณด้านหลังขานรับอย่างรวดเร็วส่งเสียงพร้อมเพียง“ ขอรับ!!! ”
มันไม่รีรอทำการวิ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะใช้โอกาสนี้วิ่งออกไปบริเวณทางประตูด้านหน้า
เพียงแค่พวกมันคิดจะออกไปทำการก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวแล้วก็ร่างกายยังไม่ได้ออกไปจนหมดเลยด้วยซ้ำ
ตูม!!!บางอย่างพุ่งเข้ามาใส่ร่างกายของพวกมันร่างของมือปราบทั้ง 6 โดนเตะกับเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปรากฏร่างเงาอันสง่างามผู้นึงที่ก้าวเข้ามาด้านใน
ร่างของมือปราบทั้ง 6 ประเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นกลับมาอยู่บริเวณปลายเท้าของเสี้ยนหมิงเมื่อเห็นร่างของผู้ติดตามมานอนนิ่งอยู่บริเวณเท้าของตนเองใบหน้าของมันเปลี่ยนปรากฏความกลัวออกมาอย่างชัดเจน
“ ตรงนี้ห้ามผู้ใดออก ”เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาดึงดูดความสนใจของมันมองตรงไปยังประตูทางเข้า
หลี่หยางปรากฏกายออกมาในรูปลักษณ์ที่นำผ้าสีดำมาปิดบริเวณครึ่งใบหน้าใต้ผ้าสีดำนั้นมุมปากของเขากำลังยกยิ้มพร้อมกับมองตรงไปที่เสี้ยนหมิง
จบบท