เขตสลัม พื้นที่นอกฐาน C-888
ณ ตรอกแคบหนึ่งในย่านสลัมที่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างเพียงบางจุด ทำให้บางมุมยังคงมืดมิดและดูลึกลับเสียงลมพัดผ่านหลังคาสังกะสีดังเป็เสียงประกอบฉากของสถานที่แห่งนี้
“เฮ้ย... หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงะโดังขึ้นอย่างกะทันหันตัดความเงียบในตรอกนั้น ก่อนจะมีร่างของเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับแม็กซ์พร้อมกับเพื่อนอีกสามคน ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากมุมอับที่แสงสว่างไปไม่ถึงพวกเขายืนกั้นทางเดินไว้ด้วยท่าทางที่ทำให้ดูน่าเกรงขามแม้จะแฝงความประหม่าอยู่เต็มที่ก็ตาม
แม็กซ์หยุดก้าวเท้าทันที พลันทำสีหน้าตื่นตระหนกหน้าถอดสีราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงที่สุดในชีวิตจนกระทั่งความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอย่างกะทันหัน ‘แย่แล้ว...ลืมเื่สำคัญไปเสียได้’ เขาเอามือตบหน้าผากเบา ๆ พลางพึมพำในใจ แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะกลัวกลุ่มเด็กที่ขวางหน้าอยู่เลยแม้แต่น้อย‘ลืมซื้อช็อกโกแลตและขนมให้จอมมารน้อยไปเสียแล้วเกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่นึกขึ้นได้ทัน ไม่งั้นคงตายแน่ถ้ากลับไปมือเปล่า’
สำหรับแม็กซ์แล้ว เื่อื่นอาจจะลืมหรือเลื่อนเวลาได้ แต่เื่ของน้องสาวตัวแสบที่รักขนมและช็อกโกแลตเป็ชีวิตจิตใจนั้นเป็เื่ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด
‘ต้องรีบกลับไปซื้อก่อนที่ร้านจะปิด’ เมื่อเขาตัดสินใจเสร็จแล้วกำลังจะหันหลังเดินย้อนกลับไปทางเดิมโดยไม่สนใจแม้แต่น้อยว่ามีคนยืนขวางทางอยู่
แต่การกระทำนี้กลับทำให้กลุ่มเด็กที่กั้นทางเข้าใจผิดคิดว่าแม็กซ์กลัวและกำลังจะหนีไปจึงะโร้องขึ้นมาด้วยความมั่นใจ “เฮ้ยย! แล้วเ้าจะไปไหน ข้ายังไม่อนุญาตให้ไปเลยนะ!” เด็กชายอีกสองคนรีบวิ่งมาดักหน้าไว้ทันทีกางแขนกั้นไม่ให้เขาเดินผ่านไปได้ ส่วนเด็กที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้า ถือมีดสั้นปลายแหลมไว้แม้จะจับได้ไม่มั่นคงและมือสั่นระริกจนเห็นได้ชัด
“ส่... ส่งกระเป๋ามา! ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เสียงะโดังขึ้นแต่กลับฟังดูสั่นเครือไม่มั่นใจ เหมือนกำลังพยายามข่มขู่แต่ในใจกลับหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
แม็กซ์หันมามองด้วยสายตาเรียบเฉย มุมปากกระตุกขึ้นเหมือนกำลังกลั้นขำเอาไว้เขามองดูมีดในมือเด็กนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับกำลังสอนเด็กเล็ก“อ๊ะ... ดักปล้นกันหรือนี่? กล้าดีไม่เบาเลยนะแต่ก่อนจะออกมาปล้นใคร ควรหัดจับมีดให้แน่นกว่านี้หน่อยไหมล่ะ? มือสั่นขนาดนั้น เดี๋ยวมันจะหลุดมาทิ่มตัวเองเอาได้นะ”
“หุ... หุบปากไปซะ! แล้วส่งของมาให้หมด!”เด็กหัวหน้าะโสั่งพยายามเอาคืน แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งดูไม่น่าเกรงขาม
“อยากได้เหรอ? ถ้ามีความสามารถพอก็เข้ามาแย่งเอาดิ” แม็กซ์ยิ้มท้าทาย พูดจบก็ยืนหยุดนิ่งดูพวกเขาอย่างใจเย็น
เมื่อเห็นว่าการข่มขู่ไม่ได้ผล เด็กหัวหน้าจึงกัดฟันแน่น กำมีดหลวม ๆแล้ววิ่งเข้ามาหาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เหวี่ยงมีดหมายจะจ้วงไปที่ลำตัวของแม็กซ์แต่ทั้งความเร็ว ความแรง และจังหวะการโจมตีล้วนขาดความมั่นใจ ลังเลเต็มที จนแทบไม่นับว่าเป็การใช้อาวุธเลยสักนิด
แม็กซ์แค่ขยับตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อย โดยไม่ได้ออกแรงอะไรเลย
“พวกเรา... เข้าไปรุมมัน!” สิ้นเสียงสั่งของหัวหน้า เด็กอีกสามคนก็กรูกันเข้ามาหวังจะช่วยกันจับแม็กซ์ให้ได้สาวหมัดสาวเท้าพัลวันกันไปมา แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน กลับแตะตัวแม็กซ์ไม่ได้เลยแม้แต่ชายเสื้อ
ความจริงคือ แม็กซ์ผ่านการวิวัฒนาการและมีพลังกายที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่าตัวต่อให้เขายืนนิ่งให้เด็กกลุ่มนี้ต่อยหรือแทงอย่างเต็มที่ก็คงไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนิัของเขาได้เลย
แต่ถึงอย่างนั้น แม็กซ์ก็ยังเลือกที่จะเอาแต่หลบหลีกอย่างอ่อนโยนไม่คิดจะตอบโต้หรือทำร้ายเด็กเหล่านี้ “เอ้า เร็ว ๆ สิ! ข้ามีธุระต้องไปต่อไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กน้อยหรอกนะ” แม็กซ์พูดเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
4เด็กแสบวิ่งไล่จับจนเหงื่อท่วมตัว หายใจหอบโฮก แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวแม็กซ์ได้สุดท้ายก็หมดแรงทรุดตัวนั่งกองกับพื้น หายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า
“อ้าว... หมดแรงแล้วเหรอ? มีแรงแค่นี้เองไม่ได้กินข้าวกันมาใช่ไหมเนี่ย?” แม็กซ์พูดแซวขึ้นเมื่อเห็นสภาพของพวกเขา
เด็กหัวหน้าเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาเหนื่อยล้าแต่ก็ยังมีความใสซื่อในคำตอบ“ก็ใช่นะสิ...ก็ไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้วไง ถ้าข้ากินอิ่มท้องมีแรงพอ เ้าคงไม่รอดไปง่าย ๆ แน่”
“ใช่... ใช่เลย!” เพื่อน ๆอีกสามคนก็พยักหน้าตามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
แม็กซ์มองดูสภาพร่างกายที่ผอมโซ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและดวงตาที่เต็มไปด้วยความหิวโหย ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงต้องออกมาทำแบบนี้ “พวกเ้าชื่ออะไรกันบ้าง?” แม็กซ์ถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
“กาเนอร์... อายุสิบสี่ปีเป็หัวหน้าแก๊ง” เด็กชายที่ดูแก่ที่สุดตอบขึ้นก่อน
“ข้าชื่อคีเฟอร์ อายุสิบสาม”
“พวกข้าชื่อริคเตอร์กับวิคเตอร์อายุสิบสองปี เป็พี่น้องฝาแฝดกัน” เด็กชายคู่หน้าตาคล้ายกันตอบพร้อมกัน
“แล้วครอบครัวล่ะ? อยู่กับใคร ที่ไหน?”
“พวกข้าเป็เด็กกำพร้ามีเพียงยายที่อยู่ตรอกกลางหลังสุดท้าย คอยดูแลพวกเรา” กาเนอร์ตอบและแสดงสีหน้าหม่นหมอง
“เข้าใจแล้ว... อยากได้อาหารใช่ไหม?” แม็กซ์ถามอย่างตรงไปตรงมา
พวกเขาพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
“งั้นก็เรียกข้าว่า 'ลูกพี่'ก่อนสิ แล้วข้าจะให้อาหาร”
“ลูกพี่ครับ!!!” ทั้งสี่คนะโรับ ตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยราวกับฝึกมาแล้วอย่างดี
“ห๊ะ!... ง่ายงี้เลย? ไม่มีศักดิ์ศรีกันบ้างเลยเร๊อะ?” แม็กซ์ถามด้วยความประหลาดใจ
“ศักดิ์ศรี... คืออะไร? มันกินได้ไหม ขอแค่ได้อะไรกินให้หายหิวสิ่งอื่นมันไม่สำคัญแล้ว”กาเนอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าสงสารแต่ก็เป็ความจริงที่สุดในยุคนี้
แม็กซ์ถอนหายใจแ่เบา เข้าใจดีว่าในโลกตอนนี้ การเอาตัวรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดความคิดแบบนี้เป็เื่ปกติ เขาไม่อยากปล่อยให้เด็กพวกนี้ยังต้องเดินด้อม ๆ มอง ๆเสี่ยงอันตรายแบบนี้ต่อไป
“เอางี้... ไหน ๆ ก็เรียกข้าว่าลูกพี่แล้วพรุ่งนี้ไปหาข้าที่บ้าน ท้ายซอยสุดทางที่ติดกับต้นไม้ใหญ่ที่สุดแล้วข้าจะสอนวิธีหาอาหารและสิ่งของให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนอาหารนี้...” แม็กซ์พูดจบก็โยนห่อผ้าที่บรรจุเสบียงและขนมบางส่วนไปให้พวกเขาก่อนจะสั่งต่ออย่างเคร่งครัด “เอาไปกินให้พออิ่มก่อนแล้วอีกห่อเอาไปให้ยายด้วย แต่อย่าให้ใครเห็นล่ะ เดี๋ยวโดนคนอื่นแย่งเอา เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วครับลูกพี่!” ทั้งสี่คนตอบรับด้วยแววตาที่ฉายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าไปละ มีธุระต้องทำ เสียเวลากับพวกเ้ามาพอสมควรแล้ว”
“ขอโทษที่ก่อกวนครับลูกพี่ ขอให้เดินทางปลอดภัย!”ทั้งสี่คนลุกขึ้นยืนโค้งหัวขอโทษก่อนจะมองตามแม็กซ์จนลับหายไปในความมืด
‘หึหึ... อย่างน้อยก็ยังรู้สำนึกและขอโทษละน่ะ’ แม็กซ์พึมพำในใจ
หลังจากจัดการเื่ของพวกเด็ก ๆ เสร็จ แม็กซ์ก็รีบเดินย้อนกลับไปยังจุดที่ขายของในตลาดมืดอีกครั้งเพื่อซื้อของที่ลืม ตอนนี้เขาไม่ได้ซื้อแค่ช็อกโกแลต 5 กล่องตามที่นึกไว้แต่ยังซื้อขนมขบเคี้ยวอีก 2-3 ลัง พร้อมของใช้อื่น ๆ “โห... ขนมไม่กี่ห่อราคาเป็พันแพงกว่าอาหารหลักอีกแฮะ ก็อย่างว่าสมัยนี้ของพวกนี้แทบจะไม่ได้ผลิตออกมาลำพังแค่ข้าวจะกินยังไม่พอ ใครจะมาซื้อขนมของกินเล่นล่ะ นอกจากพวกมีเงินเหลือ ๆ”
และเพื่อให้แน่ใจว่าครอบครัวจะไม่ขาดแคลนเป็เวลานาน ก็ตรวจสอบของที่จะต้องซื้ออีกรอบเมื่อได้ของครบถ้วนแล้ว เขาจึงเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเ้าหมาโง่ที่เดินตามติดอย่างเงียบสงบจนมาถึงท้ายซอยที่มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นบังแสงจันทร์เป็อย่างดี
บ้านของแม็กซ์
“ถึงบ้านแล้วเ้าหมาโง่” แม็กซ์หันมาพูดกับเ้าฮัสกี้น้อยที่นั่งเกาขนไปมา“เ้านี่ตอนข้าถูกพวกเด็กแสบรุมเมื่อกี้ เ้ากลับนั่งดูเฉย ๆ เกาเพลินเลยนะทำตัวเนียนจนคิดว่าเ้าเป็แค่หมาเน่า ๆ ซะอีก ไปอาบน้ำมั้ยถ้าจะเกาขนาดนี้”
“รออยู่ตรงนี้แหละ อย่าไปไหนนะ” แม็กซ์สั่งเสร็จ เขาไม่ได้เดินเข้าประตูหน้าบ้านตามปกติแต่กลับะโเบา ๆ ขึ้นไปยังชั้นสองผ่านทางลับที่เตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้ใครสังเกตเห็นการเข้าออกจากนั้นจึงเดินย้อนลงมาที่ชั้นล่าง
ภายนอกบ้านหลังนี้ดูไม่ต่างจากบ้านอื่น ๆ ในย่านสลัมเลยบุด้วยแผ่นสังกะสีเก่าหลังคาเป็สังกะสีลอน ดูทรุดโทรมและธรรมดาเพื่อไม่ให้เป็ที่ดึงดูดสายตาคนภายนอกแต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายใน กลับตกแต่งและจัดวางของได้เป็ระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
แม็กซ์อาจจะอาศัยอยู่ในเขตที่ดูยากจน แต่เขาไม่เคยปล่อยให้ครอบครัวต้องอดอยากหรือขาดแคลนเพราะเขารู้ดีว่าในโลกใบนี้ความสามารถและความแข็งแกร่งคือสิ่งที่สร้างรายได้และความมั่นคงได้ไม่ยาก หากกล้าออกไปเผชิญหน้ากับอันตราย
“ท่านแม่... ไอ้ตัวแสบ... ข้ากลับมาแล้ว” เสียงเรียกดังขึ้นไม่นานนักก็มีเสียงเปิดประตูออกมา มีผู้หญิงวัยสามสิบปลาย ๆ หน้าตาอ่อนโยนและเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ วิ่งออกมาพร้อมกันจากห้องของตัวเอง
“ไอ้พี่แม็กซ์กลับมาแล้วววว!!!” เด็กสาววัยสิบขวบหน้าตาน่ารักสดใส ซุกซนร่าเริง พุ่งเข้ามากอดเอวของแม็กซ์เต็มแรงจนเขาต้องรับน้ำหนักไว้แทบไม่ทัน
“อั่กกก! นี่ถือเป็การโจมตีได้ไหมนะ? แรงกว่าสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการแล้วที่ข้าเพิ่งต่อสู้มาอีกนะเนี่ย!” แม็กซ์พูดแซวพร้อมแกล้งทำหน้าเ็ป
“โถ่... พี่ก็พูดเกินไป ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” มินอาพูดพลางปล่อยมือออก ก่อนจะเอ่ยถามทันทีด้วยดวงตาเป็ประกาย “ไหน...ช็อกโกแลตและขนมของหนู?” นางเอ่ยคำแรกก็ถามถึงของกินเลยโดยไม่ได้สนใจสภาพร่างกายของพี่ชายแม้แต่น้อย
“อ่าาา... เห็นของกินสำคัญกว่าพี่ชายอีกเหรอเนี่ย?ไม่ทงไม่ถามสุขภาพซ้ากคำ” แม็กซ์แกล้งทำหน้าน้อยใจถอนหายใจยาว
“โถ่... พี่แม็กซ์เก่งจะตาย แข็งแรงที่สุดในซอยนี้ใครจะมาทำร้ายพี่ชายของมินอาได้ล่ะ” มินอาเอ่ยด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่
มินอา ลูฟฟ์ อายุ 10 ขวบ เป็น้องสาวบุญธรรมของแม็กซ์ ลูกสาวของสมิธและมานานิสัยร่าเริง ซุกซน และติดใจของหวานเป็ที่สุด เวลาว่างมักจะขลุกอยู่ในห้องเล่นเกม
“เอาไปเลย ขนมของเ้าตัวแสบ” แม็กซ์ยื่นถุงเก็บของมิติที่บรรจุของกินทั้งหมดให้น้องสาว
“เย้ ๆ! พี่ชายน่ารักที่สุดในโลกเลย!” มินอารับถุงไปด้วยความดีใจกำลังจะหันหลังวิ่งกลับห้องไปเปิดดู แต่ถูกแม็กซ์ดึงคอเสื้อไว้ก่อน
“เดี๋ยว ๆๆ อย่าเพิ่งรีบไป มีสมาชิกใหม่มาด้วยอยู่ที่หน้าบ้านแหนะ” พูดจบก็บอกให้มินอาไปเปิดประตูเพื่อรับเข้ามา
เมื่อประตูเปิดออก มินอาก็เห็นเ้าหมาฮัสกี้ขนฟูขาวดำนั่งรออยู่อย่างสงบนางทำตาโตด้วยความตื่นเต้นดีใจ “นี่คือ... สมาชิกใหม่ของพวกเราเหรอ”
“ใช่ ไปอุ้มมันเข้ามาสิ”
“ว้าววว... น่ารักจังเลย ลูกหมาป่าด้วยล่ะ!” เด็กสาววิ่งออกไปอุ้มเ้าหมาโง่เข้ามาในบ้านอย่างเบามือกอดแนบอกไว้แน่น “ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวของเรานะ เ้าหมาน้อย”นางกระซิบพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เ้าหมาโง่ร้องเสียงอ่อน ๆ “หงิงงง...” น้ำตาของมันซึมออกมาทางมุมตา ราวกับจะร้องไห้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
“อ้าว ๆ ทำไมมันจะร้องไห้แล้วละ? เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” มินอาถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่หรอกมันคงดีใจที่ได้เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวนี่แหละ มันชื่อเ้าหมาโง่นะ” แม็กซ์ตอบยิ้มๆ
“โถ่... เซนส์การตั้งชื่อของพี่นี่มันไม่ไหวจริง ๆใช่ไหมล่ะเ้าหมาโง่... เอ้ย” มินอาพูดพลางลูบหัวมันเบา ๆ
แม็กซ์หัวเราะดังขึ้น ก่อนจะหันไปมองยังผู้หญิงที่ยืนยิ้มมองอยู่ข้างๆ “ท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง่นี้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?” เขาถามด้วยความเป็ห่วง
หญิงผู้นี้มีชื่อว่า คิม มานา อายุสามสิบแปดปี เป็แม่บุญธรรมของแม็กซ์และภรรยาของสมิธผู้ล่วงลับไปแล้ว นางมีเชื้อสายเกาหลี พ่อแม่มาเที่ยวประเทศไทยใน่เกิดเหตุวันสิ้นโลกจึงเข้าใจวิถีชีวิตที่นี่เป็อย่างดี
“พวกเราสบายดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย ว่าแต่ลูกเถอะ...ไม่ได้รับาเ็หรือเจ็บป่วยตรงไหนใช่ไหม? มาให้แม่ดูหน่อยสิ”มานาพูดจบก็เดินเข้ามาจับแขน จับตัวหมุนไปมาอย่างระมัดระวังเพื่อตรวจสอบดูว่าลูกชายได้รับาเ็หรือไม่
“ข้าไม่เป็ไรหรอกท่านแม่ สบายมาก ท่านก็รู้นี่ว่าลูกชายคนนี้เก่งจะตาย”แม็กซ์ตอบพร้อมกับอวดความแข็งแกร่งของตัวเองด้วยรอยยิ้ม
“จ้า ๆๆ... ไม่เป็อะไรก็ดีแล้วกลับมาอย่างปลอดภัยคือสิ่งที่แม่้าที่สุด” มานายิ้มแล้วเอามือลูบศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู
“นี่ครับท่านแม่ เสบียงและของใช้ทั้งหมด ข้าเตรียมมาให้แล้วเก็บไว้ใช้ได้นาน อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาดนะ แล้วถ้าไม่จำเป็ก็ไม่ต้องออกไปข้างนอกเวลาทำอาหารก็ช่วยเก็บเสียง กลิ่น และควันให้ดี เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตภายนอกรับรู้”แม็กซ์ยื่นถุงมิติให้แม่ พร้อมพูดเตือนเื่ความปลอดภัยอย่างละเอียด
“จ้า แม่จะจำและระวังให้ดีที่สุด”
“วันนี้เรามีเนื้อคุณภาพดีให้กินด้วยนะ”
“เนื้อ... ซื้อมาจากตลาดหรือ?”
“ไม่ใช่ท่านแม่ เป็เนื้อสัตว์อสูรที่ข้าล่ามาเองกับมือมันอุดมไปด้วยพลังิญญา รสชาติดีและเนื้อัันุ่มมาก จริงสิ... ข้ามีเื่สำคัญที่สุดจะบอกทุกคนด้วย”แม็กซ์เอ่ยจบก็หยุดไปชั่วครู่ เพื่อเรียกความสนใจของทั้งสองคนให้เต็มที่
“เื่สำคัญ... เื่อะไรกันลูก?” มานาถามด้วยความสงสัย
“ข้า... ปลุกพลังได้แล้วนะ ทุกคน”
“กรี๊ดดด!!! จริงเหรอพี่แม็กซ์? เป็ยังไง?ตื่นเต้นไหม? มีพลังอะไรบ้าง? รู้สึกยังไงตอนที่พลังตื่นขึ้นมา?” มินอารัวคำถามออกมาทันทีด้วยความตื่นเต้นจนทำให้แม็กซ์อ้าปากตอบไม่ทัน
ส่วนมานาเอามือปิดปากแน่น ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มและภูมิใจอย่างสุดขีด
“เดี๋ยว ๆ ใจเย็น ๆ ทีละคำถามสิ ข้าตอบไม่ทัน” แม็กซ์หัวเราะพลางบอกให้ใจเย็น
“อิอิ... ก็มันตื่นเต้นนี่นา เล่าให้หมดเปลือกเลยนะ!”
“นี่กะจะไม่ให้ข้ามีความลับบ้างเลยเหรอ?”
“ไม่ได้!”
“ก็ได้ ๆ... งั้นข้าจะเริ่มเล่าั้แ่ต้นเลยนะ” แม็กซ์ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเล่าถึงเื่ราวการผจญภัย การปลุกพลังและได้รับระบบ การต่อสู้และเื่ทั้งหมดอย่างละเอียดจนกระทั่งถึงตอนที่เล่าเื่เ้าหมาโง่
“ห๊ะ... พี่ว่าอะไรนะ? พี่จะบอกว่าเ้าหมาตัวนี้...คือสัตว์อสูรงั้นเหรอ?” มินอาะโออกมาด้วยความใพร้อมกับหิ้วปีกเ้าหมาน้อยขึ้นมาดูอย่างใกล้ชิด
“ชู่ววว... เบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวชาวบ้านข้าง ๆ ก็แตกตื่นกันหรอก”แม็กซ์รีบเตือน
“อ๊ะ... ขอโทษหนูลืมตัว” มินอารีบเอามือปิดปากตัวเอง “แต่มันน่าเหลือเชื่อนี่นา... ลูกหมาตัวน้อยน่ารักแบบนี้ จะเป็าาหมาป่าทมิฬได้เหรอ?ถ้าปล่อยให้มันบุกไปถล่มฐานสักแห่ง คงพังทลายในพริบตาเลยนะ” มินอายังพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ไม่ต้องกลัวหรอก มันมีระบบที่พัฒนาขึ้นมาเหมือนข้ามันเข้าใจภาษาและความคิดมนุษย์ได้ดี และจะไม่ทำร้ายใครถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากข้า” แม็กซ์ชี้แจงให้ชัดเจน
“ถ้าพี่พูดถึงขนาดนั้นหนูจะยอมเชื่อก็ได้...แต่ตอนนี้มันเป็ของหนูแล้วนะ ฮี่ ๆ” เด็กสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“ส่วนเนื้ออสูรนั้น ข้าใส่ไว้ในถุงเสบียงแล้วนะพลังงานส่วนใหญ่ถูกสกัดออกไปแล้ว เหลือไว้นิดหน่อยพอเหมาะสำหรับท่านแม่และมินอากินเพื่อเสริมสร้างร่างกายและพลังิญญาให้แข็งแรงขึ้นโดยไม่รุนแรงจนเกินไป”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่จะเอาไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทานกันนะ”มานาตอบรับด้วยความดีใจ
“โอเคครับท่านแม่ เดี๋ยวข้าไปอาบน้ำก่อนไม่ได้อาบมาหลายวันแล้ว ถึงจะใช้พลังขับสิ่งสกปรกออกไปได้ แต่ก็ไม่สบายตัวเหมือนการอาบน้ำจริงๆ นะ” พูดจบก็หันมาสั่งน้องสาวอีกครั้ง “ดูแลไอ้หมาโง่ด้วยนะอย่าให้มันไปทำอะไรแปลก ๆ เข้าล่ะ แล้วก็พามันไปอาบน้ำทำความสะอาดด้วย”
“รับทราบค้าบโพ้ม!” มินอาตอบรับอย่างกระตือรือร้น
เมื่อทุกอย่างลงตัว แม็กซ์จึงเดินเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนและทำธุระส่วนตัวต่อไปส่วนเ้าหมาโง่ก็ได้พบกับชีวิตใหม่ที่อบอุ่น และเื่ราวความวุ่นวายของครอบครัวนี้ก็กำลังจะดำเนินต่อไป...