จารึกที่ 96 : ทางลับใต้เหมือง : กลิ่นอายบรรพกาล
เพียงชั่วครู่หลังการล้มลงของอสูรยักษ์
อาเจียสะดุ้งสุดตัวเมื่อความร้อนจากแผ่นแผนที่ในอกเสื้อแผ่ซ่านออกมาจนแทบทนไม่ไหว เขาต้องกัดฟันข่มความเจ็บปวด พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดต่อหน้าหลินชิงเสวี่ยและเฟิงอี้หราน
"เป็นอะไรไป อาเจีย?" หลินชิงเสวี่ยถามอย่างจับผิด สายตาของนางไวต่อความผิดปกติเสมอ "ทำไมหน้าเจ้าซีดเผือด และเหงื่อออกมากขนาดนั้น?"
"ป... เปล่าขอรับ!" อาเจียหัวเราะแห้งๆ "แค่เหนื่อย... แล้วก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นฝีมืออันสุดยอดของศิษย์พี่หญิง แหะๆ"
ในจิตใจของอาเจีย เสียงของ มู่เฉิน กำลังร้องเตือนด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่า
"อาเจีย! มันอยู่ใกล้ๆ นี้! อักขระบนแผนที่กำลังตอบสนองกับบางอย่าง... ที่ผนังถ้ำด้านหลังซากอสูรนั่น!"
อาเจียเหลือบตาไปมองผนังถ้ำด้านในสุด มันเป็นผนังหินเรียบๆ ที่ดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ในสายตาของ 'เนตรอักขระ' ที่มู่เฉินแบ่งปันให้ เขาเห็นเส้นแสงสีทองจางๆ วาดลวดลายเป็นรูปประตูบานใหญ่
'ทางลับ! ขุมทรัพย์!' สัญชาตญาณความโลภทำงานทันที 'แต่ข้าจะเปิดมันยังไงโดยไม่ให้สองคนนี้รู้ความลับเรื่องแผนที่?'
อาเจียสมองแล่นเร็วรี่ เขาหันไปสบตากับ เจ้าถุงเงิน ที่เกาะอยู่บนไหล่ แล้วขยิบตาหนึ่งที
เจ้าแมงมุมแสนรู้รับงานทันที มันกระโดดลงจากไหล่ วิ่งจู๊ดเข้าไปที่ซอกหินตรงผนังถ้ำนั้น แล้วทำท่าเหมือนเจออะไรบางอย่าง ส่งเสียงร้อง จี๊ด! จี๊ด! เรียกร้องความสนใจ
"หืม? เจ้าถุงเงินเจออะไร?" อาเจียแสร้งทำเป็นสงสัย เดินตามเข้าไปดู "โอ๊ะ! ตรงนี้เหมือนจะมี... ลมพัดออกมาจากรอยแตก?"
เฟิงอี้หรานและหลินชิงเสวี่ยเดินตามเข้ามาดู
"ลม?" หลินชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว นางยื่นมือไปอังใกล้ๆ ผนัง "จริงด้วย... มีลมเย็นๆ ไหลออกมา แสดงว่าผนังนี้ไม่ได้ตัน ด้านหลังต้องมีเส้นทางไปต่อ"
"อาจจะเป็นรังของอสูรศิลาโลหิตตัวเมื่อกี้ก็ได้!" เฟิงอี้หรานตาเป็นประกาย "อาจจะมีแร่โลหิตบริสุทธิ์ซ่อนอยู่ข้างในอีก!"
"งั้นก็ต้องพิสูจน์..." อาเจียยิ้มเจ้าเล่ห์ ถอยหลังออกมาสองก้าว "ศิษย์พี่หญิง... รบกวนท่านอีกสักครั้งได้ไหมขอรับ? ผนังหนาขนาดนี้ มีแต่พลังกระบี่ของท่านเท่านั้นที่จะเจาะทะลุได้"
หลินชิงเสวี่ยปรายตามองอาเจียอย่างรู้ทัน "เจ้าแค่จะประหยัดแรงตัวเองใช่ไหม?"
"มิได้ๆ ข้าเพียงแต่เชื่อมั่นในฝีมือท่าน!"
หลินชิงเสวี่ยส่ายหน้าด้วยความระอา แต่ก็ยอมชักกระบี่ออกมา นางรวบรวมลมปราณแล้วฟันฉับลงไปที่ผนังหินอย่างแรง
ตูม!
ผนังหินที่ดูแข็งแกร่งกลับพังทลายลงอย่างง่ายดายเกินคาด ราวกับว่ามันรอคอยการถูกเปิดออกอยู่แล้ว
ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังผนัง...
ไม่ใช่ถ้ำธรรมชาติ และไม่ใช่รังอสูร
แต่มันคือ "ทางเดินปูด้วยแผ่นหินศิลาแลง" ที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีต สองข้างทางมีโคมไฟสำริดรูปหัวมังกรที่ดับสนิทเรียงรายเป็นทิวแถว ทอดยาวลึกเข้าไปในความมืด
และสิ่งที่ทำให้อาเจียขนลุกซู่ ไม่ใช่ความมืด แต่เป็น "กลิ่นอาย" ที่แผ่ออกมาจากทางเดินนี้
มันเป็นกลิ่นอายที่เก่าแก่ โบราณ และทรงพลัง... กลิ่นอายที่เหมือนกับ พู่กันนิรันดร์ ในจิตวิญญาณของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"อาเจีย..." เสียงมู่เฉินสั่นเครือด้วยความอาลัยอาวรณ์ "นี่คือทางเข้าสู่... 'หอสมุดลับ' สาขาย่อยของสำนักหมื่นอักขระ ที่สาบสูญไปเมื่อพันปีก่อน!"
หลินชิงเสวี่ยจ้องมองทางเดินนั้นด้วยความตกตะลึง
"นี่มัน... โบราณสถาน? ใต้เหมืองร้างนี่เนี่ยนะ?"
"ดูท่า... งานนี้เราจะเจอแจ็คพอตเข้าให้แล้วสินะ" อาเจียพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ยิ่งกว่าไข่มุกราตรี
แต่ในความดีใจนั้น เขาก็รู้ดีว่า นี่ไม่ใช่แค่ขุมทรัพย์ แต่มันคือ "แดนประหาร" ที่เต็มไปด้วยกับดักอักขระโบราณ ที่รอคอยผู้บุกรุกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ให้เข้าไปสังเวยชีวิต
"ไปกันเถอะ..." เฟิงอี้หรานก้าวขาไม่ออก ขาสั่นพั่บๆ "หรือเราควรกลับไปรายงานสำนักก่อนดี?"
"มาถึงขั้นนี้แล้ว จะกลับมือเปล่ารึ?" หลินชิงเสวี่ยกล่าวเสียงเข้ม นางก้าวเท้าเดินนำเข้าไปในทางลับอย่างไม่เกรงกลัว "ตามข้ามา ระวังตัวด้วย นี่อาจจะเป็นการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ของสำนักหมึกวารี"
อาเจียเดินตามหลังไป มือข้างหนึ่งตบกระเป๋าที่มี 'หัวใจศิลา' อยู่ อีกข้างกุม 'แผนที่' ที่อุ่นวาบในอก
'ประวัติศาสตร์น่ะช่างหัวมัน... แต่ความรู้และสมบัติในนั้น เสร็จข้าแน่!'